แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-29 17:45:34

ผ่านไปสามชั่วยามลู่หว่านถิงลุกขึ้นมาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ นางในวัยแรกรุ่นนับว่างดงามเป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองหลวง เพราะเหตุนี้ชาติก่อนบิดาจึงเข้มงวดเรื่องความประพฤติกับนาง และเห็นชอบให้นางมีองครักษ์ส่วนตัว

ลู่หว่านถิงทอดมองออกไปด้านนอก แท้จริงแล้วในใจของนางมีแต่ความว้าเหว่ นางกำพร้ามารดามาตั้งแต่เล็ก บิดาก็ไม่มีเวลาใส่ใจ พออบรมก็ใช้วิธีแบบบุรุษ ไม่แปลกที่นางจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนไม่น่าคบหา เพราะนางออกแบบนิสัยของตนเองมาตั้งแต่ต้น

จะบอกว่าเป็นการปกป้องตัวเองก็คงไม่ผิดนัก

ย้อนไปเมื่อวานนี้ในชาติก่อน ลู่ซือฉิงเป็นคนเดินเหยียบชายกระโปรงของลู่หว่านถิงแต่นางไม่ได้ตกน้ำจนน่าสมเพชเช่นนี้ นางผลักน้องสาวออกเพื่อปกป้องตัวเองจนนางเซไปชนต้นไม้และล้มลงบาดเจ็บที่ขา ต้องรักษานานเป็นเดือน ครั้งนั้นบิดากลับจวนมาผู้เป็นน้องสาวรีบฟ้องทันทีว่าถูกพี่สาวกลั่นแกล้งผลักนางหวังให้ตกน้ำ ลู่หว่านถิงจึงถูกกักบริเวณเป็นเวลาห้าวัน

นางยังจำได้แม่นยำว่าผู้เป็นน้องสาวกระทำเช่นเดิมแต่คราวนี้นางกลับตกลงไปในน้ำและเกือบเอาชีวิตไม่รอด

"เหตุการณ์พลิกผันได้อย่างไร เหตุใดความซวยมาตกที่ข้าได้"

นางอดสงสัยไม่ได้ ไม่รู้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของชะตากรรมใหม่หรือไม่

"จากนี้ไปข้าต้องเจอเรื่องร้ายใดอีกนะ"

ก่อนที่นางจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสี่ยวเม่ยเดินยกถาดอาหารเข้ามา

เสี่ยวเม่ยเดินนอบน้อมเข้ามา ทว่าดวงตายังคงมีความหวาดหวั่นต่อสายตาเย็นชาของคุณหนูใหญ่ที่เพิ่งฟื้นไข้ นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างระมัดระวัง

"คุณหนูใหญ่ บ่าวให้แม่ครัวเคี่ยวโจ๊กไก่ใส่เกาลัดมาให้เจ้าค่ะ ยาต้มก็อุ่นกำลังดีแล้ว"

ลู่หว่านถิงไม่ได้ตอบรับในทันที นางเดินอย่างมั่นคงไปนั่งที่โต๊ะ กวาดสายตามองถาดอาหารตรงหน้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของเสี่ยวเม่ยที่คอยชำเลืองมองไปทางประตูเรือนอยู่บ่อยครั้ง

"มีอะไรก็พูดมา เสี่ยวเม่ย เจ้าอยู่กับข้ามานาน คิดว่าข้าดูท่าทางมีพิรุธของเจ้าไม่ออกหรือ"

น้ำเสียงของลู่หว่านถิงเรียบสนิท แต่กลับกดดันสาวใช้ตัวน้อยจนเข่าอ่อน

"คือ... คือว่า"

เสี่ยวเม่ยทรุดเข่าลงกับพื้น

"คุณหนูรองให้บ่าวรับใช้ในเรือนฝั่งโน้น ส่งคนออกไปนอกจวนแล้วเจ้าค่ะ"

ลู่หว่านถิงแค่นยิ้มหยันในใจ

'หึ ช่างรวดเร็วนักนะลู่ซือฉิง'

ชาติก่อนพอบิดากลับมา น้องสาวตัวดีถึงค่อยบีบน้ำตาฟ้อง แต่ชาตินี้ในเมื่อแผนการเปลี่ยนไป นางไม่ได้เป็นคนผลักแต่เป็นฝ่ายตกน้ำเอง ลู่ซือฉิงที่กลัวความผิดและอยากเอาชนะ จึงเลือกที่จะส่งจดหมายด่วนไปที่ซูโจว เพื่อฟ้องบิดาก่อนที่ข่าวจากทางนี้จะไปถึง กล่าวหาว่าลู่หว่านถิงแกล้งชนตนเองแต่พลาดท่าตกน้ำลงไปเอง

"นางส่งจดหมายด่วนไปหาท่านพ่อที่ซูโจวใช่หรือไม่"

ลู่หว่านถิงเอ่ยถาม ดั่งรู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดของน้องสาว

"เจ้าค่ะ คุณหนูรองกำชับคนนำสารว่าต้องส่งให้ถึงมือนายท่านให้เร็วที่สุด"

เสี่ยวเม่ยละล่ำละลักตอบ

ป้าหวังหรือบ่าวไพร่คนอื่นอาจจะคิดว่าลู่หว่านถิงต้องอาละวาด ขว้างปาข้าวของด้วยความโกรธแค้นดั่งเช่นทุกที แต่คราวนี้นางกลับหยิบช้อนตักโจ๊กเข้าปากอย่างเชื่องช้า ท่าทางสง่างามไร้ความใจร้อน

"พ่อบ้านหลิ่วอยู่ไหน"

"อยู่ที่เรือนหน้าเจ้าค่ะ"

"ไปตามมาพบข้าที่ห้องหนังสือของท่านพ่อ บอกว่าข้ามีธุระสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่านพ่อที่ซูโจว"

นางสั่งเสียงเฉียบ

หลังจากจัดการอาหารมื้อแรกในชีวิตใหม่อย่างเงียบเชียบ ลู่หว่านถิงก็เดินไปยังห้องหนังสือของบิดา กลิ่นหมึกและกระดาษทำให้นางตระหนักถึงความจริงที่ต้องเผชิญ พ่อบ้านหลิ่วรีบรุดเข้ามาด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ

"คุณหนูใหญ่ ท่านยังมีไข้ เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ขอรับ"

"พ่อบ้านหลิ่ว ข้าต้องการให้ท่านฝนหมึกให้ข้า"

นางนั่งลงที่โต๊ะทำงานของบิดา หยิบพู่กันขึ้นมาจับด้วยท่าทางชำนาญ

"ข้าจะเขียนรายงานเรื่องด่วนถึงท่านพ่อ"

พ่อบ้านหลิ่วชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตานิ่งสงบของคุณหนูใหญ่ เขาก็ก้มหน้ารับคำสั่งทันทีโดยไม่กล้าซักไซ้

จดหมายของลู่หว่านถิงไม่ได้มีถ้อยคำตัดพ้อ หรือกล่าวโทษลู่ซือฉิงแม้แต่คำเดียว นางเพียงแต่เขียนรายงานด้วยภาษาทางการที่สละสลวย บอกเล่าว่าตนเองประสบอุบัติเหตุพลัดตกน้ำเนื่องจากความซุ่มซ่ามของตนเอง ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว ขอให้บิดาตั้งใจทำงานที่ซูโจวโดยไม่ต้องเป็นห่วงทางบ้าน และตบท้ายด้วยความห่วงใยในสุขภาพของบิดาที่ต้องเผชิญลมฝนท่ามกลางอุทกภัย

เมื่อพ่อบ้านหลิ่วได้เห็นเนื้อความในจดหมาย สายตาที่มองคุณหนูใหญ่ก็เปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและตกตะลึง คุณหนูใหญ่ที่เคยเอาแต่ใจ บัดนี้กลับเขียนจดหมายได้เป็นผู้ใหญ่และรู้ความถึงเพียงนี้

"ส่งม้าเร็วของจวน ประกบหลังคนนำสารของซือฉิงไป จดหมายของข้าต้องถึงมือท่านพ่อพร้อมกัน หรือไม่ก็ก่อนจดหมายของนาง เข้าใจหรือไม่"

ลู่หว่านถิงยื่นจดหมายให้

"บ่าวรับคำสั่งขอรับ"

พ่อบ้านหลิ่วรีบถอยออกไปจัดการทันที

ลู่หว่านถิงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าของเมืองฉางอันเริ่มครึ้มฝน ลมพัดแรงจนชายอาภรณ์ของนางปลิวไสว

จดหมายของเด็กวัยสิบสามปีที่เต็มไปด้วยคำฟ้องร้องเอาแต่ใจ เมื่อถูกกางออกพร้อมกับจดหมายที่เปี่ยมด้วยความกตัญญูและสุขุมของนาง ต่อให้ลู่เยี่ยนถังจะรักลูกคนเล็กเพียงใด ในฐานะขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เขาย่อมมองออกว่าจดหมายฉบับไหนควรค่าแก่การเชื่อถือ

'ลู่ซือฉิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมเป็นคนโง่ในโรงละครของเจ้าอีกต่อไป'

นางกำหมัดแน่น พลันในใจก็นึกถึงชื่อของบุรุษผู้นั้น เสิ่นหร่งเจียตอนนี้คงกำลังอารักขาบิดาของนางอยู่ที่ซูโจว ท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บ

'เสิ่นหร่งเจีย ชาตินี้ข้าก็จะมองผ่านท่านไปเหมือนผงธุลีที่ไร้ค่าคอยดูเถิด'

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 51

    หลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 50

    หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 49

    ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 48

    "เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 47

    บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 46

    ‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status