Share

หนี

Author: 橙花
last update Last Updated: 2025-12-23 05:30:10

“ดีแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะป้า” ซินเหยาบอกลาเมื่อเห็นว่าตอนนี้คนบ้านฟู่น่าจะทำอาหารค่ำกันเสร็จแล้ว เธอกลัวว่าพวกเขาจะเห็นตอนเธอถือกระเป๋าเข้าไปที่ห้องเก็บฟืน ซินเหยาจึงต้องดูลาดเลาให้ดีก่อน

“ไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะอาเหยา” ป้าเพ่ยโบกมือลาและมองตามหลังร่างบางของซินเหยาอย่างติดจะกังวล เธอกลัวแทนเด็กสาวไปหมด กลัวว่าการเดินทางจะไม่ราบรื่น ท้ายที่สุดนี่เป็นการตัดสินใจของซินเหยา ป้าเพ่ยเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก เธอคิดว่าถ้าฟู่จิงถิงรู้เรื่องทุกอย่างจากซินเหยา บางทีพวกเขาอาจจะอยู่ดูแลกันดี ๆ ก็ได้ อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการที่ซินเหยาจะต้องทนอยู่กับพวกคนบ้านฟู่พวกนี้

ซินเหยาโบกมือลาป้าเพ่ยและหันหลังเดินออกจากบ้านไป ไม่นานเธอก็มาถึงประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลฟู่ ซินเหยาลอบมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีใครผ่านไปมาตอนนี้ เธอก็รีบอุ้มกระเป๋าและใช้ลำตัวบังเอาไว้ไม่ให้คนในบ้านฟู่มองเห็น ก่อนจะวิ่งเร็ว ๆ เข้าไปในห้องเก็บฟืนและปิดประตูเงียบทันที

เสียงหอบเบา ๆ ของซินเหยาดังขึ้นอย่างอดไม่ได้ ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะดีขึ้นมากแล้ว แต่การทำอะไรเร็ว ๆ ก็ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอนี้ไม่คุ้นชิน ซินเหยาได้แต่ถอนหายใจที่ในที่สุดเธอก็สามารถแอบกลับเข้าห้องมาได้โดยไม่มีใครเห็น

ซินเหยามองไปรอบ ๆ ห้องเก่าคร่ำคร่าที่ร่างเดิมอยู่มานานถึงสามปี ภายในห้องตอนนี้ถึงแม้จะดูเรียบร้อยดีและไม่มีร่องรอยของการรื้อค้นอย่างที่กังวลก็ตามที แต่ซินเหยาก็ยังต้องสำรวจตรวจสอบก่อนเข้านอนอีกครั้งตามนิสัยของสายสืบที่เคยชินในชาติก่อนอยู่ดี ไม่อย่างนั้นเธอคงนอนไม่หลับแน่

หลังจากเดินสำรวจรอบห้องอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซินเหยาก็นำกระเป๋าไปหนุนนอนบนที่นอนเก่าแทนหมอนใบเดิม โดยใช้ผ้าปิดบังเอาไว้ไม่ต่างจากปลอกหมอน เธอกลัวว่าคนตระกูลฟู่จะแอบมองผ่านรูผนังของโรงเก็บฟืนแล้วเห็นเข้า ซินเหยาไม่ได้โลกสวยมากพอที่จะคิดว่าคนเลวพวกนั้นจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ถึงแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะยังไม่มายุ่งกับเธอเหมือนตอนร่างเดิมอยู่ก็ตามที ยังไงซินเหยาก็ยังต้องระวังตัวเอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเวลาที่เธอต้องออกจากบ้านซึ่งเป็นเหมือนนรกของร่างเดิมหลังนี้

เที่ยงคืนของคืนนั้น ซินเหยาลืมตาขึ้นมาอย่างรู้เวลา เธอสำรวจรอบ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในกระเป๋าที่ซื้อมาก่อนหน้านี้และล้างหน้าล้างตาให้สะอาดสดชื่นก่อนจะออกเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอหลังจากนี้

ซินเหยาทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด แม้แต่ไฟจากเทียนในห้องเธอก็ยังไม่จุดมันขึ้นมาให้คนอื่นสงสัยได้ สิบห้านาทีต่อมา ซินเหยาค่อย ๆ เปิดประตูเก่าคร่ำคร่าให้เบาที่สุดและโผล่หัวออกไปดูลาดเลาโดยรอบ เมื่อเห็นว่าในบ้านตระกูลฟู่เงียบสนิทและไม่มีแสงไฟภายในสาดส่องออกมา ซินเหยาก็พรูลมหายใจออกอย่างโล่งอก จากนั้นเธอรีบออกจากห้องไปและปิดประตูเอาไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเธอจากไปแล้ว

เงาร่างบางของซินเหยาที่กำลังถือกระเป๋าใบขนาดย่อมซึ่งในนั้นมีเสื้อผ้าใหม่ของเธอเพียงชุดเดียวและเอกสารส่วนตัวต่าง ๆ ที่จำเป็นก็อยู่ในนั้นทั้งหมดทอดยาวออกไปในยามดึกสงัดของค่ำคืนนี้ ท่ามกลางแสงดวงดาวที่พร่างพราวอยู่กลางท้องฟ้า ซินเหยาเร่งเดินแกมวิ่งออกจากหมู่บ้านไปให้เร็วที่สุด เธอยังต้องเดินเข้าไปในอำเภอซึ่งมีระยะทางไกลมากถึงสิบกว่ากิโลเมตร ดีที่ซินเหยาได้นอนพักผ่อนไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทำให้เธอไม่รู้สึกง่วงนอนอย่างที่กังวล เพราะซินเหยาไม่แน่ใจว่าร่างกายนี้จะสามารถทนต่อความง่วงและการเดินทางครั้งนี้ได้หรือไม่ พอเห็นว่าตัวเองไม่เป็นอะไรก็ทำให้ซินเหยายิ้มบางออกมาได้เสียที ตอนนี้เธอต้องเร่งเดินไปให้ถึงจุดที่นัดหมายเอาไว้กับคนขับรถสามล้อให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าซินเหยาจะไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วก็ตามที แต่ซินเหยาคิดว่าเธอจะต้องไปถึงที่นั่นก่อนเวลาอย่างแน่นอน

เกือบสองชั่วโมงต่อมา ในที่สุดซินเหยาก็มาถึงสถานที่นัดหมายกับคนขับรถสามล้อ เธอยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในอำเภอเงียบ ๆ เพื่อพักเหนื่อย เพราะเมื่อครู่ซินเหยาวิ่งมาจากทางเข้าอำเภอตลอดทาง ทำให้เธอรู้สึกว่าขาเรียวเล็กนี้แทบจะหักลงไปแล้ว

“โอ้ แม่หนูมาเร็วจริง ๆ มา ๆ ขึ้นรถ” ลุงคนขับรถร้องเรียกขณะที่กำลังเคลื่อนรถมายังจุดที่ซินเหยายืนหอบรออยู่

“ขอบคุณคุณลุงที่มารับฉันค่ะ” ซินเหยาบอกพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งอกเสียทีที่เห็นว่าคนที่นัดหมายนั้นมาจริง ๆ จากที่เคยกลัวว่าเขาจะรับเงินมัดจำไปแล้วจะเบี้ยวงาน

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ยังไงแม่หนูก็จ่ายค่าเหมารถให้ลุงอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” ลุงบอกยิ้ม ๆ เขากำลังรอให้เธอขึ้นมานั่งดี ๆ ก่อนจึงจะออกรถ

“ใช่ค่ะ เรารีบไปกันดีกว่าค่ะ รถไฟของฉันจะออกเดินทางตอนเจ็ดโมงเช้า” ซินเหยาจับกระเป๋าของเธอเอาไว้หลังจากนั่งดีแล้วหันไปบอกลุงคนขับ

“ได้ ๆ ลุงจะรีบพาไปสถานีรถไฟเดี๋ยวนี้แหละ” คนขับพยักหน้ารับและเร่งเครื่องรถสามล้อออกไปจากใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที ระหว่างทางเขายังชวนซินเหยาคุยไปด้วย

รถสามล้อเคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังอย่างไม่ช้าไม่เร็ว คนขับกลัวว่าซินเหยาจะนั่งไม่สบาย เขาจึงพยายามขับให้นิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แม่หนูเดินทางคนเดียวไม่กลัวเหรอ” คนขับเอ่ยถามขณะที่กำลังขับสามล้อตรงไปตามทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

“ไม่กลัวค่ะ ยังไงบนรถไฟก็ต้องมีคนอีกเยอะที่เดินทางเหมือนกัน” ซินเหยาตอบอย่างมั่นใจในตัวเองไม่น้อย ถึงเธอจะพอรู้ว่ายุคนี้การเดินทางของผู้หญิงตัวคนเดียวจะอันตรายอยู่บ้าง แต่ซินเหยาเชื่อว่าตัวเธอสามารถดูแลตัวเองได้ไม่ยาก

“อืม… นั่นมันก็จริง แต่ยังไงก็ระวังเอาไว้บ้างล่ะ พวกขโมยกับพวกหลอกลวงมีเยอะนะ ลุงเห็นมาหลายคนแล้วที่พลาดท่าถูกหลอกไปขายตัวน่ะ” ลุงเล่าอย่างเป็นห่วง

“ฉันเข้าใจค่ะลุง รับรองว่าฉันจะไม่คุยกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ” ซินเหยาเห็นว่าลุงคนขับหวังดี เธอจึงไม่อยากทำให้เขาต้องกังวล

กว่าที่ซินเหยาจะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟ ท้องฟ้ายามนี้ก็เข้าสู่ช่วงใกล้รุ่งเช้าเข้าไปทุกทีแล้ว ซินเหยาจ่ายเงินที่เหลือสี่สิบหยวนให้ลุงคนขับ จากนั้นเธอก็ขอตัวจากไป โดยที่ลุงคนขับยังอวยพรให้ซินเหยาเดินทางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยด้วย

หลังแยกกับลุงคนขับสามล้อ ซินเหยาเดินหาร้านอาหารเช้าเพื่อกินข้าวและหาห้องน้ำเข้าก่อนการเดินทางไกลจะเริ่มขึ้น เธอไม่กล้าเข้าห้องน้ำบนรถไฟยุคนี้แน่ ซินเหยาจึงต้องทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทาง ดีที่ตอนนี้คนในสถานีรถไฟยังไม่มากนัก ทำให้ซินเหยาได้นั่งกินมื้อเช้าที่ร้านใกล้ ๆ อย่างไม่ต้องรีบร้อน

ซินเหยาใช้เวลาทานอาหารและหาซื้อเสบียงเอาไว้กินระหว่างทางเสร็จก็ไปหาห้องน้ำเข้าจนเรียบร้อย ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่รถไฟจะมาเทียบที่ชานชลาแล้ว ซินเหยาจึงรีบเดินไปนั่งรอก่อนที่คนอื่นจะมามากกว่านี้

ซินเหยารอขบวนรถไฟเที่ยวแรกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่ารถไฟจอดนิ่งสนิทแล้ว เธอจึงถือกระเป๋าและตั๋วรถไฟขึ้นไปหาที่นั่งทันที ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนจำนวนมากที่ต้องขึ้นรถไฟเที่ยวเดียวกับเธอมารอกันอยู่ก่อนแล้ว ซินเหยาจึงกลัวว่าเธอจะไม่มีที่นั่งด้านบน โชคดีที่ซินเหยาเบียดเสียดผู้คนขึ้นไปได้เป็นกลุ่มแรก ๆ เธอรีบหาที่นั่งข้างหน้าต่างทันทีที่เห็นเบาะว่าง ซินเหยาไม่กล้าวางกระเป๋าเอาไว้ไกลตัว เธอเลือกที่จะถือมันเอาไว้บนตักและกอดเอาไว้ใกล้ตัวแทน ซินเหยานั่งได้ไม่นานก็มีชายหญิงวัยกลางคนมานั่งฝั่งตรงข้ามกับที่นั่งของเธอ จากนั้นก็มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันมานั่งข้างเธออีกคนหนึ่ง ทำให้ตอนนี้เก้าอี้ในแถวของซินเหยาไม่มีที่ว่างทันที เธอไม่สนใจจะมองคนแปลกหน้าเหล่านั้น ซินเหยาเลือกที่จะหันออกไปมองด้านนอกหน้าต่างแทน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงประกาศจากขบวนรถไฟก็ดังไปทั่วทั้งขบวนและชานชลาด้านนอก ตอนนี้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกจากชานชลาแล้ว ซินเหยาหลับตาลงเพื่อไม่ต้องพูดคุยกับเพื่อนร่วมทาง ถึงแม้เธอจะได้ยินสองผัวเมียที่นั่งตรงข้ามกำลังคุยกับหญิงสาวที่นั่งข้างเธออยู่ก็ตามที ซินเหยาก็ไม่อยากจะสนใจ ตอนนี้เธอกำลังคิดว่าคนบ้านฟู่จะรู้หรือยังว่าเธอหนีออกจากบ้านมาแล้ว และหากพวกเขารู้แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป

เสียงลมพัดผ่านด้านข้างจากเบาไปหาหนักตามความเร็วของรถไฟที่เพิ่มขึ้น รถไฟขบวนนี้ยังมีจอดอีกสามสถานีก่อนจะถึงหางโจวตามเวลาเดินรถ ซินเหยาเห็นแต่แรกว่าในขบวนรถคันนี้มีคนขึ้นเป็นจำนวนมากแล้ว หากว่าในสถานีต่อ ๆ ไปมีคนขึ้นมาอีกก็คงต้องมีคนยืนกันบ้างแล้ว เธอไม่นึกว่าการนั่งรถไฟในยุคนี้จะมีคนมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่ซินเหยาคิดว่ารถเที่ยวแรกคงมีคนไม่มากนัก แต่กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ต่างเลือกนั่งรถเที่ยวแรกไปยังหางโจวเกือบทั้งนั้น ทำให้การเดินทางของเธอดูอึดอัดไม่น้อย

ที่หมู่บ้านซวงหลิน เหมียนจูตื่นมาก็ยังคงตะโกนด่าทอซินเหยาโดยไม่รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเก็บฟืนอีกต่อไปแล้ว ฟู่อ้ายโกวได้แต่ทอดถอนใจอย่างระอากับนิสัยของเมียเขาที่เอาแต่ก่นด่าคนไปทั่วตั้งแต่เช้าตรู่

“พวกแกมีใครเห็นนังตัวดีนั่นบ้างไหม” เหมียนจูยังคงอยากแสดงความเป็นใหญ่ในบ้านให้ซินเหยาดูอีกสักครั้ง เธอไม่เชื่อว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอจะกล้าแข็งข้อนานขนาดนี้

“ไม่เห็นนะครับแม่” ฟู่หยางเซิงชะเง้อคอมองไปทางห้องเก็บฟืน

“แม่จะไปถามหามันทำไมให้เสียอารมณ์กันคะ” ฟู่โหรวอดบ่นแม่ของเธอไม่ได้

“ชิ! ฉันก็จะไปลากตัวมันมาทำงานให้เราน่ะสิ นี่ก็หลายวันแล้วนะที่มันไม่ยอมทำงานในบ้านเลยน่ะ” เหมียนจูตอบอย่างโมโห ตอนนี้อาหารในบ้านเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ

“แม่คิดว่าซินเหยาจะยอมมาทำงานให้เราง่าย ๆ เหรอ” ฟู่โหรวถามกลับอย่างเบื่อหน่าย

“ถ้ามันไม่ยอมมาก็แค่ตีให้มันหลาบจำเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้น แกกลัวอะไร” เหมียนจูถลึงตามองลูกสาวที่เอาแต่ขัดคอเธอ

“ผมว่าแม่อย่าหาเรื่องอีกดีกว่าครับ แค่นี้ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านก็แทบไม่มีใครอยากคุยกับพวกเราแล้วนะครับ” ฟู่หยางเซิงที่เคยเดินไปนอกบ้านก่อนหน้านี้บอก

“พวกมันไม่อยากคุยก็ช่างมันสิ แกจะไปสนใจทำไม” เหมียนจูตอบอย่างไม่สนใจอะไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ตรวจสอบ

    ต้วนหลงนั่งทานนั่งคุยกับภรรยาจนสบายใจขึ้นบ้าง เขาเองก็เพิ่งเคยพบซินเหยาเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้เอง ต้วนหลงเลยไม่รู้ว่าเธอเป็นคนนิสัยยังไงกันแน่ หน่วยงานกลางที่ถูกส่งไปตรวจสอบข้อมูลที่หมู่บ้านซวงหลินครั้งนี้มีนายทหารมากถึงสี่คนคือ หวยอัน ตันหย่ง จ้งจือและฉือหวาง ทั้งสี่อยู่หน่วยงานกลางมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับทหารในค่ายหรือคนในครอบครัว หน่วยงานของพวกเขามักจะส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวไปสืบสวนอย่างลับ ๆ โดยตลอด ครั้งนี้พวกเขาเดินทางมาตั้งแต่ได้รับคำสั่งด่วนแล้ว น่าเสียดายที่พอพวกเขามาถึงสถานีรถไฟปลายทางเวลาก็ค่ำมืดมาก ทำให้ทั้งสี่คนต้องหาที่พักในอำเภอก่อนจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซวงหลินซึ่งอยู่อีกอำเภอหนึ่งตามข้อมูลสถานที่ที่พวกเขารับทราบมาก่อนออก

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ตลาด

    สองพ่อลูกปรึกษากันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเองไป ฉางเป่ยถูกพักงานชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉางอี้เอ๋อถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ฟู่จิงถิงและซินเหยาโดยพลการ ถ้าพบว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ฉางอี้เอ๋อจะถูกส่งออกไปอยู่นอกค่ายทันที ฟู่จิงถิงพาซินเหยาเดินไปถึงตลาดที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตรในเวลาไม่นาน เขาเดินหาร้านเสื้อผ้าผู้หญิงไม่นานก็พบ“คุณเข้าไปเลือกได้เลยนะครับ ผมจ่ายเงินให้เอง” ฟู่จิงถิงยังพอมีเงินเหลืออยู่บ้างจึงคิดอยากซื้อเสื้อผ้าให้กับซินเห

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ข่าวลือ

    “พวกเขาใช้งานคุณหนักมากเลยเหรอครับ” ฟู่จิงถิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างโกรธ ๆ เขาไม่คิดว่าครอบครัวของเขาจะรังแกซินเหยาในตอนที่เขาไม่อยู่แบบนี้“งานทุกอย่างทั้งในบ้านและนอกบ้านฉันเป็นคนทำทั้งหมดค่ะ พวกเขาแค่กินอยู่หลับนอนกันอย่างสบายใจเท่านั้น” ซินเหยาบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธออยากรู้ว่าฟู่จิงถิงคิดจะแก้ไขปัญญานี้อย่างไร ถ้าเขาเข้าข้างครอบครัวฟู่ เธอก็คงต้องเลือกจากเขาไป“ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณลำบากมาหลายปีนะครับ หลังจากนี้คุณไม่ต้องทำอะไรให้ผมที่นี่แล้วนะ ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเอง” ฟู่จิงถิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาในตอนนี้ไม่กล้าบอกซินเหยาเรื่องที่แม่ของเขาโ

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   แผนชั่ว

    “แกมันจะไปรู้อะไร ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันหนีไปไหน ถ้ามันไปหาไอ้ฟู่จิงถิงจะทำยังไงล่ะ แกคิดว่าฟู่จิงถิงมันจะยังส่งเงินมาให้เราอยู่ไหม” เหมียนจูตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“คุณคิดว่าซินเหยาจะไปหาฟู่จิงถิงได้ง่ายขนาดนั้นหรือยังไงกัน ระยะทางไปที่นั่นก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ อีกอย่างซินเหยาจะเอาเงินมาจากไหน” ฟู่อ้ายโกวบอก เขาคิดว่าซินเหยาที่ไม่เคยได้รับเงินจากครอบครัวของเขามาก่อนจะมีปัญญาที่ไหนเดินทางไปไกลถึงหางโจว“พ่อพูดถูกนะครับแม่ ผมเองก็คิดว่าเธอไม่น่าจะไปหาไอ้จิงถิงหรอก” ฟู่หยางเซิงบอก“อืม

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ร้องเรียน

    “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.จะจัดการยังไง” สามีของแม่บ้านตอบกลับอย่างไม่แน่ใจเช่นกัน เหตุการณ์เล็กน้อยแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครร้องเรียนกัน คนในค่ายมักจะจัดการปัญหากระทบกระทั่งกันเอง เขาเพิ่งจะเห็นว่าฟู่จิงถิงกับซินเหยาต้องการร้องเรียนเป็นคู่แรกนี่แหละ ตัวเขาจึงไม่รู้ว่าการลงโทษจะร้ายแรงหรือไม่ เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างแยกย้ายกันไปหลังจากฟู่จิงถิงกับซินเหยาเดินจากไป พวกเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของคนอื

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ประมือ

    “คุณกล้าใช้กำลังกับฉันเหรอหมวดฟู่ มันจะเกินไปแล้วนะ” ผู้หญิงคนนั้นโวยวายเสียงดังจนทำให้เพื่อนบ้านใกล้ ๆ ต่างเดินมามุงดูกันหลายครอบครัว“คุณทำไมไร้เหตุผลแบบนี้ล่ะครับ ในเมื่อคุณไม่ยอมให้หัวหน้าผมเข้าพักในบ้านดี ๆ พวกเราก็ต้องพาคุณไปสอบสวนตามระเบียบนะครับ” ลูกน้องคนหนึ่งของฟู่จิงถิงบอกด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขาทะเลาะกับผู้หญิงคนนี้มาร่วมชั่วโมงนึงแล้ว“นั่นสิ คุณไม่ใช่เจ้าของบ้านพักหลังนี้สักหน่อย แล้วมีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้หมวดฟู่กับภรรยาเข้าอยู่ที่บ้านหลังนี้กัน นี่ไม่ใช่ที่ดินบ้านคุณนะครับ” ลูกน้องอีกคนตอบโต้กลับไปอีกครั้ง พวกเขาเริ่มเอือมระอากับผู้หญิงคนนี้มากแล้ว“พวกคุณไม่ต้องคุยกับเธอต่อหรอกนะคะ รีบพาตัวไปหา ผบ.

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status