Masukช่วงที่พักรักษาตัวอยู่บ้าน เฟิงจิงถิงเริ่มรู้สึ
สองปีต่อมา ตอนนี้เฟิงอู่กับโจวหงไม่ได้เข้าทำงานที่บริษัทมากว่าหนึ่งปีแล้ว พวกเขาอยู่บ้านเลี้ยงหลานและปล่อยให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ดูแลธุรกิจกันเอง เพราะซินเหยาหลังมีลูกคนแรกได้ไม่ถึงครึ่งปี เธอก็ท้องลูกคนที่สองอีกครั้ง ทำให้พวกเขามีหลานสาวและหลานชายให้คอยเลี้ยงดูอย่างมีความสุข ส่วนเฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงได้ลูกชายกันทั้งคู่ พวกเขาเพิ่งวางแผนจะมีลูกคนที่สองกันในปีนี้“เราพาเด็ก ๆ ไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องพวกเขาที่บ้านใหญ่ดีไหมคะคุณ” โจวหงถามหลังจากป้อนข้าวให้หลานทั้งสองคนของเธอเสร็จในช่วงสายของวัน“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ คุณพ่อจะได้เล่นกับหลานด้วย” เฟิงอู่พยักหน้ารับคำ พวกเขาพาหลาน ๆ ไปเล่นด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อที่ในอนาคต เด็ก ๆ ตระกูลเฟิงจะได้ช่วยเหลือกันและกันในย
เฟิงจิงถิงพยักหน้ารับคำภรรยาที่ใบหน้ายังซีดเผือดจากการเสียเลือดอยู่ เขาได้แต่คิดว่าจะมีลูกอีกอย่างที่ซินเหยาอยากมีหรือเปล่า“พวกลูกนอนพักกันสักหน่อยเถอะ เมื่อเช้าก็ตื่นกันตั้งแต่เช้าแล้ว แม่เองก็จะพักด้วยเหมือนกัน รอเสวี่ยเยว่หิวนมเราค่อยตื่นกันอีกที” โจวหงบอก เธอรู้ดีว่าเด็กแรกคลอดดื่มนมบ่อยมากแค่ไหน ถ้าซินเหยาไม่นอนพัก เธอก็กลัวว่าลูกสะใภ้จะไม่มีน้ำนม“ได้ค่ะแม่ คุณไปนอนก่อนเถอะนะคะ” ซินเหยาบอกเฟิงจิงถิงที่กำลังเก็บกล่องอาหารอยู่ข้างเตียงของเธอเงียบ ๆ ซินเหยาไม่รู้ว่าตอนนี้สามีคิดอะไรอยู่“ครับ ฝันดีนะครับที่รัก” เฟิงจิงถิงลุกขึ้นจูบหน้าผากนวลของซินเหยาอย่างแสนรัก ก่อนจะหยิบเอากล่องอาหารออกไปทิ้งนอกห้องพักผู้ป่วยของซินเหยาแล้วกลับเข้ามานอน
เฟิงอู่ โจวหงและเฟิงจิงถิงนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเฟิงตี้หลงก็มาถึง พวกเขาต่างสอบถามอาการของซินเหยาด้วยความเป็นห่วง“ทุกคนอย่าเพิ่งคิดมากเลย ยังไงก็ถึงมือหมอแล้ว” เฟิงตี้หลงบอกลูกหลานให้สงบจิตใจ คนอื่น ๆ ได้แต่พยักหน้ารับคำเฟิงตี้หลง เพียงแต่ในใจแต่ละคนยังคงคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และภาวนาให้ซินเหยาคลอดอย่างปลอดภัยเท่านั้น หนึ่งชั่วโมงต่อมา พยาบาลอุ้มห่อผ้าออกมาพร้อมรอยยิ้ม เธอนำเด็กไปส่งให้กับโจวหงที่ลุกขึ้นเดินไปหาพยาบาลเป็นคนแรก“ยินดีด้วยนะคะ เป็นเด็กผู้หญิงค่ะ” พยาบาลบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง“
สี่สิบห้าวันต่อมา เฟิงจิงถิงเรียนรู้งานทุกอย่างจากเฟิงอู่เสร็จเรียบร้อยนานแล้ว ตอนนี้ร่างกายที่เคยบาดเจ็บของเขาหายสนิทแล้ว วันนี้จึงเป็นวันแรกที่เฟิงจิงถิงจะกลับไปทำงานที่หน่วย เขารับปากกับพ่อว่าจะเข้าไปทำงานช่วงวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ ส่วนเรื่องการลาออกเฟิงจิงถิงยังไม่รับปากว่าเขาจะลาออกเมื่อไหร่ สำหรับเฟิงจิงถิงแล้วการเป็นทหารถือเป็นเกียรติของเขามานานแล้ว เมื่อรู้สึกว่าจะไม่ได้รับใช้ประเทศอีก เขาจึงรู้สึกใจหายแปลก ๆ ด้านซินเหยาก็ท้องเข้าสู่เดือนที่หกแล้วเช่นกัน ร้านอาหารของเธอมีคนมาติดต่อขอสูตรเป็นจำนวนมาก จากที่ซินเหยาคิดจะเปิดร้านสาขาตามมณฑลต่าง ๆ เธอจึงได้แต่มาปรึกษาพ่อแม่สามีเรื่องการขายเฟรนไชส์แทนในช่วงสัปดาห์ก่อน รายละเอียดต่าง ๆ จะมีฝ่ายกฎหมายของตระกูลมาช่วยซินเหยาเตรียมสัญญาก่อนประกาศเปิดขา
ซินเหยาเดินตามหลังพนักงานไปยังช่องยิงใกล้ ๆ เธอบรรจุกระสุนและเล็งยิงไปยังเป้าหมายห่างออกไปประมาณ 30 เมตรปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
รถของเฟิงจิงถิงออกจากบริษัทไปทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมหนักและเหล็กกล้าของประเทศแห่งหนึ่ง ระยะทางจากบริษัทไปยังโรงงานไกลประมาณยี่สิบกิโลเมตร เมื่อพวกเขาไปถึงด้านหน้าโรงงาน ยามรักษาการติดอาวุธหลายคนตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามระเบียบ ที่นี่ห้ามคนภายนอกเข้าโดยเด็ดขาดและโรงงานมีนโยบายการเก็บความลับเป็นอย่างดี“สวัสดีครับเลขาตู้ คุณชายใหญ่ คุณนายน้อย” ผู้จัดการโรงงานออกมาต้อนรับพวกเขา เพราะก่อนออกจากบริษัทนั้น เลขาตู้ได้โทรบอกล่วงหน้าแล้ว“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งสามทักทายกลับ ก่อนจะเดินตามผู้จัดการโรงงานเพื่อเข้าไปฟังการอธิบายเกี่ยวกับโรงงานในห้องประชุม เรื่องพวกนี้ผู้จัดการทำบ่อยเวลามีลูกค้าเข้ามา
ก่อนฟ้าสางวันต่อมา พวกฟู่อ้ายโกวต่างหาวหวอด ๆ เพราะตื่นเช้าเกินกว่าปกติ ทั้งสามเอาเก้าอี้ไปนั่งรอที่หน้าประตูเพื่อดูว่าซินเหยาจะออกจากห้องเมื่อไหร่ แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าจนกระทั่งเหมียนจูกับฟู่โหรวทำอาหารเช้าเสร็จ ฟู่
ชายสองคนที่เฝ้าอยู่ตรงทางเดินมองซินเหยาด้วยสายตาดุร้ายทันทีที่เธอเข้าไปถึง ทั้งสองหันมองกันสักพัก ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยถามซินเหยาอย่างถือสิทธิ์“
กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ซินเหยาหลับไป เธอไม่ได้รับรู้เลยว่าสถานีสุดท้ายผ่านพ้นไปนานแล้ว ซินเหยาเลือกที่จะหลับพักผ่อนก่อนถึงปลายทาง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็เห็นชายทั้งสามกำลังมองดูเธออยู่เงียบ ๆ
ซินเหยาเห็นท่าทางของหญิงวัยกลางคนก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเธอคงไม่ใช่ของดีอะไร เธอรีบยกขาขึ้นมาเตะผู้หญิงคนนั้นจนกระเด็นไปชนหน้าต่างล้ม







