Mag-log inอาหยุนหลังจากช่วยม่านม่านเก็บจานไปล้างแล้ว เขาดูเหมือนอยากจะเอ่ยถามสิ่งใดจากนาง แต่ปากที่อ้าออกก็หุบลงอยู่หลายครั้ง
“จะถามสิ่งใดรีบพูดออกมา” นางมองอาหยุนอย่างรำคาญ
“เจ้าเก็บอาหารไว้ที่ใด ข้าไม่เคยเห็นข้าวสาร เนื้อสัตว์หรือผักป่าในครัวของเจ้าเลย อีกอย่างฟืนที่ข้าเก็บมาให้ เหตุใดไม่เห็นเจ้าเคยใช้เลยเล่า” เขาชี้มือไปที่กองฟืนที่อยู่ข้างเตาไฟ ที่ดูอย่างไรก็อยู่เท่าเดิมไม่ลดลงไปเลย
“อ้อ...เจ้าหาเลี้ยงชีพโดยเป็นเพียงแค่นายพรานอย่างเดียวหรือ”
“ห๊า!!!” อาหยุนตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาถามนางไปตั้งหลายคำแต่นางไม่คิดจะตอบกลับเลยสักนิด ยังจะถามเขากลับอีก “ข้าทำนา หากเว้นจากทำนาข้าก็เข้าป่าล่าสัตว์ ว่าแต่...เจ้าถามข้าเพื่ออันใด”
“ข้าก็มีงานให้เจ้าทำอย่างไรเล่า เงินดีกว่าที่เจ้าเข้าป่าล่าสัตว์อีก สนใจหรือไม่”
อาหยุนมองนางอย่างหวาดระแวง “งานอะไร” ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ มิเช่นนั้นมันจะได้เงินง่ายๆ ได้อย่างไร
“มาเป็นของข้า จัดการเรื่องงานต่างๆ ให้ข้า ข้าจะให้เจ้าเดือนละห้าสิบตำลึงเงิน เจ้ากลับไปคิดก่อนก็ได้ ค่อยให้คำตอบข้า” นางเดินออกจากห้องครัวกลับเข้าไปในเรือน โดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากอาหยุนในตอนนี้
อาหยุนมีภรรยาและลูกแล้ว เขาต้องสอบถามความเห็นจากคนในครอบครัวเสียก่อน แต่อย่างว่าเงินห้าสิบตำลึงเงินตลอดทั้งปียังไม่รู้จะหาได้หรือไม่ แต่ม่านม่านนางคิดจะให้เขาทุกเดือน มันช่างยั่วยวนเหลือเกิน
อาหยุนเดินอย่างไร้สติเข้ามาในห้องของกงเพ่ยจิ้น จนเขาต้องร้องเรียกอยู่หลายหนกว่าที่อาหยุนจะได้ยิน
“พี่จิ้น ท่านเรียกข้าหรือ ต้องการสิ่งใด หรือท่านปวดเบา ประเดี๋ยวข้าจะไปหยิบกระโถนมาให้”
“ไม่ใช่ เจ้าเป็นอันใด ข้าเรียกเจ้าหลายหนแล้ว”
“อ้อ...พี่จิ้น” อาหยุนพุ่งตัวไปนั่งข้างกงเพ่ยจิ้น แล้วเล่าสิ่งที่ม่านม่านพูดกับเขาที่ห้องครัวออกมาทั้งหมดโดยไม่มีตกหล่นสักครึ่งคำ “ท่านมีความเห็นเช่นใด พี่สะใภ้ต้องการให้ข้าไปทำสิ่งใดให้นาง”
“ข้าเองก็ไม่รู้ มันอยู่ที่เจ้าว่าอยากทำหรือไม่ แต่อาม่านคงไม่ให้เจ้าไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย” ความจริงสิ่งที่เขาพูดก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ด้วยตอนนี้นางเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
ใช่แล้ว!!! วันนี้ตอนที่นางไม่อยู่เขาหลอกถามเรื่องราวจากปากของบุตรชายทั้งสอง กงหนิงเจี้ยนปิดปากเงียบไม่ยอมพูดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทั้งยังเตือนสติน้องชายอยู่หลายหน เมื่อกงหนิงอวี่จะพูดเล่าเรื่องตื่นเต้นให้ผู้เป็นบิดาฟัง เขาแทบจะหลอกถามสิ่งใดจากบุตรชายทั้งสองไม่ได้เลย
จึงได้แต่ถามความเป็นอยู่ของพวกเขาที่ใช้ชีวิตร่วมกับนางในตอนที่เขาไม่อยู่ ถึงได้รู้ว่า มู่ลี่ม่านหมดสติไปหนึ่งวันเต็มๆ เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งนางก็แทบไม่เหมือนคนเดิม ทั้งยังดูแลทำอาหารให้เด็กทั้งสองกิน อาบน้ำให้พวกเขา ให้ใช้เครื่องอาบน้ำกลิ่นหอมที่เพิ่งเคยได้ใช้เป็นครั้ง แถมยังปกป้องพวกเขาจากต้าเปียวอีกด้วย (จะเรียกว่าปกป้องก็ไม่ถูกนัก ในเมื่อม่านม่านนางเพียงแค่ปรากฏตัวและว่าต้าเปียวว่าตัวเหม็น)
อาหยุนพยักหน้าราวกับไก่จิก เขาไม่เชื่อคำพูดของม่านม่าน แต่พอเป็นกงเพ่ยจิ้นเขาย่อมเชื่ออย่างหมดใจ
ม่านม่านที่กำลังถูกบุรุษทั้งสองพูดถึง ยามนี้นางพาเด็กแฝดอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งนั่งกินนม กินขนมดูการ์ตูนที่สัญญาเอาไว้ว่าให้ดูสองตอนก่อนจะพากันเข้านอน
วันต่อมาอาหยุนดูแลกงเพ่ยจิ้นให้กินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับไปที่เรือนของเขา
“จำเอาไว้ เจ้าบอกครอบครัวของเจ้าได้ว่าจะมาทำงานให้ข้า แต่ไม่อาจบอกผู้ใดได้ หากมีผู้อื่นรู้นอกจากครอบครัวของเจ้า ข้าจะเลิกจ้างเจ้าทันที แล้วจะหาคนอื่นมาทำแทน” นางเตือนเขาก่อนที่จะออกจากเรือนไป
“ได้ ได้พี่สะใภ้ ข้าจะกำชับภรรยา และท่านพ่อ ท่านแม่ให้ดีขอรับ” เงินห้าสิบตำลึงเงินต่อเดือนเขาจะยอมให้ผู้อื่นได้งานนี้แทนเขาได้อย่างไร
หลังจากที่อาหยุนกลับไปแล้ว ม่านม่านนางก็เข้าไปในห้องของกงเพ่ยจิ้น เพื่อขอยืมกระดาษ พู่กัน
“ข้าขอยืมกระดาษ พู่กันหน่อย พรุ่งนี้เข้าเมืองข้าจะซื้อมาคืน”
“ไม่ต้องซื้อคืน เดิมข้าก็ไม่ค่อยได้เขียนสิ่งใดอยู่แล้ว อยู่ภายในหีบ เจ้าเปิดเองได้เลย” เขาชี้มือไปที่หีบไม้ที่อยู่ข้างผนังห้อง
ม่านม่าน เปิดหีบออกดูด้านในนอกจากจะมีสี่สิ่งล้ำค่า (กระดาษ แท่นฝนหมึก แท่งหมึก พู่กัน) แล้ว ยังมีภาพวาดอยู่หลายแผ่น ม่านม่านหยิบขึ้นมามองดูด้วยความสนใจ จนลืมไปเลยว่านางกำลังเสียมารยาทรื้อค้นสิ่งของของผู้อื่นอยู่
“ท่านวาดเองหรือ” นางชูภาพพ่อเหยี่ยวที่กำลังคาบอาหารมาป้อนให้ลูกน้อยในรังสองตัวของมัน
“อืม” เขาพยักหน้าเล็กน้อย
“แขนขยับสะดวกแล้วหรือไม่” นางเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงของเขา นางเป็นผู้ทำให้ทุกวันย่อมจะรู้ดีว่า แผลของเขาดีขึ้นไม่น้อยแล้ว
“พอได้” เขาขยับให้นางดูเบาๆ
“ท่านวาดรูปลูกนกสองตัวนี้ออกมาให้ข้าหน่อย”
“ได้ เจ้าจะเอาไปทำสิ่งใด”
“สัญลักษณ์ร้านค้าของข้า ตั้งชื่อร้านให้ข้าด้วย ตัวอักษรของท่านงดงามกว่าของข้า”
“เจ้าจะขายสิ่งใด”
“อืม...เครื่องประทินโฉมหนึ่งร้าน เครื่องหอมหนึ่งร้าน ใบชาหนึ่งร้าน และเหลาอาหาร”
กงเพ่ยจิ้นนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าม่านม่านนางจะเปิดร้านค้าพร้อมกันถึงสี่ร้าน “เจ้าเอาเงินมาจากที่ใด แล้วรู้หรือไม่ว่าเจ้าต้องมีสูตรลับที่ไม่มีผู้ใดเหมือนถึงจะขายสินค้าได้”
“เรื่องเงินท่านไม่ต้องรู้ว่าข้าได้มาจากที่ใด ส่วนเรื่องสูตรลับ ข้ารับรองว่าเมื่อใดที่สินค้าของข้าวางขาย ร้านอื่นจะไม่อาจเทียบเคียงได้” นางกล่าวอย่างมั่นใจ
“ร้านขายใบชา ข้าคิดว่าเจ้าเปิดโรงน้ำชาไปด้วยจะดีกว่า”
ม่านม่านขมวดคิ้วคิด หากคิดจะเปิดโรงน้ำชานางอยากไปเปิดในเมืองหลวงมากกว่า แต่ตอนนี้ควรทำให้ใบชาของนางมีชื่อเสียงขึ้นมาก่อน “ยัง หากร้านขายใบชาของข้ามีชื่อ ข้าค่อยไปเปิดในเมืองหลวง”
“เจ้าคิดจะทำลายเส้นทางการเงินของตระกูลตู้อย่างงั้นหรือ” เขามองนางอย่างค้นหา
“ก็เพียงแค่แบ่งกำไรออกมาเท่านั้น หากจะทำลายเส้นทางการเงินของตระกูลตู้จริงๆ คงอีกหลายปี แต่ข้ามีทางที่เร็วกว่านั้น” นางยิ้มเหี้ยมออกมา แม้แต่กงเพ่ยจิ้นก็ยังไม่เคยเห็นรอยยิ้มเช่นนี้บนใบหน้าของมู่ลี่ม่านเลยสักครั้ง
“จะ เจ้า...” เขาอยากจะเอ่ยถามว่านางเป็นผู้ใด แต่เห็นๆ อยู่ว่านางคือมู่ลี่ม่านจะเป็นผู้อื่นไปได้อย่างไร เขาจึงกลืนคำพูดลงคอไป “เจ้ายกโต๊ะตัวเล็กขึ้นมาบนเตียงข้า แล้วช่วยข้าฝนหมึกด้วย” เขาเปลี่ยนเรื่องพูดแทน
ม่านม่านช่วยประคองตัวกงเพ่ยจิ้นให้ลุกขึ้นนั่ง “เจ้าอ่อนแอเพียงนี้เชียว แล้วจะโถมตัวมาทางข้าหมดได้อย่างไร เฮ้ยยย” ม่านม่านร้องเสียงหลงทันที เมื่อร่างของกงเพ่ยจิ้นกำลังล้มทับมาทางนาง
ทั้งสองตกลงไปอยู่ด้านล่างของเตียง ตัวม่านม่านถูกทับด้วยตัวของกงเพ่ยจิ้น แม้เขาจะใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันพื้นเอาไว้แล้ว แต่ตัวของเขาเกือบทั้งหมดก็ทับอยู่กับร่างของนาง
กงเพ่ยจิ้นทั้งเจ็บแผลและตกใจไม่น้อย เขาจ้องมองดวงตากลมโตของม่านม่านที่จ้องมองเขาอย่างไม่ค่อยจะพอใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดและกลิ่นกายที่หอมอ่อนๆ ของตัวนาง ทำให้เขาเผลอตัวโน้มต่ำลงไปหาใบหน้าของนาง
เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต
ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา
บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม
กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้
ภายในห้องทำงานถูกกงเพ่ยจิ้นและม่านม่าน ทำให้ข้าวของเละเทะไปหมด ร่างเปลือยเปล่าของม่านม่านถูกจับหันหลังพิงอยู่กับผนัง ด้านหลังมีกงเพ่ยจิ้นที่ตั้งใจทำลูกอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆนางหันมามองเขาอย่างอ้อนวอน “อาจิ้น...ข้าต้องกลับแล้ว” นางไม่อยากล้มป่วยเช่นในครั้งที่แล้ว“ใกล้แล้ว...ม่านม่าน อื้มมมมม” เขาคำรามออกมาอย่างพอใจกงเพ่ยจิ้นยอมปล่อยม่านม่านอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าร่างกายของนางตอนนี้ยังไม่สมควรจะมีบุตร แม้ในตอนนั้นตู้ลี่ม่านจะมีกงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ตอนอายุใกล้เคียงกับนางในตอนนี้ก็ตาม แต่ในภายหลังตู้ลี่ม่านก็ร่างกายอ่อนแอไม่น้อยเลยเขาเชื่อว่าอย่างไรบุตรชายทั้งสองจะต้องกลับมาอยู่กับเขาและม่านม่านอีกครั้ง อีกอย่างยังไม่ได้แต่งนาง ไม่ควรจะให้นางตั้งครรภ์เสียก่อนแต่กงเพ่ยจิ้นคงลืมนึกไป ว่าเขาปล่อยน้ำรักในร่างของกายของทุกหยาดหยด ม่านม่านกลับมาถึงเรือนพักนางก็หลับเป็นตาย รุ่งเช้านางจึงตื่นสายกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อพี่ชายทั้งสามของนางมาดูนางที่เรือนพัก เห็นว่านางไม่ได้ล้มป่วย เพียงแต่โหมงานหนักมาหลายวันเท่านั้นจึงปล่อยให้นางพักผ่อน และสั่งงานให้ทุกคนทำแทนหลังจากวันนั้น ม่านม่านนางก
นายหน้าค้าทาสได้ยินนางอ้างถึงท่านอ๋อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านอ๋องคนใด ในเมื่อหนิงอ๋องประกาศออกมาเองว่านางเป็นน้องสาวบุญธรรม ตระกูลตู้จะนับเป็นอันใดได้ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับตำหนักหนิงอ๋องม่านม่านนางจึงได้ตัวสองคนกลับมาโดยง่าย พอกำลังจะหมุนตัวกลับ นางก็พบกลุ่มคนที่กำลังถูกต้อนเข้ามาในโรงค้าทาส“ข้าซื้อเจ็ดคนนั้นด้วย” นางไม่รู้ว่าเหตุใดทั้งหมดถึงมารวมตัวกันได้ แต่นับเป็นเรื่องดีที่นางไม่ต้องวุ่นวายย้อนกลับไปซีซวงในอีกห้าปีข้างหน้า เพื่อซื้อคนของตนกลับมาทั้งหมดอาซือ อาอู่ อาลิ่ว อาชี อาปา อาจิ่ว อาซือ คือคนในสำนักคุมกันที่ถูกทางการตัดสินให้กลายมาเป็นทาส ภายหลังพวกเขาอยู่ในโรงค้าทาสในเมืองหลวง หลายปีก็ไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ด้วยไม่อยากมีปัญหากับขุนนางที่ลงดาบกับสำนักคุ้มกัน จึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงค้าทาสที่ซีซวงม่านม่านนางพาทุกคนกลับมาที่จวน แล้วตั้งชื่อให้พวกเขาเช่นเดิม งานที่นางให้ทำก็คงเป็นงานดเม อาโหยว่และอาจื่อ เตรียมตัวไปเป็นหลงจู๊ของร้านค้าที่ยังไม่ได้เปิด คนที่เหลือนางให้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่ชายนางทั้งสามคน ส่วนอาสือนางให้อยู่ข้างกายของนางตอนนี้ในเรือนของนางจึงอัดแน่นไปด้วยบุ







