LOGINบรรยากาศมาคุอึมครึมปกคลุมปภังกรกับจอมแก้วเข้าวันที่สาม ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดทิฐิเป็นฝ่ายง้อก่อน จอมแก้วไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดใส่เธอด้วยสาเหตุอะไร และคร้านจะเข้าไปตอแยสอบถาม ส่วนปภังกรก็ถือว่าจอมแก้วต้องเป็นฝ่ายมาง้อ เพราะถึงเขาจะพาลใส่เธออย่างไร แต่เธอก็ต้องเป็นฝ่ายโอนอ่อนเข้าหาก่อน เพราะที่เธอมีชีวิตอยู่สุขสบายแบบทุกวันนี้ได้ก็เป็นเพราะเขาทั้งนั้น แต่ก่อนเธอว่าง่ายน่ารักเหมือนลูกแมวขี้อ้อน เอาใจใส่ดูแลเขาไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่หมดสัญญาทาสสองปีนั่นและเธอบอกว่าอยากได้อิสระ เธอก็ออกจะดื้อรั้น ไม่ตามใจง้องอนออดอ้อนเขาเหมือนเก่า
คอยดูเถอะ ถ้าเขามีเมียใหม่ขึ้นมาเมื่อไหร่ จะเฉดหัวทิ้ง คราวนี้อย่ามาร้องห่มร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาขอเป็นเมียอีกคน จะให้อยู่แบบสงบเสงี่ยมเจียมตัวในเพนต์เฮาส์นี่
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความคิดของปภังกรล้วน ๆ จอมแก้วไม่ได้รู้อะไรกับเขาด้วย
จอมแก้วที่เตรียมแซนด์วิชอยู่ในครัวหมุนตัวกลับมาเจอเขากำลังยืนจ้องเธอแล้วยิ้มก็พลันนิ่วหน้าเป็นคำถาม ทำให้คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยิ้มหุบยิ้มแทบไม่ทัน
กำลังโกรธกันอยู่นี่หว่า
เขาแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก แต่คงไม่ใช่เข้าบริษัท เพราะเครื่องแต่งกายไม่ได้ดูเป็นทางการ เซตผมง่าย ๆ หญิงสาวไม่ถามว่าเขาจะออกไปไหน เพราะเธอไม่อยากจะรู้ และไม่อยากจินตนาการด้วยว่าเขาจะไปทำอะไร เธอรู้ตัวว่าเวลาของเธอใกล้หมดลงแล้ว และเธอจะไม่ขอต่อเวลาใด ๆ อีก
หญิงสาวถือจานแซนด์วิชที่ทำไว้สองชิ้นใหญ่มานั่งกินหน้าทีวีที่เปิดทิ้งไว้ เป็นรายการเรียลลิตีของประเทศเกาหลีที่กำลังสัมภาษณ์ศิลปิน หนึ่งในศิลปินที่กำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้นเป็นศิลปินชายคนโปรดของเธอ พลางหยิบแซนด์วิชเข้าปากแล้วกัดคำใหญ่ เคี้ยวด้วยสีหน้าเอร็ดอร่อยโดยที่ไม่หันไปมองคนที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องอยู่ตรงนั้น
เธอไม่ทำเผื่อเขา ไม่เรียก ไม่ถาม ไม่อะไร ๆ ทั้งนั้น ตั้งแต่ผิดใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อยเมื่อสามวันก่อน
ดี เชิดให้ตลอด โดนทิ้งเมื่อไหร่อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งให้เห็นล่ะ ไม่เช็ดน้ำตาให้หรอกนะ อ้อ แล้วไอ้หมอนั่นในทีวีที่บอกว่าปลื้มนักปลื้มหนา อยากจะซื้อบัตรไปงานแฟนมีตติงให้ได้สักครั้งในชีวิต แต่ติดที่เขาไม่ให้ไปเพราะเคยบอกใส่หูหลายครั้งแล้วว่า ถ้าจะไปดูหน้าหมอนั่นให้ดูหน้าเขาแทน เพราะเขามั่นใจว่าหน้าเขาหล่อกว่าหลายริกเตอร์ ไทป์เดียวกันแต่เขาหล่อกว่า สูงกว่า หุ่นล่ำกว่า กว่าทุกตรง จะเสียเงินไปดูมันทำไม
คิดกับตัวเองจบเขาก็ไม่คิดจะพูดอะไรกับเธอ กัดแซนด์วิชที่อยู่ในมือเธอคำหนึ่งแล้วเดินออกไปจากห้องโดยที่ไม่บอกเหมือนกันว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็อยากไม่ถามเองนี่ จะเปิดปากพูดก่อนทำไมให้เสียฟอร์ม
ลับร่างสูงไปรอยยิ้มที่ปั้นขึ้นมาขณะดูรายการเรียลลิตีอยู่ก็หุบลง ดวงตาที่ทำเป็นไม่อยากมองหน้าเขากลับหันไปมองทางที่เขาจากไป แววตาฉายถึงความอาลัยบางอย่างออกมา ก่อนจะเก็บมันไว้ในใจทั้งหมด พยายามหลอมรวมหัวใจที่มีรอยร้าวลึกขึ้นเรื่อย ๆ ให้กลับมาสมานดังเดิม
ที่ภัตตาคารอาหารชื่อดังที่นัดหมายดูตัวของสองครอบครัวเชื้อสายจีนตระกูลใหญ่ที่กำลังจะเกี่ยวดองสมานฉันท์กันอย่างแน่นแฟ้นด้วยการให้ทายาททั้งสองสกุลแต่งงานกันตามที่ได้คุยกันไว้ตั้งแต่เนิ่นนานมาแล้ว ปภังกรเดินทางมาพบกับบิดาตามที่นัดหมายไว้ ผู้ใหญ่ของอีกตระกูลก็มากันพร้อมแล้ว ทว่าลูกสาวที่จะให้มาพบปะดูตัวกันเหมือนจะยังไม่มา
“ขอโทษแทนน้องหยกด้วยนะจ๊ะคุณกั้ง เห็นบอกว่ารถติดมากเลยยังมาไม่ถึง”
“ไม่เป็นไรครับ”
มีเสียงพูดคุยกันไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รวมถึงคุยเรื่องธุรกิจการค้าขายขยายกิจการกันไปเรื่อย ปภังกรร่วมในวงสนทนานั้นด้วยอย่างลื่นไหลจนกระทั่งคนสำคัญอีกคนของวันนี้มาถึง
“มาแล้วค่ะป๊า ม้า ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่มาช้า”
หยก หรือหยาดพิรุณ อัศวไพศาลเดชากุลทายาทอันดับหนึ่งของนักธุรกิจเชื้อสายจีนตระกูลดังที่มีชื่อเสียง ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าและผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ หญิงสาวในวัยยี่สิบเจ็ดปีบริบูรณ์มีความสาวสะพรั่งดูคล่องแคล่วและเป็นผู้ใหญ่สมวัย สายตาของหนุ่มสาวสบกันตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอย่างกรายเข้ามาในห้องอาหารแบบส่วนตัว เหมือนมีอะไรบางอย่างจุดติดขึ้นในทันทีเมื่อทั้งคู่เมื่อสายตาประสานกัน ภาพความหลังในวัยเยาว์ที่เคยหยอกล้อเล่นกันผุดขึ้นมาหลายเหตุการณ์ก่อนที่ทั้งคู่จะไม่ได้พบเจอกันอีกเกือบยี่สิบปี
จากเด็กหญิงที่มีดวงตาแทบจะเป็นขีดเดียวตอนยังเด็ก รูปร่างค่อนข้างอวบ หน้ากลมแก้มแดงยุ้ยเหมือนกุมารีจีนในภาพวาด ดูน่ารักน่าเอ็นดู ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้วหน้าตาก็เปลี่ยนไปมาก ยอมรับจากใจว่าเธอดูดี จะเรียกว่าสวยก็ต้องบอกว่าสวยแบบทันสมัยไม่ใช่หน้าตาแบบพิมพ์นิยม ตาเรียวเล็กหางตาชี้ขึ้น โหนกแก้มโค้งมน คางเชิดแหลมเล็กน้อย จมูกเล็กมีดั้งแต่ไม่สูง ริมฝีปากบางเคลือบสีนู้ด ใบหน้ามีเอกลักษณ์ เห็นครั้งแรกก็สะดุดตาในทันที ปภังกรพบเจอผู้หญิงสวยมาเยอะ แต่เธอคนนี้นั้นดูสะดุดตาไม่เหมือนคนอื่นถ้าได้แต่งงานกัน...ไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ เพราะยังไงเขาก็ต้องแต่งกับเธอ... การได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ส่วนตัวเขาไม่ได้ติดขัดอะไร
^ ^ ^“แล้วจะหยอดกระปุกออมสินหมูยังไงล่ะ”ปภังกรเอ่ยกับลูกชายอย่างขำ ๆ เมื่อเห็นเลขศูนย์ยาวเป็นพืด“แบบนี้ต้องเก็บไว้ในธนาคารลูก ถ้าเก็บในออมสินหมูของลูก ให้หมูยักษ์สิบตัวก็ใส่ไม่หมดครับ”จอมขวัญน้อยเห็นพี่ชายได้ซองสีแดง ๆ ก็อยากได้บ้าง จึงเดินเตาะแตะไปหาอากง แบมือน้อย ๆ ขอ ทุกคนมองตามด้วยความเอ็นดู อากงยกหลานสาวขึ้นมานั่งบนตัก“ของไจไจ๋ก็มีลูก นี่ไง”ยื่นซองสีแดงใส่มือน้อยขาว ๆ เด็กหญิงยิ้มดีใจจนเห็นฟันซี่เล็กข้างบนสี่ซี่และข้างล่างอีกสี่ซี่ มือเล็กป้อมโบกซองไปมา“ธุจ้าขอบคุณอากงก่อนลูก” เสียงจอมแก้วบอกลูกสาวที่กำลังโบกซองแดงอย่างสนุก“ธุจ้า” เสียงเด็กน้อยพูดพร้อมกับประกบมือป้อมเข้าหากันเจ้าสัวหอมแก้มหลานอย่างรักใคร่ก่อนจะอุ้มหลานสาวตัวน้อยลงจากตัก“เอาไปให้มาม้าเก็บไว้ให้นะลูก”เด็กหญิงเดินดุ๊กดิ๊กกลับมาหามารดา ส่งเสียง ‘มาม้า อะ’ พร้อมกับยื่นซองให้แม่ จอมแก้วรับซองมาเก็บใส่กระเป๋าไว้เช่นเดียวกับของลูกชาย มองดูเจ้าจุนวิ่งไปรับซองแดงจากเจ็กอี้และโกวอันต่อเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขและอยู่กันพร้อมหน้าซึ่งไม่ได้นับรวมถึงเหม่ยชุ่ยมารดาของสุริยกุลและสุพิศรา ไม่มีการพูดถึงเรื่องที่ต้อ
ปภังกรกับจอมแก้วมีโซ่ทองคล้องรักด้วยกันสองคนแล้ว เวลาส่วนตัวของทั้งสองคนที่จะแสดงความรักต่อกันก็จะเป็นช่วงที่ลูกทั้งสองเข้านอนซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินสองทุ่ม หลังจากสองทุ่มมีบ้างที่ชายหนุ่มจะชวนภรรยาที่ยังสาวและสวยออกไปนั่งจิบไวน์เคล้าเสียงเพลงข้างนอกบ้าง เติมความหวานระหว่างกัน ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันคุณพ่อยังหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มกางเกงชิโนสีกากีทรงสลิมเข้ารูปและคุณแม่ที่ยิ่งมีลูกก็ยิ่งสวยสวมเดรสสีครีมยาวคลุมเข่าต่อใต้อกดีไซน์เก๋โชว์ไหล่มนสวยแอบย่องออกจากบ้านหลังลูกหลับเพื่อมาสวีตกันสองคนโต๊ะอาหารถูกจองไว้แล้วเมื่อชายหนุ่มหญิงสาวมาถึง“จำได้มั้ยครั้งแรกที่เรามานั่งดินเนอร์กันที่นี่”บรรยากาศโรแมนติกชวนให้คิดถึงความหลัง“จำได้ค่ะ ตอนนั้นทำไมเฮียถึงพาจอมขึ้นมากินอาหารหรู ๆ บนนี้ล่ะคะ”“ก็เฮียอยากพาจอมมากินของดี ๆ อร่อย ๆ ไง”“แค่นั้นจริง ๆ เหรอ”ภรรยาเอียงหน้ามอง เพราะคิดว่าเขาต้องมีอะไรมากกว่านั้น“ก็มีอีกเรื่อง เฮียอยากให้จอมประทับใจในตัวเฮีย”จอมแก้วหัวเราะคิก “ก็ประทับใจอยู่แล้ว”“ก็อยากให้ประทับใจมากขึ้นอีก รักเฮียหลงเฮีย”“รักค่ะ แต่ไม่หลงหรอก”“ตอนนั้นไม่หลง ตอนนี้หลงหนักใ
จอมแก้วเก็บความดีใจไว้จนกระทั่งลูกชายนอนหลับแล้วจึงบอกข่าวดีให้สามีฟัง หญิงสาวสวมชุดนอนบางเบากึ่งนั่งกึ่งนอนรอเขาอยู่บนเตียงระหว่างชายหนุ่มอาบน้ำ ซ่อนความดีใจไว้ในรอยยิ้มอิ่มเอม ทว่าปภังกรไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร เพราะตลอดเวลาตั้งแต่ที่จอมแก้วยอมคืนดีกับเขา ชายหนุ่มก็ทำทุกอย่างให้เธอมีความสุขจนยิ้มได้ทั้งวัน ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำ สวมเพียงกางเกงนอนขายาวเนื้อนุ่มเพียงตัวเดียว อวดรูปร่างสวยงามสมบูรณ์แบบที่น่าหลงใหล“เสร็จแล้วเหรอคะ”“อืม”ตอบแล้วก็ก้าวขึ้นมานั่งบนเตียง มองภรรยาคนสวยด้วยแววตาแพรวพราวสื่อความหมาย ก่อนจะเริ่มโน้มตัวเข้ามา จอมแก้วยกมือขึ้นดันอกแกร่งไว้ เอนตัวออกมองหน้าเขาแล้วยิ้ม“เดี๋ยวค่ะเฮีย”“คืนนี้เฮียหิวมากเลยนะ”ปภังกรนั้นขยันทำการบ้านไม่มีตกหล่น ร้อนแรงสม่ำเสมอไม่มีแผ่ว“จอมมีอะไรให้เฮียดู”“หืม...”บอกแล้วจอมแก้วก็เอื้อมมือไปหยิบที่ทดสอบการตั้งครรภ์ซึ่งซุกไว้ใต้หมอนชูให้เขาดู ริมฝีปากอิ่มสวยข่มรอยยิ้มแห่งความดีใจไว้ไม่ไหว มือหนารับมาดูใกล้ ๆ ด้วยตาตนเอง แค่เห็นขีดแดงสองขีดเขาก็รู้ความหมาย“จอม มาแล้วเหรอ” เอ่ยถามด้วยความดีใจจอมแก้วพยักหน้า“จะเป็นพ่อลูกสองแล้วนะเฮ
เจ้านายหนุ่มรับเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับชุมพลและลุจี บ่าวสาวไม่ต้องการให้เป็นงานใหญ่ที่มีพิธีการมากมายเพราะผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่มีแค่ยายลินจงของลุจี ส่วนชุมพลนั้นเป็นเด็กกำพร้า พ่อและแม่เสียชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุทางน้ำและมีหลวงลุงเลี้ยงมาจนโต ในงานจึงมีแต่คนรู้จักที่สนิทสนมกันดี บรรดาเพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อนร่วมงานของลุจีจากที่ทำงานเก่าและเพื่อนของบ่าวสาวจากอมรทรัพย์ไวเออร์แอนด์เคเบิล ศาสตราและอาจองมาร่วมแสดงความยินดีด้วย และแอบบ่นที่เจ้านายกับลูกน้องคู่นี้พากันแต่งงานมีครอบครัวไปกันหมดทิ้งคนโสดอย่างพวกเขาสองคนให้ตามหาคนที่ใช่กันต่อไปสามเดือนต่อมาขณะที่ชายหนุ่มกำลังแต่งตัวอยู่หน้า Walk-in Closet เขาก็เหลือบตาขึ้นมองตู้เก็บกระเป๋าของภรรยาที่มีแต่ของแบรนด์เนม ริมฝีปากหยักอมยิ้มก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากัน ครั้นเห็นจอมแก้วเดินเข้ามาส่องกระจกดูความเรียบร้อยก่อนจะออกไปส่งลูกไปโรงเรียนพร้อมกันก็เอ่ยถาม“ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นจอมไปชอปกระเป๋าเลย” เพราะของที่อยู่ในตู้มีเพียงใบเดียวที่เป็นของใหม่ นอกนั้นยังเป็นของชุดเดิมที่จอมแก้วเคยซื้อสมัยที่ยังอยู่กับเขา แต่ตั้งแต่แต่งงานและเธอย้ายกลับเข
จอมแก้วมองหน้าสามีที่ตัดสายโทรศัพท์ไป“ไม่มีตุ๊กตากั้งกอดนอน ลูกต้องงอแงคืนนี้ทั้งคืนแน่เลยค่ะ”“มีทั้งอากง อาเจ็ก อาโกว ไหนจะอี๊จูอีก เฮียว่าไม่เป็นไรหรอก ยังไงลูกก็อยู่ได้ แล้ววันนี้ก็ไม่ได้นอนกลางวันด้วย เล่นสนุกทั้งวัน น่าจะเหนื่อยจนหลับก่อนถึงบ้านอากงอีกมั้ง”เขาพูดอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนเป็นแม่ยังกังวลและเกรงใจคนที่รับภาระดูแลลูกแทนในคืนนี้ แถมยังไม่มีตุ๊กตาแสนรักที่ต้องกอดนอนทุกคืน เธอรู้ดีว่าการที่เด็กติดตุ๊กตาน้องเน่า พี่หมอนเน่า หรือผ้าห่มเปื่อย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตตามปกติของเด็กเล็ก เพราะมันเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยและสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ซึ่งพอเลยสามขวบไปแล้วก็ควรจะค่อย ๆ ลดลง สำหรับเจ้าจุน ‘กั้งเยิน’ ตัวนี้เป็นเพื่อนที่ทำให้รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และมีความสุข ไม่ได้ต้องถือติดมือตลอดเวลา แต่ที่ต้องกอดนอนน่าจะเป็นความคุ้นชิน เด็กบางคนติดของใช้ที่คุ้นเคยเพื่อทดแทนความรู้สึกที่ต้องห่างจากพ่อแม่เพราะจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แต่ลูกของเธอไม่เคยขาดความรักความเอาใจใส่จากแม่และพ่อ อืม...คงจะเป็นประสบการณ์ใหม่ของลูกที่จะได้เรียนรู้ว่าต่อให้ไม่ต้องมีพ
“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงอนาคตอะไรน่ะนะ รู้แต่ว่าชอบ อยากทำ อยากเปย์จอมแค่คนเดียว พออยู่นานเข้าก็ยิ่งไม่อยากให้ไปไหน”“ถ้ามีคนมาบอกว่าจอมไม่มีอะไรเหมาะสมคู่ควรกับเฮียล่ะ”“ก็ช่างหัวมัน แต่ถ้ามันทำให้จอมรำคาญใจมาบอกเฮีย เฮียจัดการให้”“เฮียขาโหด”“ใครมาทำให้เมียเฮียรำคาญ มันได้โดนดีแน่”ทั้งสองคนพูดเล่นหยอกล้อกันก่อนเขาจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอก คราวนี้อยากจะเอาจริง ๆ แล้ว“จอม”“...”“คืนนี้เฮียขอได้มั้ย”จะได้มั้ยวะกู?จอมแก้วหลบสายตาก่อนจะกลับมาสบตากันใหม่ แกล้งถาม“จะขออะไรล่ะ”“รู้อยู่แก่ใจ”หญิงสาวอดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาที่กำลังบอกว่าที่ผ่านมาเขาแห้งเหี่ยวเหลือเกิน“นะ ให้เฮียเถอะ จะตายอยู่แล้ว”“ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตาเลย”“เอาก่อนทีนึงแล้วค่อยไปอาบน้ำพร้อมกัน”จอมแก้วไม่รู้จะพูดอะไรเลยตอนนี้ ดูหน้าเขาแล้วทั้งน่าสงสารและน่าหมั่นไส้ไปพร้อมกัน เธอไม่ปฏิเสธก็แปลว่าอนุญาต ทันทีนั้นริมฝีปากหยักที่อดอยากไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งที่โหยหามาเลยกว่าสี่ปีก็ประทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยน แม้ข้างในจะร้อนรุ่มเพราะไฟรักที่อัดแน่นสุมทรวงแต่เขาก็ไม่ตะกรุมตะกราม ค่อย ๆ
หลังจากชอปปิงจนพอใจ ปภังกรก็บอกกับจอมแก้วว่าเย็นนี้เขามีนัดกับอาจอง และศาสตรา เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนของคลับซึ่งหญิงสาวก็รู้จักดี ชายหนุ่มชวนเธอไปนั่งคุยด้วย แต่ถึงเธอไม่ไปเขาก็พร้อมจะลากเธอไปอยู่ดี จอมแก้วอยากจะหาเรื่องกลับเพนต์เฮาส์เพราะไม่อยากเจอหน้าพนักงานบางคนในร้านที่ชอบมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลา
หญิงสาวเปลื้องเสื้อผ้า รวบผมยาวทั้งหมดไว้บนศีรษะด้วยกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ เดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่องกระจกดูความเรียบร้อยบนใบหน้าของตัวเองก่อนจะหยุดแล้วสบกับดวงตาอีกคู่ของตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก ถ้อยคำนินทาจากพนักงานสองคนในร้านเมื่อตอนบ่ายแวบเข้ามาในหัวทั้งที่ไม่อยากจะเก็บมาใส่ใจนัก เธอรู้ว่าคนในร้าน
ปภังกรขับรถมารับเธอที่ร้านตอนหกโมงเย็น จอมแก้วไม่มีรถใช้ส่วนตัวเขาเคยเสนอให้แล้วแต่หญิงสาวไม่รับไว้เองเพราะเธอเห็นว่าไม่มีความจำเป็น ไปไหนมาไหนโดยรถสาธารณะก็สะดวกสบาย ไม่ต้องหาที่จอดรถให้ยุ่งยาก แต่ถึงเธอจะคิดแบบนั้นทว่าตั้งแต่อยู่กับเขามา น้อยครั้งมากที่เธอจะได้ใช้บริการรถสาธารณะเพราะชายหนุ่มจะส่ง
จอมแก้วเข้ามาดูบัญชีที่คลับในเวลาบ่ายโมงครึ่ง เธอได้รับความไว้วางใจจากปภังกรผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุดของคลับนี้ให้เป็นคนคุมบัญชีตั้งแต่ปีแรกที่เธอเอาตัวมาอยู่กับเขา หญิงสาวจบมาทางสายบัญชีโดยตรงจึงทำบัญชีและงบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในร้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หลังจากนั่งตรวจบัญชีไปสักพักจอมแก้วก็ลุกไปเข้าห







