تسجيل الدخولมนุษย์สัตว์ประเภทบริการเกรดประกวดที่ฉันซื้อมาไม่ชอบฉัน เขากระดิกหางให้น้องสาวแค่คนเดียว ต่อมาฉันจึงพาพวกมนุษย์สัตว์ชั้นต่ำประเภทระบายอารมณ์ตัวหนึ่งกลับมาบ้าน แต่เขากลับร้อนรนจนเกือบจะร้องไห้ “ฉินเจา เธอเลี้ยงฉันเป็นหมาน้อยได้แค่ตัวเดียวเท่านั้นนะ!”
عرض المزيدผมได้ยินหมอคุยกับเธอ“ผมยังคงแนะนำว่าคุณไม่ควรเลี้ยงมนุษย์สัตว์ชั้นต่ำแบบนี้ โดยเฉพาะตัวที่ผ่านโลกมาโชกโชนขนาดนี้”“ถึงหน้าตาและหุ่นจะดีจริงๆ ก็เถอะ”หัวใจผมบีบรัดผมไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนผมกินน้อยลงหน่อยก็ได้ ถ้าหิวโซก็คงไม่มีแรงไปทำอันตรายคุณแล้ว“ให้โอกาสเขาหน่อยเถอะ” เธอยักไหล่ “ยังไงซะฉันก็ไม่ใช่ชนชั้นสูงผู้ดีอะไรอยู่แล้ว”หมอยิ้มแล้วถามเธอ “ใจอ่อนเหรอ? คุณมีมนุษย์สัตว์เกรดประกวดอยู่แล้วตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ?”“ตัวนั้นฉันกะว่าจะขายต่อแล้วล่ะ คุณช่วยหาคนรับช่วงต่อให้หน่อยได้ไหม?”ผมแตะมุมปากที่ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยความแปลกใจ“ได้สิ” หมอพยักหน้า “เลี้ยงไม่เชื่อง ขายไปก็ดีแล้ว”ที่บ้านเธอมีมนุษย์สัตว์ตัวอื่นผมไม่ได้แปลกใจที่แปลกใจคือมนุษย์สัตว์ตัวนี้ช่างไม่รู้จักดีชั่วเอาเสียเลยเกรดประกวดบ้าบออะไรนอกจากวิชาปรนนิบัติคนแล้ว ก็ไม่มีดีอะไรสักอย่างคืนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมรุกก่อนผมไม่ค่อยเข้าใจมนุษย์จริงๆดังนั้นผมจึงต้องจ้องสีหน้าเธอตาไม่กระพริบ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอสบายตัวหรือไม่แต่สุดท้ายก็ทำเธอร้องไห้จนได้ผมกังวลจนนอนไม่หลับทั้งคืนคืนแรกที่เธ
“แต่ปัญหาก็คือ ตอนนี้ยังมีมนุษย์สัตว์อีกจำนวนมากที่ไม่ถูกรับเลี้ยง ถ้าไม่มีคนดูแล พวกเขาคงต้องเผชิญกับการการุณยฆาต”ฉันยื่นเอกสารไปตรงหน้าเขา “ดังนั้นฉันเลยยื่นเรื่องกับบริษัท และออกเงินส่วนตัวสมทบไปนิดหน่อย ทำให้เรื่องนี้เป็นโครงการการกุศลของบริษัทเรา เปิดศูนย์ช่วยเหลือขึ้นมาโดยเฉพาะ”“เรื่องการบริหารจัดการศูนย์ช่วยเหลือแห่งนี้ ฉันยกให้นายดูแล เป็นไง?” ฉันทำหน้าภูมิใจ “เป็นไง ไม่เลวใช่ไหม? นายก็รู้นี่นา เมื่อก่อนฉันเคยอยู่ในวงการนักเลง พวกเราชาวนักเลงเรื่องรักพวกพ้องเนี่ย…”เขาจ้องฉันตาค้าง ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะได้สติ จู่ๆ ก็ก้มตัวลงมากดท้ายทอยฉันแล้วจูบลงมาจูบครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ไม่มีการหยั่งเชิงอย่างเก้ๆ กังๆ และไม่มีการเอาใจอย่างระมัดระวัง มีแต่ความจริงจังที่เต็มเปี่ยม แทบอยากจะถวายชีวิตให้ฉันแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนตัวเขาเฉียงๆ ย้อมปลายหูและปลายผมสีเงินขาวของเขาให้กลายเป็นสีทองอบอุ่น“เจาเจา…” เขาแนบหน้าผากกับฉัน ลมหายใจร้อนผ่าว “ผมควรจะตอบแทนคุณยังไงถึงจะพอ?”ฉันเงยหน้ามองหางตาแดงระเรื่อของเขา ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ง่ายนิดเดียว”“ฉันขอแค่ความซื่อสัตย์ชั่วชีวิตของนายก
“หนูบอกแล้วไงว่าเมื่อก่อนพี่เขาแกล้งทำตัวดีไปงั้นแหละ พ่อกับแม่ไม่เชื่อ!”พ่อกับแม่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากห้ามปราม “เจาเจา ยังไงวันนี้ก็วันเกิดน้อง เพลาๆ ลงหน่อยเถอะ เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีไหมลูก?”ฉันระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดสิ้น“ทีตอนที่แย่งของขวัญหนูไป ตอนที่ทำลายงานวันเกิดหนู ทำไมพ่อแม่ไม่ว่าน้องบ้าง?”“หนูเพิ่งจะหายไปแค่ปีเดียว พ่อแม่ก็รีบหาลูกสาวคนใหม่มาแทนแล้ว พ่อแม่รู้ไหมว่าตอนนั้นหนูทำอะไรอยู่? หนูเพิ่งจะหนีออกมาจากเงื้อมมือพวกค้ามนุษย์ ถูกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่ละที่เกี่ยงกันไปมาไม่มีใครเอา ต้องนอนที่สถานีตำรวจ!”“เจาเจา ใจเย็นก่อนลูก” พ่อกดไหล่ฉันเบาๆ เพื่อปลอบประโลม “ลูกพูดถูก”“พ่อกับแม่คุยกันแล้ว เป็นความผิดของพวกเราเอง เรากลัวจะไปสะกิดความทรงจำแย่ๆ ของลูก เลยไม่กล้าถามเรื่องอดีต นึกไม่ถึงว่าจะทำให้ลูกต้องน้อยใจ”“ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเองต่อหน้าพวกเรา ก็เป็นความผิดของเราด้วย” น้ำเสียงของพ่อเคร่งขรึมลง “พวกเราพลาดช่วงวัยเด็กของลูกไป เรามอบความรักที่ควรจะเป็นของลูกไปให้หร่านหร่านหมด”“ดังนั้นเราเลยตัดสินใจว่า นอกจากบ้านหลังนี้ที่จ
ทิ้งไปก็ไม่เสียดายหรอกฉันเป็นคนจัดการอะไรปุบปับรวดเร็ววันรุ่งขึ้นซูเหยียนก็ถูกส่งตัวออกไปทันทีเพื่อนของฉันก็แค่พวกพ่อค้าคนกลางรับซื้อมาขายไปเท่านั้นส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหนต่อ ฉันไม่ได้ถามถึงเจ้าของใหม่อาจจะเอาเขาไปเป็นพ่อพันธุ์หรือเขาอาจจะได้เจอกับเจ้านายที่รักเขามากกว่านี้แต่สำหรับที่นี่ เขาได้ทำภารกิจของเขาเสร็จสิ้นแล้วนั่นคือภารกิจในการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินทุนลี่เฉินยังคงนอนทำท่าอ่อนแอพักฟื้นอยู่บนเตียงยังจำได้ว่า ตอนเจอหน้าลี่เฉินครั้งแรก เขาบาดเจ็บหนักกว่านี้อีกแต่คืนนั้นเขายังสามารถอุ้มฉันด้วยมือเดียวแล้วยืนทำกิจกรรมเข้าจังหวะได้สบายๆตอนนี้…“ขอบคุณครับเจ้านาย” เขารับถ้วยซุปไก่ไปด้วยท่าทางอ่อนแรง “ซูเหยียนเขา… ถูกส่งตัวไปแล้วเหรอครับ?”“ใช่สิ” ฉันเลิกคิ้วมองเขา“น่าเสียดายจัง” ลี่เฉินจ้องมองถ้วยกระเบื้องในฝ่ามือ “ผมอยากจะผูกมิตรกับเขาให้ดีๆ แท้ๆ เชียว”“งั้นฉันไปรับเขากลับมาไหม? พวกนายจะได้เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน?”นิ้วมือของลี่เฉินชะงักกึก “แต่เขาถูกขายไปแล้ว ทางนั้นคง… ไม่ยอมให้คืนสินค้าแล้วมั้งครับ”“ไม่เป็นไรหรอก ฉันชดเชยเงินให้พวก
สีหน้าของแม่เปลี่ยนเป็นรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ก่อนจะหันขวับไปตบหน้าฉินหร่านฉาดใหญ่“แม่คะ แม่ตบหนู”ฉินหร่านน้ำตาคลอเบ้า “แม่รู้ไหมคะว่าสิบกว่าวันที่ผ่านมาหนูต้องเจออะไรมาบ้าง? หนูอุตส่าห์กลับมาได้ แต่แม่กลับตบหนูเนี่ยนะ”“แล้วลูกเคยคิดบ้างไหมว่าพี่เขาต้องเจออะไรมาบ้างตลอดยี่สิบสามปี?”แม่ดึงพ่อที
“ฉันไม่ต้องการ”ลี่เฉินกุมหลังมือฉันไว้แน่น “ผมกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินหรอกครับ ผมไม่ตายง่ายๆ หรอก”ต้องรู้ก่อนนะว่า เงินแค่นี้สำหรับซูเหยียนแล้ว ก็เป็นแค่ค่าขนมรายเดือนเท่านั้นเอง“ไม่เป็นไรหรอกน่า” ฉันลูบหัวเขา แล้วยื่นปลอกคอกับตะกร้อครอบปากอันใหม่ที่เลือกมาส่งไปตรงหน้าเขา “ชอ
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงเขาทุ้มต่ำ แห้งผาก และมีเสน่ห์ดึงดูด“ระบายอารมณ์” ฉันตอบเขามือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวของเขากำหมัดแน่น“ไม่ใช่…”“หือ?”เขาส่งเสียงครางในลำคอออกมาสองสามคำ “ไม่ใช่ระบายแบบนี้”“ฉันไม่มีประสบการณ์ นายทนหน่อยนะ”ฉันผลักเขาล้มลงบนเตียง จูบซับไปตามรอยแผลของเขาอย่างล
เมาแล้วฉันนั่งสูบบุหรี่สร่างเมาอยู่ที่หน้าประตูบาร์มีพ่อค้าเร่คนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้ๆ ด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ กดเสียงต่ำลง “คุณหนู ดูคุณเครียดมากนะ ต้องการระบายหน่อยไหม?” “ผมมีมนุษย์สัตว์ประเภทระบายอารมณ์ตัวหนึ่ง ให้คุณคลายเครียดได้นะครับ”ฉันโบกมือปัดควันบุหรี่ที่ลอยอบอวล “อะไรนะ?”พ่อค้าเร่กว






المراجعات