LOGINเหลียงหลินฮวาและหวังซานเย่ถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่คอมมูนควบคุมตัวไว้ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรว
เพียงชั่วพริบตากาลเวลาก็ผันเปลี่ยนไปปีแล้วปีเล่า ทุกชีวิตยังคงดำเนินต่อไปในแบบที่ควรจะเป็นไม่เว้นแม้แต่ ‘หวังซานเย่’ชายหนุ่มที่เดิมทีมีใบหน้าหล่อเหลา ท่าทางคงแก่เรียนของหวังซานเย่ในอดีตนั้นสร้างความโดดเด่นให้แก่ตัวเขาเองเป็นอย่างมาก บรรดาพี่น้องทั้งสามคนของเขา หวังซานเย่เรียกได้ว่าเป็นที่หมายตาและเนื้อหอมมากกว่าใครทั้งหมดจนกระทั่งเจ็ดปีที่แล้วเขาและแฟนสาวอย่างเหลียงหลินฮวาร่วมมือกระทำการบางอย่าง เขาวางแผนเป็นอย่างดีเพื่อชำระแค้น ‘พวกบ้านนอก’ ที่เคยชี้หน้าด่าทอเขาที่เป็นถึง ‘เยาวชนผู้มีการศึกษา’ในตอนนั้นเขาใช้ความรักที่แฟนสาวมีให้เป็นเครื่องมือ การกระทำคราวนั้นแน่นอนว่าเขาวางแผนให้เธอเป็นคน ‘ลงมือ’แผนการนี้เขาคิดมาเป็นอย่างดี ชายหนุ่มคิดถึงขั้นว่าหากแผนการล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น และนี่เป็นสิ่งที่เหลียงหลินฮวาไม่รู้เธอเต็มใจทำตามที่หวังซานเย่วางแผนเอาไว้ รับซองกระดาษที่มีผงสีขาวอยู่ภายใน เพียงแค่แฟนหนุ่มบอกว่ามันคือ ‘ยาถ่าย’ เหลียงหลินฮวาก็ไม่ปริปากถามต่ออีกแม้แต่ค
ซุนจือหลินถูกเข็นเข้าไปภายในห้องคลอดอีกครั้ง เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าในชาตินี้ใช้เวลามากเพียงใด ความวุ่นวายของกิจกรรมที่อยู่รอบเตียงทำให้เธอตาลาย เปลือกตาบางปิดลง แต่ยังคงฟังเสียงความเคลื่อนไหวรอบกายอยู่ตลอด จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พยาบาลส่งสัญญาณให้ ‘เบ่ง’และหญิงสาวก็พอมีสติรับรู้ดี เธอเบ่งตามจังหวะที่พยาบาลบอกด้วยกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม เรื่องสุดท้ายที่อยากแก้ไขในชาตินี้แน่นอนว่าคือเรื่องลูก เธอไม่สนใจว่าเด็กคนนี้จะเป็นหญิงหรือชาย ขอเพียงคลอดออกมาอย่าง ‘ปลอดภัย’ ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนเป็นแม่อย่างเธอในชาตินี้ตอนนี้ ‘เด็กน้อย’ เกิดจากความรักที่แท้จริงระหว่างพ่อและแม่ รวมถึงครอบครัวใหญ่ที่เฝ้ารอการเกิดและเติบโตของเขาอีกและเขาเป็น ‘ลูกในสมรส’ อย่างไม่ต้องสงสัยร่างชุ่มเลือดบนเตียงนอนหายใจเหนื่อยอ่อนอยู่ด้านหนึ่งของห้องคลอด ขณะขาเรียวสองข้างอ้าออกกว้างเพื่อให้หมอสูติเย็บบาดแผล ทั้งที่อ่อนแรงจนแทบขาดใจ แต่ซุนจือหลินพยายามฝืนร่างกายเพื่อให้ได้เห็นหน้าลูกน้อยเมื่อครู่เธอออกแรงเบ่งเพียงแค่ห้าครั้ง เด
หลังจากอาหารคาวหวานจบลงทุกคนค่อนข้างมีความสุขกับอาหารมื้อนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเฉินรุ่ยฟางที่วันนี้ได้กินเป็ดปักกิ่งที่เคยบ่นว่าอยากกินเมื่อครั้งที่แล้ว เธอบ่นให้น้องสามีอยู่หลายครั้งที่กล้าซื้ออาหารสิ้นเปลืองพวกนี้มา แต่แววตานั้นกลับมองน้องสามีอย่างซาบซึ้งอยู่ตลอดซุนฉวนเซิ่งอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังเพลินเพลินกับผลไม้ที่น้องสาวเตรียมมา ร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยความประหม่าหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน“ทุกคนครับผมมีข่าวดีจะบอก”และเป็นไปตามคาดบทสนทนาที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสพลันหยุดชะงัก สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ต้นเสียงอย่างพร้อมเพียงกัน และยังคนเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ตั้งสติได้ก่อนใคร “ข่าวดี? พี่รองอย่าบอกนะว่า…”ซุนฉวนเซิ่งหันไปจับมือภรรยา ก่อนจะพยักหน้าตอบออกไปด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ “ใช่แล้ว ซีอิ๋งกำลังท้อง ตอนนี้เข้าเดือนที่สองแล้วครับ”เพียงสิ้นประโยคนั้นทั้งโต๊ะก็เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะ ราวสองนาทีกว่าทุกคนจะหาเสียงของตัวเองเจอ หลังจาก
บ้านสกุลโจวขณะนี้กำลังตระเตรียมข้าวของเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่บ้านซุนและบ้านโจวตกลงกันเอาไว้ ว่าจะมีการนัดทานข้าวด้วยกันในทุกสองเดือน เพื่อให้ลูกหลานของทั้งสองสกุลได้สนิทสนมกันเอาไว้ เป็นการรักษาความสัมพันธ์พี่น้องของรุ่นลูก และสร้างความสัมพันธ์ในรุ่นของหลานที่กำลังจะเกิดมาอีกด้วยงานเลี้ยงนี้เป็นซุนถงฉีที่คิดขึ้นมา ด้วยเพราะตนเองนั้นคิดถึงลูกสาวที่แต่งออกไป การสร้างความสัมพันธ์พี่น้องนั้นที่จริงแล้วนับเป็นผลพลอยได้ แต่ในเมื่อทุกคนเห็นด้วยกับการที่ทั้งสองบ้านได้ไปมาหาสู่กัน นั่นจึงทำให้ทุกครั้งที่ได้พบกันภายในบ้านสกุลซุนมักจะมีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของทุกคนตลอดทุกครั้งซุนจือหลินทำอาหารสามอย่าง โดยหนึ่งในนั้นเป็นเป็ดปักกิ่งตัวใหญ่ที่ครั้งก่อนพี่สะใภ้ใหญ่บ่นว่าอยากกิน ไม่กล้าซื้อเพราะมันแพงเกินไป วันนี้เธอจึงตั้งใจทำขึ้นมาถึงสามตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อมกับองุ่นพวงใหญ่ห้าพวงที่เก็บจากในมิติ เพื่อไปร่วมทานมื้อเย็นกับที่บ้านเดิมเรื่องมิติวิเศษนั้นเธอบอกกับสามีไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน และพี่เหวินหลงก็ยังคงเป็นคนที่รักเธอเสมอต้นเสมอปลาย นอกจากจะไม่ซักไ
แสงแดดอ่อนในตอนเช้านั้นไม่ได้ร้อนแรงเกินไปนัก กลับกันยิ่งทำให้อากาศหลังฝนตกมาทั้งคืนนั้นอบอุ่นขึ้นมากทีเดียวโจวเหวินหลงยังคงปั่นจักรยานไปส่งภรรยาที่สำนักงานคอมมูนทุกวัน โดยมีปิ่นโตบรรจุอาหารที่ภรรยาเป็นคนทำเอาไว้สำหรับกินเป็นมื้อกลางวันคนละเถา เสียงพูดคุยปนเสียงหัวเราะของสองสามีภรรยาราวกับทำให้บรรยากาศโดยรอบสดใสขึ้นมาทันทีที่มาถึงหน้าสำนักงานซุนจือหลินโบกมือส่งให้สามีที่กำลังปั่นออกไปเพื่อดูแปลงนาในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบซุนจือหลินเปิดประตูเข้าไปด้านในสำนักงาน พลันคิ้วคู่งามขมวดเข้าหากันเป็นปม ไม่เพียงแค่จำนวนคนที่มากขึ้นกว่าทุกวัน ทว่าพ่อของเธอที่ปกติไม่ค่อยเข้ามาที่นี่ตอนนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วย“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ? ทำไมพ่อถึงมาที่นี่ตั้งแต่เช้า”“มาก็ดีแล้ว เดี๋ยวรอเจ้าหน้าที่อีกสองคนเข้ามาก็เริ่มประชุมกันเลย”ซุนถงฉีพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะหันไปคุยกับเจ้าหน้าที่คนอื่นท่าทางคร่ำเคร่งเช่นนี้ของพ่อซุนจือหลินเข้าใจดี พ่อมักสอนเสมอว่าคนเราต้องรู้จักแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ที่บ้านเรารู้ดีว่า
มื้อเย็นวันนี้หญิงสาวเลือกทำอาหารจานเนื้อหนึ่งจาน ผัดผัก และน้ำแกงปลาที่เธอพึ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าพี่เหวินหลงชอบกินมาก และส่วนผสมที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือน้ำวิเศษ ซึ่งเธอตั้งใจผสมใส่น้ำดื่มสำหรับทุกคนในบ้านเล็กน้อย และหยดมันลงอาหารทุกมื้อเพื่อบำรุงร่างกายทุกคนในบ้านให้แข็งแรง“น้ำแกงปลาของจือหลินยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ”โจวเหวินหลงได้ยินแม่เอ่ยชมภรรยาเช่นนั้นเขาจึงรีบกลืนอาหารลงท้องก่อนจะกล่าวเห็นด้วยกับแม่ “ใช่แล้วแม่ ภรรยาผมทำอาหารเก่งที่หนึ่ง”“จ๊ะ! ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะอาหลง”หูเย่เหยาอดที่จะปรายตามองคนหลงภรรยาไม่ได้ เจ้าลูกชายคนนี้ไม่รู้จะคลั่งรักไปถึงเมื่อไหร่กันแต่เธอก็พอเข้าใจได้ ความรักของวัยหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนี้ซุนจือหลินหัวเราะออกมาน้อย ๆ ให้กับการลับฝีปากระหว่างสองแม่ลูก หญิงสาวส่ายหัวสองสามครั้ง ก่อนจะเติมน้ำแกงใส่ถ้วยใบเล็กให้ทั้งสองคนอย่างใส่ใจ “อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะคะ”“จือหลินก็กินให้มากหน่อย เป็นผู้หญิงมีเนื้อสักหน่อยกำลังดี”แววตาที่มองลูกสะใภ้นั้นเต็มไปด้วยความเ







