เข้าสู่ระบบม่านม่าน หญิงสาวที่ถูกองค์กรเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก และฝึกนางให้เป็นนักฆ่าทำงานให้องค์กร แต่ก่อนที่นางจะไปทำภารกิจใหม่ในวันรุ่งขึ้น วิญญาณนางดันถูก ตู้ลี่ม่านดึงเข้ามาแก้แค้นเรื่องที่นางถูกใส่ร้าย
ดูเพิ่มเติมไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนที่เตียงไม้เนื้อแข็ง ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วรอบตัวอย่างสับสน กลิ่นเหม็นหืน กลิ่นเชื้อราลอยเข้าจมูกจนต้องนิ่วหน้าด้วยความสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียนออกมา
“ท่านพี่...ฮึก...ท่านแม่ ตายแล้วหรือ ท่านฆ่านางจริงหรือ” เสียงของเด็กน้อยดังวนอยู่ข้างหูจนนางต้องหันไปมอง
“ข้าไม่ได้ฆ่านาง และนางก็ยังไม่ตาย”
ม่านม่าน มองเด็กผู้ชายฝาแฝดตรงหน้าวัยห้าหนาวด้วยความมึนงง ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเด็กคนที่ใกล้มือนางมากที่สุด “ใครส่งแกมา”
“อ๊ากกกก ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” เรี่ยวแรงของม่านม่านมีไม่มากนัก
“ปล่อย!!! อวี่เออร์นะ หญิงชั่ว” เด็กแฝดคนพี่หยิบของใกล้มือตีไปที่มือของม่านม่านเต็มแรง แต่แรงเด็กจะมากเพียงใด ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้น้องชายของเขาหลุดออกจากการเกาะกุมของม่านม่านมาได้
ม่านม่าน ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก นางในตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าร่างกายของนางเป็นอันใด หรือว่าจะถูกพิษสลายเรี่ยวแรงที่นางเป็นผู้สร้างขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้น นางจะต้องขยับร่างกายไม่ได้ต่างหากเล่า
เด็กแฝดคนพี่ดันตัวเด็กแฝดคนน้องไปอยู่ด้านหลัง ไม้ในมือยังชี้มาทางม่านม่านอย่างระวังตัว
“หึ จะทำอะไรฉันได้” นางยิ้มเยาะออกมา แต่เมื่อครู่ก็เป็นตรงหน้ามิใช่หรือที่ตีข้อมือนางจนเจ็บ
ม่านม่านมองสำรวจห้องที่นางนอนอยู่อย่างไม่เข้าใจ เมื่อครู่นางจำได้ว่ายังอยู่ภายในห้องพักเพื่อเตรียมตัวทำภารกิจสังหารนักการเมืองคนหนึ่ง แต่ทำไมตอนนี้นางถึงได้มาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ บ้านไม้ที่ดูเหมือนใกล้จะพังลงมาเต็มที เด็กแฝดสองคนมาจากไหน
“ถ้าท่านพ่อกลับมา ข้าจะได้จัดการเจ้า”
“หืม...ดี ฉันจะได้ฆ่าพ่อพวกแกเสียเลย” ม่านม่านยิ้มเย็นออกมา เด็กทั้งสองถอยตัวไปติดผนังพร้อมมองมาที่นางอย่างหวาดระแวง
ภาพความทรงจำไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด ไหลวนเข้าสู่หัวสมองของนางราวกับน้ำป่าที่ทะลักเข้ามา มู่ลี่ม่าน เจ้าของร่างที่ ม่านม่านเข้ามาอยู่ในร่างของนาง เด็กฝาแฝดที่เห็นตรงหน้าคือบุตรของนางกับ กงเพ่ยจิ้น
เดิมเจ้าของร่างเป็นบุตรีคหบดีใหญ่ของเมืองหลวง มู่ลี่ม่านถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่พอมารดาของมู่ลี่ม่านเสียชีวิตลง บิดาก็แต่งฮูหยินเอกเข้าจวน โดยที่นางมีบุตรสาววัยใกล้เคียงกับมู่ลี่ม่านติดตามเข้ามาด้วย ทั้งยังใส่ชื่อนางเข้าตระกูลมู่โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของผู้อาวุโสในตระกูล
ภายหลังเมื่อมู่ลี่ม่านเติบโตขึ้น จึงได้รู้ว่า ตู้ลี่เจียว คือบุตรสาวนอกสมรสของบิดานาง จางซื่อก็คืออนุที่เลี้ยงดูเอาไว้นอกเรือน พอมารดาของนางตายลงก็รับสองแม่ลูกเข้ามาอย่างมีหน้ามีตา
ตู้หยาง บิดาของนาง คงลืมไปว่าที่ตนเองมั่งคั่งจนร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง เป็นเพราะความสามารถของมารดาของนาง
มู่ลี่ม่าน มีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับ เกาตงหยวน บุตรชายรองเจ้ากรมการคลังที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมู่ ตระกูลของท่านตานาง การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่สามารถยกฐานะตระกูลพ่อค้าที่ต่ำต้อยให้ทะยานขึ้นเกี่ยวดองกับขุนนางเช่นนี้ จางซื่อจะยอมปล่อยให้เป็นของมู่ลี่ม่านได้อย่างไร
นางกับบุตรีของนางจึงวางแผนทำลายชื่อเสียงของมู่ลี่ม่าน โดยวางยากำหนัดลงในอาหารของมู่ลี่ม่านในงานเลี้ยงน้ำชาในจวนตระกูลตู้ และบุรุษที่เคราะห์ร้ายก็ไม่ใช่ใคร เป็นกงเพ่ยจิ้น เด็กหนุ่มที่มารดาเจ้าของร่างรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก ด้วยนางรู้ดีว่านางไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก จึงเลี้ยงดูกงเพ่ยจิ้นราวกับบุตรอีกคน
ชื่อเสียงของมู่ลี่ม่านถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี นางถูกตระกูลเกาโยนหนังสือถอนหมั้นใส่หน้า ทั้งยังถูกผู้เป็นมารดาขับไล่ออกจากตระกูล เคราะห์ดีที่ตระกูลมู่ยังพอมีเมตตากับนางอยู่บ้าง จึงให้นางใช้แซ่มู่ และมอบบ้านในชนบทพร้อมที่ทางให้นางได้ใช้ชีวิตกับกงเพ่ยจิ้น
มู่ลี่ม่าน สุขสบายมาตั้งแต่เกิด นางจะทนรับความลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร นางอาละวาดกับกงเพ่ยจิ้นนับต้องแต่มาถึงหมู่บ้าน โวยวายจะกลับตระกูลตู้เพื่อไปขอให้บิดาสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับนาง ไม่ว่านางจะส่งจดหมายไปกี่ฉบับ บิดาก็ไม่เคยตอบกลับเลยสักครั้ง เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่า นางถูกทอดทิ้ง
หลังมาอยู่ที่หมู่บ้านชนบทได้ไม่ถึงสองเดือน มู่ลี่ม่านก็พบว่านางตั้งครรภ์ นางคิดจะกินยาขับเลือดเพื่อเอาเด็กออก แต่พอได้ยินข่าวว่าน้องสาวต่างมารดาของตนแต่งงานกับอดีตคู่หมั้น กงเพ่ยจิ้นขอร้องนางให้เก็บเด็กเอาไว้ แล้วเขาจะเป็นผู้เลี้ยงดูเอง ตัวนางที่หมดอะไรตายยากจึงยอมตั้งครรภ์และคลอดเด็กทั้งสองออกมา โดยมิคิดที่จะเหลียวแลหรือสนใจเลี้ยงดูเลยสักนิด
สองสามีภรรยา แม้อยู่ในบ้านเดียวกันแต่ก็แยกกันใช้ชีวิต เด็กแฝดทั้งสองนอนกับผู้เป็นบิดา ในห้องของมู่ลี่ม่านนางอยู่เพียงลำพัง และที่ห้องของนางมีสภาพเหม็นหืน สกปรกเช่นนี้ก็เพราะตัวนางทำสิ่งใดไม่เป็นเลย กงเพ่ยจิ้นเองก็เลิกสนใจนางตั้งแต่นางอาละวาดทุบตีบุตรทั้งสองเมื่อตอนเขาเพียงสองหนาวเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ยังคงทำอาหารเผื่อนางด้วย
ที่นางต้องตายลงจนวิญญาณของม่านม่านเข้ามาแทนที่ เป็นเพราะนางสะสมความแค้นไว้ในใจมากเกินไปและร่างกายที่อ่อนแอของนาง ทำให้ร่างกายเกินจะรับไว้ถึงได้สิ้นใจลง
และที่เด็กแฝดทั้งสองอยู่ภายในห้องของนาง เป็นเพราะเมื่อสองวันก่อน กงเพ่ยจิ้นเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กับสหายในหมู่บ้าน โดยฝากเด็กทั้งสองไว้กับมู่ลี่ม่าน ถึงแม้มู่ลี่ม่านจะไม่สนใจ อย่างไรเด็กทั้งสองก็ดูแลตนเองได้ เขาถึงได้เข้าป่าอย่างวางใจ
ม่านม่านกำลังนั่งประมวลผลและหาเหตุผลที่ตัวนางมาอยู่ในร่างของมู่ลี่ม่านอยู่ ท้องของเด็กแฝดคนน้องก็ร้องขึ้นมาเรียกความสนใจจากนาง
“หิวหรือ?” นางหันไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอรับ” ดวงตากลมโตที่มองมาทางนางเอ่ยตอบอย่างกลัวๆ
“อย่าไปสนใจนาง ข้าจะไปหาอะไรให้เจ้ากินเอง”
“เจ้าทำอาหารได้หรือ?”
“รอให้ท่านทำให้ ข้าสองคนคงอดตาย”
“เด็กน้อย ข้าเป็นแม่ของเจ้ากระมัง พูดกับแม่ให้ดีหน่อย รู้ไหมเด็กดื้อจะโดนอะไร” ม่านม่านจ้องมองกงหนิงเจี้ยนจนเขาขนลุกไปทั้งตัว “พอข้าไปห้องครัว” นางไม่สนใจว่าเขาจะมองนางเช่นใด ยามนี้ท้องนางเองก็หิวเช่นกัน ต้องหาอะไรกินก่อน
กงหนิงอวี่ พอได้ยินว่าห้องครัวก็รีบลุกขึ้นเดินนำม่านม่านไปด้านนอกทันที
เสียงแดดของยามเช้า กลิ่นน้ำค้าง ไอดิน ที่ตัวม่านม่านไม่เคยได้สัมผัสมานาน นางยืนสูดลมหายใจเข้าอยู่ด้านหลังเรือนอยู่ครู่ใหญ่ พร้อมสำรวจตัวบ้านที่นางต้องอยู่ไปด้วย
“โทรมชะมัด” นางเบ้ปากอย่างดูแคลน บิดาเจ้าของร่างใจดำเหลือแสนไม่คิดจะแบ่งทรัพย์สินให้บุตรสาวตนเองมาตั้งตัวเลย หากมีโอกาสนางจะรีดเลือดของตระกูลตู้ออกมาให้หมดตัวเลยคอยดู
ภายในห้องครัวยังพอมีข้าวสารและเนื้อสัตว์หลงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ม่านม่านมองวัตถุดิบตรงหน้าอยู่ครู่ก่อนจะคิดว่าสมควรทำอะไรเพื่อให้คนสามคนกินอิ่มท้อง พอคิดได้ก็เดินไปที่หน้าเตาไฟเพื่อจะจุดเตา
“พวกเจ้าจุดเตาเป็นหรือไม่” นางเพิ่งจะเคยเห็นเตาหน้าตาแบบนี้เป็นครั้งแรก
กงหนิงเจี้ยนเดินเข้ามาหยุดที่หน้าเตาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ก่อนจะก้มตัวลงจนก้นน้อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วตั้งหน้าตั้งตาจุดไฟให้ม่านม่าน
“มา...ข้าเอง” นางแย่งที่จุดไฟมาจากกงหนิงเจี้ยน
ม่านม่านทำตามที่กงหนิงเจี้ยนทำเมื่อครู่ จุดไฟติด แต่มันก็ดับลงอย่างรวดเร็ว จนนางเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว
“ท่านต้องเป่าด้วย” กงหนิงเจี้ยนไม่คิดอยากจะบอกวิธีจุดไฟให้ม่านม่านรู้ แต่กงหนิงอวี่ที่ทนมองไม่ได้ เป็นฝ่ายบอกขึ้นมาแทน
เถียนเฉียวเป็นอีกคนที่ยินดีไม่ต่างจากบิดา เขารู้สึกผูกพันกับพี่ชายคนใหม่ของเขา และเด็กแฝดทั้งสองที่ยังไม่เกิดมา ถึงกับตั้งตารอ และเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หากหลานแฝดถึงวัยเรียนตำรา ข้าขอสอนเขาเองนะขอรับ”“หึหึ ย่อมได้” กงเพ่ยจิ้นยิ้มอย่างยินดี ทุกสิ่งดูเหมือนจะเริ่มกลับเข้าทีอย่างช้าๆ ทุกคนได้กลับมานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกครั้งระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน ม่านม่านที่กำลังกินข้าวฝีมือจินซื่อก็เกิดเจ็บท้องขึ้นมา“เอ๊ะ!!! ข้าว่า...ข้าจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ” นางก้มมองที่หว่างขาของตนเอง ก็เห็นว่าน้ำคร่ำแตกเสียแล้วทั้งจวนวุ่นวายกัน วิ่งกันแตกตื่น คนที่มีหน้าที่ตามหมอ ก็ดูเหมือนจะลืมไปหมด แม้แต่หมอตำแยที่มาร่วมดื่มในงานเลี้ยงด้วย ก็ลืมตัวไปเลยว่าตนเองเป็นหมอตำแย ต่างก็ช่วยกันวิ่งตามหาหมอตำแยให้วุ่น“ก็พวกเจ้าอย่างไรเล่าที่เป็นหมอตำแย!!!” อาสือแทบจะลากคอเสื้อของหมอตำแยทั้งสามโยนเข้าไปในห้องคลอดม่านม่านนางถูกพาเข้าไปอยู่ภายในห้องรอคลอด ด้านในมีจินซื่อที่เข้าไปอยู่ดูแลไม่ห่าง และยังมีป้าเหยาที่รอรับเด็กที่จะเกิดมาหน้าห้องรอคลอดมิได้มีเพียงกงเพ่ยจิ้นเท่านั้นที่กระวนกระวายใจ บุรุษต
ม่านม่านนางพักอยู่ที่จวนตระกูลหวงหลายวันก่อนจะยอมกลับจวนของนาง กงเพ่ยจิ้นกลับไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว นางเองก็เอาแต่นอนพักอยู่ภายในเรือน งานในร้านค้าก็ไม่มีอะไรที่ต้องจัดการ ด้วยอาเว่ย อาโหยว่ อาจื่อ ล้วนทำได้ดีตระกูลตู้ที่ประกาศเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกไปแล้ว ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา จางซื่อยังไม่ทันได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นฮูหยินเอกเลย ก็มีข่าวลือว่านางเคยเป็นนางโลมเก่า และมีบุรุษที่เคยซื้อค่ำคืนของนางออกมาประกาศเรื่องที่เป็นบิดาของตู้ลี่เจียว หากมีเพียงคนเดียวตู้หยางก็คงจะจัดการผิดกลบเกลื่อนไปได้ แต่มีถึงห้าคนที่ออกมาเรียกร้องว่าตนเป็นบิดาของตู้ลี่เจียวตู้หยางไม่อาจรับคำนินทาที่ว่าเขาถูกสวมหมวกเขียวได้ ถึงได้ออกมาประกาศว่า ตนถูกจางซื่อวางยาและบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของเขา หลอกลวงเขามาหลายปี การแสดงร้องไห้คร่ำครวญที่น่าสงสาร ทำให้คนหลงเชื่อไม่น้อยจางซื่อที่ทนรับความผิดและชื่อเสียงที่ย่อยยับเอาไว้เพียงลำพังไม่ได้ ก็ประกาศไปทั่ว ว่าตู้หยางเป็นบุรุษหน้าเนื้อใจเสือ โหดเหี้ยมยอมสละบุตรสาวแท้ๆ ของตนเองเพื่อผลประโยชน์ทำให้ตู้หยางต้องส่งคนไปรับตู้ลี่ม่านกลับมายืนยันว่าเรื่องไม่ได้เป็นที่นางจา
บุรุษตระกูลหวงทั้งสาม เมื่อลากม่านม่านมาถึงเรือนของนางแล้ว ต่างก็มองนางกันอย่างมีคำถาม“ข้าพูดเรื่องจริงท่านพี่ ต่อให้ท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็จะแต่งกับพี่จิ้น ข้าซื้อเรือนเอาไว้แล้ว”“เจ้าวางแผนทั้งหมดโดยไม่บอกพวกข้าหรือ” หวงเหลียงโมโหไม่น้อยที่นางปิดบังเขา“ข้าบอกพวกท่านมาตลอด แต่พวกท่านฟังข้าหรือไม่เล่า”“น้องเล็กการแต่งงานของเจ้ามิใช่ว่าพวกพี่มีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้าเองเป็นท่านหญิงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง และยังเป็นน้องสาวบุญธรรมของหนิงอ๋อง เจ้าต้องให้หนิงอ๋องพยักหน้ายินยอมเสียก่อน” หวงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง“มันจะไปยากอันใด ข้าจัดการเอง ท่านพี่พวกท่านเชื่อข้า พี่จิ้นจะไม่มีวันทำให้ข้าเสียใจ พวกท่านก็รู้หากมีวันนั้นชะตาของเขาคงขาด” ตอนนี้ทั้งสามเริ่มจะนึกเห็นใจกงเพ่ยจิ้นเสียแล้วเมื่อครู่ที่ม่านม่านนางเหมือนจะเป็นลมนางไม่ได้แกล้ง แต่เพียงแค่นางไม่อยากให้พี่ชายและคนอื่นในจวนตกใจเท่านั้น จึงได้เก็บเงียบเอาไว้วันต่อมา กงเพ่ยจิ้นก็ขอเข้าพบหนิงอ๋องทันที ในตอนแรกหนิงอ๋องก็ชั่งใจไม่น้อย ด้วยเพิ่งจะเคยพบกงเพ่ยจิ้นเป็นครั้งแรก แต่พอกงเพ่ยจิ้นยื่นสิ่งหนึ่งให้หนิงอ๋องเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที“ม
กงเพ่ยจิ้นที่รออยู่ในห้องที่ถูกจัดฉากเอาไว้ พอสาวใช้พาตัวตู้ลี่ม่านมา เขาก็ให้คนของเขาจัดการทำให้นางหมดสติแล้วลากไปซ่อนตัวเอาไว้ ที่ห้องโถง เกาตงหยวนที่ยังคงนั่งพูดคุยกับตู้ลี่เจียว ไม่นานก็หมดสติไป เป็นกงเพ่ยจิ้นที่ได้ยาสลบชนิดเบามาจากม่านม่าน นำมาใช้กับคนทั้งสองพอพาทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องที่เตรียมเอาไว้ให้กงเพ่ยจิ้นและตู้ลี่ม่านแล้ว ยาสลบก็ไม่อาจต้านทานยากำหนัดชนิดรุนแรงได้ ร่างของคนทั้งสองเริ่มได้สติ ไฟราคะภายในห้องก็ดังขึ้น เสียงครางหวานและเสียงคำรามอย่างพอใจของทั้งสองดังออกมา จนสาวใช้ที่ผ่านไปผ่านมาต้องรีบนำเรื่องไปรายงานที่เรือนหลัก ตู้หยางกับจางซื่อเมื่อรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนไปดู ด้วยต้องการทำให้ทั้งคู่กลายเป็นข้าวสุกเสียก่อน“ข้ายอมสละอาม่านแล้ว เจ้าต้องให้เจียวเจียวทำให้อาหยวนเร่งจัดการเรื่องการค้าให้ข้า”“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” จางซื่อยิ้มหวานให้ตู้หยาง “ท่านอย่าลืมมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้านะเจ้าคะ”“หึหึ ย่อมได้” ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เลยว่าแผนการจะไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อตู้หยางกับจางซื่อไปถึงที่เรือนเกิดเหตุ กลายเป็นว่าบุรุษและสตรีในห้
หวงเหลียงที่ยังเป็นห่วงอาการน้องสาวจึงไม่ได้มองสีหน้าประหลาดใจของกงเพ่ยจิ้น “ใช่แล้ว ไว้ข้าจะพานางมาให้เจ้ารู้จัก”“แล้วนางเป็นอันใดมาหรือไม่”“นางไข้ขึ้น จนลุกจากเตียงไม่ได้ เดิมทีอาการป่วยของนางก็หายไปนานแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดถึงเป็นหนักขึ้นมาได้” หวงเหลียงส่ายหัว“ข้าจะไปดูนางเสียหน่อย”“
ม่านม่านเลิกคิ้วมองพี่ชายทั้งสามของนาง “สหายของท่าน กงเพ่ยจิ้นหรือ”“เอ๊ะ!!! น้องเล็กเจ้ารู้ได้อย่างไร” หวงเสี่ยงร้องออกมาอย่างตกใจ“จวนติดกัน ข้าก็ต้องสืบเรื่องตระกูลตู้ไว้บ้าง เขาเป็นเช่นใดบ้าง” ภายในอกของนางสั่นไหว ด้วยไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปหาเขาเช่นใดดี ดูจากอาอี อาเอ้อ อาซาน ที่จำจดเรื่องในภพที่
ม่านม่าน นางเช่าเรือนในเมืองขนาดกลางอยู่ก่อน ด้วยนางยังต้องการทำการค้า จึงต้องสั่งขวดกระเบื้องจากโรงเผาที่นางเคยสั่งเอาไว้ และครั้งนี้นางก็ได้ลวดลายขวดกระเบื้องเช่นเดียวกับชาติที่แล้วพี่ชายทั้งสามคน นางจ้างอาจารย์มาสอนวรยุทธ์ในตอนเช้าให้เขา ช่วงสายไปจนเกือบถึงเย็นนางให้พวกเขาเรียนเขียนอ่านตำราในต
มู่ลี่ม่านถูกย้ายตัวกลับไปที่เรือนพักของนาง โดยมีเสี่ยวเฉาคอยเฝ้าเอาไว้ไม่ห่าง กงหนิงเจี้ยนและกงหนิงอวี่ถูกพาตัวไปที่เรือนพักของเขา นับว่าเป็นครั้งแรกที่สองฝาแฝดมาพักที่เรือนพักของตนเอง โดยมีป้าฝูและอาเฉียวคอยเฝ้าพวกเขาเอาไว้ จนพวกเขาร้องไห้จนหลับไปกงเพ่ยจิ้นพาลุงเฉิงมาที่ตำหนักอ๋อง ฟ้าด้านนอกก็เก
ความคิดเห็น