Masukมีใครบ้างไม่รู้เรื่องที่ถังชุนเป้ยเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่
หร่วนเจินฮ่าวคอยปกป้องและคอยเอาใจ เพราะเธอก็คือหลานสาวของน้องสะใภ้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน และนี่คงเป็นสาเหตุที่เขาคอยเอาใจ และคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด“เฮอะ! คิดเหรอว่าหลี่เหมยจะกล้า เธอรักฉันจะตาย แล้วจะมาประจานฉันทำไม ปล่อยไปเถอะอย่าไปสนใจเลย”
เขายังคงคิดว่าหลี่เหมยนั้นไม่กล้าทำอย่างที่ประกาศ คิดว่าเธอทำแบบนี้เพราะเรียกร้องความสนใจเท่านั้น เลยไม่คิดจะสนใจ
ส่วนหลี่ลู่หรานและคนบ้านรองหลี่ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้น
นิ่งเงียบก็ได้แต่มองหลี่เหมยพร้อมกัน และรอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไปหญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจแล้วมองไปทางอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง
‘คิดว่าตีมึนทำเฉยแล้วฉันจะปล่อยไว้เหรอ ฝันไปเถอะ อย่างนั้นมาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะอับอาย เงินและทรัพย์สินของ หลี่เหมยคนก่อน ฉันคนนี้จะทวงคืนทุกอย่างเอง!’
“เสี่ยวหราน เราไปที่ห้องกระจ่ายข่าวกัน ในเมื่อเรียกมาคุยดี ๆ ไม่ชอบ อย่างนั้นก็ต้องประกาศให้คนรู้ทั่วหมู่บ้าน ให้ทุกคนรับรู้ไปเลย” หญิงสาวบอกน้องสาวและยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
“แต่ห้องกระจายข่าวมีคนคอยดูแลนะพี่รอง พี่จะเข้าไปใช้เครื่องขยายเสียงยังไง เดี๋ยวก็ถูกทำโทษหรอก”
เด็กสาวคิดไม่ออกเลยว่าพี่สาวของเธอจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร อีกอย่างห้องนั้นใช้ได้สำหรับคนที่มีความเกี่ยวข้องเท่านั้น และคนนอกห้ามใช้ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาต
“ไม่ยากหรอก เรื่องนี้เราแสร้งบีบน้ำตาเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าห้องไม่ใช่คนใจร้าย เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จัดการเอง”
เธอบอกน้องสาวอย่างมั่นใจว่าจัดการเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อน ก่อนจะพูดกับพ่อและแม่ว่า
“ฉันไปก่อนนะคะพ่อ แม่ เดี๋ยวค่อยเจอกันที่บ้าน หากได้ยินเสียงประกาศตามสาย เชื่อเถอะว่า หร่วนเจินฮ่าวจะต้องรีบหาตัวฉันแน่ และชาวบ้านที่อยากรู้คงต้องตามไปเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานั้นพ่อกับแม่ค่อยตามไป”
หลี่เหมยบอกแผนการให้พ่อกับแม่ฟัง ซึ่งทั้งสองคนพยักหน้าอย่างเข้าใจแม้จะตกใจกับการกระทำของลูกสาวคนนี้ก็ตาม
จากนั้นหลี่เหมยและหลี่ลู่หรานก็รีบออกมาจากตรงนั้นทันที แล้วมุ่งตรงไปยังห้องกระจายเสียงของกองพลน้อย ท่ามกลางสายตาพ่อกับแม่ที่มองตามไป
ห้องกระจายเสียงของกองพลน้อย
และเมื่อหลี่เหมยกับน้องสาวมาถึงแล้ว หญิงสาวก็แสร้งบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่หร่วนเจินฮ่าวเอาเงินของเธอและข้าวของต่าง ๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ฟัง พร้อมกับกางหลักฐานให้ดู
พอเจ้าหน้าที่ประจำห้องเสียงดูแล้ว ก็เกิดความสงสงสาร
จึงให้เธอใช้เครื่องกระจายเสียงประกาศ และหากฝ่ายนั้นไม่ยอมมาเจรจา เขาจะพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในเมือง หรือแจ้งทหารเอง เพื่อที่เอาผิดกับอีกฝ่ายสำหรับเธอแม้ว่าเงินที่ให้ชายหนุ่มไปหกร้อยกว่าหยวนในสองปีไม่มากเท่าไร แต่หากเทียบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หามาด้วยตัวเองในยุคนี้ เงินนั้นถือว่าเยอะมาก แล้วยังมีตั๋วต่าง ๆ อีกล่ะ
และต่อให้เงินแค่สิบหยวนเธอก็จะทวงคืน!!
“ประกาศ ๆ ฉันหลี่เหมย ต้องการประกาศให้ทุกคนทราบเรื่องที่ยุวปัญญาชนชายหร่วนเจินฮ่าวได้หยิบยืมเงินของฉันไป
รวมแล้วหกร้อยห้าสิบหยวนในตลอดสองปีที่ผ่านมา และยังมี ตั๋วอาหารอีกสามสิบชั่ง และยังมีอาหารอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งฉันได้ จดบันทึกรายละเอียดหมดแล้ว” หญิงสาวหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ“แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะทำเหมือนชอบเขา แต่เรื่องเงินและเรื่องอาหารมันไม่เกี่ยวกัน ยืมเป็นยืม ให้เป็นให้ แต่ทุกครั้งจะเป็นการยืม และฉันก็จดไว้ทุกอย่างว่าเขาเอาไปวันไหนเวลาเท่าไร หากใครไม่เชื่อสามารถมาขอดูหลักฐานจากฉันได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้เขาเอาเงินและสิ่งของทุกอย่างกลับมาคืน ไม่อย่างนั้นฉันจะเข้าเมืองไปแจ้งทางการในเรื่องนี้ ประกาศ! ประกาศ!”
เสียงประกาศตามสายดังทั่วหมู่บ้าน และลามไปถึงหมู่บ้านอื่น เนื่องจากทำงานในกองพลน้อยเดียวกัน เสียงตามสายจึงต้องกระจายไปหมู่บ้านอื่นด้วย
เมื่อทุกคนได้ยินต่างก็ส่งเสียงพูดคุยกันไม่หยุด ไม่พอใจที่ยุวปัญญาชนคนนี้เอาเปรียบหญิงสาวที่ประกาศตามสายมา
และคนในหมู่บ้านที่ทำงานให้กองพลน้อยต่างรู้จักหร่วนเจินฮ่าว รับรู้เรื่องราวมาตลอดว่าหลี่เหมยนั้นตามตอแยเขามาเป็นปีแล้ว แต่ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะเอาเปรียบเธอในเรื่องนี้นั่นเพราะเงินหกร้อยห้าสิบหยวนไม่น้อยเลย นี่คงเป็นเงินที่หลี่เหมยเก็บมาตั้งแต่เริ่มทำงาน ยังมีตั๋วอาหารอีกตั้งสามสิบชั่ง
นี่ก็คงสะสมมาหลายปี เนื่องจากทางภาครัฐจะแจกจ่ายให้กับชาวบ้านทุกปีหร่วนเจินฮ่าวได้ยินก็หน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะกล้าทำอย่างที่บอก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบวางอุปกรณ์ทำงานลง แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องกระจายข่าวทันที แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบหญิงสาวแล้ว
จึงมุ่งหน้าไปที่บ้านรองหลี่ โดยมีทุกคนตามมาดูเหตุการณ์ด้วยจากนั้นเสียงวิ่งตึงตังก็ดังขึ้น ทำให้หลี่เหมยอดไม่ได้ที่จะทุบลงที่ไหล่หนาของสามี“พี่อี้ข่าย พี่พูดอะไรน่ะ แบบนี้ฉันจะมีหน้าลงไปพบคนอื่นได้ยังไง สองคนนั้นยิ่งช่างพูดอยู่ด้วย” หลี่เหมยพูดกับสามีอย่างเขินอาย“อายทำไมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของสามีภรรยาที่รักกันมาก ๆ อย่างเรา แล้วสองคนนั้นก็อยากได้น้องสาวมาก”หยางอี้ข่ายพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ไม่รู้ล่ะ พี่รีบทำเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วนะคะ พี่จับฉันพลิกคว่ำพลิกหงายมาตั้งแต่เช้ามืด จนตอนนี้ตะวันส่องตูดแล้วนะ”หญิงสาวพูดอย่างงอแง ก่อนจะใช้มือตบที่ตูดของสามีอย่างหยอกล้อ“จัดไปครับที่รัก” พูดจบหยางอี้ข่ายก็หยัดกายขึ้นมา เขาจับเอวบางไว้ แล้วเริ่มกระแทกแก่นกายใส่ร่างเธออีกครั้ง เริ่มจากช้าๆ แล้วเร็วขึ้น แรงขึ้น จนสองเต้าตรงกลางอกขึ้นกระเพื่อมขึ้นลงตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆหยางอี้ข่ายอัดใส่อย่างหนักหน่วงรุนแรง เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อย ส่วนหลี่เหมยก็นอนส่ายหน้าไปมาอย่างเสียวซ่าน มือเรียวของเธอยกขึ้นมาจับแขนแกร่งไว้ทั้งสองสบสายตากัน และยิ้มให้กันด้วยความรัก ไม่นานก็ครางออกมาด้วยความเสร็จสม“โอ้ววววว มันดีจริง ๆ พี่ไม่ไหวแล้ว” หยางอี้ข่ายแหงนหน้าขึ้น
ตอนพิเศษ 2 คุณพ่อจอมหื่น5 ปีผ่านไปตอนนี้สถานการณ์ครอบครัวของหลี่เหมยก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น และตอนนี้ลูกฝาแฝดของเธออย่างหยางกวนโม่กับหยางเสี่ยวเหมยก็อายุครบห้าขวบในวันนี้ ดังนั้นวันนี้ที่บ้านตระกูลหยางจึงครึกครื้นมากเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกทั้งสองครอบครัวลงไปจัดเตรียมสถานที่ตั้งแต่เช้ามืด แขกที่มาก็จะเป็นทั้งญาติพี่น้อง และคู่ค้าที่มีสัมพันธ์อันดีแต่ในห้องนอนของหยางอี้ข่ายนั้นมีแสงส่องผ่านผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเข้ามาเล็กน้อย และในห้องนั้นก็กำลังร้อนระอุกับบทรักยามเช้าที่สามีกำลังมอบให้ภรรยา“อา....เสียวมากครับอาเหมย ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปน้องก็ทำให้มีความสุขทุกครั้ง” หยางอี้ข่ายถึงกับแหงนหน้าครางออกมาอย่างสุขสมฮึก...ฉันก็เสียวและมีความสุขค่ะ แต่พี่ต้องทำเวลาหน่อยนะ ตอนนี้ทุกคนตื่นแล้ว ซี๊ดดด!” หลี่เหมยที่ตอนนี้อยู่ในท่าคุกเข่าหันก้นให้สามีอัดกระแทกแก่นกายเข้าในร่องเสียว เธอครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อตอนนี้สะโพกหนากระแทกใส่เธอไม่ยั้งตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ“โอ้ววว พี่ก็พยายามอยู่ แต่พี่อยากมีความสุขกับอาเหมยนาน ๆ พี่รักอาเหมยที่สุด จุ๊บ!”ชายหนุ่มที่แหงนหน้าครางได้ยินอย่างนั้
ส่วนทางด้านหลี่เหมย เวลานี้รู้สึกหน่วงและเจ็บท้องเป็นระยะ จึงได้รีบบอกแม่ทั้งสองคน“แม่คะ ฉันคิดว่าฉันใกล้จะคลอดแล้ว”“ตายแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่จะไปบอกคนขับรถ และเตรียมของไปโรงพยาบาลกันนะ” โม่ซือเจินบอกอย่างลนลานเหมือนกัน เพราะตกใจที่ลูกสะใภ้จะคลอด“หายใจเข้าลึก ๆ นะลูก พี่ซือเจินอยู่กับอาเหมยเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาของเด็กที่เตรียมไว้เอง” เฉินเมิ่งรุ่ยเห็นอาหารแม่สามีของลูกสาวเลยตัดสินใจจะไปเอาของ และบอกคนขับรถเองทว่าลูกชายและลูกเขยกลับมาพอดีเลยรีบบอก“อี้ข่ายไปอุ้มอาเหมยหน่อย ตอนนี้เจ็บท้องคลอดแล้ว ส่วนลูก รีบออกไปเตรียมรถจะได้พาน้องไปโรงพยาบาล” นับว่าเธอคือคนที่มีสติที่สุดแล้วทันทีที่ได้ยินว่าภรรยาสุดรักเจ็บท้องคลอด หยางอี้ข่ายทิ้งทุกอย่างรีบวิ่งไปที่ห้องโถงทันที ส่วนหลี่ซือหยวนก็รีบออกไปเตรียมรถเพื่อพาน้องสาวไปโรงพยาบาล “พี่มาแล้ว อาเหมยไม่ต้องกลัวนะ ใจเย็น ๆ นะครับ”เขาไม่เพียงแค่พูดแต่รีบคว้าร่างของภรรยาขึ้นมาอุ้ม พร้อมกับพาเธอเดินออกมา ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีเจ็บปวดของเธอก็รู้สึกใจไม่ดี หากเขาเจ็บปวดเองได้ก็คงจะทำไปแล้ว“ค่ะพี่ พี่เองก็ไม่ต้องกังวลนะ นี่มันเป็นอาการที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจ
ตอนพิเศษ 1 ไม่ชายตามองหญิงใดตั้งแต่ที่รู้ว่าหลี่เหมยตั้งท้อง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนจนเกือบจะคลอดอยู่แล้ว ทว่าทุกคนกลับดูแลเธอไม่ต่างจากตอนท้องสองเดือน จนหญิงสาวต้องบ่นออกมาว่าเธอแค่ท้องไม่ได้ป่วยสักหน่อย แล้วคุณหมอก็บอกแล้วว่าท้องนี้ของเธอแข็งแรงดีแม้ว่าจะท้องแฝดก็ตาม “อาเหมยเป็นอย่างไรบ้าง พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”หยางอี้ข่ายรีบบอก พร้อมกับมีสีหน้าออดอ้อนภรรยา จนโม่ซือเจินต้องเบะปากใส่ลูกชายที่เสแสร้งจนเกินหน้าเกินตา“ฉันก็เหมือนเดิม วันนี้พี่มีประชุมสำคัญของสมาคมการค้า พี่อย่ามางอแงเหมือนเด็กเลยนะ งานนี้สำคัญนะคะ”หญิงสาวอยากจะขำกับท่าทางของเขา แต่ก็ไม่อยากหักหน้าสามีต่อหน้าคนรับใช้หยางอี้ข่ายถอนหายใจ หากวันนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาคงไม่ไปหรอก เพราะภรรยากำลังอยู่ในช่วงใกล้คลอด“ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับ”“พ่อถามหน่อยเถอะ คุณชายแห่งตระกูลหยางผู้เหี้ยมโหดไปไหนแล้ว ทำไมพ่อเห็นแค่แมวน้อยเท่านั้นล่ะ” นายท่านหยางอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อลูกชาย“โธ่ พ่อครับ ผมก็แค่คนที่รักลูกรักภรรยา งานก็ส่วนงานสิครับ หากมีคนมารังแก ผมก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”ชายหนุ่มไม่สนใจว่า
“ขอบคุณครับหมอ ผมขอบคุณมาก” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างยินดี ก่อนหน้านี้ว่าดีใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินจากคุณหมอตรงหน้าก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิม จนตอนนี้มือสั่นไปหมดแล้วเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ หลี่ซือหยวนที่รออยู่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที แล้วตรงเข้ามาถาม“สรุปท้องจริงไหม”หลี่เหมยพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เพราะนี่คือคำตอบของเธอ“ไชโย ฉันจะมีหลานแล้ว”หลี่ซือหยวนโห่ร้องอย่างดีใจจนลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล และเขาไม่ต้องรอให้ใครบอกรีบเดินไปที่รับยาก่อนใคร จากนั้นก็จ่ายเงินค่าตรวจและค่ายาด้วยตัวเองเมื่อทั้งสามคนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหยาง ทันทีที่นายท่านและคุณนายหยางรับรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องแล้วก็ดีใจจนน้ำตาไหล ด้วยวัยที่โรยราลงเรื่อย ๆ ก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะได้อุ้มหลาน“เดี๋ยวผมขอตัวไปบอกข่าวดีพ่อกับแม่ก่อนนะครับ”หลี่ซือหยวนรีบขอตัวและตั้งใจจะไปรับพ่อกับแม่มาหาน้องสาว“อืมไปเถอะ วันนี้เราต้องเลี้ยงฉลองกัน ฉันอยากดื่มกับอากวงน่ะ”นายท่านรีบโบกมือให้ ตอนนี้เขาทั้งดีใจและตื่นเต้นที่ลูกสะใภ้ท้องแล้วหลี่เหมยมองบรรยากาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นแม่คน ทั้งที่ชาติที่แล้วเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคนรักเล
บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ (จบ)หลังจากวันแต่งงานนี่ก็ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้ว แต่ทว่าหยางอี้ข่ายยังคงคิดภรรยาเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ออกไปทำงานเขาพยายามตื้อและขอให้เอไปด้วยซึ่งบางครั้งหลี่เหมยก็ตามไป บางครั้งเธอก็ไม่ไป แต่จะคอยหาของมาแลกเปลี่ยนกับระบบทั้งที่ฐานะของเธอตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้วอีกทั้งตอนนี้ร้านค้าของหลี่ซือหยวนก็ขยายกิจการด้วยความสามารถของเขาเอง สินค้าที่รับมาขายก็ได้จากช่องทางของตระกูลหยาง ทำให้ครอบครัวตระกูลหลี่สายรองมีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้นมากวันนี้หลี่เหมยมาที่ร้านของพี่ชาย เพราะไม่อยากจะอยู่บ้านและไม่อยากตามสามีไปที่สำนักงานของเขา นั่นเพราะกลัวลูกน้องจะมองเขาไม่ดี ที่คอยเกาะติดภรรยา เดี๋ยวภาพลักษณ์ของสามีจะเสียและลูกน้องจะไม่เคารพ“พี่ใหญ่ ตอนนี้ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนแล้ว เงินที่ขายโสมก็ยังมีอีกเยอะ พี่ไม่คิดจะแต่งงานบ้างเหรอ”เธอเดินเข้ามานั่งกับพี่ชายแล้วเอ่ยถาม“พี่ยังไม่คิดเรื่องนั้น จะรอเลี้ยงหลานก่อน เรื่องแต่งงานค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะมีภรรยา เขามองว่าหน้าที่การงานยังไม่มั่นคงสักเท่าไร หรือต่อให้เขาไม่แต่งงานอย่างน้อยใ







