LOGINเมื่อออกจากห้องกระจายเสียง หลี่เหมยก็รีบพาน้องสาวมุ่งหน้ากลับบ้าน เพราะรู้ว่าตอนนี้หร่วนเจินฮ่าวน่าจะไปตามหาตัวเธอที่นั่นแล้ว
“พี่ใหญ่ หากหร่วนเจินฮ่าวคนนั้นไม่จ่ายเงินและไม่ยอมคืนของทั้งหมดให้พี่ พี่จะทำอย่างไร” เด็กสาวเอ่ยถามพี่สาว เธอคิดว่าชายคนนั้นคงไม่มีเงินคืนแน่ แล้วเงินจำนวนนั้นที่ยืมไปก็ไม่น้อยเลย
“ต่อให้ได้คืนไม่ครบ พี่ก็ต้องเอาเท่าที่มีก่อน ส่วนที่เหลือให้เขาทำสัญญาผ่อนจ่ายไปว่าจะจ่ายคืนยังไง แต่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนนะ พวกยุวปัญญาชนได้เงินเดือนด้วยนี่ พี่ได้ข่าวว่าได้เดือนละสามหยวน” หญิงสาวตอบกลับ ก่อนจะพูดต่อ
“อีกอย่างบ้านหร่วนก็ให้เงินลูกชายมาจำนวนหนึ่ง เพื่อแลกไม่ให้ลูกชายคนเล็กต้องมาทำงานในชนบท อย่างน้อย ๆ
พี่ต้องได้เงินคืนไม่ทั้งหมดแต่ก็เกือบหมดล่ะ ส่วนของหรือตั๋วคงยากที่จะได้ครบ”เธอบอกออกมาตามความทรงจำของร่างเดิม และตามที่เธอได้วางโครงเรื่องนิยายไว้
“ในเมื่อบ้านหร่วนให้เงินเขามา แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นยังมาขอยืมพี่อีกล่ะ ฉันไม่เข้าใจเลย” เด็กสาวถามอย่างไม่เข้าใจ
ว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้มาขอยืมเงินพี่สาวเธอทั้งที่เขาเองก็น่าจะมีเงินมาเหมือนกัน“เพราะเขาต้องการมีมากกว่าเดิมอย่างไรล่ะ มันไม่มีคำตอบอะไรที่ชัดเจน นอกเหนือจากความอยากได้อยากมี แล้วอีกอย่างนะ พี่ได้ข่าวว่าส่วนหนึ่งก็เอาไปปรนเปรอถังชุนเป้ย ไม่ว่าเธอต้องการอะไรเขาก็ให้ทั้งหมด แม้ว่าพี่เคยโง่กับชายคนนี้ และต่อจากนี้ไปพี่จะไม่โง่อีกแล้ว แต่พี่จะขยันหาเงินเข้าบ้าน พวกเราจะต้องสบายกว่านี้ อย่าลืมนะว่าเสี่ยวหรานยังต้องเรียนอีกหลายปี”
ในเมื่อเธอมีระบบแลกเปลี่ยนสินค้า มีหรือที่จะอดตายและปล่อยให้ครอบครัวลำบาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บความลับเรื่องระบบนี้ได้นานแค่ไหน เพราะการที่เธอเอาอาหารมากินบ่อย ๆ คนในบ้านคงสงสัยเข้าสักวัน
‘เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น เจ้านายอย่าเพิ่งคิดค่ะ’ เสียงของลี่ลี่ดังขี้นมา
‘รู้มากเชียว ฉันก็แค่คิดไว้ก่อน แต่คงไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้หรอก รอให้ถึงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวและรอให้สถานการณ์ดีกว่านี้ก่อน’ เธอตอบกลับในใจ และหวังว่าลี่ลี่คนดูแลระบบจะได้ยิน
‘ตกลงค่ะเจ้านาย’
หลี่เหมยรู้สึกดีไม่น้อยที่เธอสามารถโต้ตอบกับระบบในใจได้ เพราะหากเกิดมีใครได้ยินเธอพูดคนเดียว สักวันคนจะได้คิดว่าเธอบ้าแน่นอน
หลี่ลู่หรานได้รับคำตอบก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ คนเรามันย่อมมีความรู้สึกอยากได้อยากมีอยู่แล้ว และนี่คงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชายคนนั้นมาขอยืมเงินพี่สาวของเธอ
ทั้งสองคนเร่งฝีเท้ากลับบ้าน รู้ดีว่าอีกไม่นานชาวบ้านที่ได้ยินเสียงประกาศตามสายและหร่วนเจินฮ่าวต้องตามมาแน่นอน
และเป็นอย่างที่ทั้งสองคนคิด ไม่นานเขาก็ตามมาจริงโดยมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่อยากรู้เรื่องนี้ตามมาด้วยเหมือนกัน
“หลี่เหมย เธอกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง” ทันทีที่มาถึง
ชายหนุ่มก็กระชากแขนของเธอหลี่เหมยรีบสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม ก่อนจะฟาดมือไปที่หน้าอีกฝ่ายอย่างแรง
เพียะ!!
“เธอกล้าตบฉันเหรอหลี่เหมย” ชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้าเพราะไม่เคยถูกทำให้อับอายแบบนี้ต่อหน้าคนมากมายมาก่อน
เขาเตรียมจะเดินเข้าหาเธอ แต่กลับถูกหลี่กวงที่เดินมาถึงพอดีเอาตัวมาบังไว้ และผลักอกอีกฝ่ายให้ออกไปจากลูกสาว“คิดจะทำอาเหมย ถามพ่อมันหรือยัง”
หลี่กวงประกาศกร้าว พร้อมกับเอาเสียมในมือชี้ไปที่อีกฝ่ายอย่างเตรียมพร้อม เพราะหากหร่วนเจินฮ่าวเข้ามาใกล้อีกนิด
เขาตั้งใจจะแทงให้พรุนแล้วที่เหลือค่อยไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผิดก็ว่าไปตามผิด“เอ่อ...ใจเย็นก่อนครับลุงหลี่กวง”
เมื่อเห็นว่าพ่อของหลี่เหมยเอาจริง และกลัวเสียมในมืออีกฝ่าย จึงรีบพูดขึ้นมา อีกทั้งยังมีท่าทีหวาดกลัวไม่น้อย
“ใครเป็นลุงของนาย เราไม่ได้สนิทกันอย่าเรียกฉันแบบนี้ แค่อาศัยหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น” เขาไม่อยากนับญาติกับคนนอก และไม่ชอบชายหนุ่มตรงหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมีท่าทีไม่
เป็นมิตรเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีกำแพงกั้นสูง จึงหันมาทางหลี่เหมย
อีกครั้ง “สรุปเธอทำอย่างนั้นทำไมหลี่เหมย ทำไมไม่พูดจากันดี ๆ ทำแบบนี้ฉันเสียหาย”“อย่างนั้นเหรอ แต่ฉันจำได้ว่าอาเหมยประกาศเสียงดังแล้ว ก่อนจะประกาศเสียงตามสาย แต่เหมือนเธอจะไม่สนใจ คิดว่าลูกสาวฉันคงไม่กล้าสินะ” เฉินรุ่ยเมิ่งยืนเท้าสะเอวพูดอย่างไม่พอใจและรู้ทันอีกฝ่าย ในเมื่อตอนนี้หลี่เหมยไม่ได้ชอบชายตรงหน้าแล้วเลยไม่ต้องรักษาน้ำใจใคร
เธอไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอคือหลี่เหมย คนในบ้านรองหลี่คือครอบครัวเธอ และหลี่ลู่หรานก็โตเป็นสาวแล้วสำหรับคนยุคนี้นะ เลยอยากจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่ ส่วนพี่ใหญ่เธอตั้งใจว่าจะให้เหมือนกัน เพราะตอนไปทำงานในเมืองจะได้ไม่ต้องนั่งเกวียนหรือเดินไป“ขอบใจนะอาเหมย” คนเป็นแม่เลี้ยงยังคงขอบคุณซ้ำ ๆหลี่เหมยยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วหันกลับไปทำอาหารต่อ โดยมีสายตาของเฉินรุ่ยเมิ่งมองแผ่นหลังของเธออย่างขอบคุณมื้อเช้าของบ้านรองหลี่พร้อมแล้วบนโต๊ะอาหาร ทุกคนจึงลงมือกินกันอย่างอร่อยและเมื่อจบมื้อเช้าจากนั้นหลี่ลู่หรานก็ออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน แต่ก่อนที่เธอจะออกไปกลับโดนหลี่เหมยเรียกไว้เสียก่อน“นี่กล่องข้าว เอาไปกินมื้อเที่ยง”“พี่รองทำให้ฉันเหรอ” เด็กสาวถามอย่างดีใจ“อืม แล้วเลิกเรียนก็รีบกลับล่ะ”“ค่ะพี่รอง” หลี่ลู่หรานตอบกลับ พร้อมกับเดินออกจากบ้านด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่พี่สาวทำอาหารมื้อเที่ยงให้กินที่โรงเรียนเมื่อเห็นว่าน้องคนเล็กไปแล้ว หลี่เหมยจึงกลับเข้าบ้านไปล้างถ้วนชามและเก็บเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้ามาหาพี่ชาย“พี่ใหญ่ วันนี้ไปในเมืองหรือเปล่า”“อืม คงไปเหมือนเดิมน่ะ เมื่
เก็บของล้ำค่าเฉินรุ่ยเมิ่งไม่คิดว่าอาหารที่วางตรงหน้าหลายจาน จะเกิดจากการปรุงอาหารของหลี่เหมย จึงตัดสินใจถามอีกครั้ง“อาเหมยทำอาหารเองเหรอลูก”“ค่ะแม่ ฉันทำเองทั้งหมด พ่อกับแม่ลองชิมก่อนไหม”หญิงสาวยิ้ม ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบกับข้าวอย่างละคำมาวางไว้ในจาน แล้วส่งให้พ่อกับแม่คนละชุดเพื่อให้ท่านทั้งสองลองกินดูหลี่กวงคีบอาหารในจานมาชิมทีละคำ ซึ่งไม่ต่างจากภรรยาเลย ทันทีที่ได้ลิ้นได้สัมผัสกับอาหาร ทำให้เขาตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลี่เหมยจะทำอาหารได้อร่อยอย่างนี้ แม้ว่าจะไม่มีคำชมออกมา แต่สีหน้านั้นทำให้สองพี่น้องรู้ว่าพ่อชอบอาหารที่กินไปซึ่งผิดกับเฉินรุ่ยเมิ่ง เธอไม่คิดที่จะเก็บคำชมไว้ในใจ “อร่อยมาก ไม่คิดเลยว่าอาเหมยจะทำอาหารอร่อยแบบนี้”“ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าฝีมือการทำอาหารฉันจะไม่ได้เรื่องเสียแล้ว” หลี่เหมยที่ลุ้นมากคลายความกังวล เมื่อแม่เลี้ยงเอ่ยคำชมออกมา“อะไรอร่อยเหรอครับ” หลี่ซือหยวนกลับมาได้ยินพอดีเขาจึงถามอย่างอยากรู้“พี่ใหญ่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเถอะ แล้วมากินมื้อเย็นพร้อมกัน” หลี่เหมยไม่ตอบและขยิบตาให้ทุกคนไม่ให้บอกพี่ชายเรื่องที่เธอทำอาหารเอง“อืม กำลังหิวเลย”ชายหนุ่มไม่คิดอ
อีกคนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ จนลืมไปว่านี่คือครอบครัวบ้านรองหลี่ไม่ใช่ครอบครัวของหล่อน“หล่อนจะยุ่งอะไรด้วยล่ะ หลี่เหมยจะใช้เงินฟุ่มเฟือยแค่ไหนก็เงินของเธอไม่ใช่ของหล่อน เลิกอิจฉาเด็กแล้วกลับบ้านไปทำงานบ้านและทำอาหารเถอะ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว เดี๋ยวคนบ้านหล่อนกลับมาจะไม่มีอะไรกิน”ชาวบ้านอีกคนพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างระอา ที่คนอายุปูนนี้มานั่งอิจฉาเด็กบ้านใหญ่หลี่ ซือถัวภรรยาของหลี่โม่พี่ชายของหลี่กวงกำลังนั่งแทะเมล็ดฟักทองหน้าบ้านกับสหายสองสามคน ทั้งหมดกำลังพูดกันเรื่องของหลี่เหมยในวันนี้ ซึ่งซือถัวเองมีความอิจฉาหลานสาวไม่น้อย“หลี่เหมยช่างน่าอิจฉาเสียจริงเธอว่าไหม อายุแค่นี้มีเงินเก็บตั้งมากมาย แต่จะว่าไปเธอก็เก็บเงินมานานเหมือนกัน อีกอย่างบ้านรองเองก็ไม่ได้เอาเงินของลูกมาไว้กองกลางเหมือนครอบครัวอื่น แบบนี้ก็หลี่ซือหยวนก็น่าจะมีเงินเก็บไม่น้อยไปกว่าน้องสาเหมือนกัน”“นั่นสิ ฉันนี่อยากให้หลานสาวโตสักที จะได้ทาบทามสู่ขอให้แต่งงานด้วย หลานฉันจะได้สบาย”“พวกหล่อนนี่ บ้านนั้นมีเรื่องอะไรให้อิจฉากันล่ะ เงินแค่นั้นเอง”ซือถัวไม่ยอมให้สหายพวกนี้รู้หรอกว่า มีความคิดอยากจะแย่งชิงเงินและของมาจากบ
ไม่อยากจะเชื่อกลับมาทางด้านหลี่ซือหยวน เมื่อเข้ามาในตลาดมืดก็มองหางานเผื่อว่ามีคนจะว่าจ้าง แต่เหมือนว่าวันนี้มีคนเข้ามาใช้แรงงานเยอะ เขาเลยแทบจะไม่มีงาน“วันนี้เงียบเหงามาก แต่ผู้ว่าจ้างยังคงมีเหมือนเดิม”อาเหอพูดอย่างปลงตก วันนี้เขายังไม่มีคนว่าจ้างเลย“อย่าเพิ่งคิดมาก รอดูอีกสักหน่อยเดี๋ยวคงจะมีคนมาสอบถามเองแหละ” หลี่ซือหยวนให้กำลังใจสหาย แม้ว่าตอนนี้เขาเองก็ยังไม่มีคนว่าจ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้เงินกลับบ้าน“นั่นสิ เหมือนวันนี้พ่อค้าไม่ค่อยมีหรือเปล่า แต่ฉันก็มาตั้งแต่เช้าเพิ่งมีลูกค้าคนเดียวเอง” อาเฉียวพูดขึ้นมาบ้าง“เอาน่า อย่าเพิ่งคิดมากอย่างที่อาหยวนบอกนั่นแหละ รอดูอีกหน่อยเผื่อว่าช่วงเย็นจะมีงานให้ทำ พ่อค้าบางกลุ่มน่าจะมาช่วงเย็น”อาเจิ้นเองก็ได้งานน้อยมาก บ้านเขาเองไม่ได้มีฐานะอะไร การทำงานเกษตรจึงไม่พอที่จะจุนเจอครอบครัว เลยต้องมาหาใช้แรงงานที่นี่แทบจะทุกวันทั้งสี่คนเป็นสหายกันมานานแล้ว ยิ่งถ้ามีงานใหญ่ก็มักจะเรียกคนกันเองมาช่วยขณะนั้นก็มีคนที่หลี่ซือหยวนคุ้นตาเดินตรงเข้ามาหา“พวกนายว่างกันใช่ไหม วันนี้มีขนของเข้าโกดัง ฉันต้องการห้าคน นายไหวไหม เจ้านายให้คน
พูดจบก็จับมือน้องสาวเข้าบ้าน ส่วนพ่อกับแม่นั้นกลับไปทำงานต่อ“เก่งมากเลยพี่รอง ฉันสะใจมาก ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย”หลี่ลู่หรานเข้าบ้านมาก็หัวเราะอย่างชอบใจ ไม่คิดว่าจะเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่พี่สาวของเธอดักเล่นงานฝ่ายนั้นทุกทางยิ่งการกระทำของเธอเธอยิ่งสะใจมาก ต่อไปผู้ชายคนนั้นคงไม่กล้ามายืมอะไรพี่สาวเธออีก“พี่ก็แค่ทวงของตัวเองคืนน่ะ เดี๋ยวพี่จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย เธอก็อ่านหนังสือไปก็แล้วกัน” หลี่เหมยอยากไปทดลองระบบเสียหน่อย และอยากรู้ว่าเมื่อเธอซื้อสินค้ามันจะเอาออกมาได้จริงไหม“ให้ฉันไปด้วยไหมพี่รอง” เด็กสาวรีบเสนอตัวทันที“ไม่เป็นไรหรอกพี่จะไปเดินเล่น เรานั่นแหละอ่านหนังสือไปเถอะ อย่าให้คะแนนตกล่ะ เพราะหากเมื่อไรที่เปิดการสอบเกาเข่าอีกครั้ง พี่จะส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอง”“พี่ก็พูดไป ไม่รู้เมื่อไรที่มหาวิทยาลัยจะเปิดให้เรียนอีกครั้ง แค่จบมัธยมปลายก็พอแล้ว ฉันก็จะสอบเข้าทำงานดี ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงทุกคนเอง”หลี่เหมยได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เธอมั่นใจว่าเมื่อถึงวันนั้น หลี่ลู่หรานจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน อย่าลืมว่าเธอคือคนเขียนเรื่องนี้เองหญิงสาวเดิน
อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกถังชุนเป้ยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากตอนนี้สายตาชาวบ้านทุกคนทุกคู่มองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ แต่ถ้าปฏิเสธว่าไม่เคยเอาอะไรมาจากหร่วนเจินฮ่าวเลย เธอก็จะกลายเป็นสตรีร้ายกาจแทนน่ะสิ เนื่องจากใครหลายคนก็เห็นว่าเขามักจะปกป้องเธอเสมอ และยังซื้อของมาให้เป็นประจำอยู่แล้ว“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินหรอกนะ พี่ก็รู้ว่าบ้านฉันเป็นอย่างไร หรือพี่จะให้ฉันเอาของที่พี่ซื้อให้ไปขายล่ะ”เธอแสร้งบีบน้ำตาให้เห็น และยังทำตัวน่าสงสารเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านถังนั้นหากใครทำงานหรือหาเงินได้ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด“ถ้าอย่างนั้นเธอเอาเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้ไปขาย แล้วเอาเงินมารวบรวมคืนหลี่เหมยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องเดือดร้อนแน่”เขายังคงกดดันให้เธอช่วย ซึ่งสายตาก็มองเห็นภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองอยู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งมากถังชุนเป้ยหันมาทางหลี่เหมยแล้วแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสาร “หลี่เหมย เราสองคนเป็นสหายกันมานาน เธออย่าเพิ่งทวงเงินพี่เจินฮ่าวได้ไหม หากเธอทำได้ ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”“เธออย่าทำอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายคน







