แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-30 12:41:52

ร้านผ้าไหมตงฟาง

หนึ่งในกิจการร้านค้าอันมั่งคั่งที่มารดาผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้เป็นสินเดิมแก่ลู่หว่านถิง

ร่างบอบบางในชุดไหมสีครีมเรียบหรูก้าวลงจากรถม้า หลังจากเหตุการณ์พลัดตกน้ำปางตาย ลู่หว่านถิงเลือกที่จะไม่อุดอู้อยู่แต่ในเรือน นางใช้โอกาสนี้ออกมาตรวจตราสมุดบัญชีและดูแลกิจการของมารดา เพื่อกุมอำนาจทางการเงินอันเป็นรากฐานสำคัญในการยืนหยัดในชาตินี้

"คุณหนูใหญ่ บัญชีเรียบร้อยดีขอรับ"

หลงจู๊ประจำร้านรายงานด้วยท่าทางนอบน้อม

ลู่หว่านถิงพยักหน้ารับบางเบา ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวออกจากร้านเพื่อเดินทางกลับจวน สายตาพลันเหลือบไปเห็นบุรุษและสตรีคู่หนึ่งกำลังเดินเคียงคู่กันอยู่บนถนนหน้าร้าน

บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์เนื้อดีดูภูมฐาน ท่าทางสำอางและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาคือคุณชายกู้เหวินเยี่ยน บุตรชายคนรองของใต้เท้ากู้ซื่อแห่งกรมพิธีการ ส่วนสตรีข้างกายที่คอยลอบมองเขาด้วยสายตาหวานซึ้งก็คือ เมิ่งชิงเหยา สหายสนิทเพียงคนเดียวของนางในเมืองหลวงแห่งนี้

"อ้าว หว่านถิง เจ้าหายดีแล้วหรือ"

เมิ่งชิงเหยาเมื่อหันมาเห็นนางก็รีบร้องทักด้วยความดีใจ แต่สายตาของคุณชายกู้เหวินเยี่ยนที่จับจ้องมายังลู่หว่านถิงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาแปลก ๆ มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและฉายแววหยอกเย้าดุจบุรุษที่กำลังพึงใจในตัวสตรีอย่างปิดไม่มิด

"คารวะคุณชายกู้ ชิงเหยา ข้าหายดีแล้วจึงออกมาตรวจร้านค้าน่ะ"

ลู่หว่านถิงตอบเสียงเรียบ นัยน์ตากลมหรี่มองท่าทางของคุณชายกู้ที่จงใจขยับเข้ามาใกล้จนเมิ่งชิงเหยาเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจและระแวงขัดใจอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี คุณชายกู้ผู้แสนสุภาพในสายตาคนภายนอกก็เอ่ยอาสาไปส่งเมิ่งชิงเหยาที่จวน ลู่หว่านถิงมองตามหลังคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับเช่นกัน

ทว่าเหตุการณ์กลับไม่ราบรื่นเช่นนั้น

เมื่อรถม้าของตระกูลลู่เคลื่อนตัวมาถึงตรอกเปลี่ยวท้ายตลาด ซึ่งเป็นทางผ่านกลับจวน อยู่ ๆ รถม้าก็หยุดชะงักลงพร้อมเสียงฝีเท้าม้ามาดักหน้า ลู่หว่านถิงเลิกม่านหน้าต่างออกดูด้วยความฉงน พลันต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อพบว่า บุรุษที่ควบม้ามาดักหน้ารถม้าของนางก็คือ คุณชายกู้เหวินเยี่ยนที่เพิ่งแยกจากกันไปเมื่อครู่

"คุณหนูใหญ่ คุณชายคุณชายกู้ขอเชิญท่านลงมาสนทนาสักครู่เจ้าค่ะ"

เสี่ยวเม่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสับสน

ลู่หว่านถิงก้าวลงจากรถม้า ท่วงท่างดงามเยือกเย็น นางหยุดยืนห่างจากเขาในระยะที่เหมาะสม

"คุณชายกู้ ท่านไปส่งชิงเหยาเสร็จเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ แล้วเหตุใดจึงมาดักพบข้ากลางทางเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ"

คุณชายกู้เหวินเยี่ยนคลี่ยิ้มหล่อเหลา ดวงตาจับจ้องดวงหน้าหวานของลู่หว่านถิงอย่างถือวิสาสะ เขาขยับกายก้าวเข้าใกล้นางอีกหนึ่งก้าวอย่างคุกคาม ลู่หว่านถิงเบี่ยงกายหลบเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ

"คุณหนูใหญ่ลู่ เจ้าจะแสร้งทำเป็นไขสือไปทำไมกัน"

คุณชายกู้หัวเราะในลำคอแผ่วเบา น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจในตัวเองจนน่าขัน

"เจ้าให้คนสนิทนำปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมยของเจ้าไปมอบให้ข้าถึงที่จวนเมื่อวันก่อน ซ้ำยังฝากคำหวานบอกว่าพึงใจในตัวข้า แล้วจะให้ข้าเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร"

คำพูดนั้นทำให้สมองของลู่หว่านถิงราวกับถูกค้อนทุบตีอย่างแรง

‘ปิ่นหยกขาวลายดอกเหมยงั้นหรือ'

ในใจของนางเกิดความตื่นตระหนกวูบหนึ่ง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท นางนึกออกแล้ว ตั้งแต่ฟื้นคืนสติจากอาการไข้เพราะตกน้ำ นางยังไม่เห็นปิ่นหยกขาวประจำตัวอันนั้นอีกเลย และด้วยความที่มัวแต่ยุ่งเรื่องปรับตัวและตรวจบัญชี นางจึงไม่ได้ใส่ใจคิดว่าบ่าวไพร่คงเก็บไว้ในกล่องเครื่องประดับ ตอนนี้ปิ่นนั้นไปอยู่ในมือของคุณชายกู้ได้อย่างไร

"ข้าคิดว่าเจ้ารักนวลสงวนตัวและเย่อหยิ่งเสียอีก ที่ไหนได้ กลับทอดสะพานให้ข้าลับหลังสหายสนิทของตนเอง"

คุณชายกู้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาฉายความละโมบในความงาม

"แต่เอาเถิด ข้าพึงใจในความงามล่มเมืองของเจ้ายิ่งนัก หากเจ้าอยากจะคบหากับข้า ข้ายินดีจะจะเปลี่ยนใจจากเมิ่งชิงเหยามาเลือกเจ้า ยื่นข้อเสนอให้เจ้าเป็นฮูหยินเอกของข้าในอนาคต ดีหรือไม่"

คำพูดหลงตัวเองและไม่สะทกสะท้านต่อศีลธรรมของบุรุษตรงหน้า ทำให้ลู่หว่านถิงเข้าใจแจ่มแจ้งทันที

ชาติก่อน เพราะคำพูดตอแยทอดสะพานและความมั่นหน้าของคุณชายกู้คนนี้เอง ที่ทำให้เขาตามตื๊อตามส่งจดหมายพร่ำเพ้อหานางไม่หยุดหย่อน จนเมิ่งชิงเหยาไปแอบสืบรู้เข้าและเข้าใจผิดคิดว่านางให้ท่าบุรุษ นำไปสู่การบุกมาอาละวาดตบตีและตัดสัมพันธ์ มิตรภาพแตกหักในชาติก่อน จุดเริ่มต้นมันมาจากปิ่นหยกขาวเล่มนี้และบุรุษสารเลวตรงหน้านี่เอง

"คุณชายกู้ โปรดระวังคำพูดด้วย"

ลู่หว่านถิงตวัดเสียงเย็นเฉียบ แววตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา

"ข้าไม่เคยให้ใครนำปิ่นไปให้ท่าน และไม่เคยพึงใจในตัวท่าน ปิ่นอันนั้นย่อมมีคนขโมยไปเพื่อสร้างเรื่อง ท่านจงเก็บรักษามันไว้ให้ดีเถิด เพราะวันใดที่ข้าสืบรู้ความจริง วันนั้นท่านจะรู้ว่าการมาริอ่านเล่นกับข้าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร"

พูดจบ ลู่หว่านถิงก็สะบัดชายเสื้อหมุนกายขึ้นรถม้าทันที ทิ้งให้คุณชายกู้ยืนหน้าชาและตกตะลึงกับรังสีความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของนางที่ต่างจากสตรีทั่วไป

บนรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวน ลู่หว่านถิงกำหมัดแน่นในแขนเสื้อ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นและกระหายความจริง

‘ปิ่นประจำตัวของข้าที่ควรจะอยู่ในห้องนอนเรือนใน ไปอยู่กับผู้ชายข้างนอกได้อย่างไร ถ้าไม่มีหนอนบ่อนไส้ขโมยออกไปส่งให้’

หลังจากนางขึ้นรถม้าและสั่งให้เคลื่อนตัวออกไปทันที ทิ้งให้คุณชายกู้เหวินเยี่ยนยืนหน้าชาอยู่กลางตรอกเปลี่ยว สิ่งที่สตรีในรถม้าไม่ทันสังเกตเห็นก็คือ ที่หัวมุมถนนสายนั้น มีสตรีกลุ่มหนึ่งในชุดหรูหรากำลังยืนหลบมุมอยู่ พวกนางคือบุตรสาวขุนนางกลุ่มหนึ่งที่บังเอิญมาเดินเลือกซื้อเครื่องประดับท้ายตลาด

"นั่น รถม้าจวนเสนาบดีกรมคลังมิใช่หรือ แล้วบุรุษผู้นั้นคือคุณชายกู้เหวินเยี่ยน"

คุณหนูตระกูลหนึ่งใช้พัดจีบปิดปาก อุทานเสียงแผ่วเบา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น

"ใช่จริง ๆ ด้วย ดูสิ เมื่อครู่คุณชายกู้ขยับเข้าไปใกล้ชิดถึงเพียงนั้น ท่าทางสนิทสนมยิ่งนัก แย่แล้ว ปรกติคุณชายกู้ต้องไปไหนมาไหนกับคุณหนูเมิ่งชิงเหยามิใช่หรือ เหตุใดวันนี้จึงมาดักพบคุณหนูใหญ่ลู่ในที่ลับตาคนเช่นนี้"

"หรือข่าวลือเรื่องปิ่นหยกขาวที่คุณชายกู้แอบพกติดตัวช่วงนี้ จะเป็นของ..."

สายตาที่มองดูเพียงเผิน ๆ ไม่ได้ยินบทสนทนาของลู่หว่านถิง นำไปสู่การปะติดปะต่อเรื่องราวตามใจชอบเพียงชั่วข้ามคืน ข่าวลือได้จุดขึ้นและกระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงราวกับติดปีก

สามวันต่อมา ณ ร้านผ้าไหมตงฟาง

ลู่หว่านถิงนั่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองสมุดบัญชีอย่างสงบ ทว่าหูของนางกลับได้ยินเสียงซุบซิบจากลูกค้าสตรีชนชั้นสูงที่กำลังเลือกซื้อผ้าอยู่ด้านนอกฉากกั้นอย่างชัดเจน

"พวกเจ้าได้ยินเรื่องของคุณหนูใหญ่จวนลู่หรือยัง ที่แท้ที่นางพลัดตกน้ำปางตายคราวก่อน ไม่ใช่เพราะซุ่มซ่ามหรอกนะ"

เสียงแหลมเล็กของคุณหนูผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างมีจริต

"อ้าว แล้วเพราะเหตุใดหรือ"

สตรีอีกคนรีบซัก

"ก็ลือกันว่า นางแอบหลงรักคุณชายกู้เหวินเยี่ยน บุรุษที่เมิ่งชิงเหยาสหายรักของนางปักใจอย่างไรเล่า ถึงขั้นลอบส่งปิ่นหยกขาวประจำตัวไปให้เขาเพื่อทอดสะพาน ลับหลังสหายก็แอบนัดพบกันที่ตรอกเปลี่ยวท้ายตลาด มีคนเห็นคุณชายกู้เดินตามงอนง้อเข้าหาใกล้ชิด แต่พอเรื่องจะแดงขึ้นมา นางเลยแสร้งทำเป็นกระโดดน้ำฆ่าตัวตายประชดโชคชะตา ช่างหน้าไม่อาย แย่งได้แม้กระทั่งคนรักของสหายสนิท"

"หน้าตาออกจะงดงามหมดจด จิตใจกลับแพศยาขนาดนี้เชียวหรือ โถ คุณหนูเมิ่งชิงเหยาช่างน่าสงสารนัก โดนสหายรักแทงข้างหลังเข้าให้แล้ว"

เสี่ยวเม่ยที่ยืนอยู่ข้างกายลู่หว่านถิงได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด

"คุณหนูใหญ่ พวกนางบังอาจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ เรื่องวันนั้นคุณชายกู้มาดักพบเราเองแท้ ๆ เหตุใดคนพวกนี้ถึงบิดเบือนไปได้ถึงเพียงนี้ ข้าจะออกไปสั่งสอนพวกนาง"

"หยุดก่อน เสี่ยวเม่ย"

ลู่หว่านถิงยกมือห้าม น้ำเสียงเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก

"คนพวกนี้เห็นเพียงผิวเผินก็เอาไปนินทาสนุกปาก ยิ่งเราออกไปโต้งแย้ง ข่าวลือจะยิ่งหนาหู"

ชาติก่อน ข่าวลือแบบนี้แหละที่ทำลายมิตรภาพของนางจนพังพินาศ เมิ่งชิงเหยาเป็นคนอารมณ์ร้อนและรักคุณชายกู้มาก เมื่อโดนสังคมตราหน้าว่าโดนสหายแย่งบุรุษ มีหรือที่นางจะทนไหว

และเป็นดังคาด ที่จวนรองเจ้ากรมพิธีการ

"กรี๊ดดด! ไม่จริง พวกเจ้าโกหกข้า!"

เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของแตกกระจายดังก้องออกมาจากเรือนนอนของเมิ่งชิงเหยา สภาพของนางบัดนี้ขอบตาแดงช้ำ ใบหน้านองไปด้วยน้ำตาหลังจากได้ยินสาวใช้คนสนิทรายงานเรื่องข่าวลือที่หนาหูในเมืองหลวง

"คุณหนูใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ แต่เรื่องนี้มีคุณหนูจากหลายตระกูลเห็นกับตาจริง ๆ นะเจ้าคะ ว่าวันนั้นคุณชายกู้ขี่ม้าไปดักรถม้าของคุณหนูใหญ่ลู่จริง ๆ คุณชายกู้ยังเคยหลุดปากอวดกับสหายในเหลาอาหารว่า มีสตรีส่งปิ่นหยกขาวลายดอกเหมยมาให้ ปิ่นอันนั้น คุณหนูก็เคยเห็นคุณหนูใหญ่ลู่ใส่ติดกายมิใช่หรือเจ้าคะ"

สาวใช้ใส่ไฟตามที่ได้ยินมา

คำพูดนั้นดั่งศรพิษปักเข้ากลางใจ เมิ่งชิงเหยาจำได้แม่นยำ วันก่อนนางยังเห็นคุณชายกู้มองลู่หว่านถิงด้วยสายตาหยาดเยิ้มแปลก ๆ ตอนทักทายกันหน้าร้านผ้าไหม พอส่งนางเสร็จ เขากลับย้อนไปดักพบลู่หว่านถิงลับหลังนางจริงๆ

"ลู่หว่านถิง เจ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร"

ความเสียใจและโกรธแค้นบดบังสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น เมิ่งชิงเหยารุดขึ้นรถม้าด้วยพายุอารมณ์ที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง

ก่อนไปที่จวนต้นเรื่อง นางพาบ่าวไพร่ไปที่จวนตระกูลกู้ บังคับขู่เข็ญบ่าวคนสนิทของกู้เหวินเยี่ยนให้ค้นหาปิ่นหยกขาวนั้น บ่าวรับใช้กลัวคำขู่จึงไปหยิบปิ่นจากกล่องที่โต๊ะน้ำชานำมามอบให้

"คุณหนูเมิ่งทำเช่นนี้ หากคุณชายกลับมาอาจจะโกรธได้นะขอรับ"

หลังจากยื่นปิ่นให้นางแล้วเขาจึงเอ่ยเตือน เพราะรู้นิสัยเจ้านายของตนเองดี

เมิ่งชิงเหยากวาดสายตามองบ่าวไพร่อย่างดุร้าย

"เขาไม่มีสิทธิ์โกรธใครทั้งนั้น ข้าต่างหากที่สมควรโกรธ"

เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วนางก็สะบัดหน้าขึ้นรถม้า มุ่งหน้าไปที่จวนตระกูลลู่ทันที

"คราวนี้เจ้าจะแก้ตัวกับข้าอย่างไรลู่หว่านถิง"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 51

    หลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 50

    หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 49

    ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 48

    "เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 47

    บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน

  • เมื่อชะตารักย้อนคืน   บทที่ 46

    ‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status