Short
วันสิ้นโลก แฟนสาวไม่ให้ยา สุดท้ายเสียใจแทบคลั่ง

วันสิ้นโลก แฟนสาวไม่ให้ยา สุดท้ายเสียใจแทบคลั่ง

Oleh:  หมาป่าเดียวดายเจิดจรัสTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
11Bab
4.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อวันสิ้นโลกมาเยือน ผมช่วยเจียงเยว่ แฟนสาวของผมก่อตั้งทีมผู้รอดชีวิตขึ้นมา ระหว่างออกไปทำภารกิจครั้งหนึ่ง ผมโชคร้ายติดเชื้อไวรัสขณะช่วยคุ้มกันเพื่อนร่วมทีมสองคน ยาแก้พิษเพียงสองเข็มที่มีอยู่ในทีม เจียงเยว่กลับยกให้สมาชิกอีกสองคนจนหมด โดยอ้างว่าต้อง “เลี่ยงข้อครหาว่าลำเอียง” เธอตาแดงก่ำ พลางรับปากกับผมว่า “โจวอวี่ เชื่อใจฉันนะ ภายในระยะฟักตัวของไวรัสสามวันนี้ ฉันจะหายาแก้พิษเข็มใหม่มาให้คุณให้ได้” ผมฝืนทนความเจ็บปวดราวกับถูกแผดเผาจากภายใน ก่อนจะพยักหน้า วันต่อมา ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะนำยาแก้พิษกลับมาได้หนึ่งเข็มราวกับปาฏิหาริย์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ยาจะถูกฉีดเข้าสู่เส้นเลือดของผม เฉินเจ๋อ สมาชิกในทีมที่ไม่เคยออกจากค่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว กลับขมวดคิ้วขึ้นมากะทันหัน “เยว่เยว่ ฉันปวดหัวมากเลย... กลัวจังว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า” ต่อหน้าต่อตาทุกคน มือของเจียงเยว่ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะหันไปทางเฉินเจ๋ออย่างไม่ลังเล “เฉินเจ๋อเป็นสมาชิกในทีม ถ้าเขาเป็นอะไรไป ก็แปลว่าฉันทำหน้าที่หัวหน้าทีมได้ไม่ดีพอ” “โจวอวี่ คุณเป็นรองหัวหน้าทีม และยิ่งเป็นแฟนของฉันด้วย ฉันจึงต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ระหว่างภารกิจกวาดล้างซอมบี้ครั้งหนึ่ง ผมโชคร้ายติดเชื้อไวรัสซอมบี้เพราะปกป้องทีม

แต่เจียงเยว่ แฟนสาวที่เป็นหัวหน้าทีม กลับอ้างว่าต้อง “หลีกเลี่ยงข้อครหา” แล้วมอบยาแก้พิษเพียงหลอดเดียวให้สมาชิกทีมคนหนึ่งที่แอบออกไปข้างนอกจนติดเชื้อ

เธอตาแดงก่ำพลางรับปากกับผม “โจวอวี่ เชื่อฉันนะ ภายในระยะฟักตัวของไวรัสสามวัน ฉันจะหายาแก้พิษมาให้คุณให้ได้”

ผมฝืนทนความเจ็บปวดแสบร้อนที่แผดเผาอยู่ภายในร่างกาย ก่อนจะพยักหน้า

วันต่อมา เธอก็นำยาแก้พิษกลับมาได้จริง ๆ

แต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนยาจะถูกฉีดเข้าเส้นเลือดของผม เฉินเจ๋อ สมาชิกทีมที่ไม่เคยออกจากค่ายเลยกลับขมวดคิ้วขึ้นมา

“เยว่เยว่ ผมปวดหัวมาก...กลัวจังว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า”

ต่อหน้าทุกคน เจียงเยว่กลับมอบยาแก้พิษหลอดนั้นให้เฉินเจ๋อโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“เฉินเจ๋อเป็นสมาชิกในทีม ถ้าเขาเป็นอะไรไป ก็แปลว่าฉันบกพร่องในหน้าที่หัวหน้าทีม”

“โจวอวี่ คุณเป็นรองหัวหน้าทีม แถมยังเป็นแฟนฉัน ฉันยิ่งต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา”

ผมมองแววกระหยิ่มใจที่วาบผ่านดวงตาเฉินเจ๋อ และสีหน้าเด็ดขาดไม่เปิดช่องให้โต้แย้งของเจียงเยว่ ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห

หลีกเลี่ยงข้อครหาอย่างนั้นเหรอ?

ก็ดี อีกไม่นานเธอจะได้เข้าใจว่า

ถ้าไม่มีผม ทีมนี้ไม่มีทางรอดมาถึงวันนี้ได้

เพราะผมคือผู้วิวัฒน์สมบูรณ์แบบ ซึ่งมีอัตราการเกิดเพียง 0.1% ในโลกยุควันสิ้นโลก

ตอนเจียงเยว่ยื่นยาแก้พิษให้เฉินเจ๋อ เธอไม่แม้แต่จะชายตามองผมสักนิด

“เฉินเจ๋อ ยาแก้พิษนี่ให้คุณใช้ก่อน”

น้ำเสียงของเธอสบาย ๆ ราวกับกำลังยื่นน้ำให้เขาเพียงขวดหนึ่ง

เฉินเจ๋อรับยาแก้พิษไป แววกระหยิ่มใจที่ปิดไม่มิดวาบผ่านดวงตา

จากนั้นเจียงเยว่ก็ยื่นขวดเล็ก ๆ ที่บรรจุของเหลวโปร่งใสแต่ขุ่นมัวมาให้ผม

เธอหลบสายตาผม “ยาระงับเชื้อ จะช่วยให้คุณประคองอาการได้นานขึ้นอีกหน่อย”

ยาระงับเชื้อราคาถูกขวดนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับการติดเชื้อรุนแรงระดับนี้ของผมเลย

ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

“คุณก็รู้ว่านี่ใช้กับผมไม่ได้ผล”

แววตาของเจียงเยว่ไหววูบ ก่อนเธอจะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

“โจวอวี่ อย่าใช้อารมณ์สิ เฉินเจ๋อร่างกายอ่อนแอ ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาจริง ๆ...”

ผมหัวเราะเย็น ก่อนพูดแทรกตัดบทเธอ

“ตั้งแต่เข้าทีมมา เขาไม่เคยออกไปทำภารกิจเลย แถมไม่มีบาดแผลสักแห่ง จะติดเชื้อได้ยังไง?”

เจียงเยว่ขึ้นเสียงทันที

“นั่นมันแค่สิ่งที่เห็นภายนอก!”

“คุณก็รู้ว่าไวรัสซอมบี้มีระยะฟักตัวสามวัน! ในฐานะหัวหน้าทีม ฉันต้องรับผิดชอบสมาชิกทุกคน!”

“คุณเป็นแฟนฉัน แถมยังเป็นรองหัวหน้าทีม ถ้าฉันให้ยาคุณแต่ไม่ให้เขา สมาชิกคนอื่นจะมองฉันยังไง? แล้วฉันจะคุมทีมนี้ต่อไปได้ยังไง? ฉันต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา!”

ข้ออ้างเดิม ๆ อีกแล้ว

ลายสีเทาซีดบนแขนขวากำลังค่อย ๆ ลามขึ้นไปทางหัวไหล่ ความรู้สึกแสบร้อนใต้ผิวหนังทวีความรุนแรงขึ้นเป็นระลอก

ผมจ้องเธอ ก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ

“ดังนั้นชีวิตผมสำคัญไม่เท่าบารมีของคุณสินะ? ถึงได้เอายาระงับเชื้อมาตบตาผมแบบนี้?”

สีหน้าของเจียงเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ทำไมพูดแบบนั้น? ฉันรับปากแล้วว่าพรุ่งนี้จะไปสถาบันวิจัยเขตตะวันตก ฉันจะเอายาแก้พิษกลับมาให้ได้!”

“คุณเชื่อฉันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ?”

ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง ผมกับเจียงเยว่เคยเป็นคู่หูที่เข้าขากันที่สุดในโรงเรียนทหาร

เธอเป็นคนบัญชาการ ผมเป็นคนบุก เธอวางแผน ส่วนผมรับหน้าที่จัดการรายละเอียด

ทุกคนต่างบอกว่าเราเกิดมาคู่กัน

ในวันจบการศึกษา เธอเคยพูดกับผมกลางสนามฝึกว่า

“โจวอวี่ ชาตินี้คุณเชื่อใจฉันได้เต็มร้อย”

หลังวันสิ้นโลกมาถึง ผมอยู่เคียงข้างเธอ ก่อตั้งทีมผู้รอดชีวิตขึ้นมาด้วยกัน และเต็มใจเป็นมือขวาให้เธอ

ผมยกความดีความชอบทั้งหมดให้เธอ ส่วนอันตรายทุกอย่างก็รับไว้กับตัวเอง

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทีมนี้เติบโตจากเจ็ดคนเป็นกว่าสี่สิบคน เธอกลายเป็นหัวหน้าเจียงที่ทุกคนเคารพนับถือ

แล้วตอนนี้ผมได้อะไรกลับมา?

ครั้งแล้วครั้งเล่ากับคำว่าเลี่ยงข้อครหา ครั้งแล้วครั้งเล่ากับการต้องรอครั้งหน้า

ถ้าไม่ใช่เพราะหลังติดเชื้อไวรัส พลังพิเศษของผมสลายไปจนออกไปข้างนอกเมื่อไรก็มีแต่จะกลายเป็นอาหารซอมบี้ ผมไม่มีวันหวังพึ่งเธอให้ไปหายาแก้พิษมาให้แน่นอน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
11 Bab
บทที่ 1
ระหว่างภารกิจกวาดล้างซอมบี้ครั้งหนึ่ง ผมโชคร้ายติดเชื้อไวรัสซอมบี้เพราะปกป้องทีมแต่เจียงเยว่ แฟนสาวที่เป็นหัวหน้าทีม กลับอ้างว่าต้อง “หลีกเลี่ยงข้อครหา” แล้วมอบยาแก้พิษเพียงหลอดเดียวให้สมาชิกทีมคนหนึ่งที่แอบออกไปข้างนอกจนติดเชื้อเธอตาแดงก่ำพลางรับปากกับผม “โจวอวี่ เชื่อฉันนะ ภายในระยะฟักตัวของไวรัสสามวัน ฉันจะหายาแก้พิษมาให้คุณให้ได้”ผมฝืนทนความเจ็บปวดแสบร้อนที่แผดเผาอยู่ภายในร่างกาย ก่อนจะพยักหน้าวันต่อมา เธอก็นำยาแก้พิษกลับมาได้จริง ๆแต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนยาจะถูกฉีดเข้าเส้นเลือดของผม เฉินเจ๋อ สมาชิกทีมที่ไม่เคยออกจากค่ายเลยกลับขมวดคิ้วขึ้นมา“เยว่เยว่ ผมปวดหัวมาก...กลัวจังว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า”ต่อหน้าทุกคน เจียงเยว่กลับมอบยาแก้พิษหลอดนั้นให้เฉินเจ๋อโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“เฉินเจ๋อเป็นสมาชิกในทีม ถ้าเขาเป็นอะไรไป ก็แปลว่าฉันบกพร่องในหน้าที่หัวหน้าทีม”“โจวอวี่ คุณเป็นรองหัวหน้าทีม แถมยังเป็นแฟนฉัน ฉันยิ่งต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา”ผมมองแววกระหยิ่มใจที่วาบผ่านดวงตาเฉินเจ๋อ และสีหน้าเด็ดขาดไม่เปิดช่องให้โต้แย้งของเจียงเยว่ ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหหลีกเลี่ยงข้อครหาอ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ผมรู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณรับปาก”เธอคว้ามือผมไว้ มองผมด้วยสายตาจริงจังวิงวอน“ครั้งนี้ฉันทำได้แน่!”“เหมือนทุกครั้งที่ออกภารกิจเมื่อก่อน ที่คุณฝากแผ่นหลังไว้กับฉัน โจวอวี่ เชื่อฉันเป็นครั้งสุดท้ายอีกสักครั้งนะ”ผมมองมือข้างนั้นของเธอ มือที่เคยกุมมือผมไว้แน่นท่ามกลางห่ากระสุน ก่อนจะได้ยินเสียงตัวเองตอบออกไปว่า“ได้ ครั้งสุดท้าย”เจียงเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณกลับไปพักก่อน ฉันจะไปจัดคนกับวางเส้นทางสำหรับพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น”ผมหันหลังเดินออกไปโดยไม่หันกลับเพิ่งพ้นประตูมา ผมก็ได้ยินเฉินเจ๋อลดเสียงพูดว่า“เยว่เยว่ เมื่อกี้เขาน่ากลัวมาก หรือว่าเขาจะ...”เจียงเยว่เอ่ยปลอบเขา “ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ยังไม่เป็นไร”ผมกลับมาที่ห้องกักตัว พิงกำแพงแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นความรู้สึกแสบร้อนที่แขนขวารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆนี่เป็นวันที่สองหลังจากผมติดเชื้อไวรัสซอมบี้ตามกระบวนการติดเชื้อทั่วไป ตอนนี้ผมควรเริ่มมีสัญญาณกล้ามเนื้อแข็งเกร็งและประสาทสัมผัสเสื่อมถอยแล้วแต่ผมกลับไม่มีอาการเหล่านั้นนอกจากความร้อนแผดเผาและอาการเจ็บแปลบเป็นครั้งคราว สติ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ตอนตื่นขึ้นมา เธอพูดว่า“โจวอวี่ ถ้าคุณกล้าตายก่อนฉัน ต่อให้ต้องตามไปถึงนรก ฉันก็จะอัดคุณให้ฟื้นขึ้นมาให้ได้”ตอนนั้นในดวงตาของเธอมีทั้งความปวดใจและความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียผมไปแล้วตอนนี้ล่ะ?เธอมองผมด้วยสายตาเย็นชา“ภารกิจวันนี้สำคัญมาก ฉันไม่มีเวลาทะเลาะกับคุณ เฉินเจ๋อ เตรียมออกเดินทาง”เฉินเจ๋อพยักหน้าทันที เช็ดเลือดกำเดาพลางเดินออกไป ตอนเดินผ่านผมยังส่งสายตาท้าทายมาให้ผมคว้าข้อมือเจียงเยว่ไว้ “คุณจะพาเขาไปด้วย?”เจียงเยว่สะบัดมือผมออก “เขาคุ้นเคยกับพื้นที่เขตตะวันตก”“โจวอวี่ คุณอยู่ในสภาพนี้ ฉันจะวางใจฝากทีมไว้กับคุณได้ยังไง?”“คุณรออยู่ที่ค่ายเถอะ ฉันจะเอายาแก้พิษกลับมาให้”เธอจัดอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองห้องอันว่างเปล่า มองผ้าห่มที่ยังหลงเหลือไออุ่นของคนสองคนทันใดนั้น พลังบางอย่างในร่างกายก็พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ลายสีเทาซีดลามไปถึงหน้าอกในพริบตาผิวหนังเหมือนกำลังจะปริแตก ความรู้สึกแสบร้อนแทบกลืนกินผมทั้งเป็นแต่ผมฝืนทนเอาไว้ผมกำหมัดแน่น เล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดไหลหยดผ่านซอกนิ้วเจียงเยว่ คุณเลือกเขาอีกแ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ผมกระชากคอเสื้อออก เผยให้เห็นลายสีเทาซีดที่ลามเต็มหน้าอก“เจียงเยว่ มองผมสิ อย่างมากผมก็ทนได้ถึงเที่ยงคืน”“แต่คนเจ็บของคุณอย่างเฉินเจ๋อยังพูดเสียงดังฟังชัด เต็มเปี่ยมด้วยเรี่ยวแรง สายตาก็แจ่มชัด แบบนี้เรียกว่าติดเชื้อเหรอ?”สมาชิกทีมหลายคนก้มหน้าลงหลี่รุ่ย สมาชิกทีมคนหนึ่งพึมพำเบา ๆ “จริง ๆ แล้วเฉินเจ๋อหลบได้อยู่แล้ว...”“หลี่รุ่ย!” เจียงเยว่ตวาดห้ามแต่สายเกินไปแล้วผมเข้าใจทุกอย่างแล้วเฉินเจ๋อจงใจเจียงเยว่เอายาแก้พิษให้เขาอีกแล้ว ต่อหน้าทุกคนในทีม เธอเลือกเฉินเจ๋ออีกครั้งผมพูดเบา ๆ “เจียงเยว่ คุณทิ้งผมเพื่อเขาอีกแล้ว”เจียงเยว่หน้าซีด “ฉันไม่ได้ทิ้งคุณ! ฉันแค่...”ผมหัวเราะ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ความเหนื่อยล้าในเสียงมีมากกว่าความโกรธ“แค่เพราะคุณเป็นหัวหน้าทีม ต้องรับผิดชอบสมาชิกทุกคน? ต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา?”“หรือจริง ๆ แล้วในใจคุณไม่มีผมมานานแล้ว?”เธออ้าปาก แต่พูดอะไรไม่ออกเฉินเจ๋อคว้าแขนเธอไว้ น้ำเสียงเจือสะอื้น“เยว่เยว่ รองหัวหน้าไม่เชื่อผมเหรอ? ผมติดเชื้อจริง ๆ นะ ดูสิ...”เขาทำท่าจะปลดผ้าพันแผลเจียงเยว่กดมือเขาไว้ “อย่าขยับ!”จากนั้นเธอก็หันมา
Baca selengkapnya
บทที่ 5
แต่ตอนนี้ มือนั้นกลับคิดจะปลิดชีวิตผมพลังในร่างกายพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ลายสีเทาซีดลามขึ้นมาปกคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่งผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ความเจ็บปวดในร่างกายกลับทำให้สติของผมแจ่มชัดอย่างที่สุด“ผมเลือกข้อหนึ่ง ผมจะออกไป” น้ำเสียงของผมสงบนิ่งเสียจนแม้แต่ผมเองยังประหลาดใจเห็นได้ชัดว่าเจียงเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่เฉินเจ๋อกลับพูดขึ้นอีก คราวนี้เสียงดังกว่าเดิม“เยว่เยว่ จะปล่อยเขาไปแบบนี้ไม่ได้นะ! อุปกรณ์กับเสบียงที่เขามีเป็นของทีมทั้งหมด! ถ้าเขาเอาของพวกนี้ออกไป แล้วสุดท้ายของทั้งหมดตกไปอยู่ในมือซอมบี้ล่ะ...”เจียงเยว่ขมวดคิ้ว “เฉินเจ๋อ! พอได้แล้ว!”เฉินเจ๋อขึ้นเสียง “ผมพูดความจริง!”“ตอนนี้เขาไม่ใช่รองหัวหน้าทีมแล้ว เขาเป็นผู้ติดเชื้อ! จะให้ผู้ติดเชื้อเอาทรัพยากรของทีมออกไปได้ยังไง?”สมาชิกทีมหลายคนสบตากัน บางคนพยักหน้าเห็นด้วย บางคนส่ายหน้าทันใดนั้น เสียงกรีดร้องสั้น ๆ แต่โหยหวนก็ดังมาจากแนวรอบนอกของค่ายทุกคนหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนกเจียงเยว่รีบสั่งสมาชิกทีมหลายคนออกไปตรวจสอบสถานการณ์จากนั้นเธอก็มองผมด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะฝืนเอ่ยขึ้น“โจวอวี่ อุปกรณ์
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ตอนที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่สะอาดสะอ้านแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผมยังมีชีวิตอยู่ผมผุดลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนก้มลงมองแขนของตัวเองลายสีเทาซีดหายไปแล้ว ผิวหนังกลับมาเป็นปกติดังเดิม กระทั่งเรียบเนียนและแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีกผมกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนกำลังไหลพล่านอยู่ในสายเลือดมันไม่ใช่ความรู้สึกของพลังพิเศษที่ฟื้นกลับคืนมาแต่มันคือวิวัฒนาการ“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงผู้หญิงดังมาจากหน้าประตูผมเงยหน้าขึ้น เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งยืนอยู่ตรงประตูเธอสวมชุดปฏิบัติการเรียบง่าย ผมยาวสีดำรวบเป็นหางม้า ใบหน้าสวยคม ดวงตาเฉียบคมราวกับคมมีดด้านหลังเธอมีเจ้าหน้าที่รักษาการณ์สองคนตามมาด้วย แต่เธอเพียงโบกมือให้พวกเขาถอยออกไป“ฉันชื่อฉินหร่าน”เธอเดินเข้ามา ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง“ที่นี่คือเขตปลอดภัย ‘รุ่งอรุณ’ ฉันเป็นผู้ดูแลที่นี่”เขตปลอดภัยรุ่งอรุณผมรู้จักชื่อนี้ในปีที่สามหลังวันสิ้นโลก ที่นี่คือแหล่งชุมชนมนุษย์ที่ใหญ่และมั่นคงที่สุดเท่าที่มีการค้นพบว่ากันว่าที่นี่มีระบบป้องกั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
“สมบูรณ์แบบ...สมบูรณ์แบบจริง ๆ...” เขาพึมพำกับตัวเอง“ความเข้มข้นของแอนติบอดีสูงกว่าผู้รอดชีวิตทั่วไปถึงสามร้อยเท่า และยังคงสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณโจวรู้ไหมว่านี่หมายความว่าอะไร?”“หมายความว่าอะไร?” ผมถาม“หมายความว่าเราสามารถผลิตเซรุ่มออกมาได้เป็นจำนวนมาก” ดวงตาของศาสตราจารย์หลินเป็นประกาย“ไม่ใช่ยาระงับเชื้อ แต่เป็นเซรุ่มจริง ๆ! หลังฉีดเข้าไป มันสามารถกำจัดไวรัสในร่างกายได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้ผู้ติดเชื้ออาการไม่รุนแรงหายเป็นปกติอย่างสมบูรณ์ และหยุดไม่ให้อาการของผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงทรุดลงต่อ!”ฉินหร่านยืนอยู่ข้างผม “เราต้องการความร่วมมือจากคุณ ทั้งการเก็บเลือดเป็นประจำและให้ความร่วมมือในการทดลอง แน่นอนว่าคุณมีสิทธิ์ปฏิเสธ”ผมหันไปมองเธอ “ถ้าผมปฏิเสธล่ะ?”“เราก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณ” ฉินหร่านตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง“แต่ถ้าคุณยอมช่วย เราจะผลิตเซรุ่มชุดแรกได้ภายในสามเดือน และภายในหนึ่งปีก็จะเริ่มฉีดเซรุ่มในวงกว้างได้”สามเดือนหนึ่งปีผมหลับตาลงนึกถึงวันแรกที่วันสิ้นโลกมาถึง เมืองทั้งเมืองกลายเป็นนรก บนท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเลือดนึกถึงความตายนับไม่ถ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เธอมองผม “รองหัวหน้าคนนั้นคือคุณใช่ไหม?”ผมไม่ตอบ เพียงหันหลังเดินไปที่ชั้นวางอาวุธ“คุณจะไปเหรอ?” ฉินหร่านถามผมหยิบอาวุธดัดแปลงขึ้นมาหนึ่งกระบอก ก่อนตรวจสอบแม็กกาซีน “ไม่ได้ไปช่วยเธอ”“แล้วจะไปทำอะไร?”“ไปดูละคร” ผมใส่แม็กกาซีนอย่างคล่องแคล่วราวกับทำมาแล้วนับพันครั้ง “แล้วก็ถือโอกาสเก็บดอกเบี้ยสักหน่อย”ขบวนรถแล่นฉิวผ่านซากปรักหักพังฉินหร่านนำทีมด้วยตัวเอง พร้อมผู้มีพลังพิเศษฝีมือดีจำนวนยี่สิบคน ทุกคนมีอุปกรณ์ครบครันผมนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับของรถคันแรก มองซากกำแพงและสิ่งปลูกสร้างพังทลายที่ถอยผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่างหลังลายสีเทาซีดหายไป สายตาของผมก็คมชัดขึ้นอย่างผิดปกติผมมองเห็นกระทั่งหนอนแมลงวันในเบ้าตาของซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปสามร้อยเมตร และเห็นวัชพืชที่ดิ้นรนงอกขึ้นตามรอยแยกของซากปรักหักพัง รวมถึงควันดำที่ลอยขึ้นจากที่ไกล ๆตรงนั้นคือจุดปะทะ“เหลืออีกสองกิโลเมตร” คนขับพูดผมกำอาวุธในมือแน่นยี่สิบนาทีต่อมา ขบวนรถก็มาถึงบริเวณขอบสนามรบภาพตรงหน้าช่างน่าสยดสยองจากทีมที่เคยมีกว่าสี่สิบคน ตอนนี้เหลือไม่ถึงยี่สิบคนที่ยังคงต่อสู้อยู่พวกเขาถูกล้อมอยู่ในห
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“อพยพ?” เจียงเยว่ชะงัก “ไปไหน?”“เขตปลอดภัยรุ่งอรุณ ถ้าพวกคุณยินดีให้เรารับเข้าไปพักพิง”ดวงตาของเจียงเยว่เป็นประกายขึ้นมาแต่ในวินาทีถัดมา เฉินเจ๋อก็วิ่งออกมาจากห้าง พอเห็นผม ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที“รอง...รองหัวหน้าโจว?” เขาพูดตะกุกตะกัก “คุณ...คุณยังไม่ตาย?”ผมหันไปมองเขาเพียงแค่ผมมองเขา เฉินเจ๋อก็ตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว เกือบล้มลงกับพื้น“ฉันยังไม่ตาย นายผิดหวังมากเหรอ?”“มะ...ไม่ใช่...” เฉินเจ๋อส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนหลบไปด้านหลังเจียงเยว่ “เยว่เยว่ เขา...เขาทำไมถึง...”เจียงเยว่ขยับมาปกป้องเฉินเจ๋อ ก่อนหันมามองผม“โจวอวี่ เรื่องก่อนหน้านี้...ฉันขอโทษ แต่ตอนนั้นฉันก็จำเป็นต้องทำ ฉันต้องคิดถึงทุกคนในทีม...”“ผมรู้” ผมพูดแทรก “ต้องหลีกเลี่ยงข้อครหาไง”ใบหน้าของเจียงเยว่ซีดลง“แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” ผมพูดต่อ “ผมไม่ใช่สมาชิกทีมของคุณอีกต่อไป คุณก็ไม่ต้อง ‘หลีกเลี่ยงข้อครหา’ กับผมอีกแล้ว”ผมหันไปหาฉินหร่าน “หัวหน้าฉิน ขั้นตอนการรับผู้รอดชีวิตเข้าพื้นที่ต้องทำยังไง?”ฉินหร่านมองเจียงเยว่ ก่อนหันมามองผม“ตามหลักแล้ว เรารับผู้รอดชีวิตทุกคนที่ยินดีปฏิบัติตามกฎ แต่ทรัพยากร
Baca selengkapnya
บทที่ 10
หนึ่งคน สองคน ห้าคน สิบคน...สุดท้ายเหลือเพียงเจียงเยว่กับเฉินเจ๋อที่ยังยืนอยู่ที่เดิมหลี่รุ่ยเดินมาหาผม ก่อนก้มหน้าลง “รองหัวหน้า...ขอโทษ ตอนนั้นผมไม่กล้าพูดอะไร...”“ตอนนี้กล้าแล้ว?” ผมถามเขาพยักหน้า “ตอนนี้ผมมองออกแล้ว บางคนก็ไม่คุ้มที่จะตาม”ผมตบไหล่เขาเบา ๆ “ขึ้นรถ”ขณะที่ขบวนรถกำลังเตรียมออกเดินทาง จู่ ๆ เจียงเยว่ก็วิ่งเข้ามาคว้าแขนผมไว้“โจวอวี่...พาฉันไปด้วย ขอร้องล่ะ”ผมมองมือของเธอ มือข้างนั้นเคยเป็นที่ฝากความไว้วางใจและการพึ่งพาทั้งหมดของผมแต่ตอนนี้ ผมกลับรู้สึกเพียงรังเกียจ“ปล่อย” ผมพูดเธอไม่ยอมปล่อย น้ำตาไหลพรากลงมา“ฉันรู้ว่าผิดแล้ว...ฉันรู้จริง ๆ ว่าผิด...ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งนะ ครั้งสุดท้าย...”ผมสะบัดมือเธอออก“เจียงเยว่ ผมเคยให้โอกาสคุณแล้ว สามครั้ง ครั้งแรก คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วเอายาแก้พิษให้คนอื่น ครั้งที่สอง คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วเอายาระงับเชื้อให้ผม ครั้งที่สาม คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วไล่ผมออกจากค่าย”ผมมองเธอ “เรื่องแบบนี้มีได้ไม่เกินสามครั้ง ระหว่างเราจบกันแล้ว”เธอทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาเฉินเจ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status