ร้านผ้าไหมตงฟาง
หนึ่งในกิจการร้านค้าอันมั่งคั่งที่มารดาผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้เป็นสินเดิมแก่ลู่หว่านถิง
ร่างบอบบางในชุดไหมสีครีมเรียบหรูก้าวลงจากรถม้า หลังจากเหตุการณ์พลัดตกน้ำปางตาย ลู่หว่านถิงเลือกที่จะไม่อุดอู้อยู่แต่ในเรือน นางใช้โอกาสนี้ออกมาตรวจตราสมุดบัญชีและดูแลกิจการของมารดา เพื่อกุมอำนาจทางการเงินอันเป็นรากฐานสำคัญในการยืนหยัดในชาตินี้
"คุณหนูใหญ่ บัญชีเรียบร้อยดีขอรับ"
หลงจู๊ประจำร้านรายงานด้วยท่าทางนอบน้อม
ลู่หว่านถิงพยักหน้ารับบางเบา ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวออกจากร้านเพื่อเดินทางกลับจวน สายตาพลันเหลือบไปเห็นบุรุษและสตรีคู่หนึ่งกำลังเดินเคียงคู่กันอยู่บนถนนหน้าร้าน
บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์เนื้อดีดูภูมฐาน ท่าทางสำอางและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาคือคุณชายกู้เหวินเยี่ยน บุตรชายคนรองของใต้เท้ากู้ซื่อแห่งกรมพิธีการ ส่วนสตรีข้างกายที่คอยลอบมองเขาด้วยสายตาหวานซึ้งก็คือ เมิ่งชิงเหยา สหายสนิทเพียงคนเดียวของนางในเมืองหลวงแห่งนี้
"อ้าว หว่านถิง เจ้าหายดีแล้วหรือ"
เมิ่งชิงเหยาเมื่อหันมาเห็นนางก็รีบร้องทักด้วยความดีใจ แต่สายตาของคุณชายกู้เหวินเยี่ยนที่จับจ้องมายังลู่หว่านถิงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาแปลก ๆ มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและฉายแววหยอกเย้าดุจบุรุษที่กำลังพึงใจในตัวสตรีอย่างปิดไม่มิด
"คารวะคุณชายกู้ ชิงเหยา ข้าหายดีแล้วจึงออกมาตรวจร้านค้าน่ะ"
ลู่หว่านถิงตอบเสียงเรียบ นัยน์ตากลมหรี่มองท่าทางของคุณชายกู้ที่จงใจขยับเข้ามาใกล้จนเมิ่งชิงเหยาเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจและระแวงขัดใจอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี คุณชายกู้ผู้แสนสุภาพในสายตาคนภายนอกก็เอ่ยอาสาไปส่งเมิ่งชิงเหยาที่จวน ลู่หว่านถิงมองตามหลังคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับเช่นกัน
ทว่าเหตุการณ์กลับไม่ราบรื่นเช่นนั้น
เมื่อรถม้าของตระกูลลู่เคลื่อนตัวมาถึงตรอกเปลี่ยวท้ายตลาด ซึ่งเป็นทางผ่านกลับจวน อยู่ ๆ รถม้าก็หยุดชะงักลงพร้อมเสียงฝีเท้าม้ามาดักหน้า ลู่หว่านถิงเลิกม่านหน้าต่างออกดูด้วยความฉงน พลันต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อพบว่า บุรุษที่ควบม้ามาดักหน้ารถม้าของนางก็คือ คุณชายกู้เหวินเยี่ยนที่เพิ่งแยกจากกันไปเมื่อครู่
"คุณหนูใหญ่ คุณชายคุณชายกู้ขอเชิญท่านลงมาสนทนาสักครู่เจ้าค่ะ"
เสี่ยวเม่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสับสน
ลู่หว่านถิงก้าวลงจากรถม้า ท่วงท่างดงามเยือกเย็น นางหยุดยืนห่างจากเขาในระยะที่เหมาะสม
"คุณชายกู้ ท่านไปส่งชิงเหยาเสร็จเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ แล้วเหตุใดจึงมาดักพบข้ากลางทางเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ"
คุณชายกู้เหวินเยี่ยนคลี่ยิ้มหล่อเหลา ดวงตาจับจ้องดวงหน้าหวานของลู่หว่านถิงอย่างถือวิสาสะ เขาขยับกายก้าวเข้าใกล้นางอีกหนึ่งก้าวอย่างคุกคาม ลู่หว่านถิงเบี่ยงกายหลบเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ
"คุณหนูใหญ่ลู่ เจ้าจะแสร้งทำเป็นไขสือไปทำไมกัน"
คุณชายกู้หัวเราะในลำคอแผ่วเบา น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจในตัวเองจนน่าขัน
"เจ้าให้คนสนิทนำปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมยของเจ้าไปมอบให้ข้าถึงที่จวนเมื่อวันก่อน ซ้ำยังฝากคำหวานบอกว่าพึงใจในตัวข้า แล้วจะให้ข้าเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร"
คำพูดนั้นทำให้สมองของลู่หว่านถิงราวกับถูกค้อนทุบตีอย่างแรง
‘ปิ่นหยกขาวลายดอกเหมยงั้นหรือ'
ในใจของนางเกิดความตื่นตระหนกวูบหนึ่ง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท นางนึกออกแล้ว ตั้งแต่ฟื้นคืนสติจากอาการไข้เพราะตกน้ำ นางยังไม่เห็นปิ่นหยกขาวประจำตัวอันนั้นอีกเลย และด้วยความที่มัวแต่ยุ่งเรื่องปรับตัวและตรวจบัญชี นางจึงไม่ได้ใส่ใจคิดว่าบ่าวไพร่คงเก็บไว้ในกล่องเครื่องประดับ ตอนนี้ปิ่นนั้นไปอยู่ในมือของคุณชายกู้ได้อย่างไร
"ข้าคิดว่าเจ้ารักนวลสงวนตัวและเย่อหยิ่งเสียอีก ที่ไหนได้ กลับทอดสะพานให้ข้าลับหลังสหายสนิทของตนเอง"
คุณชายกู้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาฉายความละโมบในความงาม
"แต่เอาเถิด ข้าพึงใจในความงามล่มเมืองของเจ้ายิ่งนัก หากเจ้าอยากจะคบหากับข้า ข้ายินดีจะจะเปลี่ยนใจจากเมิ่งชิงเหยามาเลือกเจ้า ยื่นข้อเสนอให้เจ้าเป็นฮูหยินเอกของข้าในอนาคต ดีหรือไม่"
คำพูดหลงตัวเองและไม่สะทกสะท้านต่อศีลธรรมของบุรุษตรงหน้า ทำให้ลู่หว่านถิงเข้าใจแจ่มแจ้งทันที
ชาติก่อน เพราะคำพูดตอแยทอดสะพานและความมั่นหน้าของคุณชายกู้คนนี้เอง ที่ทำให้เขาตามตื๊อตามส่งจดหมายพร่ำเพ้อหานางไม่หยุดหย่อน จนเมิ่งชิงเหยาไปแอบสืบรู้เข้าและเข้าใจผิดคิดว่านางให้ท่าบุรุษ นำไปสู่การบุกมาอาละวาดตบตีและตัดสัมพันธ์ มิตรภาพแตกหักในชาติก่อน จุดเริ่มต้นมันมาจากปิ่นหยกขาวเล่มนี้และบุรุษสารเลวตรงหน้านี่เอง
"คุณชายกู้ โปรดระวังคำพูดด้วย"
ลู่หว่านถิงตวัดเสียงเย็นเฉียบ แววตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา
"ข้าไม่เคยให้ใครนำปิ่นไปให้ท่าน และไม่เคยพึงใจในตัวท่าน ปิ่นอันนั้นย่อมมีคนขโมยไปเพื่อสร้างเรื่อง ท่านจงเก็บรักษามันไว้ให้ดีเถิด เพราะวันใดที่ข้าสืบรู้ความจริง วันนั้นท่านจะรู้ว่าการมาริอ่านเล่นกับข้าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร"
พูดจบ ลู่หว่านถิงก็สะบัดชายเสื้อหมุนกายขึ้นรถม้าทันที ทิ้งให้คุณชายกู้ยืนหน้าชาและตกตะลึงกับรังสีความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของนางที่ต่างจากสตรีทั่วไป
บนรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวน ลู่หว่านถิงกำหมัดแน่นในแขนเสื้อ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นและกระหายความจริง
‘ปิ่นประจำตัวของข้าที่ควรจะอยู่ในห้องนอนเรือนใน ไปอยู่กับผู้ชายข้างนอกได้อย่างไร ถ้าไม่มีหนอนบ่อนไส้ขโมยออกไปส่งให้’
หลังจากนางขึ้นรถม้าและสั่งให้เคลื่อนตัวออกไปทันที ทิ้งให้คุณชายกู้เหวินเยี่ยนยืนหน้าชาอยู่กลางตรอกเปลี่ยว สิ่งที่สตรีในรถม้าไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ ที่หัวมุมถนนสายนั้น มีสตรีกลุ่มหนึ่งในชุดหรูหรากำลังยืนหลบมุมอยู่ พวกนางคือบุตรสาวขุนนางกลุ่มหนึ่งที่บังเอิญมาเดินเลือกซื้อเครื่องประดับท้ายตลาด
"นั่น รถม้าจวนเสนาบดีกรมคลังมิใช่หรือ แล้วบุรุษผู้นั้นคือคุณชายกู้เหวินเยี่ยน"
คุณหนูตระกูลหนึ่งใช้พัดจีบปิดปาก อุทานเสียงแผ่วเบา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
"ใช่จริง ๆ ด้วย ดูสิ เมื่อครู่คุณชายกู้ขยับเข้าไปใกล้ชิดถึงเพียงนั้น ท่าทางสนิทสนมยิ่งนัก แย่แล้ว ปรกติคุณชายกู้ต้องไปไหนมาไหนกับคุณหนูเมิ่งชิงเหยามิใช่หรือ เหตุใดวันนี้จึงมาดักพบคุณหนูใหญ่ลู่ในที่ลับตาคนเช่นนี้"
"หรือข่าวลือเรื่องปิ่นหยกขาวที่คุณชายกู้แอบพกติดตัวช่วงนี้ จะเป็นของ..."
สายตาที่มองดูเพียงเผิน ๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาของลู่หว่านถิง นำไปสู่การปะติดปะต่อเรื่องราวตามใจชอบเพียงชั่วข้ามคืน ข่าวลือได้จุดขึ้นและกระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงราวกับติดปีก
สามวันต่อมา ณ ร้านผ้าไหมตงฟาง
ลู่หว่านถิงนั่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองสมุดบัญชีอย่างสงบ ทว่าหูของนางกลับได้ยินเสียงซุบซิบจากลูกค้าสตรีชนชั้นสูงที่กำลังเลือกซื้อผ้าอยู่ด้านนอกฉากกั้นอย่างชัดเจน
"พวกเจ้าได้ยินเรื่องของคุณหนูใหญ่จวนลู่หรือยัง ที่แท้ที่นางพลัดตกน้ำปางตายคราวก่อน ไม่ใช่เพราะซุ่มซ่ามหรอกนะ"
เสียงแหลมเล็กของคุณหนูผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างมีจริต
"อ้าว แล้วเพราะเหตุใดหรือ"
สตรีอีกคนรีบซัก
"ก็ลือกันว่า นางแอบหลงรักคุณชายกู้เหวินเยี่ยน บุรุษที่เมิ่งชิงเหยาสหายรักของนางปักใจอย่างไรเล่า ถึงขั้นลอบส่งปิ่นหยกขาวประจำตัวไปให้เขาเพื่อทอดสะพาน ลับหลังสหายก็แอบนัดพบกันที่ตรอกเปลี่ยวท้ายตลาด มีคนเห็นคุณชายกู้เดินตามงอนง้อเข้าหาใกล้ชิด แต่พอเรื่องจะแดงขึ้นมา นางเลยแสร้งทำเป็นกระโดดน้ำฆ่าตัวตายประชดโชคชะตา ช่างหน้าไม่อาย แย่งได้แม้กระทั่งคนรักของสหายสนิท"
"หน้าตาออกจะงดงามหมดจด จิตใจกลับแพศยาขนาดนี้เชียวหรือ โถ คุณหนูเมิ่งชิงเหยาช่างน่าสงสารนัก โดนสหายรักแทงข้างหลังเข้าให้แล้ว"
เสี่ยวเม่ยที่ยืนอยู่ข้างกายลู่หว่านถิงได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด
"คุณหนูใหญ่ พวกนางบังอาจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ เรื่องวันนั้นคุณชายกู้มาดักพบเราเองแท้ ๆ เหตุใดคนพวกนี้ถึงบิดเบือนไปได้ถึงเพียงนี้ ข้าจะออกไปสั่งสอนพวกนาง"
"หยุดก่อน เสี่ยวเม่ย"
ลู่หว่านถิงยกมือห้าม น้ำเสียงเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก
"คนพวกนี้เห็นเพียงผิวเผินก็เอาไปนินทาสนุกปาก ยิ่งเราออกไปโต้งแย้ง ข่าวลือจะยิ่งหนาหู"
ชาติก่อน ข่าวลือแบบนี้แหละที่ทำลายมิตรภาพของนางจนพังพินาศ เมิ่งชิงเหยาเป็นคนอารมณ์ร้อนและรักคุณชายกู้มาก เมื่อโดนสังคมตราหน้าว่าโดนสหายแย่งบุรุษ มีหรือที่นางจะทนไหว
และเป็นดังคาด ที่จวนรองเจ้ากรมพิธีการ
"กรี๊ดดด! ไม่จริง พวกเจ้าโกหกข้า!"
เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของแตกกระจายดังก้องออกมาจากเรือนนอนของเมิ่งชิงเหยา สภาพของนางบัดนี้ขอบตาแดงช้ำ ใบหน้านองไปด้วยน้ำตาหลังจากได้ยินสาวใช้คนสนิทรายงานเรื่องข่าวลือที่หนาหูในเมืองหลวง
"คุณหนูใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ แต่เรื่องนี้มีคุณหนูจากหลายตระกูลเห็นกับตาจริง ๆ นะเจ้าคะ ว่าวันนั้นคุณชายกู้ขี่ม้าไปดักรถม้าของคุณหนูใหญ่ลู่จริง ๆ คุณชายกู้ยังเคยหลุดปากอวดกับสหายในเหลาอาหารว่า มีสตรีส่งปิ่นหยกขาวลายดอกเหมยมาให้ ปิ่นอันนั้น คุณหนูก็เคยเห็นคุณหนูใหญ่ลู่ใส่ติดกายมิใช่หรือเจ้าคะ"
สาวใช้ใส่ไฟตามที่ได้ยินมา
คำพูดนั้นดั่งศรพิษปักเข้ากลางใจ เมิ่งชิงเหยาจำได้แม่นยำ วันก่อนนางยังเห็นคุณชายกู้มองลู่หว่านถิงด้วยสายตาหยาดเยิ้มแปลก ๆ ตอนทักทายกันหน้าร้านผ้าไหม พอส่งนางเสร็จ เขากลับย้อนไปดักพบลู่หว่านถิงลับหลังนางจริงๆ
"ลู่หว่านถิง เจ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร"
ความเสียใจและโกรธแค้นบดบังสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น เมิ่งชิงเหยารุดขึ้นรถม้าด้วยพายุอารมณ์ที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง
ก่อนไปที่จวนต้นเรื่อง นางพาบ่าวไพร่ไปที่จวนตระกูลกู้ บังคับขู่เข็ญบ่าวคนสนิทของกู้เหวินเยี่ยนให้ค้นหาปิ่นหยกขาวนั้น บ่าวรับใช้กลัวคำขู่จึงไปหยิบปิ่นจากกล่องที่โต๊ะน้ำชานำมามอบให้
"คุณหนูเมิ่งทำเช่นนี้ หากคุณชายกลับมาอาจจะโกรธได้นะขอรับ"
หลังจากยื่นปิ่นให้นางแล้วเขาจึงเอ่ยเตือน เพราะรู้นิสัยเจ้านายของตนเองดี
เมิ่งชิงเหยากวาดสายตามองบ่าวไพร่อย่างดุร้าย
"เขาไม่มีสิทธิ์โกรธใครทั้งนั้น ข้าต่างหากที่สมควรโกรธ"
เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วนางก็สะบัดหน้าขึ้นรถม้า มุ่งหน้าไปที่จวนตระกูลลู่ทันที
"คราวนี้เจ้าจะแก้ตัวกับข้าอย่างไรลู่หว่านถิง"