แชร์

ทวงคืนอย่างเจ็บแสบ 1.2

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 13:04:30

มีใครบ้างไม่รู้เรื่องที่ถังชุนเป้ยเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่

หร่วนเจินฮ่าวคอยปกป้องและคอยเอาใจ เพราะเธอก็คือหลานสาวของน้องสะใภ้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน และนี่คงเป็นสาเหตุที่เขาคอยเอาใจ และคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด

“เฮอะ! คิดเหรอว่าหลี่เหมยจะกล้า เธอรักฉันจะตาย แล้วจะมาประจานฉันทำไม ปล่อยไปเถอะอย่าไปสนใจเลย”

เขายังคงคิดว่าหลี่เหมยนั้นไม่กล้าทำอย่างที่ประกาศ คิดว่าเธอทำแบบนี้เพราะเรียกร้องความสนใจเท่านั้น เลยไม่คิดจะสนใจ

ส่วนหลี่ลู่หรานและคนบ้านรองหลี่ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้น

นิ่งเงียบก็ได้แต่มองหลี่เหมยพร้อมกัน และรอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป

หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจแล้วมองไปทางอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

คิดว่าตีมึนทำเฉยแล้วฉันจะปล่อยไว้เหรอ ฝันไปเถอะ อย่างนั้นมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะอับอาย เงินและทรัพย์สินของ

หลี่เหมยคนก่อน ฉันคนนี้จะทวงคืนทุกอย่างเอง!’

“เสี่ยวหราน เราไปที่ห้องกระจ่ายข่าวกัน ในเมื่อเรียกมาคุยดี ๆ ไม่ชอบ อย่างนั้นก็ต้องประกาศให้คนรู้ทั่วหมู่บ้าน ให้ทุกคนรับรู้ไปเลย” หญิงสาวบอกน้องสาวและยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“แต่ห้องกระจายข่าวมีคนคอยดูแลนะพี่รอง พี่จะเข้าไปใช้เครื่องขยายเสียงยังไง เดี๋ยวก็ถูกทำโทษหรอก”

เด็กสาวคิดไม่ออกเลยว่าพี่สาวของเธอจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร อีกอย่างห้องนั้นใช้ได้สำหรับคนที่มีความเกี่ยวข้องเท่านั้น และคนนอกห้ามใช้ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาต

“ไม่ยากหรอก เรื่องนี้เราแสร้งบีบน้ำตาเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าห้องไม่ใช่คนใจร้าย เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จัดการเอง”

เธอบอกน้องสาวอย่างมั่นใจว่าจัดการเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อน ก่อนจะพูดกับพ่อและแม่ว่า

“ฉันไปก่อนนะคะพ่อ แม่ เดี๋ยวค่อยเจอกันที่บ้าน หากได้ยินเสียงประกาศตามสาย เชื่อเถอะว่า หร่วนเจินฮ่าวจะต้องรีบหาตัวฉันแน่ และชาวบ้านที่อยากรู้คงต้องตามไปเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานั้นพ่อกับแม่ค่อยตามไป”

หลี่เหมยบอกแผนการให้พ่อกับแม่ฟัง ซึ่งทั้งสองคนพยักหน้าอย่างเข้าใจแม้จะตกใจกับการกระทำของลูกสาวคนนี้ก็ตาม

จากนั้นหลี่เหมยและหลี่ลู่หรานก็รีบออกมาจากตรงนั้นทันที แล้วมุ่งตรงไปยังห้องกระจายเสียงของกองพลน้อย ท่ามกลางสายตาพ่อกับแม่ที่มองตามไป

ห้องกระจายเสียงของกองพลน้อย

และเมื่อหลี่เหมยกับน้องสาวมาถึงแล้ว หญิงสาวก็แสร้งบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่หร่วนเจินฮ่าวเอาเงินของเธอและข้าวของต่าง ๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ฟัง พร้อมกับกางหลักฐานให้ดู

พอเจ้าหน้าที่ประจำห้องเสียงดูแล้ว ก็เกิดความสงสงสาร

จึงให้เธอใช้เครื่องกระจายเสียงประกาศ และหากฝ่ายนั้นไม่ยอมมาเจรจา เขาจะพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในเมือง หรือแจ้งทหารเอง เพื่อที่เอาผิดกับอีกฝ่าย

สำหรับเธอแม้ว่าเงินที่ให้ชายหนุ่มไปหกร้อยกว่าหยวนในสองปีไม่มากเท่าไร แต่หากเทียบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หามาด้วยตัวเองในยุคนี้ เงินนั้นถือว่าเยอะมาก แล้วยังมีตั๋วต่าง ๆ อีกล่ะ

และต่อให้เงินแค่สิบหยวนเธอก็จะทวงคืน!!

“ประกาศ ๆ ฉันหลี่เหมย ต้องการประกาศให้ทุกคนทราบเรื่องที่ยุวปัญญาชนชายหร่วนเจินฮ่าวได้หยิบยืมเงินของฉันไป

รวมแล้วหกร้อยห้าสิบหยวนในตลอดสองปีที่ผ่านมา และยังมี

ตั๋วอาหารอีกสามสิบชั่ง และยังมีอาหารอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งฉันได้

จดบันทึกรายละเอียดหมดแล้ว” หญิงสาวหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

“แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะทำเหมือนชอบเขา แต่เรื่องเงินและเรื่องอาหารมันไม่เกี่ยวกัน ยืมเป็นยืม ให้เป็นให้ แต่ทุกครั้งจะเป็นการยืม และฉันก็จดไว้ทุกอย่างว่าเขาเอาไปวันไหนเวลาเท่าไร หากใครไม่เชื่อสามารถมาขอดูหลักฐานจากฉันได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้เขาเอาเงินและสิ่งของทุกอย่างกลับมาคืน ไม่อย่างนั้นฉันจะเข้าเมืองไปแจ้งทางการในเรื่องนี้ ประกาศ! ประกาศ!”

เสียงประกาศตามสายดังทั่วหมู่บ้าน และลามไปถึงหมู่บ้านอื่น เนื่องจากทำงานในกองพลน้อยเดียวกัน เสียงตามสายจึงต้องกระจายไปหมู่บ้านอื่นด้วย

เมื่อทุกคนได้ยินต่างก็ส่งเสียงพูดคุยกันไม่หยุด ไม่พอใจที่ยุวปัญญาชนคนนี้เอาเปรียบหญิงสาวที่ประกาศตามสายมา

และคนในหมู่บ้านที่ทำงานให้กองพลน้อยต่างรู้จักหร่วนเจินฮ่าว รับรู้เรื่องราวมาตลอดว่าหลี่เหมยนั้นตามตอแยเขามาเป็นปีแล้ว แต่ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะเอาเปรียบเธอในเรื่องนี้

นั่นเพราะเงินหกร้อยห้าสิบหยวนไม่น้อยเลย นี่คงเป็นเงินที่หลี่เหมยเก็บมาตั้งแต่เริ่มทำงาน ยังมีตั๋วอาหารอีกตั้งสามสิบชั่ง

นี่ก็คงสะสมมาหลายปี เนื่องจากทางภาครัฐจะแจกจ่ายให้กับชาวบ้านทุกปี

หร่วนเจินฮ่าวได้ยินก็หน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะกล้าทำอย่างที่บอก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบวางอุปกรณ์ทำงานลง แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องกระจายข่าวทันที แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบหญิงสาวแล้ว

จึงมุ่งหน้าไปที่บ้านรองหลี่ โดยมีทุกคนตามมาดูเหตุการณ์ด้วย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   เก็บของล้ำค่า 1.2

    เธอไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอคือหลี่เหมย คนในบ้านรองหลี่คือครอบครัวเธอ และหลี่ลู่หรานก็โตเป็นสาวแล้วสำหรับคนยุคนี้นะ เลยอยากจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่ ส่วนพี่ใหญ่เธอตั้งใจว่าจะให้เหมือนกัน เพราะตอนไปทำงานในเมืองจะได้ไม่ต้องนั่งเกวียนหรือเดินไป“ขอบใจนะอาเหมย” คนเป็นแม่เลี้ยงยังคงขอบคุณซ้ำ ๆหลี่เหมยยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วหันกลับไปทำอาหารต่อ โดยมีสายตาของเฉินรุ่ยเมิ่งมองแผ่นหลังของเธออย่างขอบคุณมื้อเช้าของบ้านรองหลี่พร้อมแล้วบนโต๊ะอาหาร ทุกคนจึงลงมือกินกันอย่างอร่อยและเมื่อจบมื้อเช้าจากนั้นหลี่ลู่หรานก็ออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน แต่ก่อนที่เธอจะออกไปกลับโดนหลี่เหมยเรียกไว้เสียก่อน“นี่กล่องข้าว เอาไปกินมื้อเที่ยง”“พี่รองทำให้ฉันเหรอ” เด็กสาวถามอย่างดีใจ“อืม แล้วเลิกเรียนก็รีบกลับล่ะ”“ค่ะพี่รอง” หลี่ลู่หรานตอบกลับ พร้อมกับเดินออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่พี่สาวทำอาหารมื้อเที่ยงให้กินที่โรงเรียนเมื่อเห็นว่าน้องคนเล็กไปแล้ว หลี่เหมยจึงกลับเข้าบ้านไปล้างถ้วนชามและเก็บเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชาย“พี่ใหญ่ วันนี้ไปในเมืองหรือเปล่า”“อืม คงไปเหมือนเดิมน่ะ เมื่

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   เก็บของล้ำค่า 1.1

    เก็บของล้ำค่าเฉินรุ่ยเมิ่งไม่คิดว่าอาหารที่วางตรงหน้าหลายจาน จะเกิดจากการปรุงอาหารของหลี่เหมย จึงตัดสินใจถามอีกครั้ง“อาเหมยทำอาหารเองเหรอลูก”“ค่ะแม่ ฉันทำเองทั้งหมด พ่อกับแม่ลองชิมก่อนไหม”หญิงสาวยิ้ม ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบกับข้าวอย่างละคำมาวางไว้ในจาน แล้วส่งให้พ่อกับแม่คนละชุดเพื่อให้ท่านทั้งสองลองกินดูหลี่กวงคีบอาหารในจานมาชิมทีละคำ ซึ่งไม่ต่างจากภรรยาเลย ทันทีที่ได้ลิ้นได้สัมผัสกับอาหาร ทำให้เขาตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะทำอาหารได้อร่อยอย่างนี้ แม้ว่าจะไม่มีคำชมออกมา แต่สีหน้านั้นทำให้สองพี่น้องรู้ว่าพ่อชอบอาหารที่กินไปซึ่งผิดกับเฉินรุ่ยเมิ่ง เธอไม่คิดที่จะเก็บคำชมไว้ในใจ “อร่อยมาก ไม่คิดเลยว่าอาเหมยจะทำอาหารอร่อยแบบนี้”“ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าฝีมือการทำอาหารฉันจะไม่ได้เรื่องเสียแล้ว” หลี่เหมยที่ลุ้นมากคลายความกังวล เมื่อแม่เลี้ยงเอ่ยคำชมออกมา“อะไรอร่อยเหรอครับ” หลี่ซือหยวนกลับมาได้ยินพอดีเขาจึงถามอย่างอยากรู้“พี่ใหญ่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเถอะ แล้วมากินมื้อเย็นพร้อมกัน” หลี่เหมยไม่ตอบและขยิบตาให้ทุกคนไม่ให้บอกพี่ชายเรื่องที่เธอทำอาหารเอง“อืม กำลังหิวเลย”ชายหนุ่มไม่คิดอ

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   ไม่อยากจะเชื่อ 1.2

    อีกคนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ จนลืมไปว่านี่คือครอบครัวบ้านรองหลี่ไม่ใช่ครอบครัวของหล่อน“หล่อนจะยุ่งอะไรด้วยล่ะ หลี่เหมยจะใช้เงินฟุ่มเฟือยแค่ไหนก็เงินของเธอไม่ใช่ของหล่อน เลิกอิจฉาเด็กแล้วกลับบ้านไปทำงานบ้านและทำอาหารเถอะ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เดี๋ยวคนบ้านหล่อนกลับมาจะไม่มีอะไรกิน”ชาวบ้านอีกคนพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างระอา ที่คนอายุปูนนี้มานั่งอิจฉาเด็กบ้านใหญ่หลี่ ซือถัวภรรยาของหลี่โม่พี่ชายของหลี่กวงกำลังนั่งแทะเมล็ดฟักทองหน้าบ้านกับสหายสองสามคน ทั้งหมดกำลังพูดกันเรื่องของหลี่เหมยในวันนี้ ซึ่งซือถัวเองมีความอิจฉาหลานสาวไม่น้อย“หลี่เหมยช่างน่าอิจฉาเสียจริงเธอว่าไหม อายุแค่นี้มีเงินเก็บตั้งมากมาย แต่จะว่าไปเธอก็เก็บเงินมานานเหมือนกัน อีกอย่างบ้านรองเองก็ไม่ได้เอาเงินของลูกมาไว้กองกลางเหมือนครอบครัวอื่น แบบนี้ก็หลี่ซือหยวนก็น่าจะมีเงินเก็บไม่น้อยไปกว่าน้องสาเหมือนกัน”“นั่นสิ ฉันนี่อยากให้หลานสาวโตสักที จะได้ทาบทามสู่ขอให้แต่งงานด้วย หลานฉันจะได้สบาย”“พวกหล่อนนี่ บ้านนั้นมีเรื่องอะไรให้อิจฉากันล่ะ เงินแค่นั้นเอง”ซือถัวไม่ยอมให้สหายพวกนี้รู้หรอกว่า มีความคิดอยากจะแย่งชิงเงินและของมาจากบ

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   ไม่อยากจะเชื่อ 1.1

    ไม่อยากจะเชื่อกลับมาทางด้านหลี่ซือหยวน เมื่อเข้ามาในตลาดมืดก็มองหางานเผื่อว่ามีคนจะว่าจ้าง แต่เหมือนว่าวันนี้มีคนเข้ามาใช้แรงงานเยอะ เขาเลยแทบจะไม่มีงาน“วันนี้เงียบเหงามาก แต่ผู้ว่าจ้างยังคงมีเหมือนเดิม”อาเหอพูดอย่างปลงตก วันนี้เขายังไม่มีคนว่าจ้างเลย“อย่าเพิ่งคิดมาก รอดูอีกสักหน่อยเดี๋ยวคงจะมีคนมาสอบถามเองแหละ” หลี่ซือหยวนให้กำลังใจสหาย แม้ว่าตอนนี้เขาเองก็ยังไม่มีคนว่าจ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินกลับบ้าน“นั่นสิ เหมือนวันนี้พ่อค้าไม่ค่อยมีหรือเปล่า แต่ฉันก็มาตั้งแต่เช้าเพิ่งมีลูกค้าคนเดียวเอง” อาเฉียวพูดขึ้นมาบ้าง“เอาน่า อย่าเพิ่งคิดมากอย่างที่อาหยวนบอกนั่นแหละ รอดูอีกหน่อยเผื่อว่าช่วงเย็นจะมีงานให้ทำ พ่อค้าบางกลุ่มน่าจะมาช่วงเย็น”อาเจิ้นเองก็ได้งานน้อยมาก บ้านเขาเองไม่ได้มีฐานะอะไร การทำงานเกษตรจึงไม่พอที่จะจุนเจอครอบครัว เลยต้องมาหาใช้แรงงานที่นี่แทบจะทุกวันทั้งสี่คนเป็นสหายกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีงานใหญ่ก็มักจะเรียกคนกันเองมาช่วยขณะนั้นก็มีคนที่หลี่ซือหยวนคุ้นตาเดินตรงเข้ามาหา“พวกนายว่างกันใช่ไหม วันนี้มีขนของเข้าโกดัง ฉันต้องการห้าคน นายไหวไหม เจ้านายให้คน

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.2

    พูดจบก็จับมือน้องสาวเข้าบ้าน ส่วนพ่อกับแม่นั้นกลับไปทำงานต่อ“เก่งมากเลยพี่รอง ฉันสะใจมาก ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย”หลี่ลู่หรานเข้าบ้านมาก็หัวเราะอย่างชอบใจ ไม่คิดว่าจะเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่พี่สาวของเธอดักเล่นงานฝ่ายนั้นทุกทางยิ่งการกระทำของเธอเธอยิ่งสะใจมาก ต่อไปผู้ชายคนนั้นคงไม่กล้ามายืมอะไรพี่สาวเธออีก“พี่ก็แค่ทวงของตัวเองคืนน่ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย เธอก็อ่านหนังสือไปก็แล้วกัน” หลี่เหมยอยากไปทดลองระบบเสียหน่อย และอยากรู้ว่าเมื่อเธอซื้อสินค้ามันจะเอาออกมาได้จริงไหม“ให้ฉันไปด้วยไหมพี่รอง” เด็กสาวรีบเสนอตัวทันที“ไม่เป็นไรหรอกพี่จะไปเดินเล่น เรานั่นแหละอ่านหนังสือไปเถอะ อย่าให้คะแนนตกล่ะ เพราะหากเมื่อไรที่เปิดการสอบเกาเข่าอีกครั้ง พี่จะส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอง”“พี่ก็พูดไป ไม่รู้เมื่อไรที่มหาวิทยาลัยจะเปิดให้เรียนอีกครั้ง แค่จบมัธยมปลายก็พอแล้ว ฉันก็จะสอบเข้าทำงานดี ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงทุกคนเอง”หลี่เหมยได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอมั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น หลี่ลู่หรานจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน อย่าลืมว่าเธอคือคนเขียนเรื่องนี้เองหญิงสาวเดิน

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.1

    อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกถังชุนเป้ยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากตอนนี้สายตาชาวบ้านทุกคนทุกคู่มองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ แต่ถ้าปฏิเสธว่าไม่เคยเอาอะไรมาจากหร่วนเจินฮ่าวเลย เธอก็จะกลายเป็นสตรีร้ายกาจแทนน่ะสิ เนื่องจากใครหลายคนก็เห็นว่าเขามักจะปกป้องเธอเสมอ และยังซื้อของมาให้เป็นประจำอยู่แล้ว“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินหรอกนะ พี่ก็รู้ว่าบ้านฉันเป็นอย่างไร หรือพี่จะให้ฉันเอาของที่พี่ซื้อให้ไปขายล่ะ”เธอแสร้งบีบน้ำตาให้เห็น และยังทำตัวน่าสงสารเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านถังนั้นหากใครทำงานหรือหาเงินได้ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด“ถ้าอย่างนั้นเธอเอาเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้ไปขาย แล้วเอาเงินมารวบรวมคืนหลี่เหมยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องเดือดร้อนแน่”เขายังคงกดดันให้เธอช่วย ซึ่งสายตาก็มองเห็นภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองอยู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งมากถังชุนเป้ยหันมาทางหลี่เหมยแล้วแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสาร “หลี่เหมย เราสองคนเป็นสหายกันมานาน เธออย่าเพิ่งทวงเงินพี่เจินฮ่าวได้ไหม หากเธอทำได้ ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”“เธออย่าทำอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายคน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status