Masukเพี๊ยะ เสียงฝ่ามือของม่านม่านตบเข้าที่ใบหน้าของกงเพ่ยจิ้นเพื่อเรียกสติ “ทำบ้าอันใด ลุก!!!” นางทั้งตกใจทั้งโมโห เขาคิดว่านางเป็นภรรยาของเขาหรือไง (แต่เจ้าอยู่ในร่างของภรรยาเขายังไงเล่า)
กงเพ่ยจิ้นเม้มปากแน่น ใบหน้าของเขาเริ่มซีดขาวจากบาดแผลที่เริ่มปริออก ม่านม่านพอเห็นสีหน้าของเขา นาวงก็เหลือบไปมองที่หน้าอกก็เห็นว่ามีเลือดซึมออกมาจากบาดแผลของเขาไม่น้อยเลย
“พี่จิ้น เออ...ข้ามาขัดขวางพวกท่านใช่หรือไม่” อาหยุนที่รีบกลับมาจากเรือนของตน เพื่อบอกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่านว่าเขาต้องการทำงานกับนาง ก็เห็นภาพที่ไม่ควรเห็นเขา
ก่อนที่เขาจะหมุนตัวออกไปเสียงของม่านม่านก็ดังขึ้นเสียก่อน “หยุด!!! มาช่วยยกร่างเพ่ยจิ้นออกไปจากตัวข้าก่อน” นางกัดฟันแน่น กดข่มความเขินอายเอาไว้
“อ้อ...” อาหยุนเดินเข้ามาอย่างมึนงง ก่อนจะช่วยประคองร่างของกงเพ่ยจิ้นกลับขึ้นไปบนเตียง
“เจ้าออกไปก่อน ข้าจะทำแผลให้เขาใหม่”
อาหยุนเดินออกไปอย่างว่าง่าย ด้วยเห็นว่าแผลของกงเพ่ยจิ้นปริออกจนเลือดซึมออกมาจริงๆ ม่านม่านลงมือทำแผลให้เขา “วันนี้ไม่ต้องวาดแล้ว ไว้หายท่านค่อยทำก็แล้วกัน ข้าไม่รีบ แต่ชื่อร้านคงต้องรบกวนท่าน พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปดูร้านค้า จะได้ให้คนทำป้ายชื่อร้านเตรียมเอาไว้เลย” นางก้มหน้าทำแผลแล้วเอ่ยพูดไปด้วย
กงเพ่ยจิ้นมองใบหน้าที่ก้มต่ำของนาง “ลำบากเจ้าแล้ว ข้าในตอนนี้ช่วยสิ่งใดเจ้าไม่ได้เลย ข้าจะคิดชื่อร้านให้เจ้า พรุ่งนี้ก่อนออกไปเจ้าก็มารับไปเถิด”
“อืม” นางเงยหน้าขึ้นมามองเขา “หากท่านไม่ได้ตกอยู่ในสภาพนี้ ตอนนี้ท่านคิดว่าตนเองจะเป็นเช่นใด”
กงเพ่ยจิ้นใคร่ครวญคำถามที่นางถามเขาอยู่ครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ “หากเจ้าหมายถึง ข้าและเจ้ามิได้ถูกวางยาจนถูกขับไล่มาอยู่ที่หมู่บ้านกระมัง” เมื่อเห็นนางพยักหน้าเขาจึงพูดต่อ “ข้าคงจะเตรียมตัวสอบจวี่เหริน ส่วนเจ้า...คงจะได้แต่งเข้าตระกูลเกาสมใจ” แววตาของเขาหมองลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียดายอนาคตของตนเองหรือว่านึกถึงเรื่องการหมั้นหมายของมู่ลี่ม่านที่ถูกแย่งชิงไป
“ท่านกลับไปยังเส้นทางเดิมของท่านได้ ไม่มีสิ่งใดสายเกินไป หากห่วงเจี้ยนเออร์ อวี่เออร์ ท่านไม่ต้องห่วงอย่างไรทั้งสองก็เป็นบุตรของข้า”
กงเพ่ยจิ้นตกตะลึงไม่น้อย เขาไม่เคยได้ยินมู่ลี่ม่านพูดว่าเด็กทั้งสองเป็นบุตรของนาง หากนางยอมทำหน้าที่มารดาตั้งแต่แรก เขาคงไม่ต้องเสียเวลาไปอีกหลายปี
“เจ้ายอมใช้ชีวิตเป็นครอบครัวกับข้าและลูกแล้วใช่หรือไม่”
“หืม...ข้ายอมรับพวกเขาคือลูกของข้า ข้าบอกท่านตั้งแต่เมื่อใดว่าจะยอมรับท่านเป็นสามี” นางเลิกคิ้วถามเขา
“อาม่าน” เขาเอื้อมมือมาจับมือของม่านม่านเอาไว้ นางจะสะบัดออก เขารีบใช้อีกมือยึดเอาไว้ให้มั่น “ข้าเองก็ไม่เคยต้องการให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ แต่ตอนนี้พวกเรามีเจี้ยนเออร์ อวี่เออร์แล้ว เจ้าลืมเกาตงหยวนเสียทีได้หรือไม่ แล้วใช้ชีวิตกับข้าและลูกให้ดี” เขามองนางอย่างขอร้อง
กงเพ่ยจิ้น เอ่ยพูดเช่นนี้กับมู่ลี่ม่านอยู่หลายหน ก่อนที่เขาและนางจะเหินห่างหลังจากที่นางไม่ไยดีบุตรทั้งสอง เขาถึงได้ล้มเลิกความคิดไป แต่ตอนนี้นางยอมรับเด็กทั้งสองแล้ว จึงลองขอร้องนางอีกหน
ม่านม่านเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่แล้วจึงนั่งลงพูดกับเขาดีๆ “เพ่ยจิ้น ข้าคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่ท่านควรรู้ ข้าไม่ใช่มู่ลี่ม่าน และข้าไม่รู้ว่ามาอยู่ในร่างของนางได้อย่างไร ข้ามีนามว่า ม่านม่าน ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอีกพันปีข้างหน้าที่ยังมาไม่ถึง ข้าคิดว่าที่ข้ามาอยู่ในร่างของนาง ก็คงเป็นเพราะนางต้องการใช้ให้ข้ามาแก้แค้น ทวงความเป็นธรรมให้กับนาง หากข้าทำสำเร็จ ข้าอาจจะได้กลับคืนโลกของข้า และนางอาจจะได้กลับมาอยู่ข้างท่านกับลูก คำพูดเมื่อครู่ ท่านเก็บไว้พูดกับนางเถิด” นางลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก โดยไม่สนว่ากงเพ่ยจิ้นจะตกตะลึงมากเพียงใด
กงเพ่ยจิ้นได้แต่ลืมตามองเพดานห้อง ใคร่ครวญคำพูดของม่านม่านเมื่อครู่ แม้แต่ตอนที่อาหยุนเข้ามาภายในห้อง เขาก็ยังไม่อาจเรียกสติกลับมาได้
ม่านม่านคุยกับอาหยุนเรื่องที่เขายอมทำงานให้นางแล้ว แต่ตอนนี้นางยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้เขา จึงให้เขาช่วยดูแลกงเพ่ยจิ้นและเด็กแฝดทั้งสองไปก่อนยามที่นางต้องออกไปด้านนอก
วันต่อมา เมื่อม่านม่านนางจัดการเรื่องภายในเรือนเสร็จแล้ว ก็เข้าไปหากงเพ่ยจิ้นเพื่อขอชื่อร้านที่นางให้เขาคิดให้
เหมยจวงผิง (ร้านเครื่องประทินโฉม) ซินเซียง (ร้านเครื่องหอม) หนงยี่ (ร้านใบชา) ฉุนโฮ่ว (เหลาอาหาร) ม่านม่านเก็บกระดาษเข้าในแขนเสื้ออย่างพอใจ
“ขอบคุณท่านมาก” นางหมุนตัวเพื่อจะออกไปจากห้อง
“ม่านม่าน หากเจ้าไม่อาจกลับไปได้เล่า” เขาคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนแล้ว ต่อให้นางไม่ใช่มู่ลี่ม่าน แต่ในเมื่อนางรักบุตรชายทั้งสองคนของเขาจากใจจริง เขาก็อยากจะรู้หากนางไม่ได้กลับไป นางจะกลายมาเป็นครอบครัวของเขาหรือไม่
“ให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ทุกสิ่งล้วนไม่มีอะไรแน่นอน” นางเอ่ยโดยไม่ได้หันกลับมามองเขาแล้วเดินออกทันที
ม่านม่านเร่งควบม้ามาที่จวนที่ซื้อเอาไว้ก่อน เมื่อมาถึงคนทั้งหมดก็มารวมตัวกันรอนางอยู่ก่อนแล้ว ยังมีสาวใช้มาใหม่ทั้งสาม ที่นางไม่เคยเห็นหน้าเข้ามาแนะนำตัวกับนาง
เสี่ยวเฉา เสี่ยวชิง เสี่ยวหลัน เป็นชื่อที่ลุงเฉิงตั้งให้พวกนางทั้งสาม แต่ละคนล้วนได้รับคำเตือนมาจากทาสที่ซื้อมาก่อนหน้านี้แล้ว ต่างก็นอบน้อมต่อม่านม่านอย่างยิ่ง
“พวกเจ้ามีงานใดก็ไปทำเถิด พวกเจ้าทั้งสี่ตามข้ามา หาร้านค้าเอาไว้แล้วใช่หรือไม่”
อาเว่ยเดินเข้ามาตรงหน้าของม่านม่านแล้วรายงานเรื่องร้านค้าทั้งสี่ “นายหญิงร้านค้าที่ท่านให้หา มีทั้งหมดหกแห่ง พวกข้าเลือกเอาไว้ รอให้ท่านเลือกเองอีกครั้งขอรับ”
“อืม...เช่นนั้นก็ไปเถิด” นางออกไปด้านนอกกับหลงจู๊ทั้งสี่และยังมีอาอี อาซานที่ติดตามนางไปด้วย
ที่ตั้งของร้านทั้งห้าแห่งต่างก็อยู่ในจุดที่ผู้คนพลุกพล่านทั้งสิ้น เมื่อสอบถามราคาแล้ว ร้านทั้งห้า ม่านม่านนางต้องจ่ายถึงหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทอง ในเมื่อคิดถึงเงินที่จะเข้ามา เงินเพียงเท่านี้นางย่อมจ่ายออกไปได้
“นี่ชื่อร้านทั้งสี่ อีกร้านที่ซื้อเอาไว้ยังไม่ต้องทำสิ่งใด ข้ายังไม่รู้จะขายอันใด” ม่านม่านพาคนทั้งหมดกลับมาที่จวน นางให้ลุงเฉิงและอาเฉียวออกไปจัดการเรื่องซื้อร้านค้าทั้งห้าร้าน
คนที่เหลือนางแบ่งหน้าที่ให้พวกเขาไปจัดการเรื่องปรับปรุงร้านค้า และซื้อขวดเคลือบ กระปุกเคลือบที่นางต้องใช้ใส่สินค้าของนางกลับมา
“อาโหยว่ อาอี เจ้าไปหาซื้อพ่อครัว แม่ครัว เสี่ยวเอ้อมา เจ้ารู้ว่าต้องเลือกคนเช่นใด และเจ้าต้องคุมคนพวกนี้ให้ได้ ป้าฝู ข้าจะทิ้งสูตรอาหารเอาไว้ที่ท่าน ท่านก็ค่อยๆ สอนพ่อครัว แม่ครัว ทำตามสูตรของข้าก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
ม่านม่าน นางแบ่งงานให้หลงจู๊ทั้งสี่ว่าผู้ใดควรทำงานในร้านใด ก่อนจะให้พวกเขาไปจัดการเรื่องข้าวของที่ต้องใช้ในร้าน ให้ซื้อแล้วนำมาเก็บเอาไว้ที่เรือนหลักที่เป็นของนาง ส่วนเรื่องสินค้าในร้านนางจะจัดการให้พวกเขาเอง
ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินซื้อของอีกมากเพียงใด นางจึงทิ้งเงินไว้ให้ลุงเฉิงอีกห้าร้อยตำลึงทอง กว่าจะจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จ ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว ม่านม่านจึงต้องเร่งเดินทางกลับหมู่บ้านทันที
เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต
ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา
บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม
กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้
ภายในห้องทำงานถูกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่าน ทำให้ข้าวของเละเทะไปหมด ร่างเปลือยเปล่าของม่านม่านถูกจับหันหลังพิงอยู่กับผนัง ด้านหลังมีกงเพ่ยจิ้นที่ตั้งใจทำลูกอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆนางหันมามองเขาอย่างอ้อนวอน “อาจิ้น...ข้าต้องกลับแล้ว” นางไม่อยากล้มป่วยเช่นในครั้งที่แล้ว“ใกล้แล้ว...ม่านม่าน อื้มมมมม” เขาคำรามออกมาอย่างพอใจกงเพ่ยจิ้นยอมปล่อยม่านม่านอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าร่างกายของนางตอนนี้ยังไม่สมควรจะมีบุตร แม้ในตอนนั้นตู้ลี่ม่านจะมีกงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ตอนอายุใกล้เคียงกับนางในตอนนี้ก็ตาม แต่ในภายหลังตู้ลี่ม่านก็ร่างกายอ่อนแอไม่น้อยเลยเขาเชื่อว่าอย่างไรบุตรชายทั้งสองจะต้องกลับมาอยู่กับเขาและม่านม่านอีกครั้ง อีกอย่างยังไม่ได้แต่งนาง ไม่ควรจะให้นางตั้งครรภ์เสียก่อนแต่กงเพ่ยจิ้นคงลืมนึกไป ว่าเขาปล่อยน้ำรักในร่างของกายของทุกหยาดหยด ม่านม่านกลับมาถึงเรือนพักนางก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้านางจึงตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อพี่ชายทั้งสามของนางมาดูนางที่เรือนพัก เห็นว่านางไม่ได้ล้มป่วย เพียงแต่โหมงานหนักมาหลายวันเท่านั้นจึงปล่อยให้นางพักผ่อน และสั่งงานให้ทุกคนทำแทนหลังจากวันนั้น ม่านม่านนางก
นายหน้าค้าทาสได้ยินนางอ้างถึงท่านอ๋อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านอ๋องคนใด ในเมื่อหนิงอ๋องประกาศออกมาเองว่านางเป็นน้องสาวบุญธรรม ตระกูลตู้จะนับเป็นอันใดได้ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับตำหนักหนิงอ๋องม่านม่านนางจึงได้ตัวสองคนกลับมาโดยง่าย พอกำลังจะหมุนตัวกลับ นางก็พบกลุ่มคนที่กำลังถูกต้อนเข้ามาในโรงค้าทาส“ข้าซื้อเจ็ดคนนั้นด้วย” นางไม่รู้ว่าเหตุใดทั้งหมดถึงมารวมตัวกันได้ แต่นับเป็นเรื่องดีที่นางไม่ต้องวุ่นวายย้อนกลับไปซีซวงในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อซื้อคนของตนกลับมาทั้งหมดอาซือ อาอู่ อาลิ่ว อาชี อาปา อาจิ่ว อาซือ คือคนในสำนักคุมกันที่ถูกทางการตัดสินให้กลายมาเป็นทาส ภายหลังพวกเขาอยู่ในโรงค้าทาสในเมืองหลวง หลายปีก็ไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ด้วยไม่อยากมีปัญหากับขุนนางที่ลงดาบกับสำนักคุ้มกัน จึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงค้าทาสที่ซีซวงม่านม่านนางพาทุกคนกลับมาที่จวน แล้วตั้งชื่อให้พวกเขาเช่นเดิม งานที่นางให้ทำก็คงเป็นงานดเม อาโหยว่และอาจื่อ เตรียมตัวไปเป็นหลงจู๊ของร้านค้าที่ยังไม่ได้เปิด คนที่เหลือนางให้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่ชายนางทั้งสามคน ส่วนอาสือนางให้อยู่ข้างกายของนางตอนนี้ในเรือนของนางจึงอัดแน่นไปด้วยบุ







