Mag-log in"เราต้องรีบพาคุณหนูกลับไปหาท่านผู้พันให้เร็วที่สุด"
ซูเหยามองใบหน้าของทหารพวกนั้น พวกเขาดูระมัดระวังและยังคงสงสัยในตัวเธอ เธอคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ตัดสินใจพูดสั้น ๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาระแวงมากเกินไป
"ฉันเจอเธอในป่า...คนเดียว" ซูเหยาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ "ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นว่าเธออยู่คนเดียวเลยพาออกมาจากป่าก็เท่านั้นเอง เธอดูเหมือนจะไม่สบายนะพวกคุณต้องรีบพาเธอไปหาหมอให้เร็วที่สุด"
ทหารมองซูเหยาด้วยสายตาที่ประเมินสถานการณ์ แต่หลังจากสังเกตสภาพของเธอและเด็กหญิงที่ปลอดภัย พวกเขาดูเหมือนจะคลายความกังวลลงอีกทั้งคำพูดที่บอกว่าคนสำคัญที่พวกเขาตามหาไม่สบายก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถยื้อเวลาคุยไปมากกว่านี้แล้ว
"งั้นคุณผู้หญิงก็คงไม่เกี่ยวข้องกับคนที่ลักพาตัวคุณหนูไป" หัวหน้าทหารพูดพลางสั่งลูกน้องให้ลดอาวุธลง
"ขอบคุณที่ช่วยพาคุณหนูออกมามากครับ แต่เราต้องพาคุณหนูกลับไปที่บ้านแล้ว คุณผู้หญิงจะตามผมมามะ..."
ซูเหยาส่ายหน้าเบา ๆ โดยไม่แสดงท่าทีเรียกร้องสิ่งใด เธอค่อย ๆ ส่งตัวเด็กหญิงให้ทหารคนหนึ่งอุ้มไปอย่างระมัดระวัง เด็กน้อยยังคงหลับสนิทในอ้อมแขนของทหาร เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้ซูเหยารู้สึกโล่งใจ
...อย่างน้อยเธอก็ช่วยเด็กน้อยให้ปลอดภัยแล้ว
ก่อนที่จะจากไป ซูเหยาหันกลับมามองเด็กหญิงอีกครั้ง สายตาของเธอแฝงด้วยความห่วงใยลึก ๆ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอเพียงหมุนตัวเดินจากไปในความมืด เธอเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับทหารหรือเจ้านายของพวกเขาอีก เธอไม่อยากเข้าไปเกี่ยวพันกับความยุ่งยากเกินคาดเดาในขณะที่เธอยังไม่รู้ทิศทางของเธอเองในตอนนี้ว่าควรเดินทางชีวิตไปแบบไหนต่อไปดี
ซูเหยาเดินออกห่างปลีกตัวออกจากเหตุการณ์นี้อย่างเงียบ ๆ โดยทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง บางทีเธออาจจะเริ่มต้นจากการหาครอบครัวที่มีสกุลหลี่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก่อน...
แต่ไม่ทันที่ซูเหยาจะก้าวเดินไปไกล เธอก็ต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหน้า เสียงนั้นค่อย ๆ ดังใกล้ขึ้นภาพชายคนหนึ่งปรากฏชัด เธอรู้สึกว่าร่างกายหยุดนิ่งโดยอัตโนมัติเมื่อสายตาสบเข้ากับชายคนนั้น
...อารมณ์ตอนนี้ของเจ้าของร่างเดิมกำลังบ่งบอกว่าเขาคือคนที่เธออยากจะหลีกเลี่ยงมากที่สุดในตอนนี้
ใบหน้าหล่อเหล่าที่คุ้นเคย แม้ว่าตอนนี้จะหมองคล้ำไปด้วยความอ่อนเพลีย เห็นได้ชัดว่าเขาคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอนแต่ยังคงแฝงความเข้มงวดและเฉียบคม
ชายคนนั้นคือพี่ชายแท้ ๆ ของหลี่ซูเหยา ในความทรงจำของร่างนี้ที่อยู่ดีดีก็ฉายวาบขึ้นมาเล็กน้อย ผู้ชายตรงหน้าอาจจะมีสายเลือดเดียวกันก็จริงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้สนิทสนมแบบพี่น้องมากนัก เขาคือคนที่แสวงหาประโยชน์จากซูเหยา เธอเป็นเครื่องมือที่มีค่าในสายตาของเขา
“ซูเหยา!”
เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับตั้งใจจะย้ำว่าเธอควรฟังคำสั่งของเขาก่อนที่เจ้าของเสียงจะหมดความอดทน
ซูเหยายืนนิ่ง ความทรงจำในร่างนี้บอกเธอว่า พี่ชายคนนี้ไม่ได้ตามหาเธอเพราะห่วงใย แต่เพราะเขามีแผนการบางอย่างที่พึ่งพาเธอ
...ซูเหยาตรงหน้านี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เฝ้ามองเขาด้วยความสงบเยือกเย็น เธอกำลังรอคอยว่าเขาจะทำอะไรต่อไป
ทันใดนั้น เขาก็เดินตรงเข้ามาคว้ามือของซูเหยาอย่างแรง ก่อนจะจูงเธอไปโดยไม่รอคำตอบ การกระชากนั้นทำให้รู้สึกถึงความกดดัน แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ความโกรธแฝงเร้นอยู่ในแววตาของเขา เขายังไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่มือที่จับเธอไว้แน่นนั้นบอกให้รู้ว่าเขากำลังโกรธที่เธอหายไปทั้งคืน
“อยู่ๆก็หายไปทั้งคืนอย่างนี้ สองปีที่แล้วแกหายไปไม่กลับมาบ้านยังทำให้พวกเราลำบากไม่พออีกหรอ?!”
เสียงของเขาเบา แต่แฝงด้วยความไม่พอใจ
ซูเหยาไม่ได้ตอบคำถามนั้นและไม่ได้สะบัดมือออกจากการจับจูงเพราะเธออยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับร่างเดิมซึ่งเท่าที่วิเคราะห์ได้ ความทรงจำของร่างนี้จะปรากฎขึ้นมาเมื่อเธอได้เจอกับคนหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับร่างเดิม ซูเหยาจึงยอมตามเขามาจนถึงตอนนี้...
พวกเขาเดินไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน มุ่งหน้ากลับไปยังบ้านหลี่ แสงจันทร์ส่องผ่านกิ่งไม้ แต่ในหัวของซูเหยาเต็มไปด้วยความคิดมากมาย เธอไม่ใช่ซูเหยาเดิมอีกต่อไป เธอคือสายลับจากยุค 2000 ที่เข้ามาแทนที่ และเธอไม่มีทางที่จะยอมให้ใครมาใช้ประโยชน์จากเธอโดยที่เธอไม่เต็มใจแน่นอน
16 ฤทธิ์ยากำหนัดทำนางแย่แล้ว“นี่คุณหนะ...เห้ย! ไยเป็นเจ้าได้กัน!”สตรีที่ร่วมหลับนอนกับเจี้ยนเหาเมื่อครู่เงยหน้าขึ้นมาแล้ว ทำเอาเหล่าเจ้าของแผนร้ายผงะตกใจไปตามๆกัน เจี้ยนเหานั้นตกใจจนเผลอหลุดความคิดตนออกมาเลยล่ะจงชินที่เมื่อครู่หวาดหวั่นตอนนี้บรรเทาลงแล้วเขาคือคนแรกที่เอ่ยสิ่งที่ตนเองคิดออกไป“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าควรเป็นผู้ใดเล่า! ท่านพ่อขอรับลูกว่าคุณชายท่านนี้มีจุดประสงค์ต้องการให้พี่หญิงใหญ่เสื่อมเสียชื่อเสียงนะขอรับ”ใช่แล้ว เมื่อครู่พวกเขาต่างได้ยินเหมือนๆกันว่าเจี้ยนเหาเอ่ยถึงคุณหนูสักคน หากฟังแต่เสียงไม่เข้ามาดูเองกับตาล้วนเข้าใจผิดไปแล้ว แต่สตรีที่ร่วมหลับนอนที่แท้ก็คือบ่าวคนหนึ่งต่างหากจงชินไม่ยินยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงพี่สาวของตนได้หรอก!“คุณชายสามข้าน้อยมิได้คิดเช่นนั้นเลยขอรับ เพียงแต่ว่าระ...เอ่อ ข้าน้อยไม่รู้สติว่าเอ่ยอันใดในช่วงเวลานั้นเท่านั้นขอรับ”เจี้ยนเหายั้งปากทันเพราะได้รับสายตาปรามอย่างรุนแรงจากสตรีเจ้าของแผนการที่ยืนจ้องเขาเขม็งเบื้องหลังท่านแม่ทัพใหญ่ เขารีบแถไปโทษอย่างอื่นอย่างรวดเร็วส่วนซื่ออิงนั้นเมื่อรู้ว่าแผนการของตนพลาดไปแล้วก็ไม่ปล่อยให้หลานไม่ได้เร
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านเป็นอันใดมากไหมเจ้าคะ!”เชียนอี้รู้สึกคอแห้งไปหมด ร่างกายที่ร้อนรุ่มนี้เริ่มทำให้ขาของนางไร้แรงเดินเข้าไปทุกที คาดว่าอาหลานคนเดียวก็น่าจะพยุงเชียนอี้ไปไม่ไหวด้วย แต่จะให้ย้อนกลับไปขอความช่วยเหลือพวกที่ประสงค์ร้ายกับตนตลอดเวลาอย่างข้างในก็กลัวจะกลายเป็นเข้าแผนของใคร เชียนอี้มีความคิดว่านางต้องถูกวางยาบางอย่างแน่“อาหลาน อา จะเจ้าพยุงข้าไปแอบตรงนู้นแล้วรีบวิ่งไปตามคนของเรามาช่วยพาข้าไปเรือนที เร็วที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้นะ แฮ่ก ๆ”เชียนอี้ใช้พลังมากร่างกายก็ยิ่งอ่อนแรง ตอนนี้นางรับรู้ได้ว่าผิวกายใต้เสื้อผ้าแทบทุกที่มีเหงื่อผุดออกแล้ว แม้นจะสงสารอาหลานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยพยายามพาตนไปแอบตรงมุมเรือนแห่งหนึ่งแต่ก็ช่วยอันใดไม่ได้เลย ตอนนี้นางทำได้แค่ขยับปากเท่านั้น แรงกายหายไปหมดยากขยับตัวเชียนอี้พยายามรักษาสติให้คงอยู่เพื่อรอจนกว่าอาหลานจะพาคนมาช่วยนางให้ได้ ทว่าเพียงอาหลานวิ่งจากไปไม่นานเชียนอี้ก็ถูกค้นพบเสียแล้ว!“ที่แท้คุณหนูใหญ่ก็มาพักอยู่ที่ตรงนี้นี่เอง พวกข้าตามหาท่านตั้งนานเจ้าค่ะ”สตรีสองนางนี้เชียนอี้จำได้ว่าพวกนางคือบ่าวของซื่ออิงที่ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลเจี้ยนเห
15 งานเลี้ยงต้นเหตุตลอดหลายวันที่เชียนอี้หลบในห้องนอนนั้นก็มีคนของซื่ออิงมาตามหรือทำทีมาเยี่ยมไข้บ้าง แต่แม่นมเฉียนก็จัดการได้ดีจนผ่านมาวันที่สามแล้ว ซึ่งวันนี้หากเชียนอี้ใช้แต่ข้ออ้างว่าเป็นไข้เย็นยังไม่หายเสียทีคาดว่าฮูหยินรองที่มีแผนร้ายต้องถึงขั้นนำหมอมาตรวจอาการแน่ นางจึงออกมารับลมได้ปกติ อีกทั้งวันนี้เป็นวันที่บิดาแจ้งไว้ว่าจะกลับมาจวนแล้ว อย่างน้อยเชียนอี้ก็จะได้เขาไว้พึ่งพิงเห็นว่าวันนี้ซื่ออิงจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับบิดา เย็นนี้เชียนอี้จึงจำเป็นต้องไปร่วมมื้อเย็นด้วยแม้อยากจะเลี่ยงให้มากที่สุดก็ตามเท่าที่แม่นมเฉียนมารายงานในทุกวันตามที่เชียนอี้ให้บ่าวในเรือนเฝ้าดูเจี้ยนเหาพบว่าเขาพักอยู่เรือนแขกอีกทั้งมิได้ออกไปไหนเลย วันๆหากไม่มีคนของซื่ออิงไปหาก็ไม่เห็นเขาออกมาจากห้องเท่าไร มีแต่เรียกบ่าวรับใช้ที่ได้รับหน้าที่ดูแลเขาในฐานะแขก สามารถเข้าออกในเรือนได้ตามอัชฌาสัยแล้วจงชินก็มิได้เข้าไปข้องแวะกับคนผู้นี้อย่างที่เชียนอี้กำชับไว้ จิตใจแสนหวั่นวิตกในตอนแรกก็เริ่มสงบลงแล้ว“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาแล้วนั่งลงสิเจ้าคะ”เชียนเอ้อเอ่ยเสียงหวาน หากเป็นยามที่บิดานั่งร่วมวงอยู่ด้วยเชียนอี้จะไม่
“เจ้าค่ะคุณหนู”อาหลาน บ่าวอีกคนอันเป็นหลานของแม่นมเฉียนที่เพิ่งหายป่วยรับคำสั่งเสร็จก็วิ่งเร็วออกไปทันที สวนกับผู้เป็นญาติผู้ใหญ่อย่างเฉียนมู่พอดี“นางนี่ ข้าบอกให้เดินอย่างสงบเสงี่ยมสอนอย่างไรก็มิจำเลย!”เชียนอี้มองภาพนี้จนชินตาแล้ว นางออกจะชอบธรรมชาติของการกระทบกระทั่งของสองย่าหลานด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่นางโหยหามากกว่าการพูดดีจอมปลอม แต่ลับหลังหาทางทำร้ายกันไม่หยุดอีก พอแม่นมเฉียนเห็นเชียนอี้มองมาก็ส่งยิ้มจืดเจื่อนให้“แม่นมท่านก็อย่าเอ็ดอาหลานมากเลย นางยังเด็กนักให้นางได้สนุกบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร ข้าออกจะชอบที่นางทำอันใดรวดเร็วด้วยซ้ำ”แม่นมเฉียนส่งรังนกต้มน้ำตาลมาให้ถ้วยหนึ่ง สิ่งนี้หายากแต่นางในฐานะคุณหนูใหญ่ย่อมได้มาอยู่แล้ว พ่อบ้านฉีฮุ่ยจัดการได้อย่างเป็นธรรมนัก ระหว่างที่พักจากการปักผ้าชิมรังนกไปเรื่อยๆตามองชมทิวทัศน์นอกหน้าต่างอยู่นั้น บ่าวน้อยนามอาหลานก็วิ่งกลับมาแล้ว สีหน้าตื่นเต้นดีใจนี้คงเพราะได้เรื่องแล้วกระมัง“แฮก ๆ คุณหนูเจ้าคะ บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะว่าใครมา!”“ดื่มน้ำก่อนข้าไม่รีบ”อาหลานรับน้ำจากย่าตนดื่มดังอึกๆทันควัน พอกลับมาหายใจปกติได้ก็เปิดปากทันที“ผู้ที่ฮูหยินรองไปต้
14 แผนกำจัดของน้องรอง“ท่านแม่ลูกไม่ยอมนะเจ้าคะ เหตุใดคุณชายซวี่หนานถึงได้เมินลูกแล้วไปสนใจนางเชี้ยนอี้นั่น!!!”ถ้วยชาที่บ่าวรับใช้เพิ่งรินชาร้อนๆลงไม่เมื่อครู่ตอนนี้ถูกปัดกระเด็น น้ำร้อนด้านในสาดใส่บ่าวแถวนั้นจนพากันสะดุ้งหลบแทบไม่ทัน ดีที่เชียนเอ้อกำลังระบายอารมณ์ให้ห้องของซื่ออิงจึงไม่มีแส้คู่กายวางไว้ จึงอาละวาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นซื่ออิงเดินตามมาก็มิได้เอ่ยดุด่าอย่างใด นางพยักหน้าให้บ่าวคนสนิทสั่งคนให้ไปนำชามาใหม่แทน ส่วนตัวเองก็ตามลูกสาวไปนั่งบนตั่งไม้สีเข้มเงางาม“แม่ก็มิรู้ว่าทางตระกูลหวงกำลังเล่นอันใดเช่นกัน เมื่อวันก่อนยังมีท่าทีสนใจลูกแม่อยู่เลย เหตุใดวันนี้เจิ้งฮูหยินถึงมีท่าทีเปลี่ยนไป นางเอาแต่ถามถึงเชียนอี้จนแม่หน้าชาไปหมด”ยิ่งเชียนเอ้อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งปะทุอารมณ์โกรธ นางคว้าแจกันของมารดาขึ้นเหนือหัวเตรียมจะเหวี่ยงลงพื้นคลายความแค้นทว่ากลับถูกซื่ออิงรั้งไว้“นี่มันแจกันเก่าหายาก เจ้าคลายอารมณ์โกรธกับพวกนางแทนจะดีกว่า”ไม่รู้ว่าแส้ประจำกายของเชียนเอ้อมาอยู่ในห้องแต่เมื่อใด ตอนนี้ถูกมารดาจับยัดใส่มือและพยักหน้าให้บุตรีของตนมุ่งคลายความโกรธลงบ่าวที่หน้าผากแนบพื้นตัวสั
เชียนอี้มองนิ้วชี้ของนางที่ตอนนี้มีรอยฟันเห็นจางๆ พอมองสบสายตาฉีหมิงก็ต้องรีบเบนหลบโดยพลันเมื่อครู่เหตุใดนางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกเกี้ยวพาทางสายตาได้ สายตาที่นางเห็นเมื่อครู่เหมือนไม่ใช่ต้าไท่ฝูจอมอหังการแต่เป็นคุณชายเสเพลชอบเข้าหอคณิกาเป็นประจำเสียมากกว่า“เจ้าป้อนช้าเกินไปข้าหิวก็เท่านั้น”หิวแล้วมากินนิ้วของนางหรืออย่างไรกัน! เหตุผลนี้เชียนอี้มิอาจยอมได้จริงๆหึ หากต้าไท่ฝูหิวเดี๋ยวนางจะตั้งใจป้อนให้เขาอิ่มจนท้องแตกเอง...ช่วงเวลาที่นางถูกกลั่นแกล้งจากโจวฉีหมิงสิ้นสุดลงแล้ว นางภาวนาให้ตอนที่ตนลุกจากการนั่งทับขาของเขาแล้ว อย่างน้อยก็ให้ขาเขาชาหรือใช้การไม่ได้ชั่วคราวเสียเถอะ ทว่าพอนางลุงขึ้นแล้วโจวฉีหมิงก็ลุกขึ้นตามทันที อีกทั้งท่าทางการเดินของเขาก็ปกติไร้ความเจ็บปวดใด จนเชียนอี้เผยสีหน้าประหลาดใจชัดเจน“หรือว่าคุณหนูใหญ่เหลียงติดใจตักอุ่นๆของข้าแล้วกัน เสียใจด้วยนะที่หมดเวลาลงเสียแล้ว”คำพูดนี้อย่าว่าแต่เชียนอี้รับไม่ได้เลย ลูกสมุนสนิทอย่างเหยาเลอก็อ้าปากค้างอย่างลืมรักษาท่าทีเคร่งขรึมเช่นกันเมื่อครู่เจ้านายเอ่ยอันใดมาหูเขาไร้ความสามารถไปเสียแล้ว!มิรู้ว่าเจ้านายแสนจะเยือกเย็นคนเ







