Share

หาย

Author: 橙花
last update publish date: 2025-12-24 05:30:41

“แม่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ ถ้าเราลำบากแล้วไปขอความช่วยเหลือ ใครจะอยากช่วยเราล่ะครับแม่” ฟู่หยางเซิงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เขาไม่รู้จะพูดกับแม่ยังไงให้เธอเลิกหาเรื่องเดือดร้อนให้กับครอบครัวเสียที ทั้งที่ซินเหยาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย

“ชิ! ฉันก็ไม่เห็นว่าเราจะเคยไปขอให้ใครช่วยสักหน่อย ไม่ต้องพูดแล้ว พวกแกตามฉันไปที่ห้องนังซินเหยา ฉันจะไปลากมันออกมาทำงานให้เรา” เหมียนจูสั่งก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วพร้อมไม้กวาดในมือ

“พี่ คราวนี้จะเกิดเรื่องอะไรอีกไหม” ฟู่โหรวอดกังวลไม่ได้

“เฮ้อ แล้วจะให้พี่ทำยังไงได้ล่ะ เธอก็เห็นว่าแม่เป็นยังไง รีบไปเถอะ เดี๋ยวก็โดนด่าอีกหรอกถ้าชักช้า” ฟู่หยางเซิงบอกน้องสาว ก่อนจะเดินตามเหมียนจูไปห่าง ๆ

ฟู่โหรวส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ เธอเองก็อับอายชาวบ้านไม่น้อยจากเรื่องที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฟู่โหรวกลัวว่าครั้งนี้ชาวบ้านจะออกหน้ามาจัดการครอบครัวเธออีก ไหนจะเรื่องที่ผู้ใหญ่บ้านขู่เอาไว้ว่าจะแจ้งตำรวจด้วยอีก ฟู่โหรวอดที่จะหวั่นใจไม่ได้ว่าครอบครัวของเธออาจต้องไปนอนในคุกก็ได้

“นังซินเหยา แกออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” เหมียนจูใช้ไม้กวาดกระแทกประตูห้องเก็บฟืนเสียงดังเพราะคิดว่าซินเหยายังคงนอนหลับอยู่ในห้อง

“แม่จะตีประตูให้พังเลยหรือยังไงคะ ทำไมไม่เปิดประตูเข้าไปดี ๆ” ฟู่โหรวที่ตามมาถึงเห็นเหมียนจูเคาะประตูจนแทบจะพังลงมา เธอจึงอดพูดขึ้นมาไม่ได้

“นั่นสิครับแม่ ถ้าประตูพังขึ้นมาเราจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมล่ะครับ” ฟู่หยางเซิงเองก็ช่วยน้องสาวพูดเช่นเดียวกัน เขารู้ดีว่าตอนนี้ที่บ้านไม่มีเงิน ถ้าประตูพังขึ้นมาจริง ๆ ไม่พ้นเขากับพ่อต้องหาทางซ่อมกันเองแน่ ฟู่หยางเซิงยังไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

“เอ๊ะ! พวกแกนี่มันยังไงกัน ฉันแค่ตีประตูเบา ๆ เอง จะพูดมากทำไมนักหนาเนี่ย พวกแกเปิดประตูเข้าไปดูสิว่านังซินเหยามันทำอะไรอยู่” เหมียนจูที่เคาะจนเริ่มเหนื่อยแล้วบอกลูกชายกับลูกสาวที่เอาแต่ยืนพูดมากกับเธอ

“แม่ถอยออกไปก่อน ผมจะเปิดประตูเอง” ฟู่หยางเซิงบอก ก่อนจะเดินเข้าไปอยู่ด้านหน้าประตูแทนเหมียนจู

ทั้งสามคนตื่นเต้นไม่น้อย เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าซินเหยาจะบ้าขึ้นมาอีกหรือเปล่า ครั้งก่อนซินเหยาแค่เอามีดมาขู่ แต่คราวนี้ต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่าซินเหยาจะแผลงฤทธิ์เดชอะไรอีกบ้างเมื่อเห็นพวกเขามารังควานเธอแบบนี้

“แม่ ซินเหยาไม่ได้อยู่ในห้องครับ” ฟู่หยางเซิงตะโกนบอกแม่ของเขา เมื่อเปิดประตูแล้วมองเข้าไปภายในห้องที่ว่างเปล่า ที่นอนของซินเหยาถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ

“อะไรนะ! มันออกไปตอนไหนกันเนี่ย” เหมียนจูผลักลูกสาวที่ขวางทางประตูอยู่ออก

“มันไม่อยู่ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่แม่ แม่จะตามหามันทำไมกัน” ฟู่โหรวอดเสียงดังขึ้นมาไม่ได้ เธอเกือบล้มเพราะแรงผลักของเหมียนจูแล้ว

“แกมันจะไปรู้อะไร! นังซินเหยาไม่อยู่แล้วใครจะทำงานให้ฉันล่ะ” เหมียนจูถลึงตามองลูกสาวอย่างโมโห ตั้งแต่มีเรื่องกับซินเหยาครั้งก่อน เธอก็ยังไม่ได้ไปดูที่นากับไร่ของบ้านตระกูลฟู่เลยว่าเป็นยังไงบ้าง เหมียนจูคิดว่าที่ซินเหยาออกไปข้างนอกทุกวันคงไปทำนาหรือไม่ก็ทำไร่ เธอเลยไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่พอหาตัวคนไม่เจอ เหมียนจูก็คิดที่จะไปตามหาซินเหยาที่นาและไร่ดูสักหน่อย หากว่าพืชพรรณเสียหายเข้าล่ะก็ บ้านเธอคงไม่มีข้าวกินกันแน่ ๆ ถึงแม้จะรู้ว่าฟู่จิงถิงส่งเงินมาให้ทุกเดือนก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้มากมายพอสำหรับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของบ้านตระกูลฟู่เลย

“แม่จะให้มันทำงานอะไรอีกล่ะคะ ผู้ใหญ่บ้านก็บอกแล้วว่าไม่ให้เรายุ่งกับมันอีก” ฟู่โหรวบอกเหมียนจูเสียงดังอย่างไม่พอใจ เธอเริ่มเบื่อหน่ายแม่ที่เอาแต่คอยหาเรื่องซินเหยาไม่หยุดเข้าแล้ว ถ้าเหมียนจูยังเอาแต่ทำตัวแบบนี้ ผู้ชายคนไหนจะอยากแต่งงานกับเธอกัน

“นั่นสิครับแม่ แม่จะให้ซินเหยาทำอะไรเหรอครับ พวกเราไปช่วยกันทำแทนก็ได้” ฟู่หยางเซิงผู้ไม่เคยทำงานอะไรมาก่อนพูดขึ้นอย่างไม่คิดมาก

“ฮึ! อย่างพวกแกนี่นะจะทำงานแทนนังซินเหยา งานในนากับในไร่ พวกแกมีปัญญาทำกันไหมล่ะ แค่โดนแดดหน่อยเดียวฉันว่าพวกแกขี้คร้านจะวิ่งกลับบ้านกันแทบไม่ทัน”

“โอ้ยแม่! ถ้างานตากแดดฉันไม่ทำหรอกนะ ให้พี่ใหญ่ไปทำคนเดียวเลย” ฟู่โหรวแค่นึกว่าต้องออกไปอยู่ใต้แสงแดดร้อน ๆ ก็เกิดขยาดขึ้นมาทันที เธออุตส่าห์รักษาหน้าตาและผิวพรรณมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าแม่ของเธอบังคับให้ไปทำงานแบบนั้นจริงล่ะก็ ฟู่โหรวคงยิ่งกว่าตายทั้งเป็นแน่ ๆ ถึงหน้าตาของเธอจะไม่ดีเท่าซินเหยา แต่ผิวพรรณของเธอที่รักษามาอย่างดีก็ยังดูน่ามองมากกว่าผิวของซินเหยาหลายเท่านัก

“อ้าว ทำไมน้องสาวพูดแบบนี้ล่ะ งานหนักขนาดนั้นจะให้พี่กับแม่ทำไหวได้ยังไง พวกเราต้องไปช่วยกันทำสิ” ฟู่หยางเซิงมีหรือจะปล่อยน้องสาวอย่างฟู่โหรวไปง่าย ๆ ถ้าเขาต้องเหนื่อย น้องสาวเขาเองก็ต้องเหนื่อยไปด้วยกัน

“พอแล้ว!! พวกแกไม่ต้องเถียงกัน ไปเรียกพ่อแกมา แล้วไปที่นาพร้อมฉัน” เหมียนจูสั่ง

ฟู่หยางเซิงได้แต่หน้ามุ่ยแล้วเดินไปตามฟู่อ้ายโกวที่ยังดูแลสวนผักอยู่หลังบ้านอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เขากลัวว่าวันนี้แม่คงใช้งานพวกเขาอย่างหนักแน่ หลังจากหาตัวของซินเหยาไม่พบในตอนนี้ ฟู่หยางเซิงเองก็ไม่รู้ว่าซินเหยาหายไปไหนทุกวัน

“พ่อครับ แม่ให้ไปหา” ฟู่หยางเซิงบอกพ่อเมื่อเดินมาถึงแปลงผักหลังบ้าน

“มีอะไรอีกล่ะ พ่อเพิ่งรดน้ำกับถอนหญ้าเสร็จเนี่ย” ฟู่อ้ายโกวขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่รู้ว่าเหมียนจูจะใช้เขาทำอะไรอีก ปกติฟู่อ้ายโกวเองก็ไม่เคยทำงานหนักมาก่อน

“แม่จะพาพวกเราไปที่นาครับพ่อ” ฟู่หยางเซิงบอกตามที่เขารู้มา

“เฮ้อ พอซินเหยาไม่ยอมทำงานให้ก็เป็นเสียอย่างนี้ ไป ๆ รีบไปหาแม่แกกัน เดี๋ยวเธอก็บ่นฉันกับแกอีก น่ารำคาญจริง” ฟู่อ้ายโกวส่ายหน้าอย่างหงุดหงิดที่เขากำลังจะมีงานเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งแล้ว ฟู่อ้ายโกวรู้ดีว่าลูกทั้งสองคนของเขาไม่เคยทำงานหนักมาก่อน ถึงแม้เมียเขาจะพาทุกคนไปทำนาทำไร่ในตอนนี้ ฟู่อ้ายโกวก็คิดว่าคงไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร

“ชักช้าจริง! รีบตามฉันไปนาเร็วเข้า ฉันอยากรู้นักว่านังซินเหยาอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” เหมียนจูพูดเสียงดัง เมื่อเห็นฟู่อ้ายโกวเดินนำหน้าฟู่หยางเซิงมา

“เธอจะพูดมากไปทำไมกัน รีบเดินนำหน้าไปสิ” ฟู่อ้ายโกวเบื่อหน่ายเหมียนจูที่เอาแต่เร่งคนอื่น แต่ตัวเองกลับชักช้าเสียเอง เขาจึงอดเถียงขึ้นมาสักคำไม่ได้

เหมียนจูได้ยินเสียงสามีแล้วก็ได้แต่ฮึดฮัดอย่างขัดใจ เธอหันไปจ้องเขม็งที่ลูกสาวอย่างฟู่โหรวไม่ให้หนีเข้าบ้าน เหมียนจูรู้ดีว่าลูกสาวเธอขี้เกียจขนาดไหน แต่ตอนนี้ที่บ้านต้องการคนทำงาน ไม่ว่าเธอจะเคยเลี้ยงลูกมาอย่างไร ในเวลานี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยของพวกเขาให้มาช่วยกันทำงานแล้ว

คนตระกูลฟู่ทั้งสี่ไม่ได้สนใจสายตาชาวบ้านที่กำลังมองพวกเขาอยู่ เหมียนจูยังคงเดินนำหน้าทุกคนไปยังที่นาซึ่งอยู่อีกด้านของหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว พอไปถึงที่นั่น เหมียนจูก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างยุ่งยากใจ ตรงหน้าเธอนั้นหญ้าในนาขึ้นเต็มไปหมด

“นี่นังซินเหยามันไม่ได้มาดูแลที่นานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ฮึ่ย! มันน่าตีให้ตายนัก” เหมียนจูอดโทษว่าซินเหยาขึ้นมาไม่ได้ เมื่อก่อนเธอไม่เคยมาสนใจที่นาเลยแม้แต่น้อย อย่างไรทุกปีก็เป็นซินเหยาที่คอยทำงานจนกระทั่งเก็บเกี่ยวให้เธอมาตลอดสามปี ก่อนหน้านั้นก็เป็นฟู่จิงถิงที่ทำงานแทนเธอกับคนในครอบครัว เหมียนจูจึงไม่เคยมาสนใจที่นานี้มาก่อน

“จะให้พวกเราทำอะไรก็รีบบอก แดดเริ่มร้อนแล้วนะ” ฟู่อ้ายโกวไม่อยากฟังเสียงก่นด่าของเหมียนจูอีก เขาอยากรีบทำงานแล้วกลับบ้านไปนอนพักผ่อนเร็ว ๆ

“พวกแกไปช่วยกันถอนหญ้าในนาออกให้หมด ถ้าถอนไม่หมดก็ไม่ต้องกลับไปกินข้าวเที่ยงสักคนเดียว” เหมียนจูสั่งการทันที เธอเองก็ต้องรีบจัดการหญ้าในนาให้เสร็จเช่นกัน เพราะที่ไร่อีกด้านหนึ่งนั้นเหมียนจูยังไม่ได้ไปดูเลยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ฟู่อ้ายโกว ฟู่หยางเซิงกับฟู่โหรวได้แต่ต้องรับคำและแยกย้ายกันไปนั่งถอนหญ้าอย่างคนไม่ประสา พวกเขาไม่เคยทำเรื่องพวกนี้มาก่อน พอมือถูกหญ้าที่ทั้งบาดมือและสากนิ้วเข้า แต่ละคนต่างก็มีสีหน้าเหยเกไม่ต่างกัน ยิ่งกับฟู่โหรวที่รักสวยรักงามด้วยแล้ว เธอถึงกับสบถออกมาทุกครั้งที่ถอนหญ้าเลยทีเดียว ตอนนี้มือของเธอมีบาดแผลเต็มไปหมดเพียงแค่ถอนหญ้าไม่กี่ต้น ถ้าเธอทำงานเสร็จ มือของเธอจะไม่พังไปเลยหรือ

หลายวันต่อมา

ในที่สุดคนทั้งสี่ในบ้านตระกูลฟู่ก็ถอนหญ้าในนาและในไร่เสร็จ พวกเขาแต่ละคนต่างเหนื่อยล้าสะสมกันไม่น้อย เหมียนจูนึกแปลกใจที่เธอไม่เคยเห็นซินเหยาออกมาจากห้องเลยแม้แต่วันเดียว พอวันนี้มีเวลาคิดเรื่องนี้ เหมียนจูจึงอดพูดขึ้นมาไม่ได้

“พวกแกมีใครเห็นนังซินเหยาบ้างไหม ฉันว่ามันหายตัวไปแปลก ๆ” เหมียนจูขมวดคิ้ว

“ฉันไม่เห็นนะ” ฟู่อ้ายโกวส่ายหน้า ปกติเขาก็ไม่สนใจเรื่องของซินเหยาอยู่แล้ว

“ผมก็ไม่เห็นนะครับแม่” ฟู่หยางเซิงเองก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของซินเหยามาหลายวันแล้ว

“หนูก็ไม่เห็นค่ะ ไม่รู้ว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน แม่ดูสิ มือหนูพังหมดแล้ว” ฟู่โหรวโอดครวญที่หลังจากถอนหญ้าเสร็จ มือของเธอก็เสียหายหนักมาก

“แกจะบ่นทำไมกัน แค่ใส่ถุงมือเวลาถอนหญ้าก็สิ้นเรื่องแล้ว ใครใช้ให้แกมันโง่ล่ะ” เหมียนจูไม่คิดจะสงสารลูกสาวที่เคยประคมประหงมอีกต่อไป เรื่องสำคัญในตอนนี้คือการดูแลไร่นาของบ้านตระกูลฟู่เสียก่อนที่จะถึงตอนเก็บเกี่ยว

“คุณจะดุลูกทำไมเนี่ย ตกลงว่าซินเหยาไปไหนกันแน่ เช้ามาพวกเราก็ไม่เห็น พอตอนค่ำพวกเราหลับไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอกลับมาบ้านเมื่อไหร่” ฟู่อ้ายโกวพูด

“พรุ่งนี้เช้าพวกแกไปเฝ้าที่หน้าประตูบ้านอย่าให้คลาดสายตา อ้อ ต้องตื่นก่อนฟ้าสว่างด้วยเข้าใจไหม ฉันก็จะตื่นไปทำกับข้าวเหมือนกัน ฉันอยากจะดูสิว่านังซินเหยามันหายไปไหนกันแน่ ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ฉันจะตีมันให้ตายเลยคอยดู” เหมียนจูกล่าวอย่างอาฆาต

“รู้แล้ว ๆ ฉันจะรีบตื่น” ฟู่อ้ายโกวรีบรับคำอย่างเบื่อหน่าย ทั้งที่ช่วงนี้พวกเขาทำงานในไร่นากันอย่างหนัก แต่เมียเขากลับจะให้พวกเขาตื่นกันแต่เช้าเสียอย่างนั้น ร่างกายของทุกคนในบ้านตอนนี้ยังคงปรับตัวกับการทำงานหนักไม่ได้ ฟู่อ้ายโกวเองก็ปวดเมื่อยตัวไปหมดหลังจากทำงานหลังขดหลังแข็งมาหลายวัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ตระกูลไห่

    ไห่ไท่เหอที่กลับมาจากการค้าขายอาวุธเถื่อนรู้ข่าวว่าลูกชายของเฟิงอู่ย้ายมาทำงานที่เมืองหลวงเข้าก็อารมณ์เสียอย่างมาก เขาเรียกลูกน้องอย่างจ้านกู่กับเสี้ยนปังให้เข้ามาหาที่บ้านเพื่อวางแผนเล่นงานเฟิงจิงถิงโดยไม่คิดจะพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย“พวกแกรู้ไหมว่ามันต้องเข้าหน่วยไหน” ไห่ไท่เหอถามด้วยสีหน้าดุดัน“ข่าวบอกว่าเขาเข้าร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัย(เป่าเว่ยปู่)ในกองทัพครับ” เสี้ยนปังบอกข่าวที่เขารวบรวมมาเกี่ยวกับคนในตระกูลเฟิง“บัดซบ!

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   คาดไม่ถึง

    ซินเหยาสอนพนักงานทั้ง 16 คน โดยแบ่งหน้าที่ให้พวกเขารับผิดชอบการทำอาหารในร้านแตกต่างกัน ส่วนเด็กเสิร์ฟและเด็กเดินโต๊ะใช้คนสองคน เด็กเก็บโต๊ะกับเด็กล้างจานอีกสองคน สี่คนแยกกันดูแลอาหาร ซึ่งซินเหยาให้หนึ่งคนทำบะหมี่ อีกสามคนดูแลอาหารอื่น ๆ ในร้านช่วยกัน เธอใช้เวลาสามวันในการสอนทุกคนทำอาหารจนพวกเขาเริ่มทำได้คล่องมือ ซินเหยายังได้รับวัตถุดิบจากโรงงานตามที่พ่อสามีติดต่อหาเอาไว้ให้ด้วย ทำให้เหลาซินถิงของซินเหยาสามารถเปิดร้านค้าได้ในอีกสามวันต่อมาหลังตกแต่งร้านเพิ่มวันเปิดร้าน วันนี้มีคนจากตระกูลใหญ่มาครบเพื่อเป็นเกียรติให้กับตระกูลเฟิง มีเพียงตระกูลจ้าวเท่านั้นที่ไม่ได้รับบัตรเชิญในการเปิดร้านครั้งนี้ ในร้านตกแต่งด้วยสีแดงมงคลเต็มแทบทุกพื้นที่ ทำให้มีคนท

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   เหลาซินถิง

    เสียงพูดคุยดังไปทั่วห้องรับแขกอย่างชื่นมื่น ทุกคนตื่นเต้นมากที่กำลังจะมีหลานคนโตของบ้าน เฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงเองก็บอกว่าตัวเองจะพยายามมีลูกเช่นกัน เด็ก ๆ จะได้มีอายุไล่เลี่ยกันและช่วยเหลือกันได้ในยามที่เติบโตขึ้น“ดี ดี พวกหลานรีบมีลูกให้ปู่เลยนะ ที่บ้านจะได้มีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นเสียที” เฟิงตี้หลงพูดด้วยความดีใจ นานมากแล้วที่ตระกูลเฟิงไม่มีข่าวดีเรื่องเด็ก“ฉันก็อยากเลี้ยงหลานแล้วเหมือนกันค่ะคุณปู่” หลูหลิงยิ้มกว้างอย่างคาดหวัง เธอมีลูกชายถึงสองคน ถ้าพวกเขาสามารถมีลูกได้พร้อมกันคงดีไม่น้อย“พี่จิงถิงต้องไปรายงานตัวสัปดาห์หน้าใช่ไหม กลับไปพร้อมผมพรุ่งนี้ไหมครับ” เฟิงจี้ถงถามหลังจากกระซิบถามเคล็ดลับการมีลูกจากพี่ชายอย่างเฟิงจิงถิง“พี่จะพั

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   อร่อยมาก

    หลังมื้อเที่ยงผ่านไป โจวหงพาซินเหยาไปซื้อชุดคลุมท้องมาเกือบสิบชุด เธอบอกว่าพอกลับถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ไม่ต้องออกไปเบียดเสียดคนในห้างซื้ออีก อย่างไรเสียที่ห้างนี้ก็มีแบรนด์ดังขายอยู่ เธอกับสามีจึงเลือกซื้อให้ซินเหยาเอาไว้ก่อน เมื่อซื้อของเสร็จ พวกเขาก็เดินทางกลับค่ายทหาร โดยบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งแยกไปเปิดห้องในโรงแรมเพื่อพักผ่อน คนในรถตู้ทั้งหมดจึงพากันเข้าไปพักในบ้านของเฟิงจิงถิง ตอนนี้ในบ้านจึงมีบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ในรถตู้นอนพักผ่อนกันที่ห้องรับแขกด้านล่าง ส่วนพวกเฟิงจิงถิงก็พาพ่อแม่ขึ้นไปนอนพักในห้องชั้นสอง สองชั่วโมงต่อมา ทุกคนที่นอนพักเอาแรงต่างลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและชวนกันออกไปที่ร้านบะหมี่ของซินเหยา ซึ่งตอนนี้ร้านกลายเป็นของลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยไปแล้ว&ldquo

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   มีฐานะ

    หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่ ซินเหยาก็มีเวลากินบะหมี่กินยาเสียที พอได้กินยาที่หมอให้มาแล้ว เธอรู้สึกว่าอาการวิงเวียนดีขึ้นมาก“ที่รักครับ พักบ้างเถอะนะ ปล่อยให้พวกเขาทำงานเองดีกว่านะ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องไปกันแล้วนะครับ” เฟิงจิงถิงอดเป็นห่วงซินเหยาไม่ได้“รู้แล้วค่ะ ฉันจะเพลา ๆ เรื่องงานลงนะ” ซินเหยายิ้มบางตอบ เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วง ลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยพอได้เห็นเฟิงจิงถิงเป็นห่วงซินเหยาเข้าก็อดมีความสุขตามไปด้วยไม่ได้ พวกเขาทราบแล้วว่าซินเหยากำลังท้องอยู่ ทั้งสองเองก็ตั้งใจที่จะทำงานด้วยตัวเองเช่นกัน เพื่อที่จะได้รับผิดชอบงานในร้านได้ก่อนที่ซินเหยาจะมอบร้านให้ เ

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ข่าวดี

    ช่วงเย็นของวัน ซินเหยาเล่าให้เฟิงจิงถิงฟังเรื่องสองสามีภรรยาที่ต้องการเซ้งร้านต่อ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยินดีที่เธอยอมให้สองคนนั้นผ่อนจ่าย“ถ้าคุณคิดดีแล้วก็ทำไปเถอะครับ ยังไงเราก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน ช่วยพวกเขาสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร” เฟิงจิงถิงไม่ได้คัดค้านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เขารู้ดีว่าภรรยายังมีธุรกิจที่กำลังจะทำในเมืองหลวงอยู่อีก เฟิงจิงถิงมั่นใจว่าทุกอย่างที่ซินเหยาคิดเอาไว้ต้องออกมาดีแน่“ขอบคุณนะคะที่คอยสนับสนุนความคิดของฉัน” ซินเหยาเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเฟิงจิงถิงอย่างขอบคุณ ดีที่ไม่มีใครอยู่ในครัวตอนนี้“คุณเป็นภรรยาผมนี่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับลูกค้าก่อนนะ คุณทำบะหมี่ต่อเถอะ” เฟิงจิงถิงลดจำนวนคนที่มาช่วยงานในร้านลงหลายวันแล้ว เพราะเด็กพวกนั้นอีกไม่นานก็ต้องปลดประจำการตามวงรอบ เขาจึงอยากให้เด็กพวกนั้

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ข่าวลือ

    “พวกเขาใช้งานคุณหนักมากเลยเหรอครับ” ฟู่จิงถิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างโกรธ ๆ เขาไม่คิดว่าครอบครัวของเขาจะรังแกซินเหยาในตอนที่เขาไม่อยู่แบบนี้“

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ตลาด

    สองพ่อลูกปรึกษากันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเองไป ฉางเป่ยถูกพักงานชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉางอี้เอ๋อถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ฟู่จิงถิงและซินเหยาโดยพลการ ถ้าพบว่า

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ร้องเรียน

    “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   เมียมา

    กว่ารถของพวกซินเหยาจะไปถึงหน้าค่ายทหาร เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากจำนวนผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนมีมากจนไม่สามารถเดินทางได้เร็วกว่านี้“

    last updateLast Updated : 2026-03-18
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status