เข้าสู่ระบบเมื่อวันสิ้นโลกมาเยือน ผมช่วยเจียงเยว่ แฟนสาวของผมก่อตั้งทีมผู้รอดชีวิตขึ้นมา ระหว่างออกไปทำภารกิจครั้งหนึ่ง ผมโชคร้ายติดเชื้อไวรัสขณะช่วยคุ้มกันเพื่อนร่วมทีมสองคน ยาแก้พิษเพียงสองเข็มที่มีอยู่ในทีม เจียงเยว่กลับยกให้สมาชิกอีกสองคนจนหมด โดยอ้างว่าต้อง “เลี่ยงข้อครหาว่าลำเอียง” เธอตาแดงก่ำ พลางรับปากกับผมว่า “โจวอวี่ เชื่อใจฉันนะ ภายในระยะฟักตัวของไวรัสสามวันนี้ ฉันจะหายาแก้พิษเข็มใหม่มาให้คุณให้ได้” ผมฝืนทนความเจ็บปวดราวกับถูกแผดเผาจากภายใน ก่อนจะพยักหน้า วันต่อมา ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะนำยาแก้พิษกลับมาได้หนึ่งเข็มราวกับปาฏิหาริย์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ยาจะถูกฉีดเข้าสู่เส้นเลือดของผม เฉินเจ๋อ สมาชิกในทีมที่ไม่เคยออกจากค่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว กลับขมวดคิ้วขึ้นมากะทันหัน “เยว่เยว่ ฉันปวดหัวมากเลย... กลัวจังว่าจะติดเชื้อหรือเปล่า” ต่อหน้าต่อตาทุกคน มือของเจียงเยว่ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะหันไปทางเฉินเจ๋ออย่างไม่ลังเล “เฉินเจ๋อเป็นสมาชิกในทีม ถ้าเขาเป็นอะไรไป ก็แปลว่าฉันทำหน้าที่หัวหน้าทีมได้ไม่ดีพอ” “โจวอวี่ คุณเป็นรองหัวหน้าทีม และยิ่งเป็นแฟนของฉันด้วย ฉันจึงต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา”
ดูเพิ่มเติมเฉินเจ๋อคิดจะหนี แต่ขาที่หักทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ช้าลงซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ ก่อนกัดเข้าที่ลำคอของเขาเลือดสาดกระเซ็นเจียงเยว่ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนหันหลังวิ่งหนีแต่เธอวิ่งหนีซอมบี้ไม่ทันซอมบี้สามตัวเข้าล้อมเธอไว้เธอถอยจนแผ่นหลังชิดกำแพงที่พังทลาย ยกปืนไร้กระสุนขึ้นมาแล้วเหนี่ยวไกซ้ำ ๆ อย่างไร้ประโยชน์แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก ซอมบี้พุ่งเข้าใส่ผมเบือนสายตาหนี“ต้องบันทึกไว้ไหมครับ?” คนที่นั่งเบาะข้างคนขับถาม“ไม่ต้อง ไปต่อ”ขบวนรถแล่นออกจากซากปรักหักพัง ทิ้งเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเลือดไว้เบื้องหลังคืนนั้น ฉินหร่านมาหาผม“ฐานเขตเหนือส่งข่าวกลับมา เซรุ่มได้ผลดีมาก ผู้ติดเชื้อสามสิบคนหายดีถึงยี่สิบเก้าคน ส่วนอีกคนติดเชื้อมานานเกินไปเลยช่วยไว้ไม่ทัน แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้กลายพันธุ์”“ข่าวดี” ผมพูด“ยังมีอีกข่าว” ฉินหร่านมองผม “ทีมวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันจากแอนติบอดีของคุณสำเร็จแล้ว หลังฉีดจะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสซอมบี้อย่างสมบูรณ์ และภูมิคุ้มกันจะคงอยู่ได้อย่างน้อยห้าปี”ผมชะงักไป“คุณเข้าใจใช่ไหมว่านี่หมายความว่าอะไร?” ดวงตาของฉินหร่านเป็นประกาย“หมายความว่าวันสิ้นโลกกำลั
หนึ่งคน สองคน ห้าคน สิบคน...สุดท้ายเหลือเพียงเจียงเยว่กับเฉินเจ๋อที่ยังยืนอยู่ที่เดิมหลี่รุ่ยเดินมาหาผม ก่อนก้มหน้าลง “รองหัวหน้า...ขอโทษ ตอนนั้นผมไม่กล้าพูดอะไร...”“ตอนนี้กล้าแล้ว?” ผมถามเขาพยักหน้า “ตอนนี้ผมมองออกแล้ว บางคนก็ไม่คุ้มที่จะตาม”ผมตบไหล่เขาเบา ๆ “ขึ้นรถ”ขณะที่ขบวนรถกำลังเตรียมออกเดินทาง จู่ ๆ เจียงเยว่ก็วิ่งเข้ามาคว้าแขนผมไว้“โจวอวี่...พาฉันไปด้วย ขอร้องล่ะ”ผมมองมือของเธอ มือข้างนั้นเคยเป็นที่ฝากความไว้วางใจและการพึ่งพาทั้งหมดของผมแต่ตอนนี้ ผมกลับรู้สึกเพียงรังเกียจ“ปล่อย” ผมพูดเธอไม่ยอมปล่อย น้ำตาไหลพรากลงมา“ฉันรู้ว่าผิดแล้ว...ฉันรู้จริง ๆ ว่าผิด...ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งนะ ครั้งสุดท้าย...”ผมสะบัดมือเธอออก“เจียงเยว่ ผมเคยให้โอกาสคุณแล้ว สามครั้ง ครั้งแรก คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วเอายาแก้พิษให้คนอื่น ครั้งที่สอง คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วเอายาระงับเชื้อให้ผม ครั้งที่สาม คุณบอกว่าต้องหลีกเลี่ยงข้อครหา แล้วไล่ผมออกจากค่าย”ผมมองเธอ “เรื่องแบบนี้มีได้ไม่เกินสามครั้ง ระหว่างเราจบกันแล้ว”เธอทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาเฉินเจ
“อพยพ?” เจียงเยว่ชะงัก “ไปไหน?”“เขตปลอดภัยรุ่งอรุณ ถ้าพวกคุณยินดีให้เรารับเข้าไปพักพิง”ดวงตาของเจียงเยว่เป็นประกายขึ้นมาแต่ในวินาทีถัดมา เฉินเจ๋อก็วิ่งออกมาจากห้าง พอเห็นผม ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที“รอง...รองหัวหน้าโจว?” เขาพูดตะกุกตะกัก “คุณ...คุณยังไม่ตาย?”ผมหันไปมองเขาเพียงแค่ผมมองเขา เฉินเจ๋อก็ตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว เกือบล้มลงกับพื้น“ฉันยังไม่ตาย นายผิดหวังมากเหรอ?”“มะ...ไม่ใช่...” เฉินเจ๋อส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนหลบไปด้านหลังเจียงเยว่ “เยว่เยว่ เขา...เขาทำไมถึง...”เจียงเยว่ขยับมาปกป้องเฉินเจ๋อ ก่อนหันมามองผม“โจวอวี่ เรื่องก่อนหน้านี้...ฉันขอโทษ แต่ตอนนั้นฉันก็จำเป็นต้องทำ ฉันต้องคิดถึงทุกคนในทีม...”“ผมรู้” ผมพูดแทรก “ต้องหลีกเลี่ยงข้อครหาไง”ใบหน้าของเจียงเยว่ซีดลง“แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว” ผมพูดต่อ “ผมไม่ใช่สมาชิกทีมของคุณอีกต่อไป คุณก็ไม่ต้อง ‘หลีกเลี่ยงข้อครหา’ กับผมอีกแล้ว”ผมหันไปหาฉินหร่าน “หัวหน้าฉิน ขั้นตอนการรับผู้รอดชีวิตเข้าพื้นที่ต้องทำยังไง?”ฉินหร่านมองเจียงเยว่ ก่อนหันมามองผม“ตามหลักแล้ว เรารับผู้รอดชีวิตทุกคนที่ยินดีปฏิบัติตามกฎ แต่ทรัพยากร
เธอมองผม “รองหัวหน้าคนนั้นคือคุณใช่ไหม?”ผมไม่ตอบ เพียงหันหลังเดินไปที่ชั้นวางอาวุธ“คุณจะไปเหรอ?” ฉินหร่านถามผมหยิบอาวุธดัดแปลงขึ้นมาหนึ่งกระบอก ก่อนตรวจสอบแม็กกาซีน “ไม่ได้ไปช่วยเธอ”“แล้วจะไปทำอะไร?”“ไปดูละคร” ผมใส่แม็กกาซีนอย่างคล่องแคล่วราวกับทำมาแล้วนับพันครั้ง “แล้วก็ถือโอกาสเก็บดอกเบี้ยสักหน่อย”ขบวนรถแล่นฉิวผ่านซากปรักหักพังฉินหร่านนำทีมด้วยตัวเอง พร้อมผู้มีพลังพิเศษฝีมือดีจำนวนยี่สิบคน ทุกคนมีอุปกรณ์ครบครันผมนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับของรถคันแรก มองซากกำแพงและสิ่งปลูกสร้างพังทลายที่ถอยผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่างหลังลายสีเทาซีดหายไป สายตาของผมก็คมชัดขึ้นอย่างผิดปกติผมมองเห็นกระทั่งหนอนแมลงวันในเบ้าตาของซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปสามร้อยเมตร และเห็นวัชพืชที่ดิ้นรนงอกขึ้นตามรอยแยกของซากปรักหักพัง รวมถึงควันดำที่ลอยขึ้นจากที่ไกล ๆตรงนั้นคือจุดปะทะ“เหลืออีกสองกิโลเมตร” คนขับพูดผมกำอาวุธในมือแน่นยี่สิบนาทีต่อมา ขบวนรถก็มาถึงบริเวณขอบสนามรบภาพตรงหน้าช่างน่าสยดสยองจากทีมที่เคยมีกว่าสี่สิบคน ตอนนี้เหลือไม่ถึงยี่สิบคนที่ยังคงต่อสู้อยู่พวกเขาถูกล้อมอยู่ในห





