Share

นางร้าย : 10

last update Huling Na-update: 2025-07-28 20:23:23

ใครกันที่ช่วยข้า :

“คุณชาย”

หลังจากที่พารั่วอิงเหยาขึ้นฝั่งสำเร็จ บุรุษชุดดำ รูปร่างสันทัด รีบวิ่งเข้ามาดูสตรีที่ถูกพาขึ้นจากน้ำ

“นางจะเป็นพวกเดียวกับนักฆ่าสองคนนั่นหรือไม่”

เสียงทุ้มคนเดิมถามขึ้นพลางมองหน้ารั่วอิงเหยาที่นอนหมดสติอยู่

คุณชายรูปงามที่ถูกถามยังไม่อ้าปากกล่าวสิ่งใด ในนัยน์ตาสีรัตติกาลสอดส่ายมองสำรวจร่างกายสตรีตรงหน้าเงียบ ๆ

“นางไม่ใช่คนของมือสังหาร”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกนั้นช่างไพเราะหากแต่หนักแน่น

“คุณชายแน่ใจหรือว่านี่มิใช่กลยุทธ์สาวงามถ่วงเวลา”

คุณชายรูปงามส่ายหัวไปมาก่อนจะลุกขึ้นสะบัดอาภรณ์สีเดียวกันกับผู้ติดตามที่เปียกโชกจนเม็ดน้ำกระเด็นรอบทิศทาง หางตาคมกริบปรายมองมาทางรั่วอิงเหยาที่นอนอยู่พร้อมเอ่ย

“เครื่องประดับบนร่างกายนางล้วนเป็นของมีค่า คงเป็นเพียงคุณหนูบ้านใดบ้านหนึ่ง”

เมื่อได้ยินคำวิเคราะห์ของคุณชายจบ ผู้ติดตามจึงลองมองสำรวจร่างสาวงามบ้าง

พรึ่บ!

“คุณชาย! ขอข้าสำรวจนางบ้างสิขอรับ”

เพิ่งมองยังไม่ทันเต็มตาก็ถูกมือหนาปิดหน้าลากออกมายืนให้ห่างจากรั่วอิงเหยาที่หมดสติ

“เป็นบุรุษจ้องมองเรือนร่างสตรีแบบนี้สมควรหรือ” เสียงตำหนิดังขึ้น

แหม…ทีท่านไม่ว่า ทีข้าห้ามจัง

“เจ้าไม่พอใจ?”

“ข้าน้อยมิกล้า”

องครักษ์ผู้ติดตามรีบคุกเข่าสองมือประสานระดับหน้าผากเพื่อสำนึกผิดทันที

“แค่ก แค่ก แค่ก”

เสียงไอของสตรีดังขึ้นขัดจังหวะของนายบ่าว

“คุณชาย เราจะทำเช่นไรต่อ”

คนถูกถามปรายหางตามองท่าทีของรั่วอิงเหยาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่านางรอดพ้นจากความตายแล้วจึงสะบัดชายผ้าหันหลังเดินจากไปเงียบ ๆ

“สมแล้วที่เป็นพระองค์”

ในสายตาองครักษ์ติดตามผู้นี้ คุณชายของเขาเป็นบุรุษที่เก่งกาจ แต่กลับย็นชา ยิ่งเป็นสตรีนั้น ยิ่งไม่มีค่าในสายตาของเขาเลย

“แค่ก แค่ก แค่ก”

รั่วอิงเหยารู้สึกตัวก็สำลักน้ำที่จมมา นางลุกขึ้นนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตายังคงฝ้าฟางมองไม่ชัดเจน ทว่าในระยะสายตากลับเห็นแผ่นหลังลาง ๆ ของบุรุษเดินจากไป

“ท่าน…แค่ก แค่ก แค่ก”

รั่วอิงเหยาตั้งใจจะเรียกบุรุษสองคนที่เดินห่างออก แต่อาการจมน้ำยังไม่หายขาดจึงทำให้แสบคอแสบจมูกไร้เสียงเรียกรั้งต่อ

“คุณหนู! คุณหนูอยู่ไหนขอรับ”

เสียงตะโกนเรียกของเหยียนตู้ดังขึ้นทางด้านหลัง

“เหยียนตู้ ข้าอยู่นี่!”

รั่วอิงเหยารีบโบกไม้โบกมือหันตะโกนตอบกลับ

เมื่อเห็นคุณหนูตนยังปลอดภัยจึงรีบใช้วิชาตัวเบาข้ามธารน้ำมา

“เกิดอะไรกับคุณหนู เหตุใดถึงได้เปียกโชกเช่นนี้”

เหยียนตู้รีบถอดผ้าคลุมออกมาส่งให้รั่วอิงเหยาห่อหุ้มกายที่หนาวเหน็บ

“พาข้ากลับที่พัก”

รั่วอิงเหยารู้สึกร่างกายไม่ไหวแล้ว ผิวกายนางเหมือนูกน้ำแข็งเกาะกินจากความหนาวเหน็บของอากาศใต้ดิน

“ข้าจะพาท่านไปหาที่พักก่อน”

เหยียนตู้พยุงรั่วอิงเหยาขึ้น พานางเดินออกไปยังทางออกอีกทาง

กลางดึกในตลาดมืดหนานเหอ

หลังจากเหยีนนตู้เช่าห้องพักได้แล้ว รั่วอิงเหยาก็พักดื่มยาอยู่ลำพังในห้องแห่งนี้

“ใครกันที่ช่วยข้า”

ก่อนจะหมดสติรั่วอิงเหยาเห็นเงาเลือนลางกำลังว่ายเข้ามา คตอนนั้นนางคิดว่าคือสัตว์ร้ายใต้น้ำ แต่พอนางฟื้นและเห็นแผ่นหลังของบุรุษสองคนที่เดินจากไปจึงคิดว่าเป็นฝีมือของหนึ่งในนั้นที่ช่วยนางไว้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อิงเหยา เจ้าตื่นแล้วหรือไม่”

เดิมทีเหยียนตู้ไม่ได้กลับไปพักที่ห้องข้าง ๆ เลยสักนิด เขาเฝ้าความปลอดภัยองนายหญิงอยู่หน้าห้องตลอด จนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านในจึงลองเรียกรั่วอิงเหยาดู

“เข้ามา”

ทันทีที่เหยียนตู้เปิดประตูเข้ามา รั่วอิงเหยาก็เดินมานั่งเก้าอี้โต๊ะกลางห้องพร้อมส่งสายตาให้องครักษ์หนุ่มนั่งลงอีกฝั่ง

“ท่านดีขึ้นแล้ว”

เหยียนตู้รีบถามอย่างเป็นห่วง ใบหน้าของรั่วอิงเหยายังซีดเซียวอยู่เล็กน้อย ไม่น่าลุกขึ้นมาเดินเหินในเวลาเช่นนี้

“ดีขึ้นแล้ว ข้ามีเรื่องอยากถาม”

“คุณหนูมีเรื่องอันใดใคร่รู้”

“เจ้าหาร้านยานั่นเจอหรือยัง”

ถ้านับเวลาตั้งแต่ออกจากจวนราชครูจนถึงตอนนี้เท่ากับว่ารั่วอิงเหยาเสียเวลาไปแล้วหนึ่งวันเต็ม ๆ หากไม่รีบหาร้านยานั่นให้เจอภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้ เวลาที่จะกลับเมองฉีหลัว็จะยิ่งกระชันชิดเข้า นางกลัวว่าจากแก้ไขให้ดีขึ้น จะกลับกลายเป็นเรื่องร้ายรออยู่

“ข้าลองสอบถามคนในตลาดมืด ไม่มีผู้ใดรู้จักร้านยาที่ท่านบอกเลย”

จะเป็นไปได้เยี่ยงไร นางเขียนตำแหน่งร้านยาไว้ในนิยายแล้ว แถมยังเป็นร้านยาที่คนในตลาดมืดรู้จักเป็นอย่างดี

“เจ้าถามถึงร้านยาในตรอกซือซ่านตามที่ข้าบอกหรือไม่”

“เรียนคุณหนู ข้าถามตามที่ท่านบอกไม่ตกหล่นแม้ครึ่งคำ”

หากเป็นอย่างที่เหยียนตู้ว่าจริง คงไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องในนิยายนางเปลี่ยนไปอีกแล้วหรอกนะ

“เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยค้นหาใหม่”

“ขอรับ คุณหนูเองก็รีบพักผ่อน ข้าให้คนนำชุดคลุมขนแกะมาไว้ำหรับพรุ่งนี้แล้ว”

รั่วอิงเหยามองไปตามมือที่เหยียนตู้ผายให้ดู ส้อคลุมสีขาวสะอาดตาทำจากขนแกะชั้นดี แค่มองก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

“ขอบใจเจ้ามาก”

“เป็นหน้าที่ของข้าน้อยขอรับ”

แววตาของเหยียนตู้ฉายชัดเป็นประกายแห่งความดีใจ มีอะไรบ้างที่รั่วอิงเหยาชอบแล้วเขาไม่รู้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 138

    ศาลาอู่เซียงเหม่ยฉิงควบม้าเร็วมาถึงจุดหมาย นางแอบมองแผ่นหลังกว้างน่าอบอุ่นของบุรษสวมอาภรณ์ธรรมดาที่ไม่ใช่องรักษ์สกุลหมิงยืนไพล่หลังอย่างสง่า"สู้ ๆ"ให้กำลังใจตนเองเสร็จจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ ส่งเสียงกระแอมไอให้บุรุษที่กำลังเหม่อมองทิวเขาเบื้องล่างรู้สึกตัว"รอนานหรือไม่"คำถามเชิงบอกเล่าดังขึ้นตู้กู่หยวนรีบหันกลับมมองสตรีมาใหม่ทันที"ไม่นานเลย แม่นางเหม่ยนัดข้ามาที่นี่มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ"ยิ่งมองใบหน้างดงามของเหม่ยฉิงเรื่องที่ลานกว้างเมื่อคืนยิ่งผุดในหัวจนเกือบความคุมอาการประหม่าไม่อยู่"คือว่า..."พอจะเอาเข้าจริง ทำไมถึงได้เขินอายเช่นนี้กึก!มือหนาเอื้อมมาจับผมสลวยอย่างไม่บอกกล่าว ทำเอาเหม่ยฉิงตกใจตัวแข็งทื่อตู้กู่หยวนยื่นของในมือให้นางดู"ใบไม้ติดผมท่าน""อะ อ้อ ใบไม้นี่เอง"รีบหันหลบหน้าเมื่อรู้สึกว่าตอนนี้นางไม่เป็นตัวของตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าว ในใจคิดสปรก นึกว่าบุรุษอย่างเขาจะ..."แม่นางเหม่ย"ยังควบคุมตนเองไม่สงบ เสียงทุ้มก็เอ่ยเรียกจนต้องหันกลับไปมองเจ้าของเสียง"อ๊ะ!"แทนที่จะเห็นเพียงตู้กู่หยวน แต่กลับเห็นดอกไม้ช่อหนึ่งที่การจัดแต่งเหมือนในโลกของนางถูกยื่นมาให้ ท่าทางของตู้

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 137

    :: เคียงคู่นิรันดร์ ::อรุณรุ่งของวันใหม่เริ่มขึ้น รั่วอิงเหยาให้สาวใช้ไปเชิญเหม่ยฉิงมายังสวนพฤกษาเพื่อสนทนาฉันสตรี"ชาหมื่นบุปผาของท่าน"ที่แท้มีชื่อเรียกเช่นนี้นี่เอง ถึงว่านางเดินมาตั้งไกลยังได้กลิ่นหอมชวนฝันของชานี้"อืม รสชาติดี"จิบคำแรกก็ชื่นใจแล้ว ช่างเป็นของรวเลิศจริง ๆรั่วอิงเหยาตบตีกับตนเองในใจครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงลองเกริ่นขึ้นมาคำหนึ่ง"แม่นางเหม่ยรู้จักเสี่ยวโหวหรือไม่""ใครหรือ?"พูดมาแค่นี้ แซ่โหวก็หลายคนอยู่นะ"เป็นนักแสดงมากความสามารถ หน้าตาหล่อเหลา แถมยังร้องเพลงเพราะด้วย"กึก!ดารา?ร้องเพลงเพราะ?แถมยังหล่อมากอีก!"อิงอิง! นั่นแกใช่ไหม?"เหม่ยฉิงโผเข้าไปกอดรั่วอิงเหยาเมื่อคิดว่านี่คืออิงอิงเพื่อนในโลกของนาง"ฉิงฉิง แกมได้ยังไง หรือว่าแกก็..."ไม่รู้ว่าตนทะลุมิติมาอยู่ในนิยายตนเองนานแค่ไหน จึงได้แต่สงสัยว่าเพื่นรักข้ามมาในนิยายนี้ได้อย่างไรกัน"ฉันไม่รู้ ตั้งแต่แกประสบอุบัติเหตุ ฉันก็แทบบ้า พอเสียแกไปจริง ๆ จึงคิดว่าแกอาจจะห่วงนิยายที่เขียนไม่จบ ฉันเลยรื้อพล็อตแกปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย จนสุดท้ายก็ส่งนิยายของแกผสมโรงของฉันจนจยบริบูรณ์ จากนั้นฉันก็รู้สึกง่วงมาก หลัง

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 136

    'ปากนี้ อยากสัมผัสจัง'ความคิดหยาบคายหนึ่งผุดขึ้นในหัว เหม่ยฉิงค่อย ๆ เผยอปากออกเล็กน้อย ยื่นปากเข้าไปใกล้ ใกล้ และใกล้จนแทบจะสัมผัสริมฝีปากหนาอย่างไม่รู้ตัว หากแต่เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นดับฝันของนาง"กลิ่นในฝันของแม่นาง เป็นกลิ่นเช่นนี้หรือ" เขาถามกระซิบ เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสตรีนางนี้ช่างขยันสร้างปัญหาให้เขาเป็นโรคของหัวใจที่เต้นแรงจนน่ากลัว กลัวว่าความเป็นบุรุษเพศในกายจะลุกโชนจนเผลอทำบางอย่างที่อยู่ในก้นบึ้งของความคิดลงไปเหม่ยฉิงนิ่งงันไปครู่หนึ่งอย่างไร้คำตอบ ใบหน้านวลแดงระเรื่อเหมือนกับถังหูลู่ กลิ่นอายบุรุษเพศตรงหน้าช่างคล้ายกลิ่นสะอาดบริสุทธิ์ของป่าเขา ยิ่งสูดดมยิ่งทำให้นางรู้สึกมึนงงคล้ายคนเมามาย "กลิ่นเช่นนี้แหละ กลิ่นคนที่ขโมยจูบแรกจากข้าไป"คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจตู้กู่หยวนร่างแกร่งถึงกับแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก หรือนางจะจำได้แล้วว่าวันนั้นที่ริมลำธาร เขาตัดสินใจล่วงเกิน ใช้วิธีนั้นเพื่อป้อนยาช่วยชีวิตนางจริง ๆ"ขะ ข้า คือเรื่อง..."ลิ้นที่เคยคล่องแคล่วกลับพันกันจนพูดไม่ออก เขาอยากจะเอ่ยขอโทษ อยากจะอธิบายว่ามันเป

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 135

    :: จุมพิตใต้แสงจันทรา ::"อะแฮ่ม!"เหม่ยฉิงเห็นตู้กู่หยวนจู่ ๆ ก็เหมือนหนีอะไร จึงตามออกมาดู"แม่นางเหม่ยเองหรือ"เขาถาม หากแต่กลับไม่กล้าหันมาสบตากับคู่สนทนา"ท่านเจอพ่อครัวแล้วหรือ"รอยเท้าตู้กู่หยวนยังไม่ทันจาง เหม่ยฉิงก็ตามออกมาเจอเขาที่ลานฝึกยุทธ์ของจวนซื่อจื่อ ซึ่งไม่ใช่ทางไปครัวแน่ จึงเอ่ยหยอกล้อคนที่เหมือนมีอะไรไม่พอใจเลยหลบออกมา"ข้าให้สาวใช้นางหนึ่งไปแจ้งพ่อครัวแล้ว แม่นางไม่ต้องกังวล""เหตุใดข้ารู้สึกว่าท่านทำตัวแปลก ๆ ไม่ดีใจหรือที่หาสหายท่านเจอแล้ว""ดีใจ แต่ก็เสียใจ"น้ำเสียงนั้นแฝงความเศร้าเอาไว้"เสียใจที่ซื่อจื่อของพวกท่านจำอะไรไม่ได้หรือ"ตู้กู่หยวนค่อย ๆ เอียงหน้ามองเหม่ยฉิงที่ยืนมือไขว้หลัง เงยหน้าขึ้นมาดวงจันทร์เกือบเต็มดวงด้วยแววตาเป็นประกาย"จำไม่ได้วันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าจะไม่หายนี่" เหม่ยฉิงรีบปลอบ"แม่นางออกมาเช่นนี้ หมิงซื่อจื่อไม่โวยวายหรือ"เมื่อครู่เห็นไม่เอาผู้ใด ยกเว้นนาง"ไม่ต้องห่วง หมิงซื่อจื่อของพวกท่านน่ารัก ข้าบอกอะไรก็ทำตาม ตอนนี้เลยให้เสี่ยวเอินค่อย ๆ รื้อฟื้นความจำให้อยู่"เสียงนั้นยิ่งภูมิใจในฝีมือตนมาเท่าใด คนฟังยิ่งรู้สึกบอกไม่ถ

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 134

    :: คนงามของข้า ::'ใช่เธอไหม... จะใช่แกจริงๆ หรือเปล่า?'รั่วอิงเหยาจ้องสตรีที่นอนอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่เต้นรัว ใบหน้านี้เหมือนกับเพื่อนรักในโลกก่อนของนางราวกับพิมพ์เดียว แต่เพราะสถานการณ์ยังไม่แน่ชัด นางจึงเลือกที่จะเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ แสร้งทำตัวนิ่งสงบเพื่อรอดูท่าที"สวดมนต์เสร็จแล้ว เหตุใดจึงไม่รออยู่ที่เรือนเล่า" หลัวฉางเฟิงเอ่ยถามพลางเอื้อมมือไปจัดสาบผ้าคลุมไหล่ที่เลื่อนหลุดของภรรยาให้เข้าที่ด้วยความทะนุถนอม"สหายของท่านพี่ คือสตรีผู้นี้หรือเจ้าคะ?"รั่วอิงเหยากระซิบถาม แววตายังคงลอบมองเหม่ยฉิงเป็นระยะ"อ้อ นั่นคือท่านหญิงน้อยหมิงเอินเอิน บุตรีเจ้าเมืองเหอโจว" เขาแนะนำแขกผู้สูงศักดิ์ก่อนเป็นอันดับแรก"ถวายบังคมท่านหญิง""ฮูหยินซื่อจื่อช่างงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ" คำชมจากสาวน้อยปากหวานทำเอาคนถูกชมถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย"ส่วนนั่นคือแม่นางเหม่ยฉิง จอมยุทธ์หญิงที่ช่วยชีวิตเสี่ยวเอินเอาไว้"คำว่า 'จอมยุทธ์หญิง' ทำให้รั่วอิงเหยาชะงักไป ฉิงฉิงเพื่อนรักของนางน่ะหรือจะมีวรยุทธ์สูงส่งปานนั้น คงแค่คนหน้าเหมือนสินะ"ข้ารั่วอิงเหยา หากแม่นางเหม่ยมีเรื่องใดให้ช่วย บอกข้าได้เสมอ""ขอบค

  • เมื่อต้องกลายเป็นนางร้ายในนิยายที่แต่ง   นางร้าย : 133

    :: ท่านหญิงน้อยผิดหวังแล้ว ::"พี่สาวนี่คือซื่อจื่อหลัวฉางเฟิง.ตอนนี้พวกเราพักอยู่ที่จวนพระองค์""คาราวะซื่อจื่อ"เหม่ยฉิงมองหลัวฉางเฟิงด้วยความเลื่อมใส ความหล่อเหลาบนใบหน้านั้นเป็นดั่งที่อิงอิงเพื่อนนางบรรยายไว้ก่อนจากไปไม่ผิดเพี้ยน"แม่นางไม่ต้องมากพิธี ตอนนี้ท่านรู้สึกเช่นไรบ้าง"หลัวฉางเฟิงถามอย่างเป็นห่วง"ข้ารู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นกว่าตอนนั้น แต่กลับร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนจะมีไข้ แค่ก แค่ก"กล่าวไปก็ไอไป หสกแต่มือข้างหนึ่งกลับล้วงลงไปในผ้ามผืนบาง ตัวนางงอเล็กน้อย คิ้วก็ขมวดยุ่งเข้าหากัน"พี่สาวเป็นอะไรอีกแล้ว ท่านไม่สบายตรงไหนหรือ"หมิงเอินเอินรีบถามอย่างร้อนรนเมื่อเห็นท่าทางที่ดีได้แค่ประเดี๋ยวก็เหมือนคนเจ็บปวดอีกครั้ง"เหมือนว่า....เหมือนว่าข้าจะ"พูดไปก็กัดฟันต่อสู้กับความเจ็บปวด"องครักษ์ตู้ไปตามหมอหลวงแล้ว ท่านอดทนรอก่อน"หลัวฉางเฟิงก็เริ่มร้อนใจ หมอประจำจวนบอกแล้วมิใช่หรือว่าถอนพิษได้หมดแล้ว แต่เหตุใดสตรีบนเตียงถึงใบหน้าซีดเผือด แถยังดูอิดโรยอยู่"คือว่า เรื่องนี้ค่อนข้างน่าอาย ซื่อจื่อพอจะหาสตรีมาคุยกับข้าเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่"แม้จะดูเสียมารยาทที่ขอแบบนั้นทั้ง ๆ ที่เป็นผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status