LOGINสหชาติไม่ได้หลบหนีไปไหน ในความเป็นจริงแล้วพอรถชนกันศีรษะเขาก็ได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง เขาเห็นอนัญญาเดินมาทางเขา เขาหวาดกลัวแล้วปัดมือเธอออกไปให้พ้นตัวแล้วเดินไปตามถนนเรื่อยๆ
เขาหมดสติแล้วกลิ้งหล่นไปริมถนน กว่าจะมีคนพบเห็นก็เป็นเวลาเช้าแล้วและนำตัวส่งโรงพยาบาล
สหชาติจำอะไรไม่ได้ เขาไม่มีอะไรติดตัวมายืนยันตัวตนของเขา หมอวิเคราะห์อาการของเขาพบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนและความจำเสื่อมชั่วคราว มีโอกาสที่ความจำจะกลับคืนมาภายในเวลาสั้นๆ
ในตอนนั้นพลเมืองดีที่เจอเขาจึงต้องรับผิดชอบดูแลเขาและตั้งชื่อเขาว่า ‘หลง’
สหชาติตอนนี้กลายเป็นลูกจ้างของร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาทำหน้าที่ล้างจานอยู่หลังร้านแลกกับที่พักและอาหารมาเป็นเวลาสองปีแล้วแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าความจำของเขาจะกลับคืนมา
“พี่หลง ขับรถเอาข้าวกล่องไปส่งลูกค้าที”
เขารีบเช็ดมือแล้วเดินไปตามเสียงเรียกของลูกสาวเจ้าของร้าน พ่อของเธอเป็นพลเมืองดีที่ส่งเขาไปโรงพยาบาลและรับดูแลเขาในช่วงที่ความจำเสื่อมนี้
“ไปส่งที่ไหน”
“บ้านหลังใหญ่ท้ายซอย ขับรถระวังๆ นะพี่ ยิ่งไม่มีใบขับขี่อยู่” เธอบอกเขาอย่างห่วงใย
สหชาติเองก็รู้ว่าเธอนั้นมีใจให้เขา แต่เขาไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะเธอเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณ อีกทั้งจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ตอนนี้กลายเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า คงไม่เหมาะที่จะรักใครในตอนนี้
เขารับถุงข้าวกล่องนั้นมาแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปส่งอาหาร ขากลับขณะที่เขากำลังกลับมาที่ร้านก็เจออุบัติเหตุรถชนกันต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
สหชาติฝืนขับรถจนมาถึงร้าน พอขาเหยียบพื้นร้านเขาก็ทรงตัวไม่อยู่ อาการปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภาพความทรงจำหลายๆ อย่างหลั่งไหลเข้ามาในคราเดียว แล้วในที่สุดเขาก็หมดสติลงไปในทันที
เขาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล มองหน้าปรายฟ้าลูกสาวของผู้มีพระคุณแล้วเขาก็นิ่งไปสักพัก ก่อนจะขอยืมโทรศัพท์จากเธอ
“พี่หลงจะโทรไปไหน”
“แฟนพี่ พี่จะโทรหาแฟนพี่” คำตอบของสหชาติทำเอาปรายฟ้าใจหาย สายตาของเขาตอนนี้นั้นดูเปลี่ยนไป ไม่ใช่หลงคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก
“ความทรงจำของพี่..กลับมาแล้วใช่ไหม” เธอถามเขาเสียงเบาด้วยความใจหาย
“ใช่” คำตอบของเขาไม่รู้ว่าเธอควรจะยินดีกับเขาหรือว่าเสียใจกับตัวเองดี
**********************
เสียงโทรศัพท์มือถือของอนัญญาดังขึ้น เธอดูเบอร์โทรแปลกๆ ที่โทรเข้ามา โดยมีกวาง สาวรับใช้ที่อายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีนั่งฟังอยู่ด้วย เธอรู้ว่ามันคงเป็นคำสั่งของศิวัชที่ให้กวางติดตามเธอทุกฝีก้าว
“สวัสดีค่ะ”
“แอน ผมเองนะ คุณเป็นยังไงบ้าง”
เสียงคุ้นเคยของคนรักทำให้อนัญญาร้องไห้ออกมา เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธอดีใจที่เขาติดต่อมา หรือว่าโกรธเขาที่ทิ้งเธอไว้ให้เผชิญปัญหาเพียงลำพังตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
“ยังจำเบอร์ฉันได้เหรอ” เธอร้องไห้ออกมาอย่างอดไม่ไหว
“แอน คุณอยู่ไหน ผมจะไปหาคุณตอนนี้”
“คุณจะรู้ไปทำไม สองปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยติดต่อฉันมาอยู่แล้ว ฉันต้องเจอกับอะไรบ้างคุณรู้หรือเปล่า” อนัญญาตัดสายเขาไป เธอเอามือกุมหน้าร้องไห้จนตัวโยน
ในตอนนั้นกวางแอบไปโทรศัพท์หาเจ้านายของตนเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่นานนักศิวัชก็กลับมาที่ไร่ ใบหน้าคมคายที่ปกติดูจริงจังและดุดันอยู่แล้ว ตอนนี้เขาดูน่ากลัวมาก
“มันติดต่อคุณมาใช่ไหม” เขาตะคอกถามเธอสุดเสียง
“ค่ะ” เธอยอมรับตามตรง
“เอาเบอร์มันมา”เจ้าของนัยน์ตาสีดำคมเข้มบอกด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้
เขาโทรกลับไปตามเบอร์ที่เธอให้เขามาแต่ก็ไม่มีคนรับสาย เพราะตอนนั้นปรายฟ้ากำลังติดต่อขอหลักฐานทั้งหมดของสหภาพตั้งแต่ที่พ่อของเธอพาเขามารักษาในฐานะคนไข้นิรนามอยู่จึงไม่สะดวกรับสาย
ศิวัชโกรธจนตัวสั่น เขาจับต้นแขนเธอแล้วบีบมันสุดแรง ในขณะที่เธอนั้นก็กำลังรู้สึกสับสนเรื่องของสหชาติอยู่ จึงได้แต่ยืนร้องไห้ให้เขาบีบเนื้อแขนอยู่อย่างนั้น
“ถ้ามันโทรมาอีก ถามว่ามันอยู่ที่ไหน ฉันจะไปลากคอมันมา เอาเลือดมันไปเซ่นหลุมศพพ่อแม่ฉัน” เขาตะโกนใส่หน้าเธอแล้วผลักเธอลงกับโซฟา ไม่ได้ลากเธอขึ้นไประบายอารมณ์บนห้องอย่างทุกครั้ง
กวางนั่งก้มหน้านิ่ง รู้สึกผิดที่โทรบอกศิวัช ไม่คิดว่าเขาจะรุนแรงกับอนัญญาขนาดนี้
**********************
สหชาตินำหลักฐานที่มีแล้วให้ปรายฟ้าพาเขากลับบ้านที่อยู่อำเภอที่ติดกัน พอเขากลับไปที่บ้านพ่อแม่ของเขาก็โอบกอดเขาเอาไว้ด้วยความคิดถึง โดยมีปรายฟ้ามองภาพตรงหน้าด้วยความตื้นตันใจ
เขาก้มลงกราบเท้าพ่อแม่ก่อนที่จะเข้าไปในบ้านเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
“หลังจากเกิดเรื่อง พ่อกับแม่ก็เอาที่ดินไปจำนอง เพื่อเอาเงินไปชดใช้ค่าเสียหายให้เขา ถึงมันจะเป็นจำนวนที่น้อยสำหรับเขา แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เรื่องชนแล้วหนี ยังเป็นคดีอยู่ จริงๆ ลูกไม่ต้องหนีเลยก็ได้ รถเรามีประกัน ถ้าลูกอยู่ตอนนั้นประกันก็คงจ่ายให้ทุกอย่าง” มารดาของเขาทั้งบ่นว่าบ่นคิดถึงเขาในที
“ลูกกลับมาได้ก็ดีแล้ว ว่าแต่ไปไหนมา บอกพ่อได้ไหม” ผู้เป็นพ่อถามลูกชาย
สหชาติเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟัง หลังจากฟังเรื่องราวนี้จบลง พ่อกับแม่ของเขาก็ถอนหายใจออกมา
“หนูแอนมาดูแลพ่อแม่ทุกเดือน มีช่วงหลายเดือนมานี้แหละที่เธอไม่ได้มา และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ พ่อแม่หนูแอนบอกว่าลูกสาวเขาแต่งงานกับเศรษฐีไร่ส้ม ตอนได้ยินทีแรกแม่ก็ตกใจนะ แต่ไม่ได้บอกบ้านนั้นว่าคนที่แอนแต่งงานด้วยคือลูกชายของคู่กรณีที่ลูกชนพ่อแม่เขาตาย” มารดาของเขาเล่าเรื่องราวของอนัญญาให้แก่เขาได้รับรู้
“มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ที่อยู่ๆ เขาจะแต่งงานกับแอน” สหชาติพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเจ็บปวดใจ เมื่อรู้ว่าคนรักแต่งงานกับคู่กรณี
ปรายฟ้านั่งมองเขาด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะเจ็บปวดที่รู้ว่าเขามีคนรักแล้วก็ตาม
“ใช่ บ้านนั้นบอกว่างานแต่งงานแค่ผูกแขนรับขวัญ วางสินสอดห้าแสน แล้วก็พาแอนไปเลย แปลกไหมเล่า” มารดาของเขาเล่าต่อ
“ผมจะไปมอบตัว สู้คดี” สหชาติพูดขึ้นมา มือเขากำหมัดแน่น พยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญเพื่อให้ตัวเองใจเย็นแต่ก็ไม่เป็นผล ในใจมันรู้ดีว่าอีกฝ่ายทำไปเพื่อแก้แค้นเขาเท่านั้น
“ค่ะ แต่ว่าก่อนอื่น เราต้องรวบรวมหลักฐานให้ครบก่อน ตอนนี้ฟ้ามีใบรับรองแพทย์ที่ระบุเวลาการเข้ารับการรักษาของพี่ เราต้องหาพยานแวดล้อมอีกหลายคนที่จะช่วยยืนยันว่าพี่ไม่ได้หลบหนีไปไหน อย่างน้อยถ้าเกิดเรื่องราวใหญ่โต ก็จะได้มีเหตุผลในการตอบกลับไปพร้อมกับหลักฐาน” ปรายฟ้าแนะนำเขา
“แล้วแม่หนูนี่ ใครล่ะ” แม่เขาถามขึ้นมาแล้วยิ้มให้ปรายฟ้าอย่างเอ็นดู
“ฟ้ากับพ่อของเธอ ช่วยผมเอาไว้ครับ ถ้าไม่ได้ทั้งคู่ให้ที่พักพิง ผมคงไม่ได้อยู่จนถึงทุกวันนี้”
“แล้วจะเอายังไง กลับมาอยู่บ้านเราเลยไหม”
“ยังก่อนครับ ผมต้องดำเนินการเรื่องคดีความให้จบ แล้วค่อยว่ากันอีกที” เขาตอบบิดาแล้วหันกลับไปมองปรายฟ้า
ช่วงเวลาสองปีที่เขาจำอะไรไม่ได้ ได้รับการดูแลและความห่วงใยจากเธอ มันทำให้เขารักเธอ
แต่ในขณะเดียวกันเมื่อจำเรื่องราวในอดีตได้ หัวใจเขาก็มีผู้หญิงถึงสองคนอยู่ในหัวใจ และเลือกไม่ได้ว่าตนเองจะทำอย่างไร แม้จะทราบข่าวว่าอีกคนแต่งงานไปแล้วก็ตาม
**********************
หลังจากกลับมาจากเที่ยวบนเขาแล้ว อนัญญาและสามีตอนนี้ก็ทำกิจกรรมเข้าจังหวะเพื่อคลายเครียดกันอยู่บ่อยครั้งเธอเลี้ยงดูคีรินร่วมกับมารดาและกวางที่ตอนนี้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงคนโปรดของคีรินไปแล้วคีรินกำลังอยู่ในช่วงพลิกคว่ำ เป็นที่น่าเอ็นดูกับทุกคนรอบตัวเป็นอย่างมาก เพราะก้อนพุงกลมๆ ของเจ้าตัวแสบนั้นเป็นปัญหาของเขา เพราะทุกครั้งที่พลิกคว่ำเวลาที่ทานอิ่มๆ เขาจะพลิกคว่ำได้ยาก และจะทำหน้าตาราวกับว่าโมโหให้กับตัวเองแล้วจะพยายามอยู่อย่างนั้นจนสำเร็จ แล้วพ่นลมหายใจออกมาราวกับโล่งอกที่ตนทำได้“กลับมาคราวนี้ดูหน้าตาสดใสขึ้นมากนะแอน แม่ว่าลูกน่าจะไปเที่ยวบ่อยๆ เพราะว่าแม่ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วยังไงแม่กับกวางก็ช่วยดูคีรินให้ได้”“ไม่ไปแล้วค่ะแม่ เอาไว้รอคีรินโตกว่านี้พี่วัชบอกว่าจะพาเราไปเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวเลย” อนัญญาบอกกับมารดาเสียงใส“มาคราวนี้ถ้าได้น้องสาวมาฝากคีรินก็คงดี” อรชรพูดหยอกเอินลูกสาว เพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงจะอารมณ์ดีมีเหตุผลเพียงไม่กี่อย่าง และยิ่งทั้งสองคนไปเที่ยวสองต่อสองด้วยกันมานานหลายวันขนาดนี้ก็แน่อยู่แล้วว่าลูกสาวนั้นอารมณ์ดีเพราะอะไร“พี่วัชก็อยากมีค่ะ แอนเองก็ต้องตามใจเขา เข
ศิวัชสร้างบ้านให้พ่อแม่ของภรรยาเสร็จภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ทั้งคู่ยังไม่ได้ตัดสินใจขายที่ดินที่ต่างอำเภอแต่ได้ปล่อยให้เช่าแทนเพราะยังเสียดายที่ดินของตัวเองอยู่มากบ้านหลังเล็กๆ ของสองตายายไม่มีอะไรมาก เปิดประตูเข้าไปก็เป็นห้องนั่งเล่นที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ถัดจากห้องนั่งเล่นก็เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีห้องครัวเพราะว่าอย่างไรเสียทั้งสองคนก็ต้องมาทานข้าวที่บ้านของศิวัชอยู่ดี ซึ่งหากอรชรต้องการก็สามารถต่อเติมไปอีกได้แต่เท่านี้ทั้งสองคนก็พอใจแล้ว เพราะหลังเล็กดูแลง่ายกว่าหลังใหญ่ และอยู่ห่างกันแค่ร้อยเมตรอยากไปหาลูกหลานเมื่อไหร่ก็สะดวกในตอนนี้อรชรรับหน้าที่เป็นคุณยายอย่างเต็มตัว ช่วยเลี้ยงดูหลานชายตัวน้อย ส่วนเสนาก็เข้าไปเรียนรู้งานในไร่กับลูกเขย แต่ก็ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์อะไร เรียนรู้งานในตำแหน่งทั่วๆ ไปให้เป็นคนดูแลคนงานในไร่ช่วยหัวหน้าคนงาน เพราะศิวัชไม่อยากให้เขาทำงานหนักมากไปเด็กชายคีรินมีอายุสี่เดือนแล้ว อนัญญารู้สึกมีความสุขมากที่ได้เลี้ยงลูกและเฝ้าดูพัฒนาการของเขาตลอดระยะสี่เดือนมานี้มารดาของเธอนั้นติดหลานมากกว่าหลานติดยายเสียด้วยซ้ำ ส่วนตาและผู้เป็นพ่ออย่าง
ในเช้าวันอาทิตย์ศิวัชยังคงกกกอดภรรยาเอาไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้เธอยังคงหลับในท่านอนหันหลังให้เขากอดอย่างที่เธอชอบ เพราะท้องของเธอเริ่มโตจนไม่สามารถนอนหงายได้อย่างสบายตัว ท่าตะแคงจึงเป็นท่าที่เธอโปรดปรานในตอนนี้ศิวัชวางมือของเขาไว้ที่ท้องของเธอ เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของบางอย่างในท้อง ว่าที่คุณพ่อลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นแล้ววางมือนิ่งไม่ขยับเพื่อรับการทักทายจากเจ้าตัวเล็กที่กำลังเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่เขาสัมผัสอยู่เขาลูบเบาๆ ตรงรอยนูนที่ดันขึ้นมานั้น เจ้าตัวเล็กคงรู้สึกถึงสัมผัสแล้วดันอวัยวะบางอย่างออกมาเหมือนกับว่ากำลังบิดขี้เกียจอยู่ด้านใน นี่เป็นครั้งแรกที่ศิวัชรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของลูกในท้องของภรรยา เขามีความสุขเป็นอย่างมากศิวัชค่อยๆ ขยับตัวออกจากภรรยาแล้ววางศีรษะเธอลงบนหมอน เดินไปยืนที่หน้าต่างมองลงไปแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจเขาเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งมองภรรยาที่หลับใหลอยู่ด้วยความรักที่มีให้อย่างมากล้น ไม่นานนักอนัญญาก็ตื่นขึ้นมา เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วมองสามีที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่ก่อนจะยิ้มออกมา“มองอะไรคะ”“มองเมียของผมไงล่ะ”“แล้วดูแต่งตัวหล่อขนาดนั้น วันนี้จะอ
หลังจากที่ศิวัชผ่าตัดไส้ติ่งและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานถึงสามวันแล้วเขาก็ได้กลับบ้านพร้อมกับภรรยาและลูกในท้องของเธอพอกลับไปถึงเขาก็สั่งให้กวางย้ายของเธอไปที่ห้องพักของเขาในทันที “ย้ายของของแอนไปไว้ที่ห้องฉันด้วย”“ได้ค่ะ” กวางรับคำแล้วรีบไปจัดการ เธอแอบมองป้าน้อยแล้วอมยิ้มให้กันหน่อยๆ ก่อนที่จะเดินผ่านไป“จะให้ปิดตายห้องนั้นไปเลยไหมคะคุณวัช”“ผมว่าก็ดีนะครับ เผื่อเมียงอนจะได้ไม่มีที่ไป นอนให้ผมง้ออยู่ในห้อง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มในรอบสองเดือนตั้งแต่เกิดเรื่องในครั้งนั้น“ก็ถ้าสามีไม่ทำอะไรให้ไม่พอใจแอนก็ไม่งอนหรอกค่ะป้าน้อย แอนไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น”“คุณวัชเห็นคุณแอนใจแข็งขนาดนี้ ป้าว่าคงไม่กล้าทำเรื่องอะไรให้คุณแอนไม่พอใจอีกแล้วล่ะค่ะ”“ป้าน้อย นี่ผมเอง” ศิวัชบอกแล้วยิ้มให้ภรรยาที่ตอนนี้เธอเอาชนะใจคนของเขา ดึงไปอยู่ฝั่งเธอหมดแล้ว“ป้าน้อยเธอรู้ค่ะว่าใครเป็นเจ้าของไร่ อย่าลืมนะคะว่าพี่วัชไม่เหลืออะไรเลย แอนจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด” เธอพูดหยอกเย้าสามีแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ“จะว่าไป พี่มีเรื่องจะสารภาพอีกเรื่องหนึ่งที่พี่ยังไม่เคยบอกแอนมาก่อน” ศิวัชพูดเมื่อนึกไ
ในตอนนี้จิตใจของอนัญญาอยู่ไม่เป็นสุขเพราะศิวัชดูท่าทางไม่สบายตัวมาสองวันแล้วแต่เขาก็ยังฝืนไปทำงานตามปกติทำให้เธออดห่วงเขาไม่ได้ แต่ก็ปากหนักไม่ยอมบอกให้เขาพักเธอนั่งดูรายการโทรทัศน์ไปคิดห่วงสามีไป ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะได้พักหรือยัง จะอยู่ที่ไร่หรือกลับมาที่สำนักงานแล้ว เธอก็เอาแต่พะวงถึงเขา“วันนี้จะออกไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยกันไหมคะ” กวางเดินเข้ามาถามนายหญิงของบ้าน ที่ช่วงหลังชอบทานผลไม้ชนิดนี้มาก และจะชวนกันไปเก็บอยู่บ่อยครั้ง“อืม ไปสิ” อนัญญาเธออยากไปดูว่าสามีเป็นอย่างไรบ้าง และคิดจะใช้เรื่องนี้เป้นข้ออ้าง จึงรับปากสาวใช้วัยแก่กว่าแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนหน้ามืดแล้วทิ้งตัวนั่งลงไปที่เดิมกวางเห็นดังนั้นก็อดห่วงไม่ได้ “คุณแอนพักก่อนเถอะค่ะ พี่ไปเก็บมาให้ดีกว่า”“ฉันคงลุกไวไป เดี๋ยวนั่งพักครู่หนึ่งเราค่อยไปกันก็ได้” อนัญญาอยากจะออกไปดูว่าศิวัชจะยังไหวหรือเปล่า“อย่าไปเลยค่ะ แดดแรงแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไป” กวางบอกด้วยความห่วงใย เธอแอบสงสัยแล้วว่าที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นบางทีนายหญิงยังไม่แท้งลูกก็ได้อาการกินเก่ง กินจุกจิกทั้งวัน ชอบทานผลไม้รสเปรี้ยว ร่างที่อวบอ้วนมีน้ำมี
หนึ่งเดือนแล้วที่อนัญญากลับมาอยู่ที่บ้านของสามี ตอนนี้ท้องของเธอนูนขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เด่นชัดพอให้คนรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่คนในบ้านเข้าใจว่าเธอกินเก่งขึ้นเท่านั้น เพราะกวางกับป้าน้อยนั้นน่าจะเข้าใจว่าเธอแท้งลูกเหมือนกับที่ศิวัชเข้าใจ จึงไม่มีใครถามถึงเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอ และอนัญญาก็ไม่ได้พูดถึงเช่นกันเธออาบน้ำแต่งตัวแล้วทานอาหารเช้าโดยมีกระเป๋าสะพายวางอยู่ข้างตัวทำให้ศิวัชสนใจว่าภรรยาจะไปไหน “จะออกไปไหนแอน ให้พี่ไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชาติจะมารับฉัน”“ทำไมต้องไปลำบากคนอื่นล่ะ ให้พี่พาไปก็ได้ถ้าแอนมีธุระอะไร สามีอย่างพี่ก็ว่างเสมอ”“ไม่มีธุระอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่อยากจะเข้าไปพูดคุยกับฟ้าเท่านั้น อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ” เธอบอกเขาเสียงเรียบแล้วทานอาหารต่อไป“พี่เห็นแอนเจริญอาหารพี่ก็ดีใจนะ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยให้เธออารมณ์ดี“ถ้าคุณจะตำหนิว่าฉันอ้วนขึ้นก็พูดมาตรงๆ นะคะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดอวยฉันแบบนี้” เธอหันไปพูดด้วยความไม่พอใจ รู้ตัวดีว่าตนอวบอ้วนในช่วงนี้“พี่ไม่ได้ว่าแอนอ้วนขึ้นนะ พี่แค่บอกว่าพี่เห็นแอนมีความสุขกับการกินพี่ก็รู้สึกมีความสุข







