เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด

เมื่อนักฆ่า ต้องมาเลี้ยงลูกแฝด

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-27
Oleh:  l3oonm@Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
5 Peringkat. 5 Ulasan-ulasan
54Bab
6.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ม่านม่าน หญิงสาวที่ถูกองค์กรเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก และฝึกนางให้เป็นนักฆ่าทำงานให้องค์กร แต่ก่อนที่นางจะไปทำภารกิจใหม่ในวันรุ่งขึ้น วิญญาณนางดันถูก ตู้ลี่ม่านดึงเข้ามาแก้แค้นเรื่องที่นางถูกใส่ร้าย

Lihat lebih banyak

Bab 1

นางยังไม่ตาย

ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนที่เตียงไม้เนื้อแข็ง ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วรอบตัวอย่างสับสน กลิ่นเหม็นหืน กลิ่นเชื้อราลอยเข้าจมูกจนต้องนิ่วหน้าด้วยความสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียนออกมา

“ท่านพี่...ฮึก...ท่านแม่ ตายแล้วหรือ ท่านฆ่านางจริงหรือ” เสียงของเด็กน้อยดังวนอยู่ข้างหูจนนางต้องหันไปมอง

“ข้าไม่ได้ฆ่านาง และนางก็ยังไม่ตาย”

ม่านม่าน มองเด็กผู้ชายฝาแฝดตรงหน้าวัยห้าหนาวด้วยความมึนงง ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเด็กคนที่ใกล้มือนางมากที่สุด “ใครส่งแกมา”

“อ๊ากกกก ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” เรี่ยวแรงของม่านม่านมีไม่มากนัก

“ปล่อย!!! อวี่เออร์นะ หญิงชั่ว” เด็กแฝดคนพี่หยิบของใกล้มือตีไปที่มือของม่านม่านเต็มแรง แต่แรงเด็กจะมากเพียงใด ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้น้องชายของเขาหลุดออกจากการเกาะกุมของม่านม่านมาได้

ม่านม่าน ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก นางในตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าร่างกายของนางเป็นอันใด หรือว่าจะถูกพิษสลายเรี่ยวแรงที่นางเป็นผู้สร้างขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้น นางจะต้องขยับร่างกายไม่ได้ต่างหากเล่า

เด็กแฝดคนพี่ดันตัวเด็กแฝดคนน้องไปอยู่ด้านหลัง ไม้ในมือยังชี้มาทางม่านม่านอย่างระวังตัว

“หึ จะทำอะไรฉันได้” นางยิ้มเยาะออกมา แต่เมื่อครู่ก็เป็นตรงหน้ามิใช่หรือที่ตีข้อมือนางจนเจ็บ

ม่านม่านมองสำรวจห้องที่นางนอนอยู่อย่างไม่เข้าใจ เมื่อครู่นางจำได้ว่ายังอยู่ภายในห้องพักเพื่อเตรียมตัวทำภารกิจสังหารนักการเมืองคนหนึ่ง แต่ทำไมตอนนี้นางถึงได้มาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ บ้านไม้ที่ดูเหมือนใกล้จะพังลงมาเต็มที เด็กแฝดสองคนมาจากไหน

“ถ้าท่านพ่อกลับมา ข้าจะได้จัดการเจ้า”

“หืม...ดี ฉันจะได้ฆ่าพ่อพวกแกเสียเลย” ม่านม่านยิ้มเย็นออกมา เด็กทั้งสองถอยตัวไปติดผนังพร้อมมองมาที่นางอย่างหวาดระแวง

ภาพความทรงจำไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด ไหลวนเข้าสู่หัวสมองของนางราวกับน้ำป่าที่ทะลักเข้ามา มู่ลี่ม่าน เจ้าของร่างที่ ม่านม่านเข้ามาอยู่ในร่างของนาง เด็กฝาแฝดที่เห็นตรงหน้าคือบุตรของนางกับ กงเพ่ยจิ้น

เดิมเจ้าของร่างเป็นบุตรีคหบดีใหญ่ของเมืองหลวง มู่ลี่ม่านถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่พอมารดาของมู่ลี่ม่านเสียชีวิตลง บิดาก็แต่งฮูหยินเอกเข้าจวน โดยที่นางมีบุตรสาววัยใกล้เคียงกับมู่ลี่ม่านติดตามเข้ามาด้วย ทั้งยังใส่ชื่อนางเข้าตระกูลมู่โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของผู้อาวุโสในตระกูล

ภายหลังเมื่อมู่ลี่ม่านเติบโตขึ้น จึงได้รู้ว่า ตู้ลี่เจียว คือบุตรสาวนอกสมรสของบิดานาง จางซื่อก็คืออนุที่เลี้ยงดูเอาไว้นอกเรือน พอมารดาของนางตายลงก็รับสองแม่ลูกเข้ามาอย่างมีหน้ามีตา

ตู้หยาง บิดาของนาง คงลืมไปว่าที่ตนเองมั่งคั่งจนร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง เป็นเพราะความสามารถของมารดาของนาง

มู่ลี่ม่าน มีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับ เกาตงหยวน บุตรชายรองเจ้ากรมการคลังที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมู่ ตระกูลของท่านตานาง การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่สามารถยกฐานะตระกูลพ่อค้าที่ต่ำต้อยให้ทะยานขึ้นเกี่ยวดองกับขุนนางเช่นนี้ จางซื่อจะยอมปล่อยให้เป็นของมู่ลี่ม่านได้อย่างไร

นางกับบุตรีของนางจึงวางแผนทำลายชื่อเสียงของมู่ลี่ม่าน โดยวางยากำหนัดลงในอาหารของมู่ลี่ม่านในงานเลี้ยงน้ำชาในจวนตระกูลตู้ และบุรุษที่เคราะห์ร้ายก็ไม่ใช่ใคร เป็นกงเพ่ยจิ้น เด็กหนุ่มที่มารดาเจ้าของร่างรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก ด้วยนางรู้ดีว่านางไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก จึงเลี้ยงดูกงเพ่ยจิ้นราวกับบุตรอีกคน

ชื่อเสียงของมู่ลี่ม่านถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี นางถูกตระกูลเกาโยนหนังสือถอนหมั้นใส่หน้า ทั้งยังถูกผู้เป็นมารดาขับไล่ออกจากตระกูล เคราะห์ดีที่ตระกูลมู่ยังพอมีเมตตากับนางอยู่บ้าง จึงให้นางใช้แซ่มู่ และมอบบ้านในชนบทพร้อมที่ทางให้นางได้ใช้ชีวิตกับกงเพ่ยจิ้น

มู่ลี่ม่าน สุขสบายมาตั้งแต่เกิด นางจะทนรับความลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร นางอาละวาดกับกงเพ่ยจิ้นนับต้องแต่มาถึงหมู่บ้าน โวยวายจะกลับตระกูลตู้เพื่อไปขอให้บิดาสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับนาง ไม่ว่านางจะส่งจดหมายไปกี่ฉบับ บิดาก็ไม่เคยตอบกลับเลยสักครั้ง เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่า นางถูกทอดทิ้ง

หลังมาอยู่ที่หมู่บ้านชนบทได้ไม่ถึงสองเดือน มู่ลี่ม่านก็พบว่านางตั้งครรภ์ นางคิดจะกินยาขับเลือดเพื่อเอาเด็กออก แต่พอได้ยินข่าวว่าน้องสาวต่างมารดาของตนแต่งงานกับอดีตคู่หมั้น กงเพ่ยจิ้นขอร้องนางให้เก็บเด็กเอาไว้ แล้วเขาจะเป็นผู้เลี้ยงดูเอง ตัวนางที่หมดอะไรตายยากจึงยอมตั้งครรภ์และคลอดเด็กทั้งสองออกมา โดยมิคิดที่จะเหลียวแลหรือสนใจเลี้ยงดูเลยสักนิด

สองสามีภรรยา แม้อยู่ในบ้านเดียวกันแต่ก็แยกกันใช้ชีวิต เด็กแฝดทั้งสองนอนกับผู้เป็นบิดา ในห้องของมู่ลี่ม่านนางอยู่เพียงลำพัง และที่ห้องของนางมีสภาพเหม็นหืน สกปรกเช่นนี้ก็เพราะตัวนางทำสิ่งใดไม่เป็นเลย กงเพ่ยจิ้นเองก็เลิกสนใจนางตั้งแต่นางอาละวาดทุบตีบุตรทั้งสองเมื่อตอนเขาเพียงสองหนาวเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ยังคงทำอาหารเผื่อนางด้วย

ที่นางต้องตายลงจนวิญญาณของม่านม่านเข้ามาแทนที่ เป็นเพราะนางสะสมความแค้นไว้ในใจมากเกินไปและร่างกายที่อ่อนแอของนาง ทำให้ร่างกายเกินจะรับไว้ถึงได้สิ้นใจลง

และที่เด็กแฝดทั้งสองอยู่ภายในห้องของนาง เป็นเพราะเมื่อสองวันก่อน กงเพ่ยจิ้นเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์กับสหายในหมู่บ้าน โดยฝากเด็กทั้งสองไว้กับมู่ลี่ม่าน ถึงแม้มู่ลี่ม่านจะไม่สนใจ อย่างไรเด็กทั้งสองก็ดูแลตนเองได้ เขาถึงได้เข้าป่าอย่างวางใจ

ม่านม่านกำลังนั่งประมวลผลและหาเหตุผลที่ตัวนางมาอยู่ในร่างของมู่ลี่ม่านอยู่ ท้องของเด็กแฝดคนน้องก็ร้องขึ้นมาเรียกความสนใจจากนาง

“หิวหรือ?” นางหันไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ขอรับ” ดวงตากลมโตที่มองมาทางนางเอ่ยตอบอย่างกลัวๆ

“อย่าไปสนใจนาง ข้าจะไปหาอะไรให้เจ้ากินเอง”

“เจ้าทำอาหารได้หรือ?”

“รอให้ท่านทำให้ ข้าสองคนคงอดตาย”

“เด็กน้อย ข้าเป็นแม่ของเจ้ากระมัง พูดกับแม่ให้ดีหน่อย รู้ไหมเด็กดื้อจะโดนอะไร” ม่านม่านจ้องมองกงหนิงเจี้ยนจนเขาขนลุกไปทั้งตัว “พอข้าไปห้องครัว” นางไม่สนใจว่าเขาจะมองนางเช่นใด ยามนี้ท้องนางเองก็หิวเช่นกัน ต้องหาอะไรกินก่อน

กงหนิงอวี่ พอได้ยินว่าห้องครัวก็รีบลุกขึ้นเดินนำม่านม่านไปด้านนอกทันที

เสียงแดดของยามเช้า กลิ่นน้ำค้าง ไอดิน ที่ตัวม่านม่านไม่เคยได้สัมผัสมานาน นางยืนสูดลมหายใจเข้าอยู่ด้านหลังเรือนอยู่ครู่ใหญ่ พร้อมสำรวจตัวบ้านที่นางต้องอยู่ไปด้วย

“โทรมชะมัด” นางเบ้ปากอย่างดูแคลน บิดาเจ้าของร่างใจดำเหลือแสนไม่คิดจะแบ่งทรัพย์สินให้บุตรสาวตนเองมาตั้งตัวเลย หากมีโอกาสนางจะรีดเลือดของตระกูลตู้ออกมาให้หมดตัวเลยคอยดู

ภายในห้องครัวยังพอมีข้าวสารและเนื้อสัตว์หลงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ม่านม่านมองวัตถุดิบตรงหน้าอยู่ครู่ก่อนจะคิดว่าสมควรทำอะไรเพื่อให้คนสามคนกินอิ่มท้อง พอคิดได้ก็เดินไปที่หน้าเตาไฟเพื่อจะจุดเตา

“พวกเจ้าจุดเตาเป็นหรือไม่” นางเพิ่งจะเคยเห็นเตาหน้าตาแบบนี้เป็นครั้งแรก

กงหนิงเจี้ยนเดินเข้ามาหยุดที่หน้าเตาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ก่อนจะก้มตัวลงจนก้นน้อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วตั้งหน้าตั้งตาจุดไฟให้ม่านม่าน

“มา...ข้าเอง” นางแย่งที่จุดไฟมาจากกงหนิงเจี้ยน

ม่านม่านทำตามที่กงหนิงเจี้ยนทำเมื่อครู่ จุดไฟติด แต่มันก็ดับลงอย่างรวดเร็ว จนนางเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว

“ท่านต้องเป่าด้วย” กงหนิงเจี้ยนไม่คิดอยากจะบอกวิธีจุดไฟให้ม่านม่านรู้ แต่กงหนิงอวี่ที่ทนมองไม่ได้ เป็นฝ่ายบอกขึ้นมาแทน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เป็นอีกเรื่องของไรท์ที่เราชอบ จบดี สนุก
2026-03-12 17:11:43
1
0
Ssert
Ssert
สนุก เนื้อเรื่องน่าติดตามคะ
2026-02-21 00:36:40
1
0
Mookda Bouabayone
Mookda Bouabayone
อย่าเทกลางทางนะค่ะ...​
2026-02-19 18:36:20
0
0
kookai kookooi
kookai kookooi
ຖ້າຕອນໃໜ່ຢູ່ເດີ້
2026-02-11 01:24:53
0
0
vethida varaphonhonsa
vethida varaphonhonsa
เริ่มเรื่องมาก้อน่าสนุกแล้วค่ะ รออ่านนะคะ
2026-02-10 22:35:00
0
0
54 Bab
นางยังไม่ตาย
ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนที่เตียงไม้เนื้อแข็ง ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วรอบตัวอย่างสับสน กลิ่นเหม็นหืน กลิ่นเชื้อราลอยเข้าจมูกจนต้องนิ่วหน้าด้วยความสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียนออกมา“ท่านพี่...ฮึก...ท่านแม่ ตายแล้วหรือ ท่านฆ่านางจริงหรือ” เสียงของเด็กน้อยดังวนอยู่ข้างหูจนนางต้องหันไปมอง“ข้าไม่ได้ฆ่านาง และนางก็ยังไม่ตาย”ม่านม่าน มองเด็กผู้ชายฝาแฝดตรงหน้าวัยห้าหนาวด้วยความมึนงง ก่อนจะยื่นมือไปบีบคอเด็กคนที่ใกล้มือนางมากที่สุด “ใครส่งแกมา”“อ๊ากกกก ท่านพี่ช่วยข้าด้วย” เรี่ยวแรงของม่านม่านมีไม่มากนัก“ปล่อย!!! อวี่เออร์นะ หญิงชั่ว” เด็กแฝดคนพี่หยิบของใกล้มือตีไปที่มือของม่านม่านเต็มแรง แต่แรงเด็กจะมากเพียงใด ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้น้องชายของเขาหลุดออกจากการเกาะกุมของม่านม่านมาได้ม่านม่าน ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก นางในตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าร่างกายของนางเป็นอันใด หรือว่าจะถูกพิษสลายเรี่ยวแรงที่นางเป็นผู้สร้างขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้น นางจะต้องขยับร่างกายไม่ได้ต่างหากเล่าเด็กแฝดคนพี่ดันตัวเด็กแฝดคนน้องไปอยู่ด้านหลัง ไม้ในมือยังชี้มาทางม่านม่านอย่างระวังตัว“หึ จะทำอะไรฉันได้” น
Baca selengkapnya
วันแรกก็วุ่นวายแล้ว
น้อยครั้งนักที่ผู้เป็นมารดาสนใจเขา เขาเองที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากผู้เป็นมารดามาตลอดย่อมอยากจะใกล้ชิดและเอาใจม่านม่านนางหันไปเลิกคิ้วมองกงหนิงเจี้ยนที่ตอนนี้หลบสายตาจ้องมองออกไปทางด้านนอกแทนอย่างร้อนตัว นางจึงหันมาสนใจหน้าเตาแล้วเริ่มเป่าลมใส่ตามที่กงหนิงอวี่แนะนำแต่แทนที่มันจะติดไฟง่ายๆ อย่างที่คิด มันกลายเป็นควันไฟที่ลอยเต็มห้องครัว จนคนทั้งสามอยู่ด้านในไม่ไหว “แค่ก แค่ก” เสียงไอสำลักควันของสามแม่ลูกดังอยู่ที่หน้าห้องครัว“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง...ว่าจุดไฟอย่างไร” ม่านม่านดึงคอเสื้อกงหนิงเจี้ยนจนขาเขาลอยขึ้นจากพื้น“ทุกครั้งข้าก็ทำเหมือนท่าน” เขาร้องเสียงหลงตกใจ ไม่คิดว่าม่านม่านจะยกตัวเขาลอยได้“ท่านแม่...ปล่อยพี่ใหญ่เถิดขอรับ เขามิได้หลอกท่าน ทุกครั้งพี่ใหญ่ก็เป่าเช่นที่ท่านแม่ทำจริงๆ ขอรับ” กงหนิงอวี่ดึงแขนเสื้อของม่านม่านเพื่อขอร้องให้นางยอมปล่อยตัวพี่ชายของตนงานที่นางทำไม่เคยต้องเข้าใกล้เด็กน้อย ทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะใกล้ชิดเด็กด้วย แต่นางก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของกงหนิงเจี้ยน แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้ามีไฟแช็กก็คงดี” นางคิดถึงไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักของตนเองแต่สิ
Baca selengkapnya
เริ่มก่อนได้เปรียบ
ม่านม่านมองเขาแล้วถอนหายใจออกมา สภาพการเงินคงไม่ดี พวกเขาถึงได้กินวันละสองมื้อเท่านั้น “ต่อจากนี้ไปจะกินวันละสามมื้อ ออกไปเล่นเถิด อย่าให้ผู้ใดรังแกได้เล่า” เด็กทั้งสองวิ่งออกไปด้วยความยินดีม่านม่านนางจึงได้เก็บเสื้อผ้ากองโตเข้าไปในมิติ แล้วเข้าไปเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง ของทั้งหมดแทบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นขยะแล้วในสายตานาง นางจึงจัดการทิ้งทั้งหมดเสียแล้ว โดยรวบทั้งหมดไปโยนทิ้งในห้องเก็บฟืนด้านหลังเรือนแล้วนำที่นอน เครื่องนอน เครื่องเรือนภายในห้องพักออกมาจัดวางภายในห้องใหม่ทั้งหมด กว่านางจะทำความสะอาดทั้งในห้องและภายในเรือนเรียบร้อย ก็เกือบจะถึงมื้อกลางวันเสียแล้วเสียงร้องไห้ของกงหนิงอวี่ดังอยู่หน้าประตูเรือน ม่านม่านที่กำลังจะเดินเข้าห้องครัวก็รีบเปลี่ยนทิศเดินไปดูว่าเกิดเรื่องใดขึ้นเมื่อเปิดประตูออกไปมองก็เห็นกงหนิงเจี้ยนที่ใบหน้าบวมช้ำกับกงหนิงอวี่ที่เปื้อนไปด้วยโคลนกำลังร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่“โดนอะไรมา” นางกอดอกพิงประตูเรือนมองพวกเขา“ต้าเปียว ผลักข้าลงโคลน พี่ใหญ่เข้าไปช่วยเขาเลยตีพี่ใหญ่ขอรับ ฮึก....”แต่ก่อนที่ม่านม่านจะถามอะไรเพิ่มเติม เสียงของหญิงวัยกลางคนที่กำลังดุด่าเด
Baca selengkapnya
อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบ
รุ่งเช้า นางตื่นขึ้นมาก็พบดวงตาสองคู่ที่กำลังจ้องมองนางอยู่ พวกเขาตื่นกันนานแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะปลุกท่านแม่ อีกทั้งอ้อมกอดของท่านแม่ก็อบอุ่นจนไม่อยากลุกจากที่นอน“ตื่นกันนานแล้วหรือยัง” นางบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้น“เพิ่งตื่นขอรับ” กงหนิงอวี่ร้องบอกเสียงใส“ไปล้างหน้ากันก่อน ข้าจะไปเตรียมอาหารเช้า จะได้ออกไปด้านนอก”เด็กทั้งสองลุกขึ้นเก็บผ้าห่ม ม่านม่านมองพวกเขาเก็บอย่างสนใจ หากอยู่ในยุคสมัยของนางเด็กห้าขวบคงยังมิรู้ความเช่นนี้ หากพวกเขาได้รับความรักจากผู้เป็นมารดาอย่างเต็มที่ ก็คงไม่ต้องโตเร็วกว่าอายุทั้งสามกินข้าวอาบน้ำแล้วออกจากมิติ ออกมาได้เพียงไม่นาน เสียงโวยวายที่หน้าประตูเรือนก็ดังขึ้น“พวกเจ้ารออยู่ในเรือน ข้าจะออกไปดูเสียหน่อย”“ขอรับ/ขอรับ”ม่านม่าน ยังเดินไม่ถึงหน้าประตูเรือน ประตูเรือนก็ถูกคนด้านนอกเปิดเข้ามาแล้ว คนนับสิบส่งเสียงดังจนจับใจความไม่ได้ มีคนเจ็บที่ถูกหามเข้ามาด้านใน ตรงหน้าอกของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ใบหน้าของเขาไร้สีเลือด มีเพียงหน้าอกที่ยังขยับอยู่เล็กน้อยที่บ่งบอกว่ายังมีลมหายใจอยู่"อาม่าน อาจิ้นสามีเจ้าถูกหมีตะปบเข้าที่หน้าอกอาการมิสู้ดีนัก” บุรุษวัยกลาง
Baca selengkapnya
ข้าขอมือของเจ้าแทน
หมอเพียงแค่เห็นสภาพของกงเพ่ยจิ้นเท่านั้น แต่ยังมิทันได้ตรวจดูบาดแผล เห็นเขาหลับตานิ่งก็คิดว่าไม่อาจช่วยได้แล้ว พอม่านม่านนางพูดออกมา เขาถึงได้เดินเข้ามาตรวจดูบาดแผลของกงเพ่ยจิ้นอย่างละเอียด“ไม่น่าเชื่อ...ว่าเลือดจะหยุดไหลได้” บาดแผลลึกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเลือดจะหยุดไหล “ห้าสิบตำลึง ข้าจะรักษาให้ แต่ถ้าไม่มีก็หามเขาไปรักษาที่อื่น”อาหยุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ต่อให้เข้าป่าล่าสัตว์ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินห้าสิบตำลึงมาครบเมื่อใด แต่ก่อนที่เขาจะร้องขอความเมตตาจากท่านหมอ เสียงเย็นของสตรีก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“ได้...แต่หากเจ้ารักษาเขาไม่ได้...ข้าขอมือของเจ้าแทน” นางจ้องมองท่านหมอราวกับจะตัดมือเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้“ได้” ท่านหมอจำต้องกัดฟันตอบกลับไป เขาไม่เชื่อว่าสตรีตรงหน้าจะเอามือของเขาไปได้กงเพ่ยจิ้นถูกหามเข้าไปรักษาด้านใน ม่านม่านนางฝากเด็กแฝดไว้ในความดูแลของอาหยุน“นั่นเจ้าจะไปไหน”“ไปหาเงินไง หรือเจ้าจะออกให้ข้า” นางเลิกคิ้วถามอาหยุนจำได้ว่ามู่ลี่ม่านนางเป็นคุณหนูตระกูลคหบดีมาก่อน อย่างน้อยก็ต้องมีของมีค่าแลกเปลี่ยนเป็นเงินมาได้ จึงได้แต่หลบสายตาของนาง พาเด็กแฝดทั้งสองคนเข้าไปรอที่หน้าห้อง
Baca selengkapnya
ควรจะตอบแทนเขาเล็กน้อย
ม่านม่าน ที่แยกตัวเดินไปทางอื่นก็กลับมารวมตัวกับฝาแฝดทั้งสอง เมื่อไม่มีสิ่งใดที่น่าสนใจ ม้าที่สองฝาแฝดเลือก สีดำกับสีแดง จากสายตาของม่านม่าน นับว่าเป็นม้าดีทั้งคู่ นางจึงไม่คิดจะขัดขวางพวกเขา“คุณชายทั้งสองตาถึงไม่น้อย ม้าสองตัวนี้เป็นยอดอาชาที่ข้าเพิ่งได้มาจากชนเผ่าทางตอนเหนือ หากชายนอกด่านทั้งสองไม่รีบใช้เงินคงไม่อาจตัดใจขายม้าที่ล้ำค่าคู่นี้ออกมาได้”“เช่นนั้นก็จัดการเทียมรถม้าให้ข้าเลย ข้ายังต้องรีบเดินทางกลับหมู่บ้าน” ม่านม่านเอ่ยเสียงเรียบออกมา“เจ้าไม่ถามราคาก่อนเลยหรือ” อาหยุนเดินเข้ามากระซิบถามอย่างร้อนรน“อย่างไรก็ต้องซื้อ จะถามเพื่ออันใด”“ฮูหยิน ม้าสองตัวนี้ข้าซื้อมาในราคาที่สูงนัก ไม่ปิดบังท่าน ข้าซื้อมาตัวละสามสิบตำลึงทอง ขอขายท่านพร้อมรถเทียมขนาดใหญ่ เจ็ดสิบตำลึงทองขอรับ” นายหน้าค้าสัตว์เหลือบมองสีหน้าของม่านม่าน เขาเรียกสูงกว่าเดิมสิบตำลึงทอง เพื่อให้นางต่อรอง“ได้” นางส่งตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองให้นายหน้าค้าสัตว์โดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิด“นะ นี่ จะ เจ้าไม่ต่อราคาเลยหรือ”“พูดมาก” ม่านม่านเริ่มจะรำคาญอาหยุนเสียแล้ว เงินก็เป็นของนางเขาจะเดือดร้อนเพื่ออันใดหากอาหยุนรู
Baca selengkapnya
ท่านจะกลับเมืองหลวงหรือ
อาหยุนหลังจากป้อนข้าวกงเพ่ยจิ้นเรียบร้อยแล้ว เขาก็คิดจะออกไปเอายาต้มด้านนอกมาให้กิน แต่ถูกกงเพ่ยจิ้นรั้งเอาไว้เสียก่อน“เจ้าหยิบยกลูกกลอนบนโต๊ะมาให้ข้า” เขาชี้มือที่ไร้เรี่ยวแรงไปที่ยาบนโต๊ะ ที่ม่านม่านนางวางทิ้งเอาไว้“หืม...ยาอันใดกัน รูปร่างประหลาดนัก ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็น”“เป็นยาลูกกลอนที่ท่านหมอให้มา” เขาไม่อาจพูดออกมาได้ว่าเป็นยาที่มู่ลี่ม่านนางทิ้งเอาไว้ให้ ถึงแม้ไม่รู้ว่านางได้มาจากที่ใด แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาเชื่อว่านางไม่มีทางทำร้ายเขา หากนางอยากให้เขาตายคงไม่ยื้อชีวิตเอาไว้มาถึงตอนนี้ นางไม่จำเป็นต้องช่วยตอนที่อยู่บนเกวียนวัว“พี่จิ้น ไหนท่านบอกพี่สะใภ้ไม่ชอบท่านอย่างไรเล่า นางยอมนำของมีค่าไปขายเพื่อหาเงินมารักษาท่านถึงห้าสิบตำลึงเงิน แม้แต่ตอนที่ท่านหมอจะรักษาท่าน นางยังพูดเลยว่า...หากทำให้ท่านตาย นางจะตัดมือของท่านหมอทิ้งเสีย เดิมทีนางเป็นคนโหดเหี้ยมเช่นนี้เลยหรือ” อาหยุนอดสงสัยไม่ได้แม้แต่กงเพ่ยจิ้นก็ดูจะประหลาดใจไม่น้อย ของมีค่าที่มู่ลี่ม่านนำติดตัวมาเหลือเพียงแค่ปิ่นที่เกาตงหยวนเคยมอบให้นางไว้เท่านั้น เขาไม่อยากเชื่อว่านางจะยอมตัดใจขายเพื่อช่วยชีวิตของเขา“อีกอ
Baca selengkapnya
เจ้า...มีปัญหากับข้าหรือ
กงหนิงเจี้ยนมองนางอย่างรู้ทัน “แต่ท่านเองก็จะออกไปเที่ยวเล่นมิใช่หรือ”“เหอะ ข้าไปทำงานหากเงินเลี้ยงพวกเจ้าที่กินเหมือนหมูอย่างไรเล่า หรือวันนี้จะกินเพียงแค่ข้าวเปล่า” นางเลิกคิ้วถามอย่างยียวน“ข้าไม่ไปก็ได้ แต่ท่านต้องซื้อขนมมาให้ข้า” กงหนิงอวี่ยอมแพ้ พอได้ยินว่าต้องกินเพียงข้าวเปล่าม่านม่านมองไปทางกงหนิงเจี้ยนเพื่อรอดูว่าเขาจะยอมหรือยัง “ข้าขอดูการ์ตูนสองตอน”“ไปอยู่ในห้องกับบิดาของเจ้าได้แล้ว”ไม่ได้ไปแต่ถือว่าอย่างน้อยก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ ทั้งสองจึงเดินแทบจะกลายเป็นวิ่งมุ่งหน้าไปที่ห้องนอนของกงเพ่ยจิ้นอย่างไวม่านม่านเลือกม้าสีดำออกมา แล้วขี่ควบออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมือง ยามที่ออกมาจากหมู่บ้าน ม่านม่านนางไม่สนสายตาของชาวบ้านที่มองมาทางนางด้วยความตกตะลึง ไม่ว่าจะนินทานางเช่นใด นางล้วนแต่ไม่เก็บมาใส่ใจที่นางต้องการจะไปคือโรงค้าทาส นางสอบถามทหารหน้าประตูเมืองถึงตำแหน่งที่ตั้งของโรงค้าทาสแล้วมุ่งหน้าไปทันทีทางทิศใต้ของเมืองมีโรงค้าทาสตั้งเรียงตั้งแต่ต้นซอยจรดท้ายซอย นางฝากม้าเอาที่โรงฝากม้า ก่อนจะเดินดูไปเรื่อยๆนายหน้าค้าทาส ต่างออกมายืนรอเรียกคนซื้ออยู่ด้านหน้า ส่งเส
Baca selengkapnya
ข้าต้องรายงานเจ้าด้วย
ม่านม่านเห็นสายตาของเขาที่เปลี่ยนแปลงนางก็ระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว นางเบี่ยงข้อมือหลบเล็กน้อย ก่อนจะชันตัวขึ้นแล้วถีบเข้ายอดอกของเขาจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น นางมิได้หยุดเพียงเท่านั้น ด้วยกำลังบุรุษและสตรี เขาตัวใหญ่กว่านางไม่น้อยสู้มือเปล่านางย่อมไม่มีทางสู้ได้ปืนเก็บเสียงปรากฏขึ้นมาแทนมีดสั้น ก่อนจะยิงลงบนพื้นเฉียดใบหูของเขาไปเพียงนิดเดียว เมื่อมีอาวุธประหลาดปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน จากที่รอดูเรื่องสนุกก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวขึ้นทันที“หึหึ ลุกขึ้นมา เจ้าดูสิ่งที่อยู่ในมือข้าให้ดี” ม่านม่านเล็งปืนในมือไปต้นท้อที่ออกผลอยู่ข้างเรือน นางมิได้เล็งนานก็ปล่อยลูกกระสุนในมือออกไปแล้ว ทุกคนมองตามปากกระบอกปืนไปที่ต้นท้อเป็นตาเดียว พอได้ยินเสียงดังเบาๆ ออกมาจากปากกระบอกปืน ลูกท้อที่เห็นเด่นสะดุดตาก็ระเบิดออกไม่เหลือชิ้นดี“มีผู้ใดคิดจะลองดีอีกหรือไม่ หากมีก็ลุกขึ้นมา หัวของเจ้าจะได้เป็นเช่นเดียวกับลูกท้อผลนั้น” นางกวาดสายตาเยือกเย็นมองไปที่ทุกคน “หากข้าควบคุมพวกเจ้าไม่ได้ คงไม่คิดจะซื้อมา ข้าต้องการคนทำงานให้ข้าด้วยความเต็มใจ คนตายไม่อาจทำงานให้ข้าได้ แต่ทำให้ข้า...สนุกได้” นางกดยิ้มที่
Baca selengkapnya
เพียงแค่แบ่งกำไร
อาหยุนหลังจากช่วยม่านม่านเก็บจานไปล้างแล้ว เขาดูเหมือนอยากจะเอ่ยถามสิ่งใดจากนาง แต่ปากที่อ้าออกก็หุบลงอยู่หลายครั้ง“จะถามสิ่งใดรีบพูดออกมา” นางมองอาหยุนอย่างรำคาญ“เจ้าเก็บอาหารไว้ที่ใด ข้าไม่เคยเห็นข้าวสาร เนื้อสัตว์หรือผักป่าในครัวของเจ้าเลย อีกอย่างฟืนที่ข้าเก็บมาให้ เหตุใดไม่เห็นเจ้าเคยใช้เลยเล่า” เขาชี้มือไปที่กองฟืนที่อยู่ข้างเตาไฟ ที่ดูอย่างไรก็อยู่เท่าเดิมไม่ลดลงไปเลย“อ้อ...เจ้าหาเลี้ยงชีพโดยเป็นเพียงแค่นายพรานอย่างเดียวหรือ”“ห๊า!!!” อาหยุนตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาถามนางไปตั้งหลายคำแต่นางไม่คิดจะตอบกลับเลยสักนิด ยังจะถามเขากลับอีก “ข้าทำนา หากเว้นจากทำนาข้าก็เข้าป่าล่าสัตว์ ว่าแต่...เจ้าถามข้าเพื่ออันใด”“ข้าก็มีงานให้เจ้าทำอย่างไรเล่า เงินดีกว่าที่เจ้าเข้าป่าล่าสัตว์อีก สนใจหรือไม่”อาหยุนมองนางอย่างหวาดระแวง “งานอะไร” ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ มิเช่นนั้นมันจะได้เงินง่ายๆ ได้อย่างไร“มาเป็นของข้า จัดการเรื่องงานต่างๆ ให้ข้า ข้าจะให้เจ้าเดือนละห้าสิบตำลึงเงิน เจ้ากลับไปคิดก่อนก็ได้ ค่อยให้คำตอบข้า” นางเดินออกจากห้องครัวกลับเข้าไปในเรือน โดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากอาหยุนในตอนนี้อาหยุน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status