Share

บทที่ 3

Penulis: แท่นหมึกทองคำ
คำพูดประโยคเดียวของระบบเกือบทำฉันน้ำตาไหล

ฉันเช็ดความเปียกชื้นที่หางตาออกอย่างทุลักทุเล

พี่รองเดินมาหาฉัน ทว่าเพิ่งจะอ้าปากพูด หลินซวงหัวก็ร้องอุทานพลางพุ่งตัวเข้ามา

“พี่รอง ทำไมพี่ถึงบาดเจ็บหนักขนาดนี้คะ พี่...”

เธอพูดยังไม่ทันจบ ฉันก็ก้าวเข้าไปตบหน้าเธอหนึ่งฉาดจนต้องหยุดชะงัก

หลินซวงหัวกุมใบหน้าซีกที่บวมแดง มองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ

ในเวลาเดียวกัน ฉันก็ถูกตบจนล้มลงไปกองกับพื้น

พี่ใหญ่ชี้หน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

“เสิ่นมู่เหอ! พวกเราตามใจเธอจนเสียคนแล้วจริง ๆ! ขอโทษซวงหัวเดี๋ยวนี้!”

ฉันหมอบอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช ก่อนบ้วนเลือดในปากออกมา

“ให้ฉันขอโทษเหรอ ตกลงว่าฉันทำผิดอะไร ฉันกลายเป็นผู้หญิงต้องหย่าร้าง แล้วยังตีเมียน้อยไม่ได้อีกหรือไง”

พี่ใหญ่ยิ่งโกรธมากขึ้น น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที

“เธอพูดเหลวไหลอะไร ซวงหัวกับชิงหานเป็นคู่กันอยู่แล้ว เธอต่างหากที่ดึงดันจะเข้าไปยุ่ง!”

“ฉันมีน้องสาวที่ไร้ยางอายแบบเธอได้ยังไง?!”

ฉันหัวเราะ

“ไร้ยางอายเหรอ เซี่ยชิงหานเป็นคู่หมั้นของฉัน ตอนนี้ฉันกลับกลายเป็นคนเข้าไปยุ่งซะงั้น!”

เซี่ยชิงหานจ้องมองฉันด้วยแววตาเย็นชา

“สัญญาหมั้นหมายของเราถูกยกเลิกไปตั้งนานแล้ว! ตระกูลเซี่ยของเราไม่มีทางรับผู้หญิงที่ชื่อเสียงป่นปี้แบบเธอ!”

พี่สามเสิ่นมู่หยางกระชากตัวฉันขึ้นมาจากพื้น

“เสิ่นมู่เหอ! ขอโทษซะ!”

ฉันไม่ได้พูดอะไร สายตากวาดมองคนทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า

พี่ใหญ่แววตาเย็นชา พี่สามทำหน้ารังเกียจ ส่วนเซี่ยชิงหานยิ่งแทบจะเกลียดจนอยากให้ฉันตาย

พี่รองขมวดคิ้ว ริมฝีปากขยับไปมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร

เหมือนกับเมื่อหนึ่งปีก่อน หลินซวงหัวที่ติดต่อกับพี่รองอย่างบ่อยครั้ง ถูกแฟนคลับเข้าใจผิดว่าเป็นซาแซงแฟน

พี่รองทนดูไม่ได้ จึงเปิดเผยฐานะคุณหนูตระกูลเสิ่นของหลินซวงหัวลงบนเวยปั๋ว

ส่วนฉันที่เป็นคุณหนูตัวจริง กลับต้องมารับคำด่าทอแทนหลินซวงหัว

“เธอไปไหนมาไหนก็มีบอดี้การ์ดคอยตาม ซวงหัวมีแค่ตัวคนเดียวนะ!”

ฉันตกตะลึง ต่อต้าน ร้องไห้อาละวาด

สายตาของทุกคนที่มองฉันในตอนนั้นเหมือนกับในวันนี้ไม่มีผิด

ภายในใจเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ยากจะอธิบาย ตอนนี้ฉันไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโต้เถียงแล้ว

ฉันสะบัดมือของพี่สามออก ก่อนพุ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่น หยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะขึ้นมา

พี่รองจะวิ่งเข้ามาหาด้วยความกลัว แต่กลับถูกหลินซวงหัวกอดแขนเอาไว้

“เหอเหอ เธอจะทำอะไร?!”

ฉันแสยะยิ้มให้หลินซวงหัว ก่อนจะตอบกลับไป

“ฉันก็จะขอโทษไง!”

ฉันไม่มองพี่ใหญ่ พี่สาม และเซี่ยชิงหานที่ทำท่าทางราวกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจอีก ฉันเงื้อมือขึ้นแล้วแทงมีดเข้าที่หน้าอกอย่างรวดเร็ว

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉันยิ้มออกมา แต่ก็ร้องไห้ออกมาด้วยเช่นกัน

“ฉันเอาชีวิตชดใช้ให้เธอ พอใจหรือยัง”

“พวกพี่พอใจกันหรือยัง”

เลือดข้นหนืดและอุ่นวาบทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความวิงเวียนจากการเสียเลือดทำให้ฉันยืนแทบไม่อยู่

ท่ามกลางเสียงคำรามที่แยกไม่ออกว่าเป็นของใคร ภายในภาพการมองเห็นที่มืดมิดลงของฉัน ใบหน้าของผู้ชายหลายคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

พี่รองพุ่งเข้ามาโอบกอดร่างของฉันเอาไว้ พร้อมกับแผดเสียงคำรามราวกับคนบ้า

“เรียกรถพยาบาล!”

ฉันลืมตาขึ้นท่ามกลางกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คละคลุ้ง

ภาพสีขาวโพลนเต็มสองตาทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ฉันกลับมาได้สำเร็จแล้วเหรอ

ฉันเอียงคอ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของพี่ใหญ่

ฉันหลับตาลงด้วยความหงุดหงิด เป็นครั้งแรกที่เสียงแหบพร่าของพี่ใหญ่ทำให้ฉันหนวกหู

“เสิ่นมู่เหอ! ใครสอนให้เธอแกล้งตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ!”

ฉันยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก ใต้ศีรษะมีบางอย่างที่ทำให้ฉันนอนไม่สบาย

ฉันเอื้อมมือไปดึงมันออกมา มันคือเครื่องรางคุ้มภัยที่ดูเก่าซอมซ่อชิ้นหนึ่ง

ตอนฉันอายุ 12 ปี ซึ่งมีไข้สูงไม่ยอมลดลงเป็นเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม จนโรงพยาบาลต้องออกหนังสือแจ้งอาการป่วยขั้นวิกฤตถึงสามครั้ง

พี่สามต้องโขกศีรษะพร้อมกับเดินแต่ละก้าวขณะปีนขึ้นบันไดไปหนึ่งพันขั้น เพื่อขอเครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนี้มาให้ฉัน

ต่อมาเมื่อหลินซวงหัวได้รับบาดเจ็บ พี่สามก็นำมันไปมอบให้เธอ

ทว่าในตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือของฉันอีกครั้ง

แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเกะกะ จึงยกมือขึ้นแล้วโยนทิ้งไป

พี่สามบังเอิญเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยพอดี เขาเบิกตามองเครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนั้นร่วงหล่นลงพื้นไปต่อหน้าต่อตา

เขาเงยหน้าขึ้นมา จ้องหน้าฉันเขม็ง

“เสิ่นมู่เหอ เธอโยนเครื่องรางคุ้มภัยนี่ทิ้งไปแบบนี้เลยงั้นเหรอ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 9

    “ไม่! ไม่ใช่แบบนั้น!”เซี่ยชิงหานแผดเสียงคำรามอย่างสิ้นหวัง“ตอนนี้เธอก็กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ ห้องทดลองของฉันวิจัยจนได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ฉันดึงระบบของหลินซวงหัวออกมาได้แล้ว...”ฉันแค่นหัวเราะพร้อมกับขัดจังหวะเขา“สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าการวิจัย ก็แค่การทรมานคนอื่นด้วยวิธีที่โหดร้ายยิ่งกว่า และใช้การทำร้ายตัวเองมาทำให้ตัวเองชาชินก็เท่านั้น”จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งกระแทกประตูเปิดออก ชูมีดพุ่งพรวดเข้ามาหาฉัน“เสิ่นมู่เหอ! เป็นเพราะเธอคนเดียว ฉันถึงได้กลายเป็นแบบนี้!”หลินซวงหัวนั่นเอง!ฉันแทบจะจำเธอไม่ได้แล้วบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวดวงตาข้างหนึ่งบอดไปแล้ว เบ้าตาที่กลวงโบ๋ทำให้รู้สึกหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัวเซี่ยชิงหานตอบสนองได้เร็วที่สุด แทบจะในวินาทีที่เธอพุ่งเข้ามา เขาก็เตะเข้าที่หน้าอกของเธออย่างแรงหนึ่งทีหลินซวงหัวกรีดร้องเสียงหลง ร่างกระเด็นลอยออกไปก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงเธอหมอบอยู่บนพื้น เลือดสด ๆ ทะลักออกจากปากไม่หยุด“เสิ่นมู่เหอ...เธอต้องตายอย่างอนาถ! พวกเขาทำลายทุกอย่างของฉัน ก็เพราะเธอ...”เธอพูดยังไม่ทันจบ ก็ขาดใจตายไปเสียแล้ว

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 8

    สิ้นเสียงพูด ความรู้สึกถูกกระชากอันคุ้นเคยก็ถาโถมเข้าใส่ทั่วทั้งร่างภาพเบื้องหน้ากลายเป็นสีขาวโพลนอันเย็นเยียบฉันถูกส่งตัวมายังหน้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลโถงทางเดินอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจนทำให้รู้สึกพะอืดพะอมด้านหลังประตูเลื่อนกระจกของห้องไอซียู มีร่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้านอนอยู่นั่นคือร่างกายของ “เสิ่นมู่เหอ” ที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษบนตัวของเธอเต็มไปด้วยสายท่อสารพัดชนิดเสียบคาไว้ และเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องพยุงชีพที่อยู่ด้านข้างเส้นกราฟที่ขยับขึ้นลงบนหน้าจอเป็นเพียงหลักฐานเดียวที่พิสูจน์ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ทว่าคนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียง กลับเป็นร่างหนึ่งที่ผอมซูบจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมเสิ่นมู่หยางผู้เป็นพี่สามเมื่อก่อนเขามักจะสวมเสื้อกาวน์สีขาวอย่างพิถีพิถันเสมอ พร้อมกับเล่าเรื่องตลกในห้องทดลองให้ฉันฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ตอนนี้ เส้นผมของเขากลับยุ่งเหยิงและลู่ติดอยู่บนหน้าผากเสื้อกาวน์สีขาวที่เดิมทีเคยใส่ได้พอดีตัว เมื่อสวมอยู่บนร่างกลับหลวมโพรกราวกับแขวนไว้บนโครงกระดูกเขาฟุบหน้าลงข้างเตียงในสภาพนั้น มือข้างหนึ่งจับข้อมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่ว

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 7

    ฉันกลับมายังสถานสงเคราะห์ที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่ผู้อำนวยการคุณแม่หวังจากไป ที่นี่ก็ปิดตัวลงเพราะขาดแคลนเงินทุนอาคารหลังเล็กที่ทรุดโทรมไม่เหลือความคึกคักเหมือนในอดีตมานานแล้ว บนกำแพงสถานสงเคราะห์มีตะไคร่น้ำขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด ประตูเหล็กก็มีสนิมเกาะฉันยืนอยู่ด้านนอกประตู ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉันถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าประตูสถานสงเคราะห์ตั้งแต่ตอนเด็กมาก ๆ เป็นคุณแม่หวังที่เก็บฉันกลับมา และเลี้ยงดูฉันจนเติบใหญ่เธอเคยเป็นความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของฉัน ทว่ากลับด่วนจากไปเพราะอาการป่วยตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเรียนมหาวิทยาลัยฉันยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณของเธอ ก็ต้องสูญเสียญาติเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ไปเสียแล้วเธอมักจะพูดเสมอว่า“เหอเหอต้องเป็นคนที่มีแสงสว่างในหัวใจนะ”ประโยคนี้ฉันจดจำมาหลายปีในวันนี้ฉันมีความสามารถแล้ว ย่อมต้องปกป้องความอบอุ่นนี้แทนเธอฉันใช้เวลาสามเดือนในการซ่อมแซมสถานสงเคราะห์แห่งนี้ใหม่ฉันเปลี่ยนชื่อสถานสงเคราะห์ใหม่ว่าแสงตะวันหวังว่าฉันจะสามารถส่องสว่างให้กับเด็ก ๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงเหล่านี้ได้ เหมือนกับที่คุณแม่หวังเคยส่องสว่างให้กับฉันในอดีตฉันท

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 6

    หมอดึงตัวฉันไปตรวจซ้ำอีกหลายครั้ง เมื่อแน่ใจว่าฉันไม่เป็นอะไรแล้วถึงยอมให้ฉันออกจากโรงพยาบาลฉันตรงไปที่ธนาคารเป็นอันดับแรกฉันมองชุดตัวเลขในบัญชี ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง[โฮสต์คะ ฉันกำลังจะไปแล้ว แต่มีความจริงบางอย่าง คุณยังอยากรู้ไหมคะ]ฉันลูบบัตรธนาคารไปมาโดยไม่พูดอะไรแม้ว่าระบบที่ไม่เอาไหนนี่จะโยนฉันเข้าไปในอีกโลกหนึ่งโดยไม่สนใจไยดีมานานถึง 15 ปีแต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นคนมอบชีวิตที่สองให้กับฉันฉันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า[นางเอกที่ชื่อเสิ่นมู่เหอเหมือนกับคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้แกนกลางของโลกทั้งใบพังทลายลง][ด้วยความจนใจ พวกเราจึงทำได้เพียงคัดเลือกคนที่เหมาะสมในโลกคู่ขนาน เพื่อมาเป็นตัวแทนนางเอก][และคุณที่มีชื่อเดียวกับนางเอก ทั้งยังป่วยเป็นโรคร้ายแรงจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด]เสียงที่ไร้ชีวิตชีวาของระบบแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย[ต้องขออภัยด้วย แต่การป้องกันไม่ให้โลกพังทลายคือภารกิจของพวกเรา]ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคิดตกในที่สุด[ไม่เป็นไร อย่างน้อยฉันก็ได้สุขภาพที่แข็

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 5

    ดวงวิญญาณลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ฉันเห็นผู้คนตรงประตูที่พลันแข็งทื่ออยู่กับที่ได้อย่างชัดเจนพี่รองโซเซพุ่งตัวเข้ามา เขามือสั่นเทาขณะกดบาดแผลบนข้อมือของฉันเอาไว้แน่นใบหน้าของเขาซีดเผือดถึงขีดสุด น้ำเสียงแทบจะเค้นออกมาจากลำคอ“เหอเหอ...เธออย่าหลอกให้พี่ตกใจสิ...เรียกหมอ เร็วเข้า รีบเรียกหมอ!”บาดแผลบนท่อนขาของเขาฉีกขาดอีกครั้งเพราะการขยับตัวอย่างรุนแรง ทว่าเขากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดเขาทำเพียงจ้องมองพี่ใหญ่ตรงประตูด้วยความสิ้นหวังและทำอะไรไม่ถูกพี่ใหญ่ก็ตั้งสติได้เช่นกัน เขาแผดเสียงตะโกนใส่คนรับใช้ที่อยู่ด้านนอกประตู“เรียกหมอประจำตระกูลขึ้นมาห้ามเลือดให้เหอเหอเดี๋ยวนี้!”หมอประจำตระกูลเบียดเสียดเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน เขาใช้ผ้าก๊อซหนาเตอะพันรอบข้อมือของฉันทว่าเลือดสีแดงสดก็ยังคงซึมผ่านผ้าก๊อซออกมาหมอประจำตระกูลเหงื่อแตกพลั่ก เขายื่นมือไปแตะลำคอของฉัน ก่อนจะอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง“คุณผู้ชาย คุณหนูเธอ...”นัยน์ตาของพี่ใหญ่แดงก่ำ เขาไม่กล้ามองบาดแผลของฉัน ทำเพียงจ้องหมอประจำตระกูลเขม็ง“หุบปาก! เตรียมรถ! เราจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”พี่สามนิ่งอึ้งไปอย่างสมบูรณ์ เขา

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 4

    ฉันขมวดคิ้วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ของสกปรกชิ้นเดียว ฉันไม่อยากได้แล้วไม่ได้หรือไงคะ”หน้าอกของพี่สามกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ภายในแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวเขาจงใจยกเท้าขึ้นมากระทืบลงบนเครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนั้นแล้วบดขยี้อย่างแรงพลางหัวเราะเยาะหยัน“เสิ่นมู่เหอ เธอถูกตามใจจนไร้หัวใจไปแล้วจริง ๆ! เธอมันก็แค่คนเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง!”“มิน่าล่ะชิงหานถึงยอมเลือกซวงหัวแต่ไม่เลือกเธอ เธอ...”“มู่หยาง!”พี่ใหญ่พูดแทรกขึ้นเสียงเข้มพี่สามดวงตาแดงก่ำยามจ้องฉันอย่างลึกซึ้งเขาพยายามจะค้นหาความเสียใจหรือความสำนึกผิดแม้เพียงเสี้ยวเดียวบนใบหน้าของฉันแต่สิ่งที่เขามองเห็นกลับมีเพียงใบหน้าที่ราบเรียบดั่งน้ำนิ่งของฉันเท่านั้นพี่สามโกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง ลำคอเปล่งเสียงคำรามต่ำที่ถูกกดทับเอาไว้“เสิ่นมู่เหอ! เครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนี้เป็นของชิงหาน เขาแค่ให้เธอยืม เธอมีสิทธิ์อะไรมาทิ้งมัน!”ภายในใจของฉันสงบอย่างน่าแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยราบเรียบ“ฉันจะชดใช้คืนให้เธอเอง”ความเฉยเมยของฉันยั่วโทสะพี่สามจนถึงขีดสุด เขาชี้หน้าฉันพลางตวาดลั่น“ยังจะมาเสแสร้งอยู่อีก! ในเมื่อเป็น

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 2

    พี่รองแข็งทื่ออยู่กับที่อย่างไม่อยากจะเชื่อฉันแค่นหัวเราะ ก่อนจะเดินอ้อมตัวเขาตรงไปยังคนขับรถยนต์สีดำที่กำลังสบถด่าไม่หยุดพลางเอ่ย“เงินค่าชดเชยให้คนขับรถ เดี๋ยวฉันจะโอนคืนให้พี่ทีหลัง”พี่รองกำหมัดแน่น หางตาแดงระเรื่อฉันประหลาดใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้“อ๋อ ฉันไม่ได้ใช้เงินของตระกูลเสิ่นหรอกนะ ฉัน

  • เมื่อฉันอยากตาย ทุกคนถึงรักฉัน   บทที่ 1

    [ตรวจพบค่าพิชิตใจของพี่น้องตระกูลเสิ่นและพระเอกถึง 95% แล้ว! ภารกิจแต่งงานกับพระเอกเซี่ยชิงหานเสร็จสมบูรณ์! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ!][หากร่างกายของโฮสต์เสียชีวิตจะกลับสู่โลกจริงได้ทันที พร้อมรับเงินรางวัลหนึ่งร้อยล้าน! และโรคมะเร็งกระดูกจะได้รับการรักษาหายขาด!]ฉันข่มความยินดีในใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status