Mag-log inหลี่ลู่หรานเดินคล้องแขนพี่สาวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะตลอดทาง ทำให้หลี่เหมยรู้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอมองว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่โดนใครรังแก
“ว่าแต่ความเรียบร้อยของน้องพี่หายไปไหนหมดแล้วเนี่ย เดินหัวเราะมาตลอดทาง ไม่กลัวใครเห็นแล้วตำหนิหรือไง”
“โธ่...พี่รอง ฉันก็แค่หัวเราะอย่างสุขใจเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นรู้ตัวหรือยังว่าพี่หลอกด่าน่ะ ฉันอยากจะหัวเราะให้ลั่นทุ่งไปเลย” เด็กสาวยังคงชอบใจกับสิ่งที่เจอก่อนหน้านี้ ถ้าไม่เกรงใจคงหัวเราะมากกว่านี้แล้ว
“ป่านนี้น่าจะรู้แล้วล่ะ พวกนั้นไม่โง่นานหรอก แต่ตอนนี้เราน่ะหยุดหัวเราะได้แล้ว หากเกิดแม่ได้ยินเข้าจะดุเอาน่ะสิ
พี่ไม่ช่วยนะ”พอได้ยินพี่สาวบอกแบบนั้น หลี่ลู่หรานรีบปิดปากตัวเองทันที ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงไร่ที่พ่อกับแม่ทำงานอยู่
“พ่อ แม่” สองพี่น้องประสานเสียงเรียกพร้อมกับโบกมือให้ เมื่อสองสามีภรรยาเห็นว่าใครมาก็รีบวางอุปกรณ์ลง แล้วเร่งเท้าเดินมาหาด้วยความร้อนใจ
“นี่หายป่วยแล้วเหรอ แดดเปรี้ยงขนาดนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีกนะ” เฉินรุ่ยเมิ่งรีบพูด พร้อมกับสำรวจร่างกายของลูกเลี้ยงอย่างเป็นห่วง เธอกลัวเหลือเกินว่าหลี่เหมยจะกลับมาป่วยอีก
“แม่คะ แม่กังวลเกินไปแล้ว ตอนนี้พี่รองหายแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะพาพี่รองเดินออกจากบ้านได้อย่างไร ตอนแรกฉันตั้งจะมาบอกพ่อกับแม่เอง แต่พี่รองไม่ยอม ขอตามมาด้วย”
หลี่ลู่หรานหลุดยิ้มเมื่อเห็นอาการของแม่ และรู้ว่าต่อให้พ่อจะไม่แสดงอะไรออกมาแต่เขาก็เป็นห่วงไม่น้อยเหมือนกัน
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ต่อไปก็ดูแลตัวเองสักหน่อย อย่าหาแต่เรื่องเข้าบ้าน โตจนป่านนี้ควรคิดอะไรเองได้แล้ว”
หลี่กวงบ่นออกมา แต่ก็มีความห่วงใยอยู่ในนั้น อีกอย่างเขาไม่อยากให้ลูกสาวเข้าไปวุ่นวายกับหร่วนเจินฮ่าวสักเท่าไร หวังว่าตื่นมาครั้งนี้จะคิดได้เสียทีว่า ชายคนนั้นหวังปอกลอกและเอาแต่เงินเพียงอย่างเดียว
หลี่เหมยเข้าใจความหมายที่พ่อบอก เธอเองไม่คิดจะกลับไปวุ่นวายหรือหาเรื่องเข้าบ้านอีกแล้ว โดยเฉพาะกับการที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระเอกของเรื่องนี้ จึงได้ตอบกลับอย่างมั่นใจและชัดเจน
“เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องห่วงหรอก ที่ฉันออกมาวันนี้เพราะมีเรื่องบางอย่างให้ทำด้วย ที่ผ่านมาฉันไม่ใช่ลูกที่ดีนัก สร้างแต่เรื่องให้พ่อกับทุกคนต้องกังวลไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าทำงานหาเงินมาได้เท่าไร แทนที่จะเก็บไว้ แต่กลับเอาไปให้คนที่ไม่เห็นคุณค่าฉันแบบนั้น แล้วปล่อยให้คนที่บ้านต้องลำบาก ครั้งนี้ฉันสำนึกผิดแล้วค่ะ”
หญิงสาวมีท่าทีสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
“วันนี้ฉันจะทวงคืนของทุกอย่างจากหร่วนเจินฮ่าวที่เขาเอาไป” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นจริงจังมาก
หลี่เหมยจะทำให้ทุกคนเห็นเอง อีกอย่างร่างเดิมก็ไม่ได้โง่เสียทีเดียว เพราะเธอได้จดรายละเอียดไว้ทุกอย่างว่า เขาเองอะไรไปบ้าง สมแล้วที่เป็นนางร้ายของเรื่อง
“แล้วพี่รองจำได้เหรอว่าให้อะไรไปบ้าง”
หลี่ลู่หรานถามอย่างเร็ว และสงสัยว่า ในเมื่อพี่สาวของเธอแอบให้ของและเงินกับยุวปัญญาชนคนนั้นไปมากมายเหลือเกิน แล้วจะจำได้อย่างไรว่าให้อะไรไปบ้าง แล้วจะทวงคืนอย่างไร
“นี่ไง” หญิงสาวหยิบสมุดที่พกติดตัวเป็นประจำออกมา แล้วชูให้ทั้งสามคนดู “ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ”
“แล้วจะทำอย่างไรต่อ” คนเป็นพ่อถามเสียงเรียบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกสาวฉลาด และไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบง่าย ๆ
หลี่เหมยไม่ตอบ แต่พยายามมองหาใครบางคน และเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ จึงได้ตะโกนเสียงดัง
“อะแฮ่ม” หญิงสาวลองเสียงเล็กน้อย แล้วพูดต่อเสียงดัง“หร่วนเจินฮ่าว หากได้ยินเสียงนี้กรุณามาที่นี่ด่วน เนื่องจากว่าคุณมีหนี้สินค้างคากับฉันจำนวนไม่น้อยเลย ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา หากคุณไม่มาฉันจะประจานเรื่องราวทั้งหมด และร้องเรียนกับภาครัฐว่า ยุวปัญญาชนที่มีการศึกษาหลอกลวงเงิน และทรัพย์สินของสาวชาวบ้านไป ประกาศ! ประกาศ!”
ทุกคนที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงนี้ก็รีบหันมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่เหมยก็แปลกใจ นั่นเพราะที่ผ่านมามีใครไม่รู้บ้างว่าเธอตามจีบหร่วนเจินฮ่าวมาตลอด และขัดขวางผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา
หร่วนเจินฮ่าวเองก็ได้ยินแต่เขากลับตีมึนนิ่งเฉย คิดว่า
หลี่เหมยนั้นรักตนเองมาก เลยมั่นใจว่าเธอไม่กล้าที่จะประจานเรื่องนี้แน่ จนสหายที่ยืนทำงานข้างกันต้องรีบกล่าวเตือนอีกครั้ง“เจินฮ่าว นายไม่ไปล่ะ เดี๋ยวลูกสาวบ้านรองหลี่ก็ประจานนายหรอก ที่ผ่านมานายเอาเงินและตั๋ว รวมถึงอาหารเธอมาเยอะไม่ใช่เหรอ อีกทั้งนายยังเอาไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางให้กับชุนเป้ยอีก หากเธอประจานขึ้นมาจะแย่เอานะ”
จากนั้นเสียงวิ่งตึงตังก็ดังขึ้น ทำให้หลี่เหมยอดไม่ได้ที่จะทุบลงที่ไหล่หนาของสามี“พี่อี้ข่าย พี่พูดอะไรน่ะ แบบนี้ฉันจะมีหน้าลงไปพบคนอื่นได้ยังไง สองคนนั้นยิ่งช่างพูดอยู่ด้วย” หลี่เหมยพูดกับสามีอย่างเขินอาย“อายทำไมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของสามีภรรยาที่รักกันมาก ๆ อย่างเรา แล้วสองคนนั้นก็อยากได้น้องสาวมาก”หยางอี้ข่ายพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ไม่รู้ล่ะ พี่รีบทำเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วนะคะ พี่จับฉันพลิกคว่ำพลิกหงายมาตั้งแต่เช้ามืด จนตอนนี้ตะวันส่องตูดแล้วนะ”หญิงสาวพูดอย่างงอแง ก่อนจะใช้มือตบที่ตูดของสามีอย่างหยอกล้อ“จัดไปครับที่รัก” พูดจบหยางอี้ข่ายก็หยัดกายขึ้นมา เขาจับเอวบางไว้ แล้วเริ่มกระแทกแก่นกายใส่ร่างเธออีกครั้ง เริ่มจากช้าๆ แล้วเร็วขึ้น แรงขึ้น จนสองเต้าตรงกลางอกขึ้นกระเพื่อมขึ้นลงตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆหยางอี้ข่ายอัดใส่อย่างหนักหน่วงรุนแรง เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อย ส่วนหลี่เหมยก็นอนส่ายหน้าไปมาอย่างเสียวซ่าน มือเรียวของเธอยกขึ้นมาจับแขนแกร่งไว้ทั้งสองสบสายตากัน และยิ้มให้กันด้วยความรัก ไม่นานก็ครางออกมาด้วยความเสร็จสม“โอ้ววววว มันดีจริง ๆ พี่ไม่ไหวแล้ว” หยางอี้ข่ายแหงนหน้าขึ้น
ตอนพิเศษ 2 คุณพ่อจอมหื่น5 ปีผ่านไปตอนนี้สถานการณ์ครอบครัวของหลี่เหมยก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น และตอนนี้ลูกฝาแฝดของเธออย่างหยางกวนโม่กับหยางเสี่ยวเหมยก็อายุครบห้าขวบในวันนี้ ดังนั้นวันนี้ที่บ้านตระกูลหยางจึงครึกครื้นมากเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกทั้งสองครอบครัวลงไปจัดเตรียมสถานที่ตั้งแต่เช้ามืด แขกที่มาก็จะเป็นทั้งญาติพี่น้อง และคู่ค้าที่มีสัมพันธ์อันดีแต่ในห้องนอนของหยางอี้ข่ายนั้นมีแสงส่องผ่านผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเข้ามาเล็กน้อย และในห้องนั้นก็กำลังร้อนระอุกับบทรักยามเช้าที่สามีกำลังมอบให้ภรรยา“อา....เสียวมากครับอาเหมย ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปน้องก็ทำให้มีความสุขทุกครั้ง” หยางอี้ข่ายถึงกับแหงนหน้าครางออกมาอย่างสุขสมฮึก...ฉันก็เสียวและมีความสุขค่ะ แต่พี่ต้องทำเวลาหน่อยนะ ตอนนี้ทุกคนตื่นแล้ว ซี๊ดดด!” หลี่เหมยที่ตอนนี้อยู่ในท่าคุกเข่าหันก้นให้สามีอัดกระแทกแก่นกายเข้าในร่องเสียว เธอครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อตอนนี้สะโพกหนากระแทกใส่เธอไม่ยั้งตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ“โอ้ววว พี่ก็พยายามอยู่ แต่พี่อยากมีความสุขกับอาเหมยนาน ๆ พี่รักอาเหมยที่สุด จุ๊บ!”ชายหนุ่มที่แหงนหน้าครางได้ยินอย่างนั้
ส่วนทางด้านหลี่เหมย เวลานี้รู้สึกหน่วงและเจ็บท้องเป็นระยะ จึงได้รีบบอกแม่ทั้งสองคน“แม่คะ ฉันคิดว่าฉันใกล้จะคลอดแล้ว”“ตายแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่จะไปบอกคนขับรถ และเตรียมของไปโรงพยาบาลกันนะ” โม่ซือเจินบอกอย่างลนลานเหมือนกัน เพราะตกใจที่ลูกสะใภ้จะคลอด“หายใจเข้าลึก ๆ นะลูก พี่ซือเจินอยู่กับอาเหมยเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาของเด็กที่เตรียมไว้เอง” เฉินเมิ่งรุ่ยเห็นอาหารแม่สามีของลูกสาวเลยตัดสินใจจะไปเอาของ และบอกคนขับรถเองทว่าลูกชายและลูกเขยกลับมาพอดีเลยรีบบอก“อี้ข่ายไปอุ้มอาเหมยหน่อย ตอนนี้เจ็บท้องคลอดแล้ว ส่วนลูก รีบออกไปเตรียมรถจะได้พาน้องไปโรงพยาบาล” นับว่าเธอคือคนที่มีสติที่สุดแล้วทันทีที่ได้ยินว่าภรรยาสุดรักเจ็บท้องคลอด หยางอี้ข่ายทิ้งทุกอย่างรีบวิ่งไปที่ห้องโถงทันที ส่วนหลี่ซือหยวนก็รีบออกไปเตรียมรถเพื่อพาน้องสาวไปโรงพยาบาล “พี่มาแล้ว อาเหมยไม่ต้องกลัวนะ ใจเย็น ๆ นะครับ”เขาไม่เพียงแค่พูดแต่รีบคว้าร่างของภรรยาขึ้นมาอุ้ม พร้อมกับพาเธอเดินออกมา ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีเจ็บปวดของเธอก็รู้สึกใจไม่ดี หากเขาเจ็บปวดเองได้ก็คงจะทำไปแล้ว“ค่ะพี่ พี่เองก็ไม่ต้องกังวลนะ นี่มันเป็นอาการที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจ
ตอนพิเศษ 1 ไม่ชายตามองหญิงใดตั้งแต่ที่รู้ว่าหลี่เหมยตั้งท้อง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนจนเกือบจะคลอดอยู่แล้ว ทว่าทุกคนกลับดูแลเธอไม่ต่างจากตอนท้องสองเดือน จนหญิงสาวต้องบ่นออกมาว่าเธอแค่ท้องไม่ได้ป่วยสักหน่อย แล้วคุณหมอก็บอกแล้วว่าท้องนี้ของเธอแข็งแรงดีแม้ว่าจะท้องแฝดก็ตาม “อาเหมยเป็นอย่างไรบ้าง พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”หยางอี้ข่ายรีบบอก พร้อมกับมีสีหน้าออดอ้อนภรรยา จนโม่ซือเจินต้องเบะปากใส่ลูกชายที่เสแสร้งจนเกินหน้าเกินตา“ฉันก็เหมือนเดิม วันนี้พี่มีประชุมสำคัญของสมาคมการค้า พี่อย่ามางอแงเหมือนเด็กเลยนะ งานนี้สำคัญนะคะ”หญิงสาวอยากจะขำกับท่าทางของเขา แต่ก็ไม่อยากหักหน้าสามีต่อหน้าคนรับใช้หยางอี้ข่ายถอนหายใจ หากวันนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาคงไม่ไปหรอก เพราะภรรยากำลังอยู่ในช่วงใกล้คลอด“ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับ”“พ่อถามหน่อยเถอะ คุณชายแห่งตระกูลหยางผู้เหี้ยมโหดไปไหนแล้ว ทำไมพ่อเห็นแค่แมวน้อยเท่านั้นล่ะ” นายท่านหยางอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อลูกชาย“โธ่ พ่อครับ ผมก็แค่คนที่รักลูกรักภรรยา งานก็ส่วนงานสิครับ หากมีคนมารังแก ผมก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”ชายหนุ่มไม่สนใจว่า
“ขอบคุณครับหมอ ผมขอบคุณมาก” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างยินดี ก่อนหน้านี้ว่าดีใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินจากคุณหมอตรงหน้าก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิม จนตอนนี้มือสั่นไปหมดแล้วเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ หลี่ซือหยวนที่รออยู่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที แล้วตรงเข้ามาถาม“สรุปท้องจริงไหม”หลี่เหมยพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เพราะนี่คือคำตอบของเธอ“ไชโย ฉันจะมีหลานแล้ว”หลี่ซือหยวนโห่ร้องอย่างดีใจจนลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล และเขาไม่ต้องรอให้ใครบอกรีบเดินไปที่รับยาก่อนใคร จากนั้นก็จ่ายเงินค่าตรวจและค่ายาด้วยตัวเองเมื่อทั้งสามคนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหยาง ทันทีที่นายท่านและคุณนายหยางรับรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องแล้วก็ดีใจจนน้ำตาไหล ด้วยวัยที่โรยราลงเรื่อย ๆ ก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะได้อุ้มหลาน“เดี๋ยวผมขอตัวไปบอกข่าวดีพ่อกับแม่ก่อนนะครับ”หลี่ซือหยวนรีบขอตัวและตั้งใจจะไปรับพ่อกับแม่มาหาน้องสาว“อืมไปเถอะ วันนี้เราต้องเลี้ยงฉลองกัน ฉันอยากดื่มกับอากวงน่ะ”นายท่านรีบโบกมือให้ ตอนนี้เขาทั้งดีใจและตื่นเต้นที่ลูกสะใภ้ท้องแล้วหลี่เหมยมองบรรยากาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นแม่คน ทั้งที่ชาติที่แล้วเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคนรักเล
บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ (จบ)หลังจากวันแต่งงานนี่ก็ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้ว แต่ทว่าหยางอี้ข่ายยังคงคิดภรรยาเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ออกไปทำงานเขาพยายามตื้อและขอให้เอไปด้วยซึ่งบางครั้งหลี่เหมยก็ตามไป บางครั้งเธอก็ไม่ไป แต่จะคอยหาของมาแลกเปลี่ยนกับระบบทั้งที่ฐานะของเธอตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้วอีกทั้งตอนนี้ร้านค้าของหลี่ซือหยวนก็ขยายกิจการด้วยความสามารถของเขาเอง สินค้าที่รับมาขายก็ได้จากช่องทางของตระกูลหยาง ทำให้ครอบครัวตระกูลหลี่สายรองมีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้นมากวันนี้หลี่เหมยมาที่ร้านของพี่ชาย เพราะไม่อยากจะอยู่บ้านและไม่อยากตามสามีไปที่สำนักงานของเขา นั่นเพราะกลัวลูกน้องจะมองเขาไม่ดี ที่คอยเกาะติดภรรยา เดี๋ยวภาพลักษณ์ของสามีจะเสียและลูกน้องจะไม่เคารพ“พี่ใหญ่ ตอนนี้ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนแล้ว เงินที่ขายโสมก็ยังมีอีกเยอะ พี่ไม่คิดจะแต่งงานบ้างเหรอ”เธอเดินเข้ามานั่งกับพี่ชายแล้วเอ่ยถาม“พี่ยังไม่คิดเรื่องนั้น จะรอเลี้ยงหลานก่อน เรื่องแต่งงานค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะมีภรรยา เขามองว่าหน้าที่การงานยังไม่มั่นคงสักเท่าไร หรือต่อให้เขาไม่แต่งงานอย่างน้อยใ







