Masukกว่ารถของพวกซินเหยาจะไปถึงหน้าค่ายทหาร เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากจำนวนผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนมีมากจนไม่สามารถเดินทางได้เร็วกว่านี้
“รบกวนคุณรอที่หน้าค่ายสักครู่นะครับ ผมจะให้คนไปตามฟู่จิงถิงมารับ” เติ้งเหยากวงบอกขณะที่รถจี๊ปจอดอยู่หน้าค่ายทหารซึ่งมีทหารยามเฝ้าอยู่สองคน
“ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะรอที่นี่” ซินเหยาพยักหน้ารับคำและเปิดประตูลงจากรถไป
รถจี๊ปเคลื่อนตัวเข้าไปในค่ายอย่างช้า ๆนายทหารทั้งสี่เดินทางกลับถึงค่ายในเย็นวันถัดมา พวกเขารีบเขียนรายงานทุกอย่างที่สืบมาได้เพื่อนำส่งให้ ผบ. พิจารณาต่อไป แต่กว่าที่ ผบ. จะประชุมปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นยังไง ข่าวลือพวกนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วค่ายแล้ว ซิน
ต้วนหลงนั่งทานนั่งคุยกับภรรยาจนสบายใจขึ้นบ้าง เขาเองก็เพิ่งเคยพบซินเหยาเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้เอง ต้วนหลงเลยไม่รู้ว่าเธอเป็นคนนิสัยยังไงกันแน่ หน่วยงานกลางที่ถูกส่งไปตรวจสอบข้อมูลที่หมู่บ้านซวงหลินครั้งนี้มีนายทหารมากถึงสี่คนคือ หวยอัน ตันหย่ง จ้งจือและฉือหวาง ทั้งสี่อยู่หน่วยงานกลางมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับทหารในค่ายหรือคนในครอบครัว หน่วยงานของพวกเขามักจะส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวไปสืบสวนอย่างลับ ๆ โดยตลอด ครั้งนี้พวกเขาเดินทางมาตั้งแต่ได้รับคำสั่งด่วนแล้ว น่าเสียดายที่พอพวกเขามาถึงสถานีรถไฟปลายทางเวลาก็ค่ำมืดมาก ทำให้ทั้งสี่คนต้องหาที่พักในอำเภอก่อนจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซวงหลินซึ่งอยู่อีกอำเภอหนึ่งตามข้อมูลสถานที่ที่พวกเขารับทราบมาก่อนออก
สองพ่อลูกปรึกษากันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเองไป ฉางเป่ยถูกพักงานชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉางอี้เอ๋อถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ฟู่จิงถิงและซินเหยาโดยพลการ ถ้าพบว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ฉางอี้เอ๋อจะถูกส่งออกไปอยู่นอกค่ายทันที ฟู่จิงถิงพาซินเหยาเดินไปถึงตลาดที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตรในเวลาไม่นาน เขาเดินหาร้านเสื้อผ้าผู้หญิงไม่นานก็พบ“คุณเข้าไปเลือกได้เลยนะครับ ผมจ่ายเงินให้เอง” ฟู่จิงถิงยังพอมีเงินเหลืออยู่บ้างจึงคิดอยากซื้อเสื้อผ้าให้กับซินเห
“พวกเขาใช้งานคุณหนักมากเลยเหรอครับ” ฟู่จิงถิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างโกรธ ๆ เขาไม่คิดว่าครอบครัวของเขาจะรังแกซินเหยาในตอนที่เขาไม่อยู่แบบนี้“งานทุกอย่างทั้งในบ้านและนอกบ้านฉันเป็นคนทำทั้งหมดค่ะ พวกเขาแค่กินอยู่หลับนอนกันอย่างสบายใจเท่านั้น” ซินเหยาบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธออยากรู้ว่าฟู่จิงถิงคิดจะแก้ไขปัญญานี้อย่างไร ถ้าเขาเข้าข้างครอบครัวฟู่ เธอก็คงต้องเลือกจากเขาไป“ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณลำบากมาหลายปีนะครับ หลังจากนี้คุณไม่ต้องทำอะไรให้ผมที่นี่แล้วนะ ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเอง” ฟู่จิงถิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาในตอนนี้ไม่กล้าบอกซินเหยาเรื่องที่แม่ของเขาโ
“แกมันจะไปรู้อะไร ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันหนีไปไหน ถ้ามันไปหาไอ้ฟู่จิงถิงจะทำยังไงล่ะ แกคิดว่าฟู่จิงถิงมันจะยังส่งเงินมาให้เราอยู่ไหม” เหมียนจูตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“คุณคิดว่าซินเหยาจะไปหาฟู่จิงถิงได้ง่ายขนาดนั้นหรือยังไงกัน ระยะทางไปที่นั่นก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ อีกอย่างซินเหยาจะเอาเงินมาจากไหน” ฟู่อ้ายโกวบอก เขาคิดว่าซินเหยาที่ไม่เคยได้รับเงินจากครอบครัวของเขามาก่อนจะมีปัญญาที่ไหนเดินทางไปไกลถึงหางโจว“พ่อพูดถูกนะครับแม่ ผมเองก็คิดว่าเธอไม่น่าจะไปหาไอ้จิงถิงหรอก” ฟู่หยางเซิงบอก“อืม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.จะจัดการยังไง” สามีของแม่บ้านตอบกลับอย่างไม่แน่ใจเช่นกัน เหตุการณ์เล็กน้อยแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครร้องเรียนกัน คนในค่ายมักจะจัดการปัญหากระทบกระทั่งกันเอง เขาเพิ่งจะเห็นว่าฟู่จิงถิงกับซินเหยาต้องการร้องเรียนเป็นคู่แรกนี่แหละ ตัวเขาจึงไม่รู้ว่าการลงโทษจะร้ายแรงหรือไม่ เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างแยกย้ายกันไปหลังจากฟู่จิงถิงกับซินเหยาเดินจากไป พวกเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของคนอื







