พันธนาการยอดรัก

พันธนาการยอดรัก

last updateLast Updated : 2026-01-22
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
44Chapters
209views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“คิดจะเอาเงินสกปรกปิดความผิดของตัวเอง มันไม่มีทางสำเร็จหรอกนะ เพราะฉันนี่แหละที่จะไปยื่นหลักฐานกับดีเอสไอ ฟ้องว่านายทำชั่วอะไรไว้บ้าง” เวลัญจ์กำมือเล็กๆ เข้าหากันแน่น และเตรียมจะขยับไปยังเป้าหมายนั่นก็คือ...ประตู “งั้นผมก็คงปล่อยคุณไปไหนไม่ได้ตอนนี้ อยู่นอนกับเจ้าพ่ออ่างอย่างผมสักอาทิตย์แล้วค่อยกลับไปเต้นแร้งเต้นกาต่อดีไหม...หึหึ” ชายหนุ่มแกล้งแลบลิ้นออกมาเลียรอบริมฝีปากจนมันวาว ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับขนลุกซู่สุดสะท้านไปหมด “ฝันไปเถอะ เพราะคนชั่วอย่างนายไม่มีสิทธิ์ลอยนวล” พูดจบเวลัญจ์ก็ตัดสินใจวิ่งตรงไปที่ประตู แต่ขาเล็กๆ ขยับได้เพียงสองสามก้าวก็ถูกมือหนาแกร่งคว้าหมับที่ไหล่กลมกลึงไว้ได้ หล่อนออกแรงสะบัดด้วยความตกใจ พลางรีบหันมาเตรียมทำท่าจะตบเขา “อ๊ะ...อ๊ะ..อย่าเชียวนะ ถ้าคุณตบมา! ผมก็จะจูบกลับ!” ชายหนุ่มขยิบตาให้และทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ “ไอ้...” เวลัญจ์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นจนทรวงอกพองขยาย “ฉันไม่กลัวหรอก อย่ามาใช้ลูกไม้ไก่กาแบบนี้กับฉัน”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีกาล ขาเรียวขาวของอิสตรีนางหนึ่งค่อยๆ เดินย่ำไปตามพื้นหญ้าหนานุ่ม มุ่งหน้าสู่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน ใบหน้าของเจ้าหล่อนถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีบางๆ ขณะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เสมือนว่าจุดหมายปลายทางเบื้องหน้านั้นเป็นดั่งสวรรค์ที่กำลังรออยู่ก็ไม่ปาน ความเร่งรีบบวกกับความเผลอเรอที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามมาห่างๆ และเฝ้ามองทุกย่างก้าวอย่างปวดร้าวสุดจะบรรยาย

“คุณณรงค์ นี่เกศเองนะคะ” เสียงหวานๆ เอ่ยเรียกเจ้าของบ้านเบาๆ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตูก็เปิดออกคล้ายกับกำลังรอการมาหาของหล่อนอยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมมาช้าจังเลยเกศ...” ณรงค์ดึงเกศนีย์เข้าไปข้างในบ้าน และทันทีที่ประตูปิดลง ร่างหนาก็รวบร่างอวบอิ่มเข้ามากอดจูบอย่างเร่าร้อนราวกับว่าตัวเองห่างหายเรื่องบนเตียงมาแสนนาน ทั้งๆ ที่ทั้งสองนั้นลักลอบพบกันแทบจะทุกคืน

“อูย…อ๊า...แบบนี้สิเกศถึงรักคุณมากกว่าสามีที่จืดชืดอย่างคุณวสันต์” เกศนีย์ลูบไล้ฝ่ามือบางไปตามแผงอกของชายวัยห้าสิบปีแต่ไม่ได้แก่ตามอายุด้วยความหลงใหระคนเชื้อเชิญ

ภาพเงาของสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียกันชนิดถึงพริกถึงขิง ทำให้คนที่แอบเฝ้ามองอยู่ด้านนอกเจ็บปวดไม่ต่างจากถูกเข็มนับหมื่นๆ เล่มทิ่มแทงลงกลางเนื้อใจ ไม่นานร่างก็ค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้า มือกุมเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายแน่น

“แกสองคนทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง...” วสันต์พึมพำ ใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำเพราะรู้สึกจุกแน่นในอกขึ้นเรื่อยๆ

“นายครับ นายเป็นอะไร???” เดชซึ่งเป็นคนรับใช้เก่าแก่ผู้จงรักภักดีรีบปรี่เข้ามาพยุงร่างที่เริ่มอ่อนแรงให้ลุกขึ้นยืน แล้วเหลือบมองเงาลางๆ ที่ปรากฎบนผ้าม่านแวบหนึ่ง

“พวกมันสองคนทรยศฉันเดช มันทรยศฉัน...” วสันต์จ้องมองภาพของภรรยากำลังระเริงสวาทกับเพื่อนรัก ที่คบกันมาหลายสิบปีและสร้างธุรกิจสถานบันเทิงมาด้วยกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ

“ผมว่าเรากลับกันก่อนเถอะครับนาย” พูดจบเดชก็ประคองเจ้านายกลับไปยังตึกใหญ่ แล้วเอายาประจำมาให้ทาน วสันต์นอนมองเพดานด้วยดวงตาเหม่อลอย

“ถ้าฉันเป็นอะไรไป อย่าทิ้งยัยลัญจ์ไปไหนเด็ดขาดนะเดช อยู่ดูแลแทนฉันด้วย...” วสันต์มองลูกน้องที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง เดชเห็นความเจ็บปวดของคนเป็นนาย บ่าวอย่างเขาก็อดสงสารไม่ได้ เรื่องที่เกศนีย์กับณรงค์ลักลอบเป็นชู้กัน ทุกคนในบ้านต่างรู้ดี แต่ไม่มีใครกล้าบอก เพราะถูกขู่ไว้ว่าถ้าปากโป้งเมื่อไหร่จะโดนไล่ออกทันที

“นายพูดอะไรแบบนั้น อีกสองเดือนคุณหนูลัญจ์ก็จะกลับมาช่วยงานแล้วนะครับ นายต้องอยู่สอนงานให้คุณหนูสิครับ” เดชจับมือเจ้านายพร้อมกับบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ถ้ายัยลัญจ์มีปัญหาเรื่องงาน หรือสานต่อธุรกิจไม่ได้ ขายเมกาให้คุณชยุตม์นะ เขาจะดูแลเมกาและทุกคนเป็นอย่างดี” วสันต์พูดราวกับสั่งเสียจนคนฟังใจไม่ดี

“นายรู้มาตลอดใช่ไหมครับว่าคุณณรงค์กับคุณเกศนีย์...เอ่อ…” เดชหยุดพูดเพราะกลัวคำพูดดังกล่าวจะทำให้เจ้านายสะเทือนใจ วสันต์หลับตาเพื่อกล้ำกลืนความเจ็บปวดลงไปในอก

“ใช่...ฉันรู้มาตลอด พวกมันไม่ใช่แค่คบกัน แต่ยังยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีกด้วย ฉันเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ในโทรศัพท์หมดแล้ว ถ้าพวกมันไม่ยอมออกไปจากที่นี่ ให้นำหลักฐานทั้งหมดเล่นงานได้เลย” วสันต์บอกอย่างเจ็บแค้น

“คุณหนูจะสู้กับพวกเขาได้เหรอครับ” เดชมองรูปภาพเวลัญจ์ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะหัวเตียง ความตายไม่ใช่ปัญหาของมือปืนรับจ้างอย่างเขา แม้แต่ชีวิต เขาก็ให้ผู้เป็นนายได้ เพราะทุกวันนี้เดชมีชีวิตบนโลกสีขาวได้เพราะวสันต์ช่วยเอาไว้แล้วให้ชีวิตใหม่

“ถ้ามีปัญหาอะไร ให้รีบไปขอความช่วยเหลือจากคุณชยุตม์เลยนะ”

“ได้ครับ ผมจะปกป้องคุณหนูด้วยชีวิตของผม” เดชรับปากแล้วคลี่ผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้ผู้เป็นนาย และตั้งใจจะนอนเป็นเพื่อนเผื่อว่าจะถูกเรียกใช้ตอนกลางดึก

“ไปพักเถอะ ฉันไม่คิดสั้นหรอก” วสันต์บอกพลางยิ้มให้ลูกน้องคนสนิท เดชลังเลอยู่สักพัก หากก็ยอมออกไปแต่โดยดี เมื่อประตูปิดลง คนที่นอนอยู่บนเตียงก็หลับตากล้ำกลืนความปวดแปลบไว้ข้างใน ก่อนจะโทร.หาทนาย

“เตรียมพินัยกรรมไว้ให้พร้อมนะ ฉันจะไปเซ็นต์พรุ่งนี้ แต่ฉันอยากให้ทำไว้สองชุด เนื้อหาเหมือนกันทั้งสองฉบับ” พูดจบวสันต์ก็ตัดสายแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรูปของบุตรสาวขึ้นมาดู “พ่อรักลูกมากนะลัญจ์ พ่อขอโทษที่พางูพิษถึงสองตัวเข้ามาอยู่ในบ้าน จนทำให้ลูกต้องไปอยู่เมืองนอก พ่อขอโทษลูก...พ่อขอโทษจริงๆ” วสันต์ร้องไห้อย่างเสียใจขณะกอดรูปบุตรสาวแนบอกจนกระทั่งผล็อยหลับไปในที่สุด...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
44 Chapters
บทที่ 1
ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรีกาล ขาเรียวขาวของอิสตรีนางหนึ่งค่อยๆ เดินย่ำไปตามพื้นหญ้าหนานุ่ม มุ่งหน้าสู่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน ใบหน้าของเจ้าหล่อนถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีบางๆ ขณะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เสมือนว่าจุดหมายปลายทางเบื้องหน้านั้นเป็นดั่งสวรรค์ที่กำลังรออยู่ก็ไม่ปาน ความเร่งรีบบวกกับความเผลอเรอที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามมาห่างๆ และเฝ้ามองทุกย่างก้าวอย่างปวดร้าวสุดจะบรรยาย“คุณณรงค์ นี่เกศเองนะคะ” เสียงหวานๆ เอ่ยเรียกเจ้าของบ้านเบาๆ ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน ไม่ถึงเสี้ยววินาทีประตูก็เปิดออกคล้ายกับกำลังรอการมาหาของหล่อนอยู่ก่อนแล้ว“ทำไมมาช้าจังเลยเกศ...” ณรงค์ดึงเกศนีย์เข้าไปข้างในบ้าน และทันทีที่ประตูปิดลง ร่างหนาก็รวบร่างอวบอิ่มเข้ามากอดจูบอย่างเร่าร้อนราวกับว่าตัวเองห่างหายเรื่องบนเตียงมาแสนนาน ทั้งๆ ที่ทั้งสองนั้นลักลอบพบกันแทบจะทุกคืน“อูย…อ๊า...แบบนี้สิเกศถึงรักคุณมากกว่าสามีที่จืดชืดอย่างคุณวสันต์” เกศนีย์ลูบไล้ฝ่ามือบางไปตามแผงอกของชายวัยห้าสิบปีแต่ไม่ได้แก่ตามอายุด้วยความหลงใหระคนเชื้อเชิญภาพเงาของสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนัวเนียกันชนิดถึงพริกถึง
Read more
บทที่ 2
บนฟากฟ้าสีดำที่พร่างพรายไปด้วยดาวนับล้านๆ ดวง ซึ่งกำลังพากันอวดความงดงามในคืนเดือนดับ หากบนพื้นดินเบื้องล่างกลับมีแสงระยิบระยับจากไฟดวงเล็กๆ หลากหลายสีสันที่เปล่งประกายไล่ระดับตามมุมต่างๆ ของสถานเริงรมย์ที่ตั้งอยู่บนถนนโลกีย์ในเขตกรุงเทพมหานครสถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดและแขกเต็มทุกวันก็คือ แฮปปีไนท์ของ ‘ชยุตม์ เทวัญ’ หรือฉายาเจ้าพ่ออ่างชื่อดัง แฮปปีไนท์ทุกสาขาเป็นสถานบันเทิงแบบครบวงจร มีทั้งคลับ บาร์ เธค และคาราโอเกะ โดยสิ่งที่ทำให้แขกติดใจเป็นพิเศษก็คือ ‘อาบ-อบ-นวด’ ซึ่งใครที่เคยไปใช้บริการเป็นต้องพูดเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ ‘สวรรค์ของภมร’ แฮปปีไนท์ไม่ได้มีแค่ในเมืองกรุง หากแต่ยังมีสาขาตามหัวเมืองท่องเที่ยวเช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายจังหวัดใหญ่ๆ ในเมืองไทยชยุตม์ทายาทสิวารีกรุ๊ป ที่แยกตัวออกจากปีกของตระกูลมาสร้างอาณาจักรของตนเอง จนแฮปปีไนท์เป็นดั่งสรวงสวรรค์ของหมู่ภมรกระเป๋าหนัก เพราะสถานที่แห่งนี้บริการทุกอย่างแบบมีระดับ ซึ่งลูกค้าทุกคนก็พร้อมที่จะจ่ายแม้จะแพงแค่ไหนก็ตามเมื่อได้เวลาปิดสถานบันเทิง แสงสีต่างๆ ก็ค่อยๆ ดับลง บ่งบอกว่าความสุขแห่งค่ำคืนได้ปิดฉากแล้ว นักเที่ย
Read more
บทที่ 3
“รีบไปจากที่นี่เถอะครับนาย เสียงปืนดังขนาดนี้ อีกไม่นานตำรวจก็คงแห่มาทั้งโรงพักเป็นแน่” ราชิตพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวอรถตำรวจก็ดังแว่วมาแต่ไกล ชยุตม์มองร่างวสันต์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบออกจากจุดเกิดเหตุไปในทันทีเมื่อบทสวดอภิธรรมในงานศพของวสันต์จบลง แขกเหรื่อจากหลากหลายวงการที่มาร่วมพิธีต่างก็ทยอยกลับ เกศนีย์ยืนส่งแขกที่ประตูในฐานะภรรยาของวสันต์พร้อมกับณรงค์ จนกระทั่งแขกกลุ่มสุดท้ายออกจากศาลา ทั้งเกศนีย์และณรงค์ก็ถอนหายใจออกมายาวๆ“วันแรกแขกก็จะเยอะแบบนี้แหละเกศ ทนเหนื่อยอีกไม่กี่วันหรอก” ณรงค์พูดปลอบเสียงเบาๆ แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงภายใต้ชุดเดรสสีดำ สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังใบหน้าขาวเนียนไปกว่าครึ่งเดินตรงมาที่ศาลา ดึงความสนใจของทั้งสองหันไปมองอย่างรวดเร็ว “วะ...เวลัญจ์…” เกศนีย์และณรงค์อุทานขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน เวลัญจ์ทายาทเพียงคนเดียวของวสันต์พนมมือไหว้ภรรยาใหม่ของบิดาและณรงค์“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณอา” หญิงสาวทำความเคารพเสร็จก็เดินเข้าไปข้างใน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นนั้นแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองภาพที่ตั้งอยู่ท่ามกลางด
Read more
บทที่ 4
ในขณะที่บรรยากาศด้านในศาลาพักศพยังคงตรึงเครียดอยู่นั้น รถยุโรปคันหรูสีดำวาวก็แล่นมาจอดเทียบที่บริเวณหน้างาน ราชิตรีบลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันที การปรากฎตัวของชยุตม์มาพร้อมกับสายลมที่พัดวูบไหวแรงกว่าเดิม ทำเอาคนที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ยกเว้น...เวลัญจ์“ไอ้ฆาตกร! ออกไป! ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแก!” ณรงค์กระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายดังลั่น เวลัญจ์จ้องมองร่างสูงสง่าไม่วางตา และก็เชื่อว่าดวงตาภายใต้แว่นสีดำกำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน“คุณก็แค่เพื่อนคนตาย แต่เจ้าภาพตัวจริงเขายังไม่ได้ออกปากไล่ผมสักคำเลย” ชยุตม์บอกด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปมองดวงหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ เวลัญจ์ขยับกายเข้าไปยืนเผชิญหน้าผู้ต้องสงสัย หล่อนคิดว่าความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของตัวเองนั้นสูงอยู่แล้ว แต่พอยืนเทียบกับชายหนุ่มกลับต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเลยทีเดียว แถมยังรับรู้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่กำลังแผ่ไอร้อนซ่านออกมาลามเลียผิวกายจนสะเทิ้นสะท้านหวามไหวไปหมด บุรุษผู้นี้จะน่ากลัวมากเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ!“ถ้ามาโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ฉันก็ยินดีและขอบคุณค่ะ แต่ถ้าหากมาเพื่อดูผลงานของตัวเอง ฉันก็ขอบอกไว้
Read more
บทที่ 5
ทางด้านเดช หลังจากหลบแสงไฟของรถของชยุตม์ได้แล้ว เขาก็ลัดเลาะซ่อนกายไปตามพุ่มไม้ จนกระทั่งไปใกล้ศาลาพักศพของเจ้านาย“คุณหนู…”เดชมองร่างโปร่งระหงของเวลัญจ์ที่ยืนอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจเตรียมจะก้าวเข้าไปหาแต่ก็ต้องชะงักเท้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเร้นกายกลับไปหลบซ่อนที่พุ่มไม้ตามเดิมเพราะเห็นณรงค์และเกศนีย์เดินออกมาจากศาลาณรงค์ยืนหรี่ตาลงแคบๆ มองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างจับพิรุธ เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตก็เดินตรงไปที่รถ แต่ก่อนจะไปก็สั่งงานชายกรรจ์ที่อยู่เฝ้าศาลาพักศพ“จับตาดูให้ดี ฉันเชื่อว่าไอ้เดชมันต้องมาไหว้ศพเจ้านายมันแน่”เวลัญจ์นั่งมองอยู่ในรถแวนกับเกศนีย์ ความเคร่งเครียดและการแสดงออกทำให้หญิงสาวไม่ได้คลางแคลงใจในตัวของเพื่อนรักบิดาแต่อย่างใด เมื่อณรงค์ขึ้นมานั่งในรถก็หันไปคุยกับเวลัญจ์และเกศนีย์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง“กลับไปพักก่อนนะลัญจ์ หลังงานศพของวสันต์ค่อยคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงกันต่อ ช่วงนี้อาจะเข้าไปดูแลเมกาให้ก่อน” ณรงค์บอกเสียงเรียบ แต่เวลัญจ์อยากดูแลงานแทนบิดาให้เร็วที่สุด เพราะเรือที่ขาดหางเสือจะระส่ำระสายมาก“ลัญจ์อยากให้ปิดเมกาและกิจการต่างๆ ในเครือทั้งหมดจนกว่าจะเ
Read more
บทที่ 6
“วันเกิดเหตุคุณชยุตม์ไปอยู่กับคุณวสันต์ได้ยังไงครับ” ทรงยศเริ่มเข้ากระบวนการสอบสวนหลังจากให้สัญญาณลูกน้องเตรียมบันทึกคำให้การของจำเลยเอาไว้“ผมออกจากแฮปปีไนท์เพื่อจะกลับบ้าน ก็เห็นคนวิ่งออกมาจากเมกาผับ และมีกลุ่มชายฉกรรจ์อีกหลายคนวิ่งตามมา ก็เลยตามไปดู พอไปถึงก็เห็นคุณวสันต์ถูกยิงอาการสาหัส ส่วนนายเดชก็วิ่งหนีไปเสียก่อน”“ไม่จริง ฉันไม่มีทางเชื่อคำพูดของคุณ น้าเดชไม่เคยทิ้งคุณพ่อ” เวลัญจ์แว้ดเสียงแทรก พร้อมกับลุกขึ้นยืนมองเขาอย่างไม่พอใจ“อันนั้นผมไม่รู้ ความจริงคือพ่อของคุณถูกไล่ยิงออกมาจากเมกาผับ ไม่ใช่ผมเป็นคนไล่ยิง เข้าใจเสียใหม่ด้วย” ชยุตม์ยืนยันเสียงหนักแน่น“ใครๆ ก็รู้ว่าคุณอยากได้เมกาผับมากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครได้ล่ะ???” เวลัญจ์ไม่ยอมหยุด ขณะที่ตาคมโตลุกวาวด้วยอาการโกรธกรุ่น“หยุดพูด แล้วใช้สมองคิด ขืนใช้อารมณ์แบบนี้คุณก็จะเห็นดำเป็นขาว” คราวนี้ชายหนุ่มเริ่มเดือดขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ว่าโกรธที่ถูกกล่าวหาให้เสียหาย แต่โกรธเพราะห่วงความปลอดภัยของหล่อนมากว่า“เอาล่ะครับ ใจเย็นๆ กันทั้งคู่ นั่งครับนั่ง...” ทรงยศรีบห้ามทัพเมื่อเห็นสงครามน้ำลายเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ“สารวัตรดูกล
Read more
บทที่ 7
ชยุตม์มาถึงคฤหาสน์ก็อุ้มเวลัญจ์ขึ้นไปที่ห้องรับรอง ก่อนจะวางร่างอรชรลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด แล้วจึงถอยออกมาพิจารณาหล่อนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าสวยหวานเกลี้ยงเกลาภายใต้กรอบผมสลวยดำขลับ ถึงแม้พวงแก้มจะซีดเผือดเพราะความตกใจ หากความสวยก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ขนตางอนงามปิดดวงตากลมโตเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหล่อนคงมองเขาเป็นศัตรูเหมือนเช่นทุกครั้งที่เจอกัน จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่ออันน่าจูบ ไม่คิดว่าลูกสาวของเพื่อนต่างวัยจะงดงามได้ขนาดนี้ วสันต์เคยเล่าให้ฟังว่าบุตรสาวของตัวเองนั้นทั้งเก่งและเฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก“ประกาศเป็นศัตรูกับฉันแบบนี้ ไอ้พวกที่หวังเมกาคงได้หัวเราะครื้นเครงกันใหญ่...” ชยุตม์รู้สึกเป็นห่วงคนที่นอนอยู่บนเตียงมากขึ้นกว่าเดิม“คุณหมอมาแล้วครับนาย” ราชิตพาหมอวิรุณเข้ามาในห้อง ชยุตม์ขยับไปยืนข้างหัวเตียง วิรุณเห็นคนไข้เป็นสาวหน้าตาสะสวยก็มองเพื่อนรักอย่างใคร่แปลกใจ“นี่นายพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” วิรุณเอ่ยถาม ขณะมองเจ้าพ่อหนุ่มราวกับเป็นเรื่องใหญ่นักหนา เพราะคฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้เข้ามาเหยียบ ถ้าชยุตม์จะมีกิจกรรมบนเตียงก็พาไปที่คอนโดมิเนียมส่วนตัวริม
Read more
บทที่ 8
กลางดึกคืนนั้น คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็เริ่มขยับตัวยุกยิก ก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยทำให้เวลัญจ์ต้องขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกับมองไปรอบๆ สมองพยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ภาพสุดท้ายคือหล่อนกำลังถูกยิง!“นี่เรายังไม่ตายงั้นเหรอ...”หญิงสาวก้มลงมองหาบาดแผลบนเรือนกาย ขณะที่มือบางยกขึ้นเกาะกุมที่หน้าอก และก็พบว่าชุดที่ตนใส่อยู่ได้ถูกถอดออกไป แล้วกลับกลายเป็นเสื้อเชิ้ตตัวหลวมโคร่งแทน“เสื้อผ้าของเราหายไปไหน???”ร่างอรชรรีบลุกขึ้นยืนสำรวจตัวเองทุกซอกทุกมุมแบบละเอียดยิบ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างโล่งอก“เอ๊ะ...ที่นี่ที่ไหนกัน” เท้าเรียวเล็กก้าวไปแนบหูที่ประตูเพื่อฟังการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อหัวสมองลื่นไหล เวลัญจ์ก็คิดหาทางหนีทันที“ไม่มีใครอยู่หน้าห้องด้วย...” เสียงหวานพึมพำแล้วยิ้มอย่างดีใจ ดึกขนาดนี้พวกมันคงหลับกันหมดแล้ว มือบางรีบออกแรงผลักประตูให้เปิดออกกึก…กึก…ทว่าประตูกลับไม่ยอมขยับเลยสักนิด หญิงสาวจึงออกแรงผลักอีกหลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ เม็ดเหงื่อใสๆ เริ่มซึมออกมาตามไรผม สุดท้ายได้แต่เอามือเท้าสะเอวมองดูประตูอย่างโมโห“ไม่ออกใช่ไ
Read more
บทที่ 9
เผี๊ยะ!!!...สิ้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ร่างอรชรก็ลอยหวือเข้าไปปะทะอกกว้างซึ่งขวางเต็มไปด้วยลอนมัดกล้ามทันที ชยุญจ์เปิดฉากทะเลาะกันด้วยการฉกริมฝีปากหยักลงแนบกับกลีบปากอิ่มสีระเรื่ออย่างถึงพริกถึงขิง“อื้อ...อื้อ...”หญิงสาวตาเบิกกว้าง ยืนตัวแข็งอยู่กับที่เพราะไม่คาดคิดว่าจะเสีย ‘จูบแรก’ ให้กับฆาตกรที่ฆ่าบิดาตัวเองเช่นนี้ ในขณะที่ชยุตม์เองก็เพิ่มแรงบดจูบมากกว่าเดิม ลิ้นสากระคายร้อนๆ ตวัดซอกซอนไปตามช่องว่างของกระพุ้งแก้มนุ่มๆ สลับกับกวาดเซาะเลาะเล็มด้วยลีลาสุดเร่าร้อน จนเวลัญจ์แทบขาดใจตาย ร่างกายค่อยๆ อ่อนระทวย ทว่าก็ยังพยายามผลักไสเขาให้ออกห่างเพื่อที่หล่อนจะได้หลุดพ้นจากความวาบหวามนี้เสียทีแต่มีหรือที่ชยุตม์จะยอมให้ลูกกวางน้อยหลุดรอดได้ง่ายๆ มือหนาเลื่อนไปตรึงท้ายทอยเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกระชับเอวกิ่วแน่นหนึบ ทำเอาเวลัญจ์แทบหมดแรง แขนทั้งสองข้างร่วงพรูลงห้อยต่องแต่ง เวลานี้หล่อนถูกหลอกล่อให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงสวาทราวกับต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้น“ปะ...ปล่อยฉัน…อ๊า...” เสียงหวานครางประท้วงเบาหวิวพร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อสูดอากาศเข้าเต็มปอด หลังจากที่ชยุตม์ถ่ายถอนใบหน้าออกมาเพียงนิดเพื่อให
Read more
บทที่ 10
กลางดึกของวันถัดมา...รถยนต์คันหรูวิ่งมาจอดเทียบบริเวณหน้าประตูรั้วอัลลอยด์ที่กั้นระหว่างตัวคฤหาสน์หลังงามกับโลกภายนอก เวลัญจ์ก้าวลงจากรถโดยไม่รอให้ลูกน้องคนสนิทของชยุตม์มาเปิดให้ แต่ยังไม่ทันที่เท้าเล็กๆ จะแตะพื้น เจ้าพ่อหนุ่มก็คว้ามือบางเอาไว้ หญิงสาวรีบหันไปมอง ส่งผลให้พวงแก้มสีระเรื่อชนกับปลายจมูกโด่งคมอย่างจังจนบู้บี้“อุ๊ย...” เสียงหวานอุทานและมองเขาตาขุ่นเขียว ชยุตม์แอบยิ้มในความมืดสลัว ถึงแม้จะไม่เห็นคนแสนรั้นชัดเจน แต่ก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้หล่อนกำลังหน้าแดงแจ๋อย่างแน่นอน“จำไว้นะลัญจ์ อย่าพูดทุกอย่างที่ใจคิด และอย่าฟังคนอื่นจนกว่าจะเห็นด้วยตาของตัวเอง” ชยุตม์บอกเสียงเรียบๆ แต่เวลัญจ์รับรู้ถึงความนัยบางอย่างจนพูดไม่ออก เป็นนานกว่าจะบิดข้อมือให้หลุดจากพันธนาการนั้นและรู้สึกหนักหน่วงในหัวใจ ขาเรียวจึงเดินตรงไปที่ประตูเล็ก ยามเฝ้าประตูรีบมาเปิดให้ทันที หล่อนก้าวเข้าไปด้านในโดยมีสายตาสองคู่มองตาม คู่หนึ่งเป็นของชยุตม์เพื่อให้มั่นใจว่าหญิงสาวเข้าไปในคฤหาสน์อย่างปลอดภัย ส่วนอีกคู่คือสายตาของเดชที่หลบซ่อนอยู่ในดงหญ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเวลัญจ์เดินไปตามถนนอิฐตัวหนอนที่มีเพียงแสงจากโคมไฟส
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status