مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2026-07-29 17:47:34

บรรยากาศภายในจวนเสนาบดีกรมคลังกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์น่าตกใจสงบลง เหมือนวันที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

ที่เรือนนอนฝั่งตะวันออกเป็นของลู่ซือฉิง คุณหนูรองวัยสิบสามปี นางกำลังนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองภาพสะท้อนของตนเองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เด็กสาวผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดุจดอกตูมของโบตั๋น กำลังเอียงคอมองเรือนร่างที่ยังไม่โตเต็มวัยของตนเองอย่างละเอียดลออ

"คุณหนูรองเจ้าคะ ช่างตัดเสื้อจากร้านผ้าไป่เหอมาถึงแล้วเจ้าค่ะ นำผ้าไหมสีฟ้าครามแบบเดียวกับที่คุณหนูใหญ่เพิ่งสั่งตัดไปเมื่อเดือนก่อนมาด้วยเจ้าค่ะ"

เสี่ยวชุ่ย สาวใช้ประจำตัวเดินเข้ามารายงานด้วยท่าทางนอบน้อม

"ให้เขาเข้ามา"

น้ำเสียงของลู่ซือฉิงสดใส แต่หากสังเกตให้ดีจะพบความร้อนรนบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ

เพียงครู่เดียว ช่างตัดเสื้อวัยกลางคนก็เดินก้มหน้าเข้ามาในห้อง พร้อมกับม้วนผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าครามละมุนตา มันเป็นผ้าไหมสั่งทำพิเศษที่มีลวดลายงดงาม ทอด้วยเส้นด้ายเงินบางเบา ยามต้องแสงแดดจะทอประกายระยิบระยับราวกับผิวน้ำยามต้องแสงจันทร์ ช่างเป็นเป็นผ้าที่งดงามและเหมาะสำหรับสตรีที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยแรกรุ่นอย่างยิ่ง

"คุณหนูรอง ผ้าไหมผืนนี้เป็นผืนสุดท้ายในร้าน ลวดลายและสีสันเหมือนกับของคุณหนูใหญ่ไม่ผิดเพี้ยนเลยขอรับ"

ช่างเสื้อรายงานพลางคลี่ผ้าออกให้ดู

ลู่ซือฉิงยื่นมือเรียวเล็กไปลูบไล้เนื้อผ้าแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายวับวาว ในวันทำพิธีปักปิ่นของลู่หว่านถิง พี่สาวของนางสวมใส่ชุดไหมสีฟ้าครามผืนนี้โดดเด่นสง่างาม แม้แต่คุณชายเสิ่นหร่งเจียที่เดินทางมาหารือราชการราชการกับบิดายังต้องเหลียวมองลู่หว่านถิงด้วยความตื่นตะลึง

ในความทรงจำของนางพี่สาวงดงามเหนือผู้ใดในจวน และสายตาของบุรุษทุกคนที่จับจ้องไปที่ลู่หว่านถิง เป็นดั่งไฟสุมอกที่ทำให้ลู่ซือฉิงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่ไม่มีใครมองเห็น ทั้งที่นางเพียรทำตัวเป็นเด็กดี ช่างประจบเอาใจ คอยเชื่อฟังบิดาและบ่าวไพร่ทุกอย่าง แต่สุดท้าย ทุกสายตาก็มักจะไปหยุดอยู่ที่ความงดงามล่มเมืองของพี่สาวผู้เอาแต่ใจคนนั้นเสมอ

'ในเมื่อพี่หญิงใส่แล้วงดงาม ข้าที่เป็นน้องสาวก็น่าจะใส่ได้งดงามไม่แพ้กัน'

ลู่ซือฉิงช้อนสายตาขึ้นมองป้าหวังที่ยืนคอยท่าอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะทำตาละห้อย น้ำตาเอ่อคลอเบ้าเล็กน้อยดุจดอกไม้ต้องหยาดน้ำค้าง ท่าทางบอบบางชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความสงสารจับใจ

"ป้าหวังเจ้าคะ ข้าเห็นพี่หญิงใส่ชุดสีนี้แล้วดูสง่างามยิ่งนัก ข้าเป็นน้องสาวก็อยากจะงดงามให้ได้สักครึ่งหนึ่งของพี่หญิง ป้าหวังช่วยบอกช่างให้ตัดเย็บชุดนี้ให้ข้าตามแบบของพี่หญิงทุกประการเลยได้ไหมเจ้าคะ"

ป้าหวังเห็นคุณหนูรองผู้จิตใจดีงามทำท่าทางน่าเวทนาก็รีบก้าวเข้ามาลูบไหล่ปลอบโยนทันที

"โธ่ คุณหนูรอง ท่านชื่นชมคุณหนูใหญ่ถึงเพียงนี้ ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะ แต่ว่า ชุดนี้คัดสรรมาสำหรับพิธีปักปิ่นของคุณหนูใหญ่ หากคุณหนูรองตัดชุดแบบเดียวกัน เกรงว่าเมื่อคุณหนูใหญ่มาเห็นเข้า จะอาละวาดทุบตีจนเรือนแตกนะเจ้าคะ"

"ข้าไม่ได้อยากแย่งความโดดเด่นจากพี่หญิงเลยนะเจ้าคะป้าหวัง"

ลู่ซือฉิงน้ำตาไหลอาบแก้ม ส่งเสียงสะอื้นไห้เบา ๆ

"ข้าแค่... อยากให้ท่านพ่อกลับมาจากซูโจวแล้วภูมิใจที่มีลูกสาวงดงามและรักใคร่กลมเกลียวกัน ข้าอยากใส่ชุดเหมือนพี่หญิง เดินไปต้อนรับท่านพ่อพร้อมกันก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ หากพี่หญิงจะโกรธข้า ข้าก็ยอม"

คำพูดที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและยอมเสียสละทำเอาป้าหวังและสาวใช้ในห้องพากันสะท้อนใจ พวกนางต่างพากันคิดในใจว่า คุณหนูรองช่างแสนดีปานนี้ ผิดกับคุณหนูใหญ่ลู่หว่านถิงที่เพิ่งฟื้นไข้มาก็ทำตัวเย่อหยิ่งราวกับนางพญาที่ไม่เคยเห็นหัวใคร

"เอาเถิดเจ้าค่ะ ในเมื่อคุณหนูรองตั้งใจกตัญญูต่อนายท่าน ป้าหวังคนนี้จะจัดการให้เอง ช่างเสื้อ เจ้าวัดตัวคุณหนูรองแล้วเร่งตัดเย็บตามแบบของคุณหนูใหญ่ด่วนที่สุด"

ป้าหวังออกคำสั่งแทนด้วยความเห็นอกเห็นใจ

"ขอบคุณป้าหวังมากเจ้าค่ะ"

ลู่ซือฉิงยิ้มหวานทั้งน้ำตา ก้มหน้าลงซ่อนสายตาแห่งความพอใจไว้

สามวันผ่านไป ชุดไหมสีฟ้าครามของคุณหนูรองก็ตัดเย็บเสร็จสิ้นและนำมาส่งที่เรือน

ลู่ซือฉิงรีบสวมใส่ทันที นางยืนอยู่หน้ากระจกบานเดิม หมุนตัวไปมาเพื่อให้ชายกระโปรงพลิ้วไหว ทว่า เมื่อเพ่งมองภาพสะท้อนของตนเองอย่างพิจารณา รอยยิ้มงดงามบนใบหน้าก็ค่อย ๆ แข็งค้างและเลือนหายไป

สิ่งที่ปรากฏในกระจกไม่ใช่สตรีผู้สง่างามที่นางวาดฝันไว้

ลู่ซือฉิงในวัยสิบสามปียังคงมีรูปร่างที่บอบบางและเตี้ยแคระดั่งเด็กหญิงที่ยังไม่โตเต็มวัย ผิวพรรณแม้จะขาวเนียนแต่ก็ขาดความงามดั่งหญิงสาว เมื่อต้องมาสวมใส่ชุดผ้าไหมที่ออกแบบมาสำหรับสตรีแรกรุ่นที่มีทรวดทรงอ้อนแอ้นและงดงามล่มเมืองอย่างลู่หว่านถิง อาภรณ์สีฟ้าครามผืนนี้จึงดูใหญ่โตเทอะทะเกินตัว ชายกระโปรงยาวลากพื้นจนดูเกะกะ ลวดลายที่ควรจะส่งเสริมความสง่างาม กลับขับเน้นให้ลู่ซือฉิงดูเหมือนเด็กน้อยที่ขโมยเสื้อผ้าของผู้ใหญ่มาสวมใส่จนดูน่าขัน

"เหตุใด... เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!"

ลู่ซือฉิงตวาดเสียงแหลม แววตาสดใสเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความริษยาและโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง นางกำชายเสื้อไหมเนื้อดีจนยับยู่ยี่คามือ ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ

"คุณหนูรองเจ้าคะ บ่าวว่า ชุดนี้งดงามมากแล้วนะเจ้าคะ เพียงแต่ร่างกายของคุณหนูยังโตไม่เต็มที่ หากแก้ชายกระโปรงขึ้นสักหน่อย..."

เสี่ยวชุ่ยพยายามเอ่ยปากปลอบใจ แต่อารมณ์ของคุณหนูรองในยามที่อยู่ลับหลังผู้อื่นนั้นร้ายกาจกว่าที่ใครจะคาดคิด

เคร้ง!

แจกันกระเบื้องเคลือบใบเล็กบนโต๊ะแป้งถูกลู่ซือฉิงตวัดมือปัดจนร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้น สาวใช้ในห้องพากันก้มหน้าสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"เงียบนะ พวกเจ้าจะบอกว่าข้าสู้พี่หญิงไม่ได้ใช่ไหม ทั้งที่ข้าทำตัวดีกว่านางทุกอย่าง เหตุใดชะตากรรมต้องสร้างให้นางเกิดมางดงามกว่าข้าด้วย!"

ลู่ซือฉิงเคียดแค้นแน่นในอก นางเกลียดความจริงที่ว่า ต่อให้นางพยายามเลียนแบบลู่หว่านถิงเพียงใด นางก็เป็นได้แค่เงามืดใต้แสงตะวันของพี่สาว

ในขณะเดียวกันที่เรือนใหญ่ ลู่หว่านถิงในชุดลำลองเรียบง่ายสีขาวสะอาดตากำลังนั่งตรวจสมุดบัญชีร้านค้าของมารดาอย่างสงบเงียบ แววตาคู่สวยนิ่งสนิท หลังจากที่นางสั่งให้พ่อบ้านหลิ่วส่งจดหมายด่วนไปดักทางน้องสาวที่ซูโจวแล้ว นางก็ใช้เวลาทั้งหมดในการวางระบบป้องกันตนเองภายในจวน

"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูรองสวมชุดไหมสีฟ้าคราม แบบเดียวกับชุดพิธีปักปิ่นของคุณหนู เดินมาที่ศาลาเจ้าค่ะ"

เสี่ยวเม่ยเดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี นางรู้ดีว่าคุณหนูใหญ่รักชุดไหมผืนนั้นมากเพียงใด เมื่อก่อนหากรู้ว่ามีคนบังอาจตัดชุดเลียนแบบ ลู่หว่านถิงคงจะวิ่งไปฉีกกระชากชุดนั้นให้ขาดวิ่นยับเยิน

แต่ลู่หว่านถิงในชาตินี้กลับเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นบนสมุดบัญชีเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากบาง

"เลียนแบบชุดของข้างั้นหรือ"

นางก้าวเดินออกจากห้องหนังสือด้วยท่วงท่าสง่างาม การเยื้องกรายฉายแววสูงศักดิ์ดูเด็ดขาดจนบ่าวไพร่ที่เดินสวนผ่านต้องก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง

ที่ศาลากลางสวน ลู่ซือฉิงกำลังพยายามเดินอย่างเชื่องช้าท่ามกลางบ่าวไพร่ล้อมรอบ นางจงใจใส่ชุดนี้เดินมาหาพี่สาวเพื่อหวังจะยั่วโมโหให้ลู่หว่านถิงอาละวาดตบตีตนเองต่อหน้าทุกคน เพื่อที่นางจะได้เป็นผู้ถูกรังแก แล้วเขียนจดหมายไปฟ้องบิดาเพิ่มเติม

เมื่อลู่หว่านถิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าศาลา เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด

นางเพียงนิ่งสงบจ้องมองลูกงูตัวน้อย ลู่หว่านถิงหยุดยืน กวาดสายตามองลู่ซือฉิงตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าอย่างเชื่องช้า สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความสมเพชที่ปิดไม่มิด

ลู่ซือฉิงรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงใจ ความนิ่งสงบของพี่สาวกดดันจนนางเริ่มลนลาน แต่ยังคงพยายามรักษาหน้ากากบีบน้ำตาเอาไว้

"พี่หญิง ท่านดูชุดของข้าสิเจ้าคะ ข้าเห็นพี่หญิงสั่งตัดชุดไหมนี้แล้วชอบยิ่งนัก จึงขอให้ป้าหวังช่วยหาผ้ามาตัดบ้าง พี่หญิงคงไม่โกรธซือฉิงใช่ไหมเจ้าคะ"

ลู่หว่านถิงยังคงเงียบ นางเดินเข้าไปใกล้น้องสาวอีกหนึ่งก้าว ยื่นมือเรียวงามไปจับเนื้อผ้าที่ไหล่ของผู้เยาว์กว่าแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

"ชุดนี้ ช่างไม่เหมาะกับเจ้าเอาเสียเลย ซือฉิง"

คำพูดสั้น ๆ ทำเอาลู่ซือฉิงหน้าถอดสี

"พี่หญิง ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ"

"เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว สิบสามปีใช่หรือไม่"

ลู่หว่านถิงแค่นยิ้มบาง

"ร่างกายของเจ้ายังไม่สูงเต็มที่ เนื้อหนังมังสายังเป็นเหมือนเด็กที่ยังไม่หย่านม แต่เจ้ากลับดึงดันจะใส่ชุดของสตรีแรกรุ่นที่หรูหราเกินตัว ดูสิ ชายกระโปรงยาวลากโคลนจนสกปรกมอมแมม ลวดลายที่ควรจะสง่างาม กลับดูเหมือนผ้าห่มผืนหนาที่พันรอบตัวเด็กขี้โรค"

"พี่หญิง!"

ลู่ซือฉิงกรีดร้องออกมาเบา ๆ น้ำตาเริ่มคลอด้วยความอับอายขายหน้าสายตาบ่าวไพร่

"ข้าเตือนด้วยความหวังดีในฐานะพี่สาว"

ลู่หว่านถิงตบไหล่น้องสาวเบา ๆ สองสามที ทว่าแววตากลับเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ

"ดึงดันจะใส่ชุดที่ใหญ่เกินตัวระวังจะสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มลงไปอีกนะ คราวก่อนโชคดีไม่ตกน้ำตาย คราวหน้าหากสะดุดชุดตัวเองหัวฟาดพื้นตาย ข้าขี้เกียจสั่งบ่าวให้ไปเก็บศพ"

พูดจบ ลู่หว่านถิงก็สะบัดชายเสื้อเดินหันหลังกลับเรือนพักของตนทันที ทิ้งให้ลู่ซือฉิงยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางศาลา ใบหน้าของคุณหนูรองแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน บ่าวไพร่รอบข้างต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากปลอบโยน เพราะคำพูดของคุณหนูใหญ่นั้นเป็นความจริงทุกประการ

ชุดนี้มันช่างดูตลกเมื่ออยู่บนร่างของคุณหนูรองจริง ๆ

ลู่ซือฉิงกำหมัดแน่น ความแค้นใจทวีความรุนแรงจนนางแทบกระอักออกมาเป็นสายเลือด

'ลู่หว่านถิง เจ้ากล้าดีอย่างไรมาหยามเกียรติข้า ข้าจะทำทุกทางให้ท่านพ่อเกลียดเจ้า และข้าจะแย่งชิงทุกสิ่งที่เป็นของเจ้ามาให้หมด คอยดูเถิด'

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 51

    หลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 50

    หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 49

    ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 48

    "เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 47

    บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 46

    ‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status