แชร์

ทวงคืนอย่างเจ็บแสบ 1.1

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 13:03:59

ทวงคืนอย่างเจ็บแสบ

หลี่ลู่หรานเดินคล้องแขนพี่สาวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะตลอดทาง ทำให้หลี่เหมยรู้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอมองว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่โดนใครรังแก

“ว่าแต่ความเรียบร้อยของน้องพี่หายไปไหนหมดแล้วเนี่ย เดินหัวเราะมาตลอดทาง ไม่กลัวใครเห็นแล้วตำหนิหรือไง”

“โธ่...พี่รอง ฉันก็แค่หัวเราะอย่างสุขใจเท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นรู้ตัวหรือยังว่าพี่หลอกด่าน่ะ ฉันอยากจะหัวเราะให้ลั่นทุ่งไปเลย” เด็กสาวยังคงชอบใจกับสิ่งที่เจอก่อนหน้านี้ ถ้าไม่เกรงใจคงหัวเราะมากกว่านี้แล้ว

“ป่านนี้น่าจะรู้แล้วล่ะ พวกนั้นไม่โง่นานหรอก แต่ตอนนี้เราน่ะหยุดหัวเราะได้แล้ว หากเกิดแม่ได้ยินเข้าจะดุเอาน่ะสิ

พี่ไม่ช่วยนะ”

พอได้ยินพี่สาวบอกแบบนั้น หลี่ลู่หรานรีบปิดปากตัวเองทันที ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงไร่ที่พ่อกับแม่ทำงานอยู่

“พ่อ แม่” สองพี่น้องประสานเสียงเรียกพร้อมกับโบกมือให้ เมื่อสองสามีภรรยาเห็นว่าใครมาก็รีบวางอุปกรณ์ลง แล้วเร่งเท้าเดินมาหาด้วยความร้อนใจ

“นี่หายป่วยแล้วเหรอ แดดเปรี้ยงขนาดนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีกนะ” เฉินรุ่ยเมิ่งรีบพูด พร้อมกับสำรวจร่างกายของลูกเลี้ยงอย่างเป็นห่วง เธอกลัวเหลือเกินว่าหลี่เหมยจะกลับมาป่วยอีก

“แม่คะ แม่กังวลเกินไปแล้ว ตอนนี้พี่รองหายแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะพาพี่รองเดินออกจากบ้านได้อย่างไร ตอนแรกฉันตั้งจะมาบอกพ่อกับแม่เอง แต่พี่รองไม่ยอม ขอตามมาด้วย”

หลี่ลู่หรานหลุดยิ้มเมื่อเห็นอาการของแม่ และรู้ว่าต่อให้พ่อจะไม่แสดงอะไรออกมาแต่เขาก็เป็นห่วงไม่น้อยเหมือนกัน

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ต่อไปก็ดูแลตัวเองสักหน่อย อย่าหาแต่เรื่องเข้าบ้าน โตจนป่านนี้ควรคิดอะไรเองได้แล้ว”

หลี่กวงบ่นออกมา แต่ก็มีความห่วงใยอยู่ในนั้น อีกอย่างเขาไม่อยากให้ลูกสาวเข้าไปวุ่นวายกับหร่วนเจินฮ่าวสักเท่าไร หวังว่าตื่นมาครั้งนี้จะคิดได้เสียทีว่า ชายคนนั้นหวังปอกลอกและเอาแต่เงินเพียงอย่างเดียว

หลี่เหมยเข้าใจความหมายที่พ่อบอก เธอเองไม่คิดจะกลับไปวุ่นวายหรือหาเรื่องเข้าบ้านอีกแล้ว โดยเฉพาะกับการที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระเอกของเรื่องนี้ จึงได้ตอบกลับอย่างมั่นใจและชัดเจน

“เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องห่วงหรอก ที่ฉันออกมาวันนี้เพราะมีเรื่องบางอย่างให้ทำด้วย ที่ผ่านมาฉันไม่ใช่ลูกที่ดีนัก สร้างแต่เรื่องให้พ่อกับทุกคนต้องกังวลไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าทำงานหาเงินมาได้เท่าไร แทนที่จะเก็บไว้ แต่กลับเอาไปให้คนที่ไม่เห็นคุณค่าฉันแบบนั้น แล้วปล่อยให้คนที่บ้านต้องลำบาก ครั้งนี้ฉันสำนึกผิดแล้วค่ะ”

หญิงสาวมีท่าทีสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

“วันนี้ฉันจะทวงคืนของทุกอย่างจากหร่วนเจินฮ่าวที่เขาเอาไป” น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นจริงจังมาก

หลี่เหมยจะทำให้ทุกคนเห็นเอง อีกอย่างร่างเดิมก็ไม่ได้โง่เสียทีเดียว เพราะเธอได้จดรายละเอียดไว้ทุกอย่างว่า เขาเองอะไรไปบ้าง สมแล้วที่เป็นนางร้ายของเรื่อง

“แล้วพี่รองจำได้เหรอว่าให้อะไรไปบ้าง”

หลี่ลู่หรานถามอย่างเร็ว และสงสัยว่า ในเมื่อพี่สาวของเธอแอบให้ของและเงินกับยุวปัญญาชนคนนั้นไปมากมายเหลือเกิน แล้วจะจำได้อย่างไรว่าให้อะไรไปบ้าง แล้วจะทวงคืนอย่างไร

“นี่ไง” หญิงสาวหยิบสมุดที่พกติดตัวเป็นประจำออกมา แล้วชูให้ทั้งสามคนดู “ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ”

“แล้วจะทำอย่างไรต่อ” คนเป็นพ่อถามเสียงเรียบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกสาวฉลาด และไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบง่าย ๆ

หลี่เหมยไม่ตอบ แต่พยายามมองหาใครบางคน และเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ จึงได้ตะโกนเสียงดัง

“อะแฮ่ม” หญิงสาวลองเสียงเล็กน้อย แล้วพูดต่อเสียงดัง“หร่วนเจินฮ่าว หากได้ยินเสียงนี้กรุณามาที่นี่ด่วน เนื่องจากว่าคุณมีหนี้สินค้างคากับฉันจำนวนไม่น้อยเลย ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา หากคุณไม่มาฉันจะประจานเรื่องราวทั้งหมด และร้องเรียนกับภาครัฐว่า ยุวปัญญาชนที่มีการศึกษาหลอกลวงเงิน และทรัพย์สินของสาวชาวบ้านไป ประกาศ! ประกาศ!”

ทุกคนที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงนี้ก็รีบหันมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่เหมยก็แปลกใจ นั่นเพราะที่ผ่านมามีใครไม่รู้บ้างว่าเธอตามจีบหร่วนเจินฮ่าวมาตลอด และขัดขวางผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา

หร่วนเจินฮ่าวเองก็ได้ยินแต่เขากลับตีมึนนิ่งเฉย คิดว่า

หลี่เหมยนั้นรักตนเองมาก เลยมั่นใจว่าเธอไม่กล้าที่จะประจานเรื่องนี้แน่ จนสหายที่ยืนทำงานข้างกันต้องรีบกล่าวเตือนอีกครั้ง

“เจินฮ่าว นายไม่ไปล่ะ เดี๋ยวลูกสาวบ้านรองหลี่ก็ประจานนายหรอก ที่ผ่านมานายเอาเงินและตั๋ว รวมถึงอาหารเธอมาเยอะไม่ใช่เหรอ อีกทั้งนายยังเอาไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางให้กับชุนเป้ยอีก หากเธอประจานขึ้นมาจะแย่เอานะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   เก็บของล้ำค่า 1.2

    เธอไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอคือหลี่เหมย คนในบ้านรองหลี่คือครอบครัวเธอ และหลี่ลู่หรานก็โตเป็นสาวแล้วสำหรับคนยุคนี้นะ เลยอยากจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่ ส่วนพี่ใหญ่เธอตั้งใจว่าจะให้เหมือนกัน เพราะตอนไปทำงานในเมืองจะได้ไม่ต้องนั่งเกวียนหรือเดินไป“ขอบใจนะอาเหมย” คนเป็นแม่เลี้ยงยังคงขอบคุณซ้ำ ๆหลี่เหมยยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วหันกลับไปทำอาหารต่อ โดยมีสายตาของเฉินรุ่ยเมิ่งมองแผ่นหลังของเธออย่างขอบคุณมื้อเช้าของบ้านรองหลี่พร้อมแล้วบนโต๊ะอาหาร ทุกคนจึงลงมือกินกันอย่างอร่อยและเมื่อจบมื้อเช้าจากนั้นหลี่ลู่หรานก็ออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน แต่ก่อนที่เธอจะออกไปกลับโดนหลี่เหมยเรียกไว้เสียก่อน“นี่กล่องข้าว เอาไปกินมื้อเที่ยง”“พี่รองทำให้ฉันเหรอ” เด็กสาวถามอย่างดีใจ“อืม แล้วเลิกเรียนก็รีบกลับล่ะ”“ค่ะพี่รอง” หลี่ลู่หรานตอบกลับ พร้อมกับเดินออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่พี่สาวทำอาหารมื้อเที่ยงให้กินที่โรงเรียนเมื่อเห็นว่าน้องคนเล็กไปแล้ว หลี่เหมยจึงกลับเข้าบ้านไปล้างถ้วนชามและเก็บเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชาย“พี่ใหญ่ วันนี้ไปในเมืองหรือเปล่า”“อืม คงไปเหมือนเดิมน่ะ เมื่

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   เก็บของล้ำค่า 1.1

    เก็บของล้ำค่าเฉินรุ่ยเมิ่งไม่คิดว่าอาหารที่วางตรงหน้าหลายจาน จะเกิดจากการปรุงอาหารของหลี่เหมย จึงตัดสินใจถามอีกครั้ง“อาเหมยทำอาหารเองเหรอลูก”“ค่ะแม่ ฉันทำเองทั้งหมด พ่อกับแม่ลองชิมก่อนไหม”หญิงสาวยิ้ม ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบกับข้าวอย่างละคำมาวางไว้ในจาน แล้วส่งให้พ่อกับแม่คนละชุดเพื่อให้ท่านทั้งสองลองกินดูหลี่กวงคีบอาหารในจานมาชิมทีละคำ ซึ่งไม่ต่างจากภรรยาเลย ทันทีที่ได้ลิ้นได้สัมผัสกับอาหาร ทำให้เขาตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะทำอาหารได้อร่อยอย่างนี้ แม้ว่าจะไม่มีคำชมออกมา แต่สีหน้านั้นทำให้สองพี่น้องรู้ว่าพ่อชอบอาหารที่กินไปซึ่งผิดกับเฉินรุ่ยเมิ่ง เธอไม่คิดที่จะเก็บคำชมไว้ในใจ “อร่อยมาก ไม่คิดเลยว่าอาเหมยจะทำอาหารอร่อยแบบนี้”“ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าฝีมือการทำอาหารฉันจะไม่ได้เรื่องเสียแล้ว” หลี่เหมยที่ลุ้นมากคลายความกังวล เมื่อแม่เลี้ยงเอ่ยคำชมออกมา“อะไรอร่อยเหรอครับ” หลี่ซือหยวนกลับมาได้ยินพอดีเขาจึงถามอย่างอยากรู้“พี่ใหญ่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเถอะ แล้วมากินมื้อเย็นพร้อมกัน” หลี่เหมยไม่ตอบและขยิบตาให้ทุกคนไม่ให้บอกพี่ชายเรื่องที่เธอทำอาหารเอง“อืม กำลังหิวเลย”ชายหนุ่มไม่คิดอ

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   ไม่อยากจะเชื่อ 1.2

    อีกคนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ จนลืมไปว่านี่คือครอบครัวบ้านรองหลี่ไม่ใช่ครอบครัวของหล่อน“หล่อนจะยุ่งอะไรด้วยล่ะ หลี่เหมยจะใช้เงินฟุ่มเฟือยแค่ไหนก็เงินของเธอไม่ใช่ของหล่อน เลิกอิจฉาเด็กแล้วกลับบ้านไปทำงานบ้านและทำอาหารเถอะ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เดี๋ยวคนบ้านหล่อนกลับมาจะไม่มีอะไรกิน”ชาวบ้านอีกคนพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างระอา ที่คนอายุปูนนี้มานั่งอิจฉาเด็กบ้านใหญ่หลี่ ซือถัวภรรยาของหลี่โม่พี่ชายของหลี่กวงกำลังนั่งแทะเมล็ดฟักทองหน้าบ้านกับสหายสองสามคน ทั้งหมดกำลังพูดกันเรื่องของหลี่เหมยในวันนี้ ซึ่งซือถัวเองมีความอิจฉาหลานสาวไม่น้อย“หลี่เหมยช่างน่าอิจฉาเสียจริงเธอว่าไหม อายุแค่นี้มีเงินเก็บตั้งมากมาย แต่จะว่าไปเธอก็เก็บเงินมานานเหมือนกัน อีกอย่างบ้านรองเองก็ไม่ได้เอาเงินของลูกมาไว้กองกลางเหมือนครอบครัวอื่น แบบนี้ก็หลี่ซือหยวนก็น่าจะมีเงินเก็บไม่น้อยไปกว่าน้องสาเหมือนกัน”“นั่นสิ ฉันนี่อยากให้หลานสาวโตสักที จะได้ทาบทามสู่ขอให้แต่งงานด้วย หลานฉันจะได้สบาย”“พวกหล่อนนี่ บ้านนั้นมีเรื่องอะไรให้อิจฉากันล่ะ เงินแค่นั้นเอง”ซือถัวไม่ยอมให้สหายพวกนี้รู้หรอกว่า มีความคิดอยากจะแย่งชิงเงินและของมาจากบ

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   ไม่อยากจะเชื่อ 1.1

    ไม่อยากจะเชื่อกลับมาทางด้านหลี่ซือหยวน เมื่อเข้ามาในตลาดมืดก็มองหางานเผื่อว่ามีคนจะว่าจ้าง แต่เหมือนว่าวันนี้มีคนเข้ามาใช้แรงงานเยอะ เขาเลยแทบจะไม่มีงาน“วันนี้เงียบเหงามาก แต่ผู้ว่าจ้างยังคงมีเหมือนเดิม”อาเหอพูดอย่างปลงตก วันนี้เขายังไม่มีคนว่าจ้างเลย“อย่าเพิ่งคิดมาก รอดูอีกสักหน่อยเดี๋ยวคงจะมีคนมาสอบถามเองแหละ” หลี่ซือหยวนให้กำลังใจสหาย แม้ว่าตอนนี้เขาเองก็ยังไม่มีคนว่าจ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินกลับบ้าน“นั่นสิ เหมือนวันนี้พ่อค้าไม่ค่อยมีหรือเปล่า แต่ฉันก็มาตั้งแต่เช้าเพิ่งมีลูกค้าคนเดียวเอง” อาเฉียวพูดขึ้นมาบ้าง“เอาน่า อย่าเพิ่งคิดมากอย่างที่อาหยวนบอกนั่นแหละ รอดูอีกหน่อยเผื่อว่าช่วงเย็นจะมีงานให้ทำ พ่อค้าบางกลุ่มน่าจะมาช่วงเย็น”อาเจิ้นเองก็ได้งานน้อยมาก บ้านเขาเองไม่ได้มีฐานะอะไร การทำงานเกษตรจึงไม่พอที่จะจุนเจอครอบครัว เลยต้องมาหาใช้แรงงานที่นี่แทบจะทุกวันทั้งสี่คนเป็นสหายกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีงานใหญ่ก็มักจะเรียกคนกันเองมาช่วยขณะนั้นก็มีคนที่หลี่ซือหยวนคุ้นตาเดินตรงเข้ามาหา“พวกนายว่างกันใช่ไหม วันนี้มีขนของเข้าโกดัง ฉันต้องการห้าคน นายไหวไหม เจ้านายให้คน

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.2

    พูดจบก็จับมือน้องสาวเข้าบ้าน ส่วนพ่อกับแม่นั้นกลับไปทำงานต่อ“เก่งมากเลยพี่รอง ฉันสะใจมาก ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย”หลี่ลู่หรานเข้าบ้านมาก็หัวเราะอย่างชอบใจ ไม่คิดว่าจะเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่พี่สาวของเธอดักเล่นงานฝ่ายนั้นทุกทางยิ่งการกระทำของเธอเธอยิ่งสะใจมาก ต่อไปผู้ชายคนนั้นคงไม่กล้ามายืมอะไรพี่สาวเธออีก“พี่ก็แค่ทวงของตัวเองคืนน่ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย เธอก็อ่านหนังสือไปก็แล้วกัน” หลี่เหมยอยากไปทดลองระบบเสียหน่อย และอยากรู้ว่าเมื่อเธอซื้อสินค้ามันจะเอาออกมาได้จริงไหม“ให้ฉันไปด้วยไหมพี่รอง” เด็กสาวรีบเสนอตัวทันที“ไม่เป็นไรหรอกพี่จะไปเดินเล่น เรานั่นแหละอ่านหนังสือไปเถอะ อย่าให้คะแนนตกล่ะ เพราะหากเมื่อไรที่เปิดการสอบเกาเข่าอีกครั้ง พี่จะส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอง”“พี่ก็พูดไป ไม่รู้เมื่อไรที่มหาวิทยาลัยจะเปิดให้เรียนอีกครั้ง แค่จบมัธยมปลายก็พอแล้ว ฉันก็จะสอบเข้าทำงานดี ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงทุกคนเอง”หลี่เหมยได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอมั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น หลี่ลู่หรานจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน อย่าลืมว่าเธอคือคนเขียนเรื่องนี้เองหญิงสาวเดิน

  • เมื่อฉันกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่เขียน 70s   อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก 1.1

    อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกถังชุนเป้ยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากตอนนี้สายตาชาวบ้านทุกคนทุกคู่มองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ แต่ถ้าปฏิเสธว่าไม่เคยเอาอะไรมาจากหร่วนเจินฮ่าวเลย เธอก็จะกลายเป็นสตรีร้ายกาจแทนน่ะสิ เนื่องจากใครหลายคนก็เห็นว่าเขามักจะปกป้องเธอเสมอ และยังซื้อของมาให้เป็นประจำอยู่แล้ว“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินหรอกนะ พี่ก็รู้ว่าบ้านฉันเป็นอย่างไร หรือพี่จะให้ฉันเอาของที่พี่ซื้อให้ไปขายล่ะ”เธอแสร้งบีบน้ำตาให้เห็น และยังทำตัวน่าสงสารเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านถังนั้นหากใครทำงานหรือหาเงินได้ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด“ถ้าอย่างนั้นเธอเอาเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้ไปขาย แล้วเอาเงินมารวบรวมคืนหลี่เหมยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องเดือดร้อนแน่”เขายังคงกดดันให้เธอช่วย ซึ่งสายตาก็มองเห็นภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองอยู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งมากถังชุนเป้ยหันมาทางหลี่เหมยแล้วแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสาร “หลี่เหมย เราสองคนเป็นสหายกันมานาน เธออย่าเพิ่งทวงเงินพี่เจินฮ่าวได้ไหม หากเธอทำได้ ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”“เธออย่าทำอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายคน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status