LOGIN“คนบ้าหาว่าเราเป็นเด็กเสี่ย”
ไอริณบ่นเบา ๆ ใบหน้าของเขาขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นเธอ ไอริณอดกลั่นแกล้งไม่ได้ ถ้าจีบเขาเป็นแฟน เขาจะยอมเธอไหมนะ ขอเจออีกครั้งด้วยเถอะนะ เดี๋ยวหนูไอริณคนนี้จะจับให้อยู่หมัดเลย ใครบอกอยากให้ทำหน้าโหดนักผับเคเค
“ลุงมีไม่เข้าไปด้วยเหรอคะ เข้าไปดูเด็ก ๆ เต้นกันเผื่อลุงมีอยากมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาบ้าง” ไอริณเอ่ยชวนลุงบุญมีคนขับรถสุดอบอุ่น “ไม่ดีกว่าครับคุณหนู คนแก่ ๆ อย่างผมคงไม่เหมาะหรอกครับ” บุญมีหัวเราะเบา ๆ กับคุณหนูจอมแสบแม้ว่าอายุเขาจะห่างจากบิดาของเธอแค่ไม่กี่ปี เขาอดเอ็นดูในตัวของเด็กสาวไม่ได้ ไอริณเป็นคนน่ารักให้เกียรติเขาไม่ต่างจากบิดาของเธอ เหมือนกับทิเบตที่นับถือเขาเป็นพี่ชายเสมอ จนบางทีเขาไม่อยากสนิทสนมกับคุณหนูจอมแสบมากเกินไปเดี๋ยวจะไม่มีใครเข้ามาจีบไอริณ “ไม่ไปจริงเหรอ ๆ” ไอริณเขย่าแขนของลุงบุญมีสุดหล่อเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาในผับ ไอริณมองหาเพื่อนสาวก็ยังไม่เจอ หญิงสาวไม่คิดอะไรมากก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับสั่งเครื่องดื่มแบบอ่อน ๆ มาดื่ม พลันสายตาอันว่องไวเหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่คุ้นตา สาวน้อยรีบลุกขึ้นไปหาทันที ก่อนที่จะถึงตัวชายหนุ่มก็มีสาวสวยแสนเซ็กซี่ตัดหน้ามาทำความรู้จักกับชายหนุ่มเสียก่อน ไอริณอ้าปากค้างกับการกระทำของหญิงสาวที่กล้าตัดหน้าเธอ “สวัสดีค่ะ มาคนเดียวเหรอคะ” ไอริณไม่รอช้าเดินไปข้างกายของชายหนุ่ม “เขากับกับเมียจ๊ะป้า” ไอริณไม่พูดเปล่า เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มมึนงงนั่งตักแกร่งของเขาพร้อมกับทำท่าทำทางสนิทสนมจนสาวใหญ่ยอมถอยห่างออกไปง่ายดาย “อือ คนบ้า เนื้อหอมมากรู้ไหม” ไอริณกระซิบข้างหู “อือ ปล่อยนะยัยเด็กบ้า แล้วใครสั่งใครสอนให้แต่งตัวแบบนี้เนี่ย” ภูชิตกวาดสายตามองเรือนร่างที่กำลังนั่งบนร่างกายของเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ กางเกงยีนขาสั้นเสื้อกล้ามสีขาวเขาแอบเห็นเสื้อชั้นในตัวเล็กของเธออยู่ร่ำไร แถมลูกส้มโอสองลูกก็ช่างยั่วตายั่วใจเขาเหลือเกิน “หนูไม่ปล่อย จนกว่าพี่จะบอกมาก่อนว่ามีแฟนหรือยัง” เด็กสาวยังถามไม่เลิก “จะมีได้ยังไงล่ะ เด็กบ้าเกาะติดขนาดนี้” ภูชิตบ่นเบา ๆ พยายามไม่มองเรือนร่างของเด็กสาว ทว่าใบหน้าของเจ้าหล่อนกับยื่นหน้ามาใกล้ ๆ เขาจนปลายจมูกชิดกับแก้มสาก ๆ ของเขา ทำเอาอวัยวะส่วนล่างเริ่มทำงานอย่างหนักขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “อยากเป็นเด็กเสี่ยมากหรือไงหึ” ภูชิตถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าว เขาไม่อยากจะคิดว่าหญิงสาวคนนี้เป็นเด็กเสี่ย หรือเด็กป๋า “ถ้าหนูเป็นเด็กเสี่ยแล้วจะยอมเลี้ยงหนูปะ หนูกินเยอะนะ จะบอกให้” ไอริณทำหน้าราวกับภูมิอกภูมิใจนักหนากับการเป็นเด็กเสี่ย ต่างจากชายหนุ่มที่ทำหน้าเหนื่อยหน่ายใจ “อยากเป็นเด็กเสี่ยจริง ๆ เหรอ” “แล้วคิดว่าหนูเป็นเด็กเสี่ยจริง ๆ เหรอ” หญิงสาวถามกลับอย่างอยากรู้บ้าง พอมองเขาใกล้ ๆ แล้วช่างมีเสน่ห์เหลือเกินคนอะไร ยิ่งทำหน้าโหดเธอก็ยิ่งหลงเสน่ห์เขาเข้าไปอีก “ของแบบนี่มันต้องลองกันหน่อย” ชายหนุ่มพูดขึ้นราวกับเป็นคนละคน น้ำเสียงของเขาเหมือนหนุ่มหื่นที่เคยมาขายขนมจีบให้เธอบ่อย ๆ แววตามีประกายเจ้าเล่ห์ปนหื่นกาม “แล้วอยากลงไหมล่ะคะ” ไอริณถามอย่างยั่ว ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับอะไรอยู่ ปกติเธอก็มักบริหารของเธอเป็นประจำแต่กลับผู้ชายตรงหน้านี้เธอรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก “อายุเท่าไหร่แล้วเรา ถึงต้องมาเป็นเด็กเสี่ยเนี่ยหึ” ภูชิตถามอย่างจริงจัง เขาไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่อายุยังไม่ถึงสิบแปด ทว่าเสี้ยวหน้าบางส่วนของหญิงสาวกลับทำให้เขานึกถึงเด็กดื้อบางคนที่ทั้งขี้อ้อนขี้อ่อยไม่แพ้เธอเลย กลิ่นตัวอ่อน ๆ ของเธอเด็กสาวทำให้เขากระวนกระวายอยากสัมผัสเรือนร่างของเธอให้มากกว่านี้ “หนูอายุเลยสิบแปดมานานแล้วนะ ตอนนี้จะยี่สิบแล้ว” เด็กสาวบอกก่อนจะแก้มป่อง ๆ เมื่อชายหนุ่มทำท่าทางไม่เชื่อเธอ “เชื่อได้อย่างนั้นเหรอ” “เชื่อได้นะ หนูนะอะไร ๆ ก็พร้อมหมดแล้ว หนูอยากจะมีสามีแล้วนะ” ตอนนี้เขาคิดเข้าข้างตัวเองว่าเด็กสาวคงเมาแล้วพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่เขากลับไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวเธอเลยสักนิด “เบื่อเด็กแก่แดด” ภูชิตพูดออกตรง ๆ พลางมองหญิงสาวที่นั่งบนตักด้วยสายตายากจะคาดเดา “อือ ลองจูบหนูดูสิ แล้วจะรู้ว่าหนูไม่เด็กแล้ว” ไอริณบอกพร้อมเผยอริมฝีปากเล็กน้อย อย่างยั่วเล็กน้อย พร้อม ๆ กับลูบลำแขนแกร่งของชายหนุ่ม “อ่า...เด็กบ้า ถ้าไม่อยากตายคาอกฉันก็คอยดู” ชายหนุ่มครางเสียงแหบพร่า เขาควบคุมตัวเองไม่ไหว “อือ หนูขอโทรไปบอกลุงบุญมีก่อนนะคะ” เมื่ออยากจะเล่นกับไฟแล้วก็ต้องเล่นให้ถึงที่สุดนะไอริณ เขาทั้งหล่อทั้งถูกใจเธอแบบนี้ ภูชิตไม่ว่าอะไรขยับตัวให้หญิงสาวคุยโทรศัพท์อย่างสบายใจ ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะเป็นเสี่ยเลี้ยงของหญิงสาวเพียงคนเดียว “เสร็จแล้วค่ะ” ไอริณหันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม พลางเกาะแขนเขาเอาไว้แน่น จากนั้นสายตาคมกริบก็จ้องมองหญิงสาวไม่วางตา สาวน้อย ไอริณไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากแกล้งดื่มน้ำเมาตรงหน้า พอดื่มได้เล็กน้อยแก้มสาวก็แดงซ่านขึ้นมาทันที ชายหนุ่มโอบเอวบางไว้ไม่ห่าง เมื่อมีสายตาหนุ่มมองเธอตาเป็นมัน“พอดีคุณพ่อเขาหัดให้ลูกกินอาหารเอง” ไอริณตอบผู้เป็นแม่ พร้อมบุ้ยปาก “เก่งจังเลยนะภูชิตเนี่ย เลี้ยงลูกเอง” ดาริณชมลูกเขยเล่นเอาสามีตัวโตมองลูกเขยตาขวาง “ที่รักจะชมมันทำไม” “อ้าว...ก็เขาเก่งจริง ช่วยยัยไอริณเลี้ยงลูก.” ดาริณส่ายหน้ากับคุณตาขี้หวงหลานชาย “พี่ก็เคยช่วยหนูเลี้ยงไอริณเถอะ..” ทิเบตเคยยอมซะที่ไหน “ค่า คนเก่ง ไม่งอนนะคะ ทานข้าวเถอะ” ดาริณยอมใจ ส่วนไอริณก็ไม่ลืมเช็ดปากให้ลูกชายหัวเราะ ดูยังไงก็เป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่นแม้จะดูความสัมพันธ์ระหว่างพ่อตากับลูกเขย ลมพัดใบไม้เย็น ๆ บรรยากาศค่ำคืนยามเย็น เจ้าภูผาอ้วนกินข้าวอิ่มก็เล่นกับคุณตา ส่วนภูชินก็เดินออกมาตามภรรยาที่ชอบมานั่งตากลมข้างนอก คนตัวใหญ่สวมกอดร่างอรชรจากทางด้านหลัง หอมแก้มนุ่มแรง ๆ “คิดถึงใครอยู่ครับ” ภูชิตกระซิบข้างหู “คิดถึงใครได้ล่ะ หนูคิดถึงป๊าคนเดียว” ไอริณหัวเราะคิกคัก เอี้ยวตัวมาจับปลายจมูกโด่ง ๆ ของสามีตัวโต “แล้วมาทำอะไรตรงนี้ละครับ” “ก็คิดอะไรเพลิน ๆ ไงค
“ครับผมคุณพ่อตา” “เดี๋ยวเถอะ...” ไอริณสุดจะทนกับพ่อตัวเองและสามีที่เจอกันทีไรแยกเขี้ยวใส่กันทุกที ส่วนตัวเองก็เข้าครัวไปทำอาหารกับผู้เป็นแม่ ปล่อยให้สองเฒ่าเลี้ยงลูกกันอยู่แบบนั้น “อะ พะ มำ มำ” เสียงของเด็กน้อยวัยหกเดือนพูดขึ้นอ้อแอ้มือน้อยยังอยู่ในปาก “อุ้ย เรียกตาเหรอครับภูผา” ทิเบตตาวาว ทำราวกับว่าตัวเองเข้าใจ คนเป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจใส่ เท่านั้นล่ะทิเบตเหลียวมองลูกเขยตาขวาง “เรียกผมต่างหากล่ะครับ” “อะ อ่า มำ มำ” เจ้าหนูน้อยตัวอ้วนส่งเสียงอ้อแอ้อีกครั้ง ตากลมป๊อกของมองตาปริบ ๆ หันมองพ่อแล้วหัวเราะ “หิวเหรอครับ / หิวเหรอครับ” ทั้งพ่อตาและลูกเขยถามเด็กน้อยพร้อมกัน “ทำไมแกต้องพูดเหมือนฉัน” “แล้วทำไมพี่ต้องพูดเหมือนผม” คนอย่างภูชิตเคยยอมพ่อตาซะที่ไหน เจ้าภูผามันเรียกเขาต่างหาก แล้วทำแบบนี้ลูกชายของเขาเขารู้ดี ว่าเจ้าภูผากำลังหิว.... “หึ...มามะ หลานตา” ทิเบตไม่ยอมให้ไอ้ภูชิตอุ้มหรอก เจ้าภูผาดูสนุกกับการอุ้มของเข
ร่างเล็กซวยซบลงบนอกแกร่ง เสียงหายใจหอบระทวยดังขึ้นเป็นระยะด้วยความเหนื่อยอ่อน “ตอนเย็นอีกมั้ย” คนหื่นมิวายเอ่ยชวน แค่สองรอบมันยังไม่คุ้มสำหรับการตั้งหน้าตั้งตารอหรอกนะ “ก็ได้ ถ้าลูกหลับแล้วนะ” ไอริณไม่ค้านสามีตัวเอง ในเมื่อเธอก็มีความต้องการเช่นกันไม่จำเป็นเลยที่ต้องปิดบังความต้องการของตัวเอง “งั้นนอนพักก่อนนะครับ” ภูชิตหอมศีรษะชื้นเหงื่อของภรรยา ฝ่ามือลูบผมนุ่มด้วยความถนอม “ค่ะ หนูรักป๊านะคะ” สาวน้อยพึมพำแต่เปลือยตาแทบจะปิดแล้ว “ป๊าก็รักหนูครับ” ภูชิตหัวเราะถูกใจในลำคอ เขาขอนอนกอดภรรยาอีกสักพัก อยู่ตรงนี้เพื่อชาร์จพลังแล้วไปเลี้ยงเจ้าอ้วนแสนดื้อ “มาแล้วครับ..........หลานตา เจ้าอ้วน” เสียงของคุณตาผู้แสนใจดีทำเอาสองสามีภรรยารีบลุกจากเตียงทันที เพราะเสียงของพี่ทิเบตดังมาตั้งแต่โรงจอดรถ พอลุกขึ้นมาในสภาพยุ่งเหยิง ไอริณและภูชิตสบตาก่อนจะพากันขำ เพราะเผลอหลับเพลินจนลืมไปว่าลูกน้อยนอนอยู่ข้างนอก แล้วเมื่อกี้คนหูดีอย่างภูชิตได้ยินเสียงเจ้าภูผาตื่นแล้ว ถ้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยออกไปพี่
ตั่บ ตั่บ ตั่บ ภูชิตรั้งขาสวยขึ้นมาพาดบ่าเอาไว้ ใบหน้าซุกสูดกลิ่นกายจากปลีน่องสวย แต่ก็ยังเคลื่อนไหวสะโพกเข้าหาแรง ๆ จนคนที่นอนใต้ร่างสั่นคลอนไปด้วยความเสียวสยิว สายตากลมโตนัยน์ตาฉ่ำหวานมองเรือนร่างแกร่ง ๆ ของสามีด้วยความปรารถนา ภูชิตก็ยิ่งกระหน่ำสะโพกเข้าใส่อย่างแรง ยิ่งกระแทกก็ยิ่งเสียว ความเสียวสยิวแพร่ซ่านเข้าไปในร่างกายทำให้ชายหนุ่มต้องเร่งจังหวะแรง ๆ ไม่นานน้ำอุ่น ๆ ฉีดพ่นเข้าใส่เรือนร่างของสาวน้อย ไอริณปรือตาขึ้นมองชายหนุ่มที่เสร็จเร็วกว่าครั้งไหน สาวน้อยโอบลำคอแกร่งของสามีเอาไว้ ส่วนเขาก็หอมแก้มนุ่ม ๆ ของเมีย “ฮะ ฮ่า ๆ ๆ ไม่เอาหนวด ทำไมวันนี้ป๊าเสร็จเร็วจัง” ไอริณถามสามีพร้อมเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ทั้งที่ตรงนั้นของทั้งสองยังเชื่อมติดกันอยู่แบบนั้น “เสียวไม่ได้เอานาน เสียวมากเลย เจ้าภูผายังไม่ตื่น ป๊ายังมีเวลาแก้ตัวอีกรอบ” คนหื่นพูดขึ้นอย่างไม่แยแสก่อนจะจับร่างเล็กพลิกตัวขึ้นมาควบขี่ร่างกายแสนใหญ่โต ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้ทันสามีตัวโตของเธอด้วยการขย่มสะโพกผายกลมกลึงใส่ท่อนเอ็นที่แข็ง
“ป๊า...หนวด” “หนูจ๋า....” “ไม่เอาหนวด...” คนหื่นโดนเมียไม่ยอมให้หอมเพราะหนวด แต่คนหื่นก็ไม่มีอาการนอยด์แต่อย่างใด มือหนาจับขาทั้งสองของไอริณแยกออกจากกัน เปิดเผยความงามของกุหลาบงามกลางกายที่เขาโหยหามาตลอดหลายเดือน คนหล่อไม่รอช้าเขาโหยหิวไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่ต้องการดื่มน้ำหวานจากเรือนร่างอันยั่วยวนของเมียรัก.... “อะ” ไอริณหลุดเสียงครางออกมาอย่างที่ห้ามไม่ได้เช่นกัน จนต้องยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ “เสียวเหลือครับ” ภูชิตหัวเราะพอใจในลำคอ เหลือบตาคู่สวยขึ้นมองสาวน้อยร้อนรักที่นอนตัวแดง....มือของหญิงสาวสอดแทรกเข้ามาขยุ้มผมดำของสามีตัวร้ายด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งเข้ามาในร่างกายที่ปลายลิ้นตวัดเป็นเชิงหยอกล้อกับจุดศูนย์กลางความเสียวแล้ว สาวน้อยก็ยิ่งดิ้นพล่าน...... “อ๊า....ป๊าขา” “.....” คนหื่นยังใจเย็นไม่ยอมทำอะไรนอกจากตวัดลิ้นแสนร้ายกาจของเขาเลียเร็วรัว จนคนตัวเล็กเริ่มเกร็งสะโพกด้วยความเสียวจนมวนหน้าท้อง ไอริณได้แต่เม้มปากเอาไว้ “ป๊าเร็ว..”
ช่วงบ่ายแก่ ๆ เป็นช่วงที่นอนภูพาชอบนอนยาว เรียกได้ว่าหลับลึกเชียวล่ะ การหลับลึกมันก็ดีแบบนี้แหละ พ่อจะได้มีเวลาอยู่กับแม่บ้าง ตั้งแต่มีลูกภูชิตทำตัวเป็นพ่อดีเด่นขนาดไหน ทุกคนรู้ทุกคนเห็น....งานสบาย ๆ อย่างเล่นกับลูกน้อยก็เลยเป็นของไอริณ น้องภูผาหลับพร้อมกับกอดตุ๊กตาตัวใหญ่เอาไว้ ทำเอาคนเป็นพ่อกู่ร้องในใจ พัฒนาของเด็กน้อยเนี่ยช่างอัศจรรย์เหลือเกิน เมื่อวานยังเห็นไม่ชอบอยู่เลย วันนี้กลับกอดเสียแน่นเลย ภูชิตหอมแก้มป่อง ๆ ของเจ้าอ้วนภูผาที่มีหน้าที่แค่กินกับนอน ถึงได้อ้วนขนาดนี้ “หลับให้สบายนะครับ ลูกพ่อ เดี๋ยวพ่อขอไปหาแม่ก่อน อย่าตื่นมานะครับ ไม่งั้นพ่อไม่หาน้องให้นะครับ” ภูชิตดูท่าจะเห่อลูกจริง ๆ ถึงขั้นมานั่งคุยกับลูกเวลาหลับ ดวงตาคมกริบมองไปที่ภรรยาที่นอนอยู่ด้านนอก อ่านหนังสือคู่มือแม่และเด็กที่เขาอ่านไปแล้วร้อยรอบ เสร็จโจร! ไวเท่าความคิดของเขา ภูชิตก้าวขายาว ๆ ไปที่ด้านนอกที่มีเมียคนสวยนอนอยู่ ได้โอกาสงาม ๆ แบบนี้เขาก็ทำการอุ้มร่างเล็กที่กำลังหลับใหลขึ้นมาในท่าเจ้าสาว แขนแข็งแกร่งโอบลำขาส







