เข้าสู่ระบบยอดชีวันตื่นมาในช่วงเย็นของวันนั้น เธอตื่นมาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนสีแดงนั้นแล้ว แต่ความรู้สึกซาบซ่านเมื่อนึกถึงบทรักอันเร่าร้อนกับชายคนนั้น ใบหน้าขาวนวลของยอดชีวันก็แดงจัดอย่างห้ามไม่ได้
เอ๋? เธอฝันอยู่หรือเปล่านะ ทำไมฝันมันสักจะนานเกินไปแล้ว พอตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่เรียบแล้ว แต่เหตุการณ์ห้องแดงมันคุ้น ๆ เหมือนเดจาวู แถมผู้ชายคนที่ชื่อ เจฟ นั้น มันก็ทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวของอะไรสักอย่าง แต่พยายามนึกหัวจะแตกแล้วก็ยังคิดไม่ออกว่า ตอนนี้เธอกำลังเจอกับเหตุการณ์อะไรอยู่ “โอ๊ย.....มันเรื่องอะไรเนี่ย” ยอดชีวันร้องตะโกนอย่างอัดอั้น เธอไม่ไหวแล้วนะ ตื่นสักทีสิเว้ย...... เธอไม่อยากติดอยู่ในความฝันนี้นานเกินไป มันเรื่องอะไรกันแน่ ๆ “โวยวายอะไรเนี่ยครับมิริน” มิริน! อีกแล้ว แล้วเสียงนั้นมันก็คุ้นหูเหลือเกิน เธอไปทำอะไรให้เขาเนี่ย ทำไมผู้ชายที่ชื่อ เจฟ ตามหลอกหลอนเธอ เธอฝันซ้อนฝันเหรอเนี่ย ไม่ใช่หรอกมั้ง กลิ่นหอม ๆ ของอาหารทำให้ยอดชีวันเริ่มหิวขึ้นมา เพราะกินอาหารมันยั่วจมูกของหญิงสาวที่ไม่ได้กินข้าวมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย น่าจะตั้งแต่เมื่อวานที่ทำงานหนักแล้วเผลอนอนหลับ เอาว่ะ อย่างน้อยการกินข้าวในฝันก็ยังดี “นาย” “ครับ ผมเองเจฟ” “นายเป็นใคร” ยอดชีวันชี้นิ้วไปที่เจฟที่เข้ามาในห้องพร้อมกับถาดอาหาร เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย มิรินทำตัวประหลาดเข้าไปทุกวัน “ผมเจฟไงครับ” “เออ รู้แล้วว่าชื่อเจฟ แต่นายเป็นอะไรกับฉัน” ยอดชีวันพยายามย้ำคำ แต่ก็ยังไม่ยอมลงจากเตียง เธอยังไม่ไว้ใจเขาต่างหาก ไม่รู้ว่าเป็นใคร “แหม ลืมไปแล้วเหรอครับ ผมแฟนของมิรินยังไงล่ะครับ เราออกจะมีเซ็กซ์เร่าร้อนขนาดนั้น ถ้ามิรินลืมผมแบบนี้เราต้องทบทวนเรื่องนั้นดีกว่า” เจฟวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงนอน ก่อนหันมาหยอกเย้ามิรินที่กลัวเขาจนตัวสั่น ช่างต่างจากมิรินคนเดิมที่เขาหยอกเย้าเท่าใด เธอก็เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่คนนี้กลับน่าหยอกน่าแกล้ง.... “เรามาทวนกันดีกว่าไหมครับ” “ไม่ต้อง” เธอไม่ได้เป็นแฟนเขาเสียหน่อย ยอดชีวันไม่เคยเป็นแฟนใคร “ฉันไปเป็นแฟนคุณตอนไหน ฉันยอดชีวัน มาเรียกฉันว่า มิริน อยู่ได้” ยอดชีวันเถียงสุดใจ ถึงคนที่บอกว่าเป็นแฟนเธอเขาจะหล่อขนาดไหน แต่เธอไม่ยอมเป็นแฟนใครง่าย ๆ หรอกนะ เกิดมายังไม่เคยเสียซิง มาเสียให้ชายคนนี้ อย่างไรแล้วมันก็อยู่ในฝัน ยิ่งเธอพูดคุยกับเจฟ เธอก็ยิ่งรู้สึก เหมือนมันไม่ใช่ฝันเข้าไปทุกที ยอดชีวันถอยรนเล็กน้อย เมื่อเขาคร่อมร่างของเธอเอาไว้ เธออดมองใบหน้าหล่อคมคายของเจฟไม่ได้ “คุณจำไม่ได้จริง ๆ เหรอ เรื่องราวของเรา คุณไม่ต้องใจร้ายจนต้องทำเป็นลืมเรื่องของเราก็ได้นะครับ” “ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่ใช่มิรินของคุณ” ยอดชีวันยังปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ มิรินอะไรของเขา “คุณคือมิริน” เจฟบอกเธอเสียงเรียบ พร้อมกับส่ายหน้า ผละตัวออกมาเธอยังยืนกรานว่าตัวเองไม่ใช่มิริน แต่เป็นอีกคน สักจะไปกันใหญ่แล้ว จากนี้เขาคงต้องใส่ใจเธอมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียแล้ว ยอดชีวันรีบลุกออกจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก เธอไม่เชื่อหรอกว่านี่คือเรื่องจริง “ตื่นสิตื่น ยอดชีวันแก่ตื่นสิ หลับนานจังว่ะ” เจฟมองมิรินที่ทำตัวแปลกประหลาดตื่นมาก็จำชื่อตัวเองไม่ได้ซะแล้ว แถมยังจำเรื่องราวของเขาไม่ได้อีกด้วย เขาต้องพาเธอไปหาหมอซะแล้วยอดชีวันตะเบ็งเสียงร้องเรียกเขา เจ้าของชื่อได้ยินถึงกลับหยุดนิ่งทันที เหลียวมองหญิงสาวที่กำลังวิ่งมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยความเหนื่อยหอบเล็กน้อย จนเขาแปลกใจว่าเธอจะรับอะไรหนักหนา เขาไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย “มีอะไรหรือครับ” “เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนไหม” “ไม่เคยนะครับ” คำตอบของหนุ่มหน้าละม้ายคล้ายพระเอกทำให้เธอผิดหวังไม่น้อย ยอดชีวันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา เสียจนคนชอบแกล้งไม่อยากแกล้งต่อ “ไม่ต้องร้องนะครับมิริน หรือ ให้ผมเรียกว่า ยอดชีวัน ดีครับ” คิ้วขมวดเป็นปมเข้าไปอีก ไม่เข้าใจที่เขาพูด “ผมชื่อ ธิเบตนะครับ ไม่ใช่ เจฟ ผมเคยเจอคุณในฝัน” “ถ้างั้น เราสองคนมาเป็นแฟนกันเถอะนะคะ ฉันไม่อยากเสียคุณไปอีก” “อะไรนะครับ” คราวนี้ธิเบตเองที่เป็นฝ่ายนิ่งงัน เพราะคำขอของหญิงสาวที่เพิ่งเจอและรู้จักยังไม่ถึงชั่วโมง เจ้าหล่อนก็ขอคนอื่นเป็นแฟนเสียแล้ว มันน่าตีจริง ๆ “เป็นแฟนฉันไหม ถ้าคุณไม่มีใครมาเป็นแฟนฉันเถอะนะ” ยอดชีวันไม่รีรอ เมื่อคิดว่าเขาคือ
ยอดชีวันพะวงแต่เรื่องของเจฟ เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน “เป็นห่วงเขาขนาดนั้น” แม่มดยังคงไม่ยอมเรื่องราวของคนที่ยอดชีวันเป็นห่วง “บอกมาเถอะนะคะ เจ๊” ยังไม่ทันที่แม่มดจะตอบ ก็มีใครบางคนเปิดประตูเข้ามาเรียกความสนใจจากยอดชีวันได้ไม่น้อย แต่แม่มดมายาก็ยกยิ้มเหมือนรู้เหตุการณ์บางอย่าง “ป้าครับ ของที่แม่ผมฝากซื้อได้หรือยัง” น้ำเสียงแสนคุ้นหู ยอดชีวันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างมองผู้มาเยือนแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อยืดกางเกงยีน ผมเผ้าดูยุ่งเหยิง แต่ใบหน้าเหมือนกับพ่อพระเอกนิยายมากจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่า คนหน้าตาแบบเจฟจะมีอยู่จริง “เจฟ” ยอดชีวันเผลอเรียกคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านหนังสือเก่าที่ขายของสารพัดอย่างขยี้ผมตัวเองเบา ๆ เลิกคิ้วหญิงสาวตัวเล็กที่มองเขาอย่างอึ้งทึ่ง “เรียกผมเหรอครับคุณ” ชายหนุ่มหน้าใสเงยหน้ามองส่งยิ้มให้สาวตรงหน้า แต่เหมือนคนที่เขาฝันเมื่อคืนมากทีเดียว แถมชื่อเรียกที่คุ้นเคยในฝันสาวก็คล้ายเธอไม่น้อย “อ้าว มาแล้วเหรอจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อยธิเบต แม่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอจ๊ะ”
ยอดชีวันตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเธอกลับมาอยู่ในโลกของเธอแล้ว ไม่มีอีกแล้วพระเอกนิยายของเธอ มีเพียงความว่างเปล่าของห้อง สายตาพลันเหลือบเห็นนิยายปกสีแดงที่นอนแน่นิ่งข้างกาย ถูกปิดสนิทเอาไว้ ครั้งล่าสุดเธอจำได้เธอเปิดมันเอาไว้แล้วคว่ำหน้าที่เธออ่านลงกับเตียงนอน “จบแล้วสินะ” ปลายนิ้วลูบปกนิยายเอาไว้ ก่อนนำมันแนบขึ้นบนอก เธอมองโทรศัพท์ พบว่า เรื่องราวต่าง ๆ มากมายในนิยายมันก็แค่หนึ่งคืนที่เธอฝันไป ยอดชีวันหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาหัวหน้างานของเธอ ขอลางาน เธอไม่มีอารมณ์จะทำงาน วันนี้เธอต้องไปหาแม่มดที่ส่งเธอเข้าไปอยู่ในนิยาย แล้วเรื่องทุกอย่างมันไม่ใช่แค่ความฝัน ยอดชีวันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัว ในใจภาวนาให้ร้านของยัยแม่มดยังอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน เพราะถ้าร้านหายไป เรื่องราวที่คลั่งค้างอยู่ในใจของเธอก็ไร้คำตอบ เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ลงมาถึงใต้คอนโด ยอดชีวันเรียกพี่วินเจ้าประจำไปที่ปากซอย ร้านของยัยแม่มดยังไม่หายไปไหน โชคดีเป็นของเธอ “ยัยแม่มด”
ยอดชีวันเริ่มเล่าเรื่องราวมากของตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองอยู่ในโลกอีกแห่งทำอะไรบ้าง ที่สำคัญ เธอบอกว่าตัวเองโสด แล้วเจอแม่มดในร้านหนังสือ แล้วพลั้งปากขอให้เธอมีแฟนพระเอกนิยายเรื่องนี้ อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องมาเจอกับเขา “จริงเหรอที่มีแม่มด” ยิ่งฟังเรื่องราวของเธอ เจฟก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลึกลับเข้าไปใหญ่ แต่วินาทีนี้ไม่มีอะไรที่เขาคิดว่ามันไม่เป็นความจริง แค่คิดว่าตัวเองเป็นแค่นิยายมันก็ห่อเยี่ยวหัวใจพอแล้ว จากต้องมาจากลาคนรักของเขาเป็นอะไรที่เศร้าเสียใจยิ่งกว่า แต่เขาก็เป็นคนมีเหตุผลมากพอ และอยากให้เธอใช้ชีวิตที่ปกติสุข สำหรับเขาแค่เห็นรอยยิ้มของเธอก็นับว่าเป็นความสุขแล้ว “จริงสิ” ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดกันไปมา ส่วนมากยอดชีวันมากกว่าที่เป็นคนเล่าเรื่องตัวเอง เจฟเห็นคนตัวเองในอ้อมแขนของเขาเป็นตัวของตัวเอง เขายิ่งรู้สึกเสียดายเวลาที่อยู่กับเธอน้อยเหลือเกิน คุยไปคุยมาหญิงสาวก็หลับในอ้อมอกของเจฟ โดยที่เขาไม่ลืมจุมพิตขมับของหญิงสาวด้วยความรัก ตอนนี้เขารู้แจ่มแจ้งแล้วว่าความรักเขาเป็นอย่างไร “ผมรักคุ
หลังจากทั้งสองกลับมาจากเดินเล่นชายหาด เจฟก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา มาถึงห้อง เขาก็นั่งนิ่งบนโซฟา จนเธอต้องมานั่งข้าง ๆ เขา เธอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังช็อกอยู่ สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดมันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อเขาไม่น้อย “เออ...คุณ” “คุณจะจากผมไปวันไหน” น้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเออหล่นไปด้วยน้ำตา ยอดชีวันตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าที่เขาก้มหน้าก้มตาร้องไห้เพราะเธอ เหมือนเด็ก เจฟที่เห็นยอดชีวันที่ยิ้มมุมปากก็เกิดความสงสัยว่าเธอกำลังยิ้มอะไรกัน เขากำลังเสียใจ หรือเขารักเธออยู่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ “คุณยิ้มอะไร” “ก็ยิ้มให้คนน่ารักสิค่ะ” ยอดชีวันแนบฝ่ามือแนบแก้มทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ก่อนขยับไหวไปมา “อือ ผมกำลังร้องไห้อยู่นะ” ยอดชีวันฉีกยิ้มกว้าง เม้มปากก่อนจะพูดอะไรออกมา “ฉันรักคุณนะคะ” “หะ....” เขาดูตกใจ “ยอดชีวันรักคุณนะคะ พระเอกนิยายของฉัน ฉันสัญญาถ้ากลับไปฉันไม่ลืมคุณหรอกนะ” ปลายนิ้วเช็ดนิ้วขอบตาร้อนผ่าวของเจฟ ไม่คิดเลยว่าพระเอกที่เข้มแข็งจะมีมุมที่
ไม่นานทั้งคู่มาถึงห้องอาหารแสนหรูหราวชมวิวริมทะเล คนที่จองยิ้มร่า อวดฟันขาว ๆ เขากำลังมีความสุข ข้อนั้นยอดชีวันไม่อยากทำร้ายจิตใจของเขา เขาเริ่มรักเธอ.....คิดแค่นั้นจิตใจภายในของเธอก็สั่นไหว “เป็นอะไรหรือเปล่าครับที่รัก เดี๋ยวนี้ผมเห็นคุณเหม่อบ่อย” เจฟสังเกตเห็นสาวน้อยของเขาทำหน้าครุ่นคิด กำลังหนักใจอะไรสักอย่าง คิ้วเป็นโบตั้งแต่ตื่นขึ้นมา “กำลังคิดเรื่องคุณ” “หือ ผมมีอะไรให้คุณต้องคิด ผมเลิกเจ้าชู้แล้วเหอะ...ไม่มีแล้วเนี่ย ผู้หญิง หรือคนอื่น ไม่มีกิ๊กอีกแล้ว” เขาไม่ได้สัญญาเปล่า พร้อมชูสาวนิ้วขึ้นเหมือนลูกเสือ “คือ ฉันมีเรื่องจะบอก” “ครับ” เขารับคำสั้น ๆ มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของยอดชีวันเต้นรัวเร็ว “เอ่อ....” “ถ้าคุณมัวแต่อ้ำอึ้งอยู่แบบนี้ ผมขอก่อนแล้วกัน” จากนั้นคนตัวโตก็ลุกขึ้นยืน บรรยากาศในร้านดูเปลี่ยนไปแสงไฟที่จ้าเริ่มหรี่ลงจนมันสลัวเป็นสีส้มอ่อน ๆ ดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรัก พนักงานเดินอุ้มช่อดอกไม้ช่อใหญ่ตรงมาทางพ่อพระเอกหนุ่ม หัวใจของยอดชีวันที่เต้นแรงมันก็เริ่มเต้นแรงเข้า







