Share

เมื่อชะตารักย้อนคืน
เมื่อชะตารักย้อนคืน
Author: หนามชมพู

บทที่ 1

last update publish date: 2026-07-29 17:45:07

จวนเสนาบดีกรมคลังกำลังวุ่นวาย บ่าวรับใช้วิ่งสวนกันไปมา คล้ายมีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น

"นายท่านไปว่าราชการที่เมืองซูโจว จะกลับมาก็เดือนหน้า"

ป้าหวังหารือกับพ่อบ้านหลิ่วระหว่างรอหมอตรวจอาการคุณหนูใหญ่ลู่หว่านถิง

"หากรู้ว่าคุณหนูใหญ่จมน้ำหมดสติไปเป็นวัน ๆ พวกเราไม่พ้นได้โดนโบยกันถ้วนหน้า"

"เอาเถิด ไหน ๆ คุณหนูก็ฟื้นแล้ว คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เจ้าก็คิดมากเกินไป"

พ่อบ้านหลิ่วพูดตัดบททั้งที่ในใจก็กังวลไม่แพ้กัน

"เจ้าเข้าไปช่วยท่านหมอสักหน่อย ข้าจะไปบอกแม่ครัวเตรียมอาหารให้คุณหนู"

ผู้อาวุโสทั้งสองคนตกลงแล้วแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน

ป้าหวังรีบรุดเข้ามาในห้องขณะที่ท่านหมอกำลังเขียนเทียบยาและกำชับการดูแลผู้ป่วย

เพียงครู่เดียวท่านหมอก็ขอตัวกลับ ป้าหวังจึงเดินเข้าไปยืนข้างเตียง ท่าทางของนางนอบน้อมกว่าที่ควรปฏิบัติ แววตามีความอาทรสาวน้อยที่นอนลืมตามองเพดานอยู่สักพักหนึ่งแล้ว

"ปีนี้ปีใดแล้ว"

จู่ ๆ เสียงหวานก็เปล่งเสียงแผ่วเบาออกมา

สาวรับใช้สามคนต่างมองหน้ากันแล้วมองมาที่ป้าหวังอีกที

"คุณหนูเพิ่งปักปิ่นไปเมื่อสามเดือนก่อนลืมแล้วหรือเจ้าคะ"

เสี่ยวเม่ยตอบกล้า ๆ กลัว ๆ ในใจคิดเตลิดไปไกล

"ข้าเพิ่งปักปิ่นหรือ"

ลู่หว่านถิงทบทวนเหตุการณ์ นี่นางย้อนเวลากลับมาตอนวัยเพียงสิบห้าปี วัยนี้ นางยังไม่รู้จักบุรุษผู้นั้นแต่หลังจากบิดากลับจากซูโจว นางจะได้องครักษ์มาไว้ข้างกายจากฮ่องเต้พระราชทานให้เป็นพิเศษ เนื่องจากความดีความชอบจากผลงานที่ซูโจวของบิดา

ครั้งนั้น ลู่เยี่ยนถังได้รับปูนบำเหน็จจากผลงานที่ซูโจว เขาจึงถามบุตรสาวทั้งสองคนว่าอยากได้สิ่งใดเพราะเขาไม่ต้องการอะไรตอบแทนเป็นพิเศษ

ลู่หว่านถิงอยากมีองครักษ์คอยคุ้มครองและนางเจาะจงไปที่เสิ่นหร่งเจีย ขุนนางฝ่ายทหารผู้องอาจ หล่อเหลาโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวง ตอนนี้บิดาอยู่ที่ซูโจวและเสิ่นหร่งเจียเดินทางไปอารักขาขบวนใต้เท้าลู่

ชาติก่อนเขาควรได้เลื่อนตำแหน่งแต่เพราะนางที่อาศัยอำนาจบิดาทูลขอฝ่าบาทบีบบังคับเขามาอารักขาตนเป็นการส่วนตัว ทำให้เขาเกลียดนางเข้ากระดูกดำ

ความก้าวหน้าที่ควรจะได้รับจากการสร้างผลงานร่วมกับเจ้ากรมการคลังถูกสตรีอำมหิตคนหนึ่งตัดทิ้งจนเขาแทบไม่เหลือความภาคภูมิใจ แม้แต่ฝ่าบาทยังให้เหตุผลเข้าข้างนาง ทรงตรัสว่าผลงานครั้งนี้ยกให้ใต้เท้าลู่มาเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเขาทำหน้าที่องครักษ์ครบหนึ่งปี เขาจะได้เลื่อนขั้นเป็นองครักษ์หลวงในทันที แม้จะมีความชอบแต่เมื่อคนตระกูลลู่ต้องการอย่างนี้ เขาก็ไม่สามารถเลี่ยงได้

'ข้าวิ่งไล่ตามเสิ่นหร่งเจียมานานเกินไปแล้ว ครั้งนี้ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก'

เมื่อระลึกได้ว่าตนย้อนอดีตกลับมามีชีวิตใหม่ ลู่หว่านถิงก็ตั้งมั่นในใจ ชาตินี้นางจะไม่ขอเกี่ยวข้องกับเสิ่นหร่งเจียอีก

ตอนนี้นางกับเขายังไม่รู้จักกันแต่ในชาติก่อนนางรู้จักเขาวันทำพิธีปักปิ่น เพราะเขามาหารือกับบิดาก่อนร่วมเดินทางไปซูโจวด้วยกัน

นางชอบเขาตั้งแต่บัดนั้น ด้วยหน้าตาโดดเด่น รูปร่างสูงใหญ่และความนิ่งขรึมที่ตราตรึงใจ

'ดีแล้วที่ครั้งนี้ข้าไม่ปักใจในตัวเขานับว่าสวรรค์ยังให้โอกาส'

"คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านเงียบนานนัก ข้าน้อยใจคอไม่ดีเลยเจ้าค่ะ"

เสียงแหลมของเสี่ยวเม่ยดังขึ้นทำลายความคิดของลู่หว่านถิง เมื่อสติกลับสู่ปัจจุบันนางจึงหันมองเหล่าคนรับใช้ที่ก้มหน้าต่ำ

คนในจวนตระกูลลู่ต่างยำเกรงลู่หว่านถิงมาตั้งแต่เด็ก ความแข็งกระด้างและเด็ดขาดของนางทำให้คนในจวนไม่กล้าขัดคำสั่ง และมาคู่กับความไม่ชอบนางเช่นกัน

การล้มป่วยคราวนี้อาจมีหลายคนอยากสาปแช่งให้นางตายด้วยซ้ำ

"ไม่มีอะไร ข้าแค่เพลียเท่านั้น"

ก่อนที่คนในห้องจะทันตั้งตัวได้ พลันเสียงสดใสก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

"พี่หญิง ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ"

ลู่ซือฉิงสาวเท้าเข้ามายืนข้างเตียงพร้อมรอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้างาม ลู่หว่านถิงมองดูนาง ปีนี้ลู่ซือฉิงอายุสิบสามปีแต่กิริยาโตเกินวัย เป็นเด็กช่างเจรจา เอาใจเก่ง คนในจวนต่างรักใคร่นาง

ผิดกับลู่หว่านถิงราวฟ้ากับเหว แม้ผู้เป็นพี่สาวจะงดงามโดดเด่นกว่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวง ทว่ากิริยาของนางกลับเทียบน้องสาวไม่ได้

กระนั้นลู่หว่านถิงก็ไม่สนใจสายตาผู้อื่น นางยังคงทำตัวเอาแต่ใจและเอาตนเองเป็นที่ตั้งเช่นเดิม แม้แต่บิดายังเอือมระอากับบุตรีเอกคนนี้

"มีอะไรหรือซือฉิง"

ลู่หว่านถิงเอ่ยถามเสียงเบา ภายใต้คำถามนั้นไม่บ่งบอกอารมณ์ใด

"พี่หญิงถามอะไรห่างเหินอย่างนั้นเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงท่าน อุตส่าห์รีบร้อนมาดู ข้าใจหายยิ่งนักเจ้าค่ะ เพราะตอนท่านตั้งใจเดินชนข้า ข้าพลาดหลบทันทำให้ท่านตกน้ำ หากย้อนกลับไปได้ ข้าอยากให้เป็นข้าที่ตกลงไปแทนท่าน อย่างน้อยข้าก็ว่ายน้ำเป็น ท่านว่ายน้ำไม่เป็น ข้าเข้าใจว่าคงอยากแกล้งข้าเล่น ๆ แต่ดันพลาดพลั้งเสียเอง ครั้งนี้ เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงพูดยืดยาวจากนั้นเริ่มหน้าแดงและส่งเสียงสะอื้น ป้าหวังเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปจับไหล่ที่เริ่มสั่นน้อย ๆ เป็นการปลอบใจ

"โธ่ คุณหนูรองช่างจิตใจดีงามนัก ท่านไม่ผิดนะเจ้าคะ มันเป็นเหตุการณ์ไม่ตั้งใจเจ้าค่ะ"

"แต่...แต่ข้า...ป้าหวัง ข้าเป็นน้องที่ไม่ดีทำให้พี่หญิงเกือบตายในน้ำ"

อีกสองคนเดินมาลูบหลังนางเบา ๆ ราวกับกลัวว่าสาวน้อยตรงหน้าผู้บอบบางจะรับเรื่องร้ายเกินตัวไม่ไหว

ลู่หว่านถิงมองดูน้องสาวและบ่าวไพร่รุมปลอบใจนาง ก็เป็นเช่นนี้ตลอดมา ลู่ซือฉิงชนะใจคนในจวนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ต่างกับนาง หากไม่ใช่หน้าที่แล้ว จะมีสักกี่คนที่เห็นหัวนาง

ลู่หว่านถิงสูดหายใจเข้าปอดลึกยาวคล้ายกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างก่อนกล่าวขึ้น น้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

"เอาล่ะ พวกเจ้าเห็นกับตาแล้วว่าข้ายังไม่ตาย เช่นนั้นก็กลับไปเถิดข้าอยากนอนพักต่ออีกสักหน่อย"

"แต่ว่าพี่หญิง..."

"ข้าไม่อยากพูดซ้ำสอง"

นางตัดบทเสียงแข็งขึ้น เมื่อเห็นน้องสาวหยุดร้องไห้และพยายามจะอ้าปากพูดซึ่งนางแน่ใจว่าไม่พ้นพล่ามเรื่องไร้สาระ

คำสั่งของลู่หว่านถิงได้ผลเสมอ นางเงียบไปนานจนกระทั่งคนในห้องสะกิดกันแล้วทยอยเดินจากไปพร้อมกับประตูปิดลงสนิท

นางถอนหายใจออกมายาว ๆ ที่เหตุการณ์ยังควบคุมได้ นางเป็นคนใจร้อนมาตลอด หากไม่พอใจนางสั่งโบยไม่ละเว้นหรือไม่ก็ลงโทษให้อดข้าวอดน้ำสามวันสามคืน จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจที่สุดคนหนึ่งในเมืองหลวงฉางอัน

วีรกรรมของนางมีมากมายจนนับไม่ถ้วน วันนี้นับว่านางใจเย็นที่สุดแล้ว

สายตาหญิงสาวยังคงจับจ้องที่หน้าประตู เมื่อครู่ลู่ซือฉิงบอกว่านางตั้งใจเดินชนแต่หลบทัน ลู่หว่านถิงจึงพลาดตกน้ำแทน

"หึ ลู่ซือฉิง เจ้ากินยาหลอนประสาทมาหรือไร"

นางแค่นหัวเราะหยันในลำคอทำใจสงบนิ่งแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยหน่าย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 51

    หลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 50

    หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 49

    ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 48

    "เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 47

    บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 46

    ‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status