เข้าสู่ระบบปรวีร์โทรศัพท์หาเธอหลายสายแต่ยายนั่นก็ไม่รับโทรศัพท์ คงจะเป็นเหมือนทุกครั้งที่เธอโกรธและรอให้เขาตามไปง้อขอคืนดี แน่นอนว่าครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะทั้งสองต่างก็จดทะเบียนหย่าขาดจากกันเรียบร้อยแล้ว
เป็นอันจบสิ้นความเป็นสามีภรรยาตามกฎหมายไปแล้ว ความห่วงใยที่มีในเวลานี้เป็นเพียงความห่วงใยในสถานะเพื่อนกันเท่านั้น
เขาจำได้ว่าตอนที่จะแยกกันเธอบอกว่าคืนนี้ขอกลับไปนอนที่คอนโดมิเนียมก่อนเพราะเตรียมตัวไม่ทันสำหรับเรื่องนี้ ปรวีร์จึงเลือกที่จะไปรอเธอที่คอนโดมิเนียมตามที่บอกกันเอาไว้
‘บัวลอยน้ำขิงของคุณแม่’
เมื่อผ่านร้านบัวลอยร้านประจำ เขาจำได้ว่าเธอชอบกิน ปรวีร์จึงจอดรถเพื่อซื้อรวมถึงขนมหวานอีกหลายชนิดกลับไปกินด้วย อย่างน้อยคืนนี้ก็จะเป็นคืนสุดท้ายของเขาและเธอ
ธามนิธิเก็บโทรศัพท์ของผู้หญิงที่เขาช่วยไว้ข้างทางเอาไว้กับตัว หน้าจอแสดงชื่อของคนที่โทรเข้ามาว่า ‘สามี’ ชายหนุ่มรู้มารยาทดี และคิดว่าไม่ควรรับโทรศัพท์แทน เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นชู้กับผู้หญิงที่เขาเพิ่งพาขึ้นรถมา
คนตัวสูงเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงคนป่วย บนแขนขาว ๆ มีเข็มน้ำเกลือเจาะอยู่ เขาเฝ้ามองน้ำเกลือที่ไหลออกจากขวดและลุ้นว่าเมื่อไรจะหมด เขาจะได้ปลุกให้เธอลุกและกลับบ้านไปเสียที
ถึงจะอยากอู้ แต่ก็ไม่อยากมาเสียเวลากับเรื่องที่ตัวเขาเองคิดว่ามันไร้สาระ
แพขนตากะพริบไหว อันเป็นสัญญาณว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดสีครีมนี้กำลังจะตื่น คนตัวสูงจึงขยับออกมานั่งกอดอกอยู่ห่างจากเธอประมาณหนึ่งช่วงแขน เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย
ภาพแรกที่ขจารินเห็นคือหลอดไฟแอลอีดีและภายในห้องที่เป็นสีขาวสะอาด ตามมาด้วยกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อ เธอเดาได้ว่าที่นี่น่าจะเป็นโรงพยาบาล และเห็นว่าที่แขนมีสายน้ำเกลือ
เธอพยายามขับไล่ความพร่ามัวเพื่อมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้กระจ่างชัด ก่อนจะหันไปเห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่คนหนึ่งนั่งกอดอกมองเธออยู่ข้าง ๆ
“คุณแท็กซี่” ขจารินจำได้ว่าเขาเป็นแท็กซี่ เธอจำได้ทันทีว่าเขาคือพี่แท็กซี่ที่เธอโบกเรียก รวมถึงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอันเป็นเครื่องแบบของพี่ ๆ แท็กซี่ที่เขาสวมใส่ เธอจึงเดาว่าเขาน่าจะใช่
“...” ธามนิธิยิ้มเจื่อน แท็กซี่หรือ เธอเห็นเขาเป็นคนขับรถแท็กซี่อย่างนั้นหรือ
“คุณแท็กซี่พาฉันมาส่งเหรอคะ” หญิงสาวถาม
แม้จะอยากโกรธ ธามนิธิก็โกรธไม่ลง เพราะเธอดูสุภาพและน่ารักแถมยังท้องอ่อน ๆ เขาไม่อยากจะเอาเรื่องอะไรมากมายกับคนที่กำลังตั้งครรภ์
“ครับ ผมเป็นคนพามาส่ง” เขายิ้ม เมื่อได้เห็นหน้าชัด ๆ ตอนเธอตื่น แม่สาวตัวเล็กคนนี้ดูคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน
“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณอย่างไรดี แต่ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ คุณกลับไปก่อนก็ได้นะคะ” เธอเสนอ
“ไม่ต้องตอบแทนหรอกครับ แต่อยากให้คุณเข้าใจก่อนว่าผมไม่ใช่แท็กซี่ ผมเป็นพลเมืองดีที่ถูกคุณกระโดดขึ้นรถมา” ธามนิธิบอก
“ตายจริง ขอโทษด้วยค่ะ” ขจารินรีบยกมือไหว้ขอโทษ เขาเป็นคนดีที่พาเธอมาแท้ ๆ แต่เธอกลับเห็นเขาเป็นรถแท็กซี่
ดาราหนุ่มอึ้งนิดหน่อยกับปฏิกิริยาเช่นนั้นของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นี้
“ไม่เป็นไรหรอกครับ พอดีเลยผมจะได้มีข้ออ้างในการอู้งาน รอจนน้ำเกลือหมดก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้าน”
“ขอบคุณอีกรอบค่ะ” คนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยขอบคุณ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะแยกจากกันหลังจากน้ำเกลือหมด เธอค่อยบอกเขาตอนที่ลงไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์
“ครับ ไม่เป็นไร อ้อ...นี่ โทรศัพท์คุณดูเหมือนว่าจะมีคนโทรมาตลอด ผมคิดว่าน่าจะเป็นสามีคุณ เขาคงจะห่วงคุณน่าดูเลย โทรมาไม่หยุด”
หึ! ขจารินยิ้มแห้ง อย่างพี่วีน่ะหรือจะห่วงเธอ เขาคงคิดว่าที่เธอหนีไป และตอนนี้ก็กำลังวางแผนอะไรไม่ดีเสียมากกว่า
“...” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาดู ข้อความว่างเปล่า มีแค่ประวัติสายที่ไม่ได้รับนับสิบสาย ขจารินกำลังชั่งใจว่าควรจะโทรศัพท์กลับไปหาเขาดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิด เพราะในเมื่อเธอและเขาในตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปขอความเห็นใจจากเขา อีกเรื่องที่สำคัญเธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา
ถ้าให้เดาจากสถานการณ์ ธามนิธิคิดว่าเธอกับผู้ชายที่เป็นสามีคงทะเลาะกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่วิ่งพรวดพราดออกมาจากที่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ แถมยังตาลายเห็นเจ้าเหลืองของเขากลายเป็นรถแท็กซี่ไปได้
“สามีน่าจะห่วงคุณมาก ผมเห็นเขาโทรมาไม่หยุด” ธามนิธิอดห่วงไม่ได้ อย่างน้อยเธอก็ควรจะบอกใครสักคนว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน และเกิดอะไรขึ้น
“หึ!” ขจารินแค่นหัวเราะอีกครั้ง “เขาไม่ห่วงหรอกค่ะ น่าจะโทรศัพท์หาเพราะคิดว่าฉันกำลังวางแผนชั่วอะไรสักอย่างมากกว่า” คนตัวเล็กคว่ำโทรศัพท์ก่อนจะเอนตัวลงไปนอนเพื่อรอให้น้ำเกลือหมดขวด
“อ้อ...” เห็นเธอตอบคำถามเขาแบบนั้น ดาราหนุ่มจึงเลือกจะไม่พูดอะไรต่อ คนตัวสูงเดินกลับไปนั่งที่โซฟา เหยียดตัวนอนเอกเขนกเหมือนแมวขี้เกียจเช่นเดิม
ห้องทั้งห้องมีแต่ความเงียบสงบ จนถึงช่วงเวลาที่พยาบาลเข้ามาในห้องเพื่อแกะสายน้ำเกลือ
“อุ๊ย!” พยาบาลสาวตกใจที่เห็นคนอย่างธามนิธิอยู่ในห้องกับผู้หญิงที่ในประวัติผู้ป่วยบ่งบอกว่ากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ
“ครับ” ธามนิธิยิ้ม เขาเดาว่าที่เธอตกใจก็คงเป็นเพราะเห็นว่าเขาเป็นดารา
“ขะ...ขอลายเซ็นได้ไหมคะ” มือของพยาบาลสั่นเพราะความตื่นเต้น
“ได้ครับ แต่รบกวนช่วยถอดสายน้ำเกลือให้คุณผู้หญิงคนนี้ก่อนได้ไหม”
“ค่ะ ๆ” เธอรีบจัดแจงดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนเล็ก ๆ ของคนป่วย
แต่เพราะความตื่นเต้นทำให้มือของเธอสั่นเกินกว่าที่จะทำงาน แขนขาว ๆ ของขจารินจึงเกิดรอยแผล
“ขอโทษด้วยค่ะ” พยาบาลสาวทำหน้าตกใจ
หากเป็นขจารินคนก่อน พยาบาลคนนี้จะต้องถูกร้องเรียน แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่ขจารินไฮโซขี้เหวี่ยงอีกต่อไป
“ไม่เป็นไรค่ะ นิดเดียวเองเดี๋ยวก็หาย” คนตัวเล็กไม่ถือสากับเรื่องแค่นี้ แผลที่แขนมันเจ็บไม่เท่ากับรอยบาดลึกที่หัวใจของเธอตอนนี้หรอก
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย เธอปล่อยให้คุณแท็กซี่แจกลายเซ็นให้แฟนคลับก่อนจะเดินออกไปจัดการค่าใช้จ่ายของตัวเอง โชคดีที่เธอมีเงินเก็บส่วนตัวที่มีเส้นทางทางการเงินไม่เกี่ยวกับครอบครัว ทำให้เงินส่วนนี้ไม่ได้ถูกอายัดตามกฎหมาย
อย่างน้อย ๆ เงินนี้ก็มากเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตหลังจากนี้ทั้งเธอและลูกอยู่กันได้สบาย ๆ ไปอีกหลายปี
แววตาของปรวีร์เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยระคนความผิดหวัง ตอนนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว ขับรถกลับมาจนถึงคอนโดที่เคยเป็นห้องของเขาและขจาริน ข้าวของบางส่วนที่เป็นของเธอยังคงถูกวางไว้ที่เดิม เขายังไม่ได้แตะต้องมัน ราวกับว่ารอให้ผู้เป็นเจ้าของกลับมาหยิบใช้ภายในห้องเงียบเหงา ความวังเวงและมืดมน แม้กระทั่งณิชาที่เขาเคยคิดว่าเป็นคนที่รักที่สุด ก็ยังหักหลังเขาได้ จากนี้ไปเขาควรจะทำยังไงต่อไปดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในความเงียบ หน้าจอแสดงชื่อของผู้ที่โทรมา‘เมธยา’เขากดรับก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก“ว่ายังไง”“คุณวีอยู่ไหนคะ มีเอกสารต้องเซ็นด่วนค่ะ” เมธยาตั้งใจโทรหาเขาโดยมีเรื่องงานเป็นข้ออ้าง“นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ เธอโทรมาเพราะจะให้ฉันไปเซ็นงานงั้นเหรอ”“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ แค่อยากได้ยินเสียงคุณวี”“เม...” เขาถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับเธอดี ผู้หญิงดี ๆ แบบเธอค
งานแถลงข่าวจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นาน นักข่าวและสื่อมวลชนแทบทุกแขนงต่างก็มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน อุปกรณ์บันทึกเสียงถูกนำไปวางไว้ที่โต๊ะแถลงข่าวที่มีตำรวจไซเบอร์และทีมกฎหมายร่วมด้วยสิ่งที่เขาและทีมคิดมานั้นดีทุกอย่างแล้ว การตัดสินใจของเขาเป็นอันสิ้นสุด ถึงแม้ว่าปพณและหลายคนจะคัดค้าน แต่เขาก็จะทำตามสิ่งที่เขาตั้งใจ นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเขาและผู้หญิงที่เขารักอยู่กันแบบสงบสุขดาราหนุ่มสวมเสื้อสูทแบบเป็นทางการสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้ายังคงหล่อเหลาเหมือนเช่นทุก ๆ ครั้ง ทันทีที่ธามนิธิเดินออกมา ทุกคนก็เริ่มพุ่งเป้าไปที่เขาในทันทีมาแล้ว ๆธามมาแล้วเงียบ ๆถ่ายไว้เร็วเขาเดินออกมาพร้อมกับตำรวจและทีมกฎหมาย ปพณเป็นฝ่ายเริ่มแนะนำตัวกับทุกคน“ผมปพณและก็ท่านพันตำรวจตรี เป็นเจ้าหน้าที่กองกำกับการหนึ่ง บก.ปอท.* และก็คุณธามนิธิลูกความของผม วันนี้ทุกท่านน่าจะเห็นข่าวที่กำลังอยู่ในโลกโซเชี
กลางดึกสงัด ณ อาคารออฟฟิศขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวง“วีช่วยพ่อกับแม่หน่อยเถอะนะ ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน” ธีระอ้อนวอนเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า“คุณพ่อก็รู้ว่าผมช่วยอะไรไม่ได้” ปรวีร์พูดเสียงเรียบ ใบหน้าเฉยชา“ทำไมล่ะวี เงินสองร้อยล้านก็จะพอให้ธุรกิจของเราดำเนินต่อไปได้อีกสามเดือน ซึ่งก็เพียงพอสำหรับลงทุนผลิตสินค้าลอตต่อไปแล้วนะ” ธีระพยายามอธิบาย เงินสองร้อยล้านสำหรับครอบครัวธนิศรกุลเขาว่ามันก็ไม่ได้เยอะ แต่ก็เพียงพอสำหรับธุรกิจของตัวเองที่กำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ตอนนี้ปรวีร์ทำสีหน้าเคร่งเครียด แสดงท่าทางกระอักกระอ่วนอย่างชัดเจน เขาได้รับคำสั่งจากเจ้าสัวชยนต์มาอีกทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าให้ตัดสัมพันธ์และงดให้การช่วยเหลือครอบครัวของขจาริน จะอ้างอย่างไรก็ได้แล้วแต่เขาจะคิดธีระเห็นสีหน้าของลูกเขยเป็นแบบนี้ก็พอจะเข้าใจได้แล้วว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง“พ่อเข้าใจแล้ว&rdq
ปพณกลับมาจากต่างประเทศก็รีบบึ่งไปที่บ้านหลังใหม่ของธามนิธิทันที ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เพิ่งลงจากเครื่องบิน อยู่ในสภาพของนักท่องเที่ยว เขารีบให้ทีมกฎหมายและทีมโซเชียล รวมไปถึงฝ่ายไอทีของบริษัทไปรวมตัวกันที่บ้านของดาราหนุ่ม เพราะเวลานี้เจ้านายเขายังไม่เหมาะที่จะออกจากบ้านเลขาหนุ่มมั่นใจว่าที่บริษัทเวลานี้ก็น่าจะมีนักข่าวมารอกันเต็มไปหมดธามนิธิเมื่อตื่นเช้าเตรียมตัวจะไปทำงานตามกำหนดของตัวเอง แต่พบว่ามีการโทรมายกเลิกคิวและยกเลิกสัญญามากมาย เหลือเพียงไม่กี่บริษัทที่ยังเชื่อใจในตัวของดาราหนุ่มเขาเข้าไปเช็กฟีดแบ็กของตัวเอง ทุกอย่างดูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเบลลี่ ‘จะมีใครอื่นเข้าออกบ้านเขาได้อีกนอกจากเธอ’ เขาจะรอให้ทีมกฎหมายมาก่อนและจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด นอกจากจะต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองแล้ว เขาก็ต้องปกป้องเธอด้วยขจารินเองก็เครียดไม่แพ้กัน เธอเดือดร้อนคนเดียวไม่เป็นไร แต่เวลานี้เธอทำให้เขาเดือดร้อนไปด้
ปรวีร์นัดเจอกับคนที่บอกว่ามีเบาะแสเรื่องของขจารินที่ร้านอาหารลับตาคนแห่งหนึ่ง โดยเธอบอกว่ามีของสำคัญจะมอบให้ เพื่อยืนยันว่าเธอรู้จริง ๆ ว่าขจารินอยู่ที่ไหนนักธุรกิจหนุ่มไปตามเวลานัดโดยมีเมธยาเป็นคนขับรถให้แทนกัมพล เพราะเขามั่นใจในตัวเลขาคนนี้มากกว่ากัมพล เดาว่ากัมพลก็น่าจะเป็นหนอนของเจ้าสัวชยนต์ที่ส่งมาจับตาเขา“คุณวี จะไปที่ไหนนะคะ” เมธยาถามเส้นทางเพื่อที่จะได้ขับรถพาเขาไปส่งได้ถูกที่ ตอนแรกที่เขาโทรหาก็คิดว่ามีอะไรมากกว่านั้นที่แท้แค่อยากให้เธอมาเป็นคนขับรถ หญิงสาวผิดหวังนิดหน่อย“ไปซอยธนิยะ” เขาตอบเสียงเรียบในขณะที่สายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย“อ่า... ค่ะ” แม้เมธยาจะสงสัยแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรออกไป เธอรู้สึกว่าตั้งแต่เขาออกจากโรงพยาบาลเจ้านายของเธอก็กลายเป็นคนเซื่องซึมไม่ค่อยมีสมาธิกับงาน ถึงจะอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาแต่เธอก็ไม่กล้า ไม่ว่าจะในสถานะของเลขาหรือคู่นอนเธอก็ไม่ควรไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของท่า
“เด็กดื้อ ไม่อยากถูกลงโทษ” เธอออดอ้อนธามนิธิแทบอยากจะบ้าตาย เธอทำหน้าตาน่ารักขนาดนี้ เขาจะลงโทษเธอลงได้อย่างไรกันสะโพกที่อยู่ใต้น้ำของขจารินก็ยังขยับไปมาไม่หยุดจนเธอเองเริ่มเป็นฝ่ายที่เกิดอารมณ์กระสัน หญิงสาวขยับเอวไปมาและหลับตาพริ้ม กอดคอเขาเอาไว้แน่น ที่บอกว่าในน้ำจะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายน่าจะเป็นเรื่องจริงเขาปล่อยให้เธอเล่นสนุกไปก่อนแล้วค่อยจัดการคิดบัญชีทีหลังก็ยังไม่สาย“เล่นแบบนี้เสียวไหมคะ” ธามนิธิถามคะขาอย่างอ่อนโยน“เสียวค่ะ เสียวมากเลยแบบนี้” ขจารินกัดริมฝีปากตัวเองก่อนจะพูดออกไป“อย่ากัดปากตัวเองสิคะ มาให้พี่กัดเถอะ” พูดจบเขาก็จับใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอมาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้เต็มไปด้วยความกระสันและเร่าร้อน อุณหภูมิน้ำกับร่างกายของทั้งสองคนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ พลางดูดกลืนเกี่ยวกระหวัดลิ้นของเธอเอาไว้ เขาดูดกลืนเล่นสนุกจนอิ่มหนำโดยเฉพาะตร
10 ไม่ไว้ใจปรวีร์เห็นข่าวแล้วและพยายามโทรศัพท์ติดต่ออดีตภรรยา เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรติดต่อเธออีกและตัวเขาเองก็เป็นคนที่บอกเลิกกับเธอ เป็นคนเสนอให้เธอหย่าขาดจากกันตั้งแต่แรก เขาไม่จำเป็นต้องสนใจเธอด้วยซ้ำ แต่มีบางสิ่งที่ทำให้เขารู
ขจารินวางกุญแจห้องกับคีย์การ์ดคอนโดมิเนียมเอาไว้ที่โต๊ะอาหาร เช้าวันนี้เธอไม่ต้องฝืนลุกจากที่นอนเพื่อบังคับตัวเองให้มาทำอาหารรสชาติห่วยแตกและยัดเยียดให้เขายอมกินอาหารที่เขาไม่อยากกินอีกแล้วสายตาคู่สวยหันไปเห็นถุงบัวลอยที่ถูกวางไว้ในมุมหนึ่ง คนต
คนตัวเล็กได้ยินเสียงปลดเข็มขัดของผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้ ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างมาดุนดันอยู่ที่บั้นท้ายของเธอ ปรวีร์ใช้มือข้างหนึ่งถอดกางเกงในตัวจิ๋วของหญิงสาว ก่อนจะค่อย ๆ งัดท่อนเอ็นของตัวเองเข้าสู่ช่องทางรักที่ชุ่มฉ่ำ“อา...&rdquo
ธามนิธิค่อนข้างหงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาต้องตกไปอยู่ในห้วงแห่งความวุ่นวายของเธอ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นพลเมืองดีที่พาเธอมาส่งโรงพยาบาลแท้ ๆคนตัวเล็กที่ถูกเขาลากออกมาจากโรงพยาบาล เธอพยายามจะรั้งมือตัวเองให้หลุดออกจากมือใหญ่ แต่ผู้ชายคนนี้แข็งแรงเกินไปและไม่ปล่อยให้เธอเป็นอิสระแบบง่าย ๆ“คุณธาม!” เ







