Share

หนี

Author: 橙花
last update publish date: 2025-12-23 05:30:10

“ดีแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะป้า” ซินเหยาบอกลาเมื่อเห็นว่าตอนนี้คนบ้านฟู่น่าจะทำอาหารค่ำกันเสร็จแล้ว เธอกลัวว่าพวกเขาจะเห็นตอนเธอถือกระเป๋าเข้าไปที่ห้องเก็บฟืน ซินเหยาจึงต้องดูลาดเลาให้ดีก่อน

“ไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะอาเหยา” ป้าเพ่ยโบกมือลาและมองตามหลังร่างบางของซินเหยาอย่างติดจะกังวล เธอกลัวแทนเด็กสาวไปหมด กลัวว่าการเดินทางจะไม่ราบรื่น ท้ายที่สุดนี่เป็นการตัดสินใจของซินเหยา ป้าเพ่ยเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก เธอคิดว่าถ้าฟู่จิงถิงรู้เรื่องทุกอย่างจากซินเหยา บางทีพวกเขาอาจจะอยู่ดูแลกันดี ๆ ก็ได้ อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการที่ซินเหยาจะต้องทนอยู่กับพวกคนบ้านฟู่พวกนี้

ซินเหยาโบกมือลาป้าเพ่ยและหันหลังเดินออกจากบ้านไป ไม่นานเธอก็มาถึงประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลฟู่ ซินเหยาลอบมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีใครผ่านไปมาตอนนี้ เธอก็รีบอุ้มกระเป๋าและใช้ลำตัวบังเอาไว้ไม่ให้คนในบ้านฟู่มองเห็น ก่อนจะวิ่งเร็ว ๆ เข้าไปในห้องเก็บฟืนและปิดประตูเงียบทันที

เสียงหอบเบา ๆ ของซินเหยาดังขึ้นอย่างอดไม่ได้ ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะดีขึ้นมากแล้ว แต่การทำอะไรเร็ว ๆ ก็ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอนี้ไม่คุ้นชิน ซินเหยาได้แต่ถอนหายใจที่ในที่สุดเธอก็สามารถแอบกลับเข้าห้องมาได้โดยไม่มีใครเห็น

ซินเหยามองไปรอบ ๆ ห้องเก่าคร่ำคร่าที่ร่างเดิมอยู่มานานถึงสามปี ภายในห้องตอนนี้ถึงแม้จะดูเรียบร้อยดีและไม่มีร่องรอยของการรื้อค้นอย่างที่กังวลก็ตามที แต่ซินเหยาก็ยังต้องสำรวจตรวจสอบก่อนเข้านอนอีกครั้งตามนิสัยของสายสืบที่เคยชินในชาติก่อนอยู่ดี ไม่อย่างนั้นเธอคงนอนไม่หลับแน่

หลังจากเดินสำรวจรอบห้องอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซินเหยาก็นำกระเป๋าไปหนุนนอนบนที่นอนเก่าแทนหมอนใบเดิม โดยใช้ผ้าปิดบังเอาไว้ไม่ต่างจากปลอกหมอน เธอกลัวว่าคนตระกูลฟู่จะแอบมองผ่านรูผนังของโรงเก็บฟืนแล้วเห็นเข้า ซินเหยาไม่ได้โลกสวยมากพอที่จะคิดว่าคนเลวพวกนั้นจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ถึงแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะยังไม่มายุ่งกับเธอเหมือนตอนร่างเดิมอยู่ก็ตามที ยังไงซินเหยาก็ยังต้องระวังตัวเอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเวลาที่เธอต้องออกจากบ้านซึ่งเป็นเหมือนนรกของร่างเดิมหลังนี้

เที่ยงคืนของคืนนั้น ซินเหยาลืมตาขึ้นมาอย่างรู้เวลา เธอสำรวจรอบ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในกระเป๋าที่ซื้อมาก่อนหน้านี้และล้างหน้าล้างตาให้สะอาดสดชื่นก่อนจะออกเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอหลังจากนี้

ซินเหยาทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด แม้แต่ไฟจากเทียนในห้องเธอก็ยังไม่จุดมันขึ้นมาให้คนอื่นสงสัยได้ สิบห้านาทีต่อมา ซินเหยาค่อย ๆ เปิดประตูเก่าคร่ำคร่าให้เบาที่สุดและโผล่หัวออกไปดูลาดเลาโดยรอบ เมื่อเห็นว่าในบ้านตระกูลฟู่เงียบสนิทและไม่มีแสงไฟภายในสาดส่องออกมา ซินเหยาก็พรูลมหายใจออกอย่างโล่งอก จากนั้นเธอรีบออกจากห้องไปและปิดประตูเอาไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเธอจากไปแล้ว

เงาร่างบางของซินเหยาที่กำลังถือกระเป๋าใบขนาดย่อมซึ่งในนั้นมีเสื้อผ้าใหม่ของเธอเพียงชุดเดียวและเอกสารส่วนตัวต่าง ๆ ที่จำเป็นก็อยู่ในนั้นทั้งหมดทอดยาวออกไปในยามดึกสงัดของค่ำคืนนี้ ท่ามกลางแสงดวงดาวที่พร่างพราวอยู่กลางท้องฟ้า ซินเหยาเร่งเดินแกมวิ่งออกจากหมู่บ้านไปให้เร็วที่สุด เธอยังต้องเดินเข้าไปในอำเภอซึ่งมีระยะทางไกลมากถึงสิบกว่ากิโลเมตร ดีที่ซินเหยาได้นอนพักผ่อนไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทำให้เธอไม่รู้สึกง่วงนอนอย่างที่กังวล เพราะซินเหยาไม่แน่ใจว่าร่างกายนี้จะสามารถทนต่อความง่วงและการเดินทางครั้งนี้ได้หรือไม่ พอเห็นว่าตัวเองไม่เป็นอะไรก็ทำให้ซินเหยายิ้มบางออกมาได้เสียที ตอนนี้เธอต้องเร่งเดินไปให้ถึงจุดที่นัดหมายเอาไว้กับคนขับรถสามล้อให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าซินเหยาจะไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วก็ตามที แต่ซินเหยาคิดว่าเธอจะต้องไปถึงที่นั่นก่อนเวลาอย่างแน่นอน

เกือบสองชั่วโมงต่อมา ในที่สุดซินเหยาก็มาถึงสถานที่นัดหมายกับคนขับรถสามล้อ เธอยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในอำเภอเงียบ ๆ เพื่อพักเหนื่อย เพราะเมื่อครู่ซินเหยาวิ่งมาจากทางเข้าอำเภอตลอดทาง ทำให้เธอรู้สึกว่าขาเรียวเล็กนี้แทบจะหักลงไปแล้ว

“โอ้ แม่หนูมาเร็วจริง ๆ มา ๆ ขึ้นรถ” ลุงคนขับรถร้องเรียกขณะที่กำลังเคลื่อนรถมายังจุดที่ซินเหยายืนหอบรออยู่

“ขอบคุณคุณลุงที่มารับฉันค่ะ” ซินเหยาบอกพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งอกเสียทีที่เห็นว่าคนที่นัดหมายนั้นมาจริง ๆ จากที่เคยกลัวว่าเขาจะรับเงินมัดจำไปแล้วจะเบี้ยวงาน

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ยังไงแม่หนูก็จ่ายค่าเหมารถให้ลุงอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” ลุงบอกยิ้ม ๆ เขากำลังรอให้เธอขึ้นมานั่งดี ๆ ก่อนจึงจะออกรถ

“ใช่ค่ะ เรารีบไปกันดีกว่าค่ะ รถไฟของฉันจะออกเดินทางตอนเจ็ดโมงเช้า” ซินเหยาจับกระเป๋าของเธอเอาไว้หลังจากนั่งดีแล้วหันไปบอกลุงคนขับ

“ได้ ๆ ลุงจะรีบพาไปสถานีรถไฟเดี๋ยวนี้แหละ” คนขับพยักหน้ารับและเร่งเครื่องรถสามล้อออกไปจากใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที ระหว่างทางเขายังชวนซินเหยาคุยไปด้วย

รถสามล้อเคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังอย่างไม่ช้าไม่เร็ว คนขับกลัวว่าซินเหยาจะนั่งไม่สบาย เขาจึงพยายามขับให้นิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แม่หนูเดินทางคนเดียวไม่กลัวเหรอ” คนขับเอ่ยถามขณะที่กำลังขับสามล้อตรงไปตามทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

“ไม่กลัวค่ะ ยังไงบนรถไฟก็ต้องมีคนอีกเยอะที่เดินทางเหมือนกัน” ซินเหยาตอบอย่างมั่นใจในตัวเองไม่น้อย ถึงเธอจะพอรู้ว่ายุคนี้การเดินทางของผู้หญิงตัวคนเดียวจะอันตรายอยู่บ้าง แต่ซินเหยาเชื่อว่าตัวเธอสามารถดูแลตัวเองได้ไม่ยาก

“อืม… นั่นมันก็จริง แต่ยังไงก็ระวังเอาไว้บ้างล่ะ พวกขโมยกับพวกหลอกลวงมีเยอะนะ ลุงเห็นมาหลายคนแล้วที่พลาดท่าถูกหลอกไปขายตัวน่ะ” ลุงเล่าอย่างเป็นห่วง

“ฉันเข้าใจค่ะลุง รับรองว่าฉันจะไม่คุยกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ” ซินเหยาเห็นว่าลุงคนขับหวังดี เธอจึงไม่อยากทำให้เขาต้องกังวล

กว่าที่ซินเหยาจะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟ ท้องฟ้ายามนี้ก็เข้าสู่ช่วงใกล้รุ่งเช้าเข้าไปทุกทีแล้ว ซินเหยาจ่ายเงินที่เหลือสี่สิบหยวนให้ลุงคนขับ จากนั้นเธอก็ขอตัวจากไป โดยที่ลุงคนขับยังอวยพรให้ซินเหยาเดินทางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยด้วย

หลังแยกกับลุงคนขับสามล้อ ซินเหยาเดินหาร้านอาหารเช้าเพื่อกินข้าวและหาห้องน้ำเข้าก่อนการเดินทางไกลจะเริ่มขึ้น เธอไม่กล้าเข้าห้องน้ำบนรถไฟยุคนี้แน่ ซินเหยาจึงต้องทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทาง ดีที่ตอนนี้คนในสถานีรถไฟยังไม่มากนัก ทำให้ซินเหยาได้นั่งกินมื้อเช้าที่ร้านใกล้ ๆ อย่างไม่ต้องรีบร้อน

ซินเหยาใช้เวลาทานอาหารและหาซื้อเสบียงเอาไว้กินระหว่างทางเสร็จก็ไปหาห้องน้ำเข้าจนเรียบร้อย ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่รถไฟจะมาเทียบที่ชานชลาแล้ว ซินเหยาจึงรีบเดินไปนั่งรอก่อนที่คนอื่นจะมามากกว่านี้

ซินเหยารอขบวนรถไฟเที่ยวแรกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่ารถไฟจอดนิ่งสนิทแล้ว เธอจึงถือกระเป๋าและตั๋วรถไฟขึ้นไปหาที่นั่งทันที ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนจำนวนมากที่ต้องขึ้นรถไฟเที่ยวเดียวกับเธอมารอกันอยู่ก่อนแล้ว ซินเหยาจึงกลัวว่าเธอจะไม่มีที่นั่งด้านบน โชคดีที่ซินเหยาเบียดเสียดผู้คนขึ้นไปได้เป็นกลุ่มแรก ๆ เธอรีบหาที่นั่งข้างหน้าต่างทันทีที่เห็นเบาะว่าง ซินเหยาไม่กล้าวางกระเป๋าเอาไว้ไกลตัว เธอเลือกที่จะถือมันเอาไว้บนตักและกอดเอาไว้ใกล้ตัวแทน ซินเหยานั่งได้ไม่นานก็มีชายหญิงวัยกลางคนมานั่งฝั่งตรงข้ามกับที่นั่งของเธอ จากนั้นก็มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันมานั่งข้างเธออีกคนหนึ่ง ทำให้ตอนนี้เก้าอี้ในแถวของซินเหยาไม่มีที่ว่างทันที เธอไม่สนใจจะมองคนแปลกหน้าเหล่านั้น ซินเหยาเลือกที่จะหันออกไปมองด้านนอกหน้าต่างแทน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงประกาศจากขบวนรถไฟก็ดังไปทั่วทั้งขบวนและชานชลาด้านนอก ตอนนี้ถึงเวลาที่รถไฟจะออกจากชานชลาแล้ว ซินเหยาหลับตาลงเพื่อไม่ต้องพูดคุยกับเพื่อนร่วมทาง ถึงแม้เธอจะได้ยินสองผัวเมียที่นั่งตรงข้ามกำลังคุยกับหญิงสาวที่นั่งข้างเธออยู่ก็ตามที ซินเหยาก็ไม่อยากจะสนใจ ตอนนี้เธอกำลังคิดว่าคนบ้านฟู่จะรู้หรือยังว่าเธอหนีออกจากบ้านมาแล้ว และหากพวกเขารู้แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป

เสียงลมพัดผ่านด้านข้างจากเบาไปหาหนักตามความเร็วของรถไฟที่เพิ่มขึ้น รถไฟขบวนนี้ยังมีจอดอีกสามสถานีก่อนจะถึงหางโจวตามเวลาเดินรถ ซินเหยาเห็นแต่แรกว่าในขบวนรถคันนี้มีคนขึ้นเป็นจำนวนมากแล้ว หากว่าในสถานีต่อ ๆ ไปมีคนขึ้นมาอีกก็คงต้องมีคนยืนกันบ้างแล้ว เธอไม่นึกว่าการนั่งรถไฟในยุคนี้จะมีคนมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่ซินเหยาคิดว่ารถเที่ยวแรกคงมีคนไม่มากนัก แต่กลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ต่างเลือกนั่งรถเที่ยวแรกไปยังหางโจวเกือบทั้งนั้น ทำให้การเดินทางของเธอดูอึดอัดไม่น้อย

ที่หมู่บ้านซวงหลิน เหมียนจูตื่นมาก็ยังคงตะโกนด่าทอซินเหยาโดยไม่รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเก็บฟืนอีกต่อไปแล้ว ฟู่อ้ายโกวได้แต่ทอดถอนใจอย่างระอากับนิสัยของเมียเขาที่เอาแต่ก่นด่าคนไปทั่วตั้งแต่เช้าตรู่

“พวกแกมีใครเห็นนังตัวดีนั่นบ้างไหม” เหมียนจูยังคงอยากแสดงความเป็นใหญ่ในบ้านให้ซินเหยาดูอีกสักครั้ง เธอไม่เชื่อว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอจะกล้าแข็งข้อนานขนาดนี้

“ไม่เห็นนะครับแม่” ฟู่หยางเซิงชะเง้อคอมองไปทางห้องเก็บฟืน

“แม่จะไปถามหามันทำไมให้เสียอารมณ์กันคะ” ฟู่โหรวอดบ่นแม่ของเธอไม่ได้

“ชิ! ฉันก็จะไปลากตัวมันมาทำงานให้เราน่ะสิ นี่ก็หลายวันแล้วนะที่มันไม่ยอมทำงานในบ้านเลยน่ะ” เหมียนจูตอบอย่างโมโห ตอนนี้อาหารในบ้านเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ

“แม่คิดว่าซินเหยาจะยอมมาทำงานให้เราง่าย ๆ เหรอ” ฟู่โหรวถามกลับอย่างเบื่อหน่าย

“ถ้ามันไม่ยอมมาก็แค่ตีให้มันหลาบจำเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้น แกกลัวอะไร” เหมียนจูถลึงตามองลูกสาวที่เอาแต่ขัดคอเธอ

“ผมว่าแม่อย่าหาเรื่องอีกดีกว่าครับ แค่นี้ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านก็แทบไม่มีใครอยากคุยกับพวกเราแล้วนะครับ” ฟู่หยางเซิงที่เคยเดินไปนอกบ้านก่อนหน้านี้บอก

“พวกมันไม่อยากคุยก็ช่างมันสิ แกจะไปสนใจทำไม” เหมียนจูตอบอย่างไม่สนใจอะไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   รวมตัว

    สองปีต่อมา ตอนนี้เฟิงอู่กับโจวหงไม่ได้เข้าทำงานที่บริษัทมากว่าหนึ่งปีแล้ว พวกเขาอยู่บ้านเลี้ยงหลานและปล่อยให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ดูแลธุรกิจกันเอง เพราะซินเหยาหลังมีลูกคนแรกได้ไม่ถึงครึ่งปี เธอก็ท้องลูกคนที่สองอีกครั้ง ทำให้พวกเขามีหลานสาวและหลานชายให้คอยเลี้ยงดูอย่างมีความสุข ส่วนเฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงได้ลูกชายกันทั้งคู่ พวกเขาเพิ่งวางแผนจะมีลูกคนที่สองกันในปีนี้“เราพาเด็ก ๆ ไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องพวกเขาที่บ้านใหญ่ดีไหมคะคุณ” โจวหงถามหลังจากป้อนข้าวให้หลานทั้งสองคนของเธอเสร็จในช่วงสายของวัน“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ คุณพ่อจะได้เล่นกับหลานด้วย” เฟิงอู่พยักหน้ารับคำ พวกเขาพาหลาน ๆ ไปเล่นด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อที่ในอนาคต เด็ก ๆ ตระกูลเฟิงจะได้ช่วยเหลือกันและกันในย

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ลาออก

    เฟิงจิงถิงพยักหน้ารับคำภรรยาที่ใบหน้ายังซีดเผือดจากการเสียเลือดอยู่ เขาได้แต่คิดว่าจะมีลูกอีกอย่างที่ซินเหยาอยากมีหรือเปล่า“พวกลูกนอนพักกันสักหน่อยเถอะ เมื่อเช้าก็ตื่นกันตั้งแต่เช้าแล้ว แม่เองก็จะพักด้วยเหมือนกัน รอเสวี่ยเยว่หิวนมเราค่อยตื่นกันอีกที” โจวหงบอก เธอรู้ดีว่าเด็กแรกคลอดดื่มนมบ่อยมากแค่ไหน ถ้าซินเหยาไม่นอนพัก เธอก็กลัวว่าลูกสะใภ้จะไม่มีน้ำนม“ได้ค่ะแม่ คุณไปนอนก่อนเถอะนะคะ” ซินเหยาบอกเฟิงจิงถิงที่กำลังเก็บกล่องอาหารอยู่ข้างเตียงของเธอเงียบ ๆ ซินเหยาไม่รู้ว่าตอนนี้สามีคิดอะไรอยู่“ครับ ฝันดีนะครับที่รัก” เฟิงจิงถิงลุกขึ้นจูบหน้าผากนวลของซินเหยาอย่างแสนรัก ก่อนจะหยิบเอากล่องอาหารออกไปทิ้งนอกห้องพักผู้ป่วยของซินเหยาแล้วกลับเข้ามานอน

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ลูก

    เฟิงอู่ โจวหงและเฟิงจิงถิงนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเฟิงตี้หลงก็มาถึง พวกเขาต่างสอบถามอาการของซินเหยาด้วยความเป็นห่วง“ทุกคนอย่าเพิ่งคิดมากเลย ยังไงก็ถึงมือหมอแล้ว” เฟิงตี้หลงบอกลูกหลานให้สงบจิตใจ คนอื่น ๆ ได้แต่พยักหน้ารับคำเฟิงตี้หลง เพียงแต่ในใจแต่ละคนยังคงคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และภาวนาให้ซินเหยาคลอดอย่างปลอดภัยเท่านั้น หนึ่งชั่วโมงต่อมา พยาบาลอุ้มห่อผ้าออกมาพร้อมรอยยิ้ม เธอนำเด็กไปส่งให้กับโจวหงที่ลุกขึ้นเดินไปหาพยาบาลเป็นคนแรก“ยินดีด้วยนะคะ เป็นเด็กผู้หญิงค่ะ” พยาบาลบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง“

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ใกล้คลอด

    สี่สิบห้าวันต่อมา เฟิงจิงถิงเรียนรู้งานทุกอย่างจากเฟิงอู่เสร็จเรียบร้อยนานแล้ว ตอนนี้ร่างกายที่เคยบาดเจ็บของเขาหายสนิทแล้ว วันนี้จึงเป็นวันแรกที่เฟิงจิงถิงจะกลับไปทำงานที่หน่วย เขารับปากกับพ่อว่าจะเข้าไปทำงานช่วงวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ ส่วนเรื่องการลาออกเฟิงจิงถิงยังไม่รับปากว่าเขาจะลาออกเมื่อไหร่ สำหรับเฟิงจิงถิงแล้วการเป็นทหารถือเป็นเกียรติของเขามานานแล้ว เมื่อรู้สึกว่าจะไม่ได้รับใช้ประเทศอีก เขาจึงรู้สึกใจหายแปลก ๆ ด้านซินเหยาก็ท้องเข้าสู่เดือนที่หกแล้วเช่นกัน ร้านอาหารของเธอมีคนมาติดต่อขอสูตรเป็นจำนวนมาก จากที่ซินเหยาคิดจะเปิดร้านสาขาตามมณฑลต่าง ๆ เธอจึงได้แต่มาปรึกษาพ่อแม่สามีเรื่องการขายเฟรนไชส์แทนในช่วงสัปดาห์ก่อน รายละเอียดต่าง ๆ จะมีฝ่ายกฎหมายของตระกูลมาช่วยซินเหยาเตรียมสัญญาก่อนประกาศเปิดขา

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   เก่ง

    ซินเหยาเดินตามหลังพนักงานไปยังช่องยิงใกล้ ๆ เธอบรรจุกระสุนและเล็งยิงไปยังเป้าหมายห่างออกไปประมาณ 30 เมตรปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   โรงงานใหญ่

    รถของเฟิงจิงถิงออกจากบริษัทไปทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมหนักและเหล็กกล้าของประเทศแห่งหนึ่ง ระยะทางจากบริษัทไปยังโรงงานไกลประมาณยี่สิบกิโลเมตร เมื่อพวกเขาไปถึงด้านหน้าโรงงาน ยามรักษาการติดอาวุธหลายคนตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามระเบียบ ที่นี่ห้ามคนภายนอกเข้าโดยเด็ดขาดและโรงงานมีนโยบายการเก็บความลับเป็นอย่างดี“สวัสดีครับเลขาตู้ คุณชายใหญ่ คุณนายน้อย” ผู้จัดการโรงงานออกมาต้อนรับพวกเขา เพราะก่อนออกจากบริษัทนั้น เลขาตู้ได้โทรบอกล่วงหน้าแล้ว“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งสามทักทายกลับ ก่อนจะเดินตามผู้จัดการโรงงานเพื่อเข้าไปฟังการอธิบายเกี่ยวกับโรงงานในห้องประชุม เรื่องพวกนี้ผู้จัดการทำบ่อยเวลามีลูกค้าเข้ามา

  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   บาดหมาง

    “ผู้หญิงคนนั้นดูถูกซินเหยาครับปู่ พอผมกับซินเหยาจะกลับโต๊ะ เธอกลับเขวี้ยงแก้วไวน์มาใส่ซินเหยา เธอเลยเตะกลับไปเท่านั้นครับ” เฟิงจิงถิงตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาไม่รู้ว่าคุณปู่จะเข้าข้างใครระหว่างเขากับคนจากตระกูลใหญ่อย่างจ้าวตี้เหลียน

    last updateLast Updated : 2026-04-04
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ตระกูลใหญ่

    โจวหงพูดคุยกับสองสหายอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเห็นผู้จัดการห้างของตระกูลซือซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมาถึงพร้อมบอดี้การ์ดของบ้านเธอ“แฮ่ก ๆ ขอโทษด้วยครับประธานเฟิง คุณนายเฟิงที่ผมมาช้

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   ชวนซินเหยา

    ฟู่จิงถิงนอนพักอยู่ที่บ้านพ่อแม่หนึ่งคืนเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว เขารู้สึกดีมากที่ได้พบกับครอบครัวใหญ่เมื่อวานนี้ บ้านเขาอยู่กับคุณปู่และครอบครัวกันจนกระทั่งค่ำจึงพากันเดินทางกลับมาพักผ่อน วันอาทิตย์แบบนี้โจวหงอยากพาฟู่จิงถิงไปซื้อของอีก แต่เขาปฏิเสธเ

    last updateLast Updated : 2026-04-01
  • เมื่อฉันกลายเป็นเมียทหาร   หน้าคุ้น

    ร้านของซินเหยาขายดิบขายดีมากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ทหารที่มาช่วยงานเธอในวันนี้ต้องไปตามสหายมาช่วยอีกสองคน เพราะซินเหยากับเขาไม่สามารถล้างถ้วยชามได้ทันจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในวันนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนแต่เคยได้รับบะหมี่ฟรีจากซินเหยาในช่วงที่เกิดอุทกภ

    last updateLast Updated : 2026-03-29
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status