LOGINเพราะไม่รู้ว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าชีวิตเธอจะเป็นเช่นไร จะมีโอกาสได้ออกมาทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนหรือไม่ หรือจะมีแม้แต่โอกาสที่จะได้เรียนต่อจนจบหรือเปล่า มีนาจึงใช้เวลาหลังเลิกเรียนทำงานพิเศษมากขึ้นเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินให้ได้เยอะที่สุด
เอี๊ยด!!! เสียงรถของอีริคเบรคดังลั่นเมื่อจู่ๆก็มีผู้หญิงเดินมาตัดหน้ารถเขา
"อ๊าย"มีนายืนกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นแสงไฟจากหน้ารถสาดเข้ามาเต็มหน้าเธอ วินาทีนั้นเธอคิดว่ายังไงก็ต้องโดนรถชนแน่ๆจึงยืนหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม เมื่อรถเบรคทันก่อนถึงตัวเธอเพียงคืบ มีนาถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งลงกลางถนน
"ลงไปดูหน่อยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า"อีริคสั่งมาร์คให้ลงไปดูคนที่ทรุดนั่งอยู่หน้ารถ
"คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ เจ็บตรงไหนมั้ยให้ผมพาไปหาหมอหรือเปล่า"มาร์คถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูขอโทษนะคะที่เดินข้ามถนนโดยไม่ได้ดูรถให้ดีก่อน เกือบทำให้คุณลำบากแล้ว ขอโทษนะคะ"มีนารีบลุกขึ้นยกมือไหว้ขอโทษและเดินออกจากตรงนั้นทันที
อีริคที่นั่งอยู่ในรถเมื่อเห็นหน้าตาหญิงสาวที่เกือบโดนรถชนก็ตะลึงในความสวยของเธอ แม้จะไม่ได้แต่งหน้าก็ยังเห็นว่าเธอสวยมาก ดวงตากลมโต ใบหน้ารูปไข่ ปากเป็นกระจับ มีเสน่ห์แบบธรรมชาติจนทำให้เขาเผลอมองเธอเดินจากไปแบบไม่ละสายตา
"เป็นไงบ้าง"
"เธอบอกว่าไม่เป็นอะไรครับ"
"ขับรถตาม"อีริคสั่งให้ลูกน้องคนสนิทขับรถตามดูเธอ
มีนาที่ทำงานหนักมาหลายวันจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเดินไปก็ใจลอยไป ความเหนื่อยล้าความเพลียที่สะสมมาหลายวัน แถมเมื่อเย็นก็ยังไม่ได้ทานข้าว ประกอบกับความตกใจกับเหตุการณ์ที่เธอเกือบโดนรถชนเมื่อครู่ทำให้มีนาเริ่มเวียนศีรษะเดินเซ เอริคเห็นอาการของหญิงสาวตรงหน้ารีบสั่งมาร์คให้จอดรถและวิ่งลงไปประคองเธอทันที
เมื่อลืมตาขึ้นมีนามองไปรอบๆห้องเห็นว่าตอนนี้ตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล สายตาเธอเห็นชายหนุ่มแปลกหน้านั่งอยู่บนโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้อง
"คุณเป็นใครคะ เอ่อ แล้วมินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"
"จำไม่ได้?"อีริคเลิกคิ้วถามเธอ
"มินจำได้แค่ว่ากำลังเดินกลับบ้านแล้วก็เวียนหัว หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วค่ะ คุณคือคนที่ช่วยมินไว้หรอคะ ขอบคุณมากนะคะ"
"อย่าถามเยอะนอนพักได้แล้ว"
"มินอยากกลับบ้านแล้วค่ะ"
"รีบ?น้ำเกลือยังไม่หมดขวดเลยนอนพักหนึ่งคืนก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับ"
"คือมินไม่มีเงินมากพอจ่ายค่ารักษาค่ะ นอนคืนนึงน่าจะเท่ากับรายได้ที่มินหามาทั้งเดือน ขอมินกลับเถอะนะคะ รบกวนคุณไปตามหมอให้ได้มั้ยคะ"เธอบอกเขาตามตรงเพราะมองไปรอบๆห้องแล้วเห็นว่าทุกอย่างดูหรูหราไปหมดจนเธอคิดว่าน่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล อีกอย่างพรุ่งนี้เช้าเธอยังมีเรียนและต้องไปทำงานต่ออีก
"เลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว ชีวิตของคุณนี่ยังไงหายใจเข้าหายใจออกก็เป็นเงินหรอ ชีวิตตัวเองไม่สำคัญรึไง"อีริคดุสาวน้อยที่พยายามลงจากเตียง
เขาเดินเข้าไปจับเธอนอนลงบนเตียงเหมือนเดิมและกระซิบที่ข้างหูเธอ
"ถ้ายังดื้ออยู่ผมไม่รับปากว่าจะโดนอะไรนะ หลับตา"
มีนาเมื่อได้ยินชายหนุ่มกระซิบข้างหูตัวเองก็ใจเต้นแรงรีบหลับตาปี๋ตามคำสั่งของเขา ใช้เวลาเพียงไม่นานมีนาก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า อีริคที่นั่งมองเธออยู่เมื่อเห็นว่าเธอหลับแล้วก็เดินออกไปสั่งมาร์คที่ยืนรออยู่หน้าห้องให้ไปสืบประวัติของผู้หญิงคนนี้โดยละเอียด
เช้าวันใหม่มีนาตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ดูสดใสขึ้น เธอมองดูเวลาเห็นว่าเจ็ดโมงเช้าแล้วจึงรีบลุกออกจากเตียงเพื่อไปเรียน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีริคผลักประตูเข้าห้องมาพอดี
"จะไปไหน"
"มินต้องรีบไปเรียนค่ะ เอ่อจะไปคุยเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้วยค่ะ"
"ไม่ต้องจ่ายให้แล้ว"
"คะ คุณจ่ายให้แล้ว"มีนาทวนคำเขาด้วยความงงเพราะไม่คิดว่านอกจากเขาจะนอนเฝ้าเธอทั้งคืนแล้วยังจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธออีก
"คุณจ่ายไปเท่าไหร่คะ เดี๋ยวมินจ่ายคืนให้ค่ะ"
"มีเงิน?"เขาเลิกคิ้วถามเธอ
"ไม่มีค่ะ แต่มินค่อยๆผ่อนจ่ายคุณได้มั้ยคะวันนี้มินมีเท่านี้"เธอรีบยื่นเงินให้เขาสองพันบาท
อีริคมองเงินที่หญิงสาวยื่นให้ก่อนจะยิ้มมุมปากและผลักเงินกลับคืนไปให้เธอ
"เก็บเงินของคุณไว้เถอะ เมื่อคืนคุณจ่ายเป็นอย่างอื่นแทนแล้ว"อีริคนึกถึงเมื่อคืนตอนที่มีนาหลับไปแล้วเขายืนมองใบหน้าของคนสวยตรงหน้าชัดๆอยู่นานก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากเธอด้วยความเสน่หา เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าแค่เห็นหน้าเธอก็ทำให้ใจเขาสั่นได้
"จ่ายเป็นอย่างอื่น คุณหมายความว่ายังไงคะ"เธอถามเขาด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไร รีบกลับไม่ใช่หรอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ เดี๋ยวไปส่ง"
"ไม่เป็นไรค่ะมินกลับเองได้ ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับเมื่อคืน เอ่อ มินขอเบอร์ติดต่อคุณได้มั้ยคะ ถ้าเก็บเงินได้มากพอมินจะเอาไปใช้หนี้คุณค่ะ"
"ไม่ต้อง ผมไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่าพูดมาก"เขาบอกเธอพลางยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ
มีนารับเสื้อผ้ามาและรีบเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เพราะหนุ่มหล่อตรงหน้าเล่นก้มหน้าลงมาจนจมูกเกือบชนจมูกของเธอ ทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดลงมีนาถอนหายใจยาวมองหน้าตัวเองในกระจกก็เห็นว่าหน้าตัวเองแดงก่ำ ใจเต้นรัว เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไรรู้แต่ว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน
"ให้ไปส่งที่ไหน"อีริคถามมีนาเมื่อขับรถออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว
"มหาวิทยาลัยค่ะ"
"เรียนปีไหนแล้ว"
"ปีสี่ค่ะ"
"เป็นนักศึกษาไปเที่ยวกลางคืนคนเดียวดึกๆดื่นๆแบบนั้นพ่อแม่ไม่ว่า?"
มีนาสะอึกกับคำพูดของชายหนุ่มถึงกับต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา เพราะขนาดเธอหายไปทั้งคืนยังไม่มีเบอร์โทรเข้าจากคนเป็นพ่อและแม่เลยแม้แต่สายเดียว ไม่ว่าเธอจะไปทำอะไรกลับบ้านเวลาไหนพวกท่านก็ไม่เคยสนใจเธอเลยสักครั้ง
"มินไปทำงานค่ะ พึ่งเลิกงานกำลังกลับบ้าน แต่เป็นลมไปก่อนค่ะ"เธอตอบเขาเลี่ยงๆเพราะไม่อยากให้เขาถามเธอเรื่องครอบครัวต่อ
เมื่อรถเคลื่อนมาใกล้ถึงมหาวิทยาลัยมีนาจึงขอให้เขาจอดตรงนี้เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจของคนอื่น จึงขอเดินต่อเองอีกนิดหน่อยแต่อีริคไม่ฟังขับรถไปส่งเธอถึงหน้าประตูทางเข้า
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ถ้ามีโอกาสมินคงได้ตอบแทนบุญคุณของคุณนะคะ"มีนากล่าวขอบคุณเขาด้วยใจจริง เพราะตั้งแต่เธอโตมาเขาน่าจะเป็นคนแปลกหน้าคนแรกที่ทำดีกับเธอมากขนาดนี้ มากกว่าพ่อแม่ของเธอเสียอีก
หลังจากมาร์คกลับมาทำงานก็ถึงเวลาของอีริคต้องพาภรรยาไปพักผ่อนเสียที ช่วงนี้จึงต้องเร่งทำงานหนักไม่ให้มีงานค้างคาจะได้พาเมียรักไปพักผ่อนอย่างสบายใจ“ช่วงนี้โหมงานหนักจังเลยนะคะ”มีนาถามสามีขณะที่ถือน้ำผลไม้และอาหารว่างเข้ามาให้เขาในห้องทำงาน“อยากเคลียร์งานให้เสร็จครับจะได้พาเมียไปเที่ยว”“เที่ยวตอนไหนก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นเลย”“ไม่ได้พี่วางแผนไว้แล้วว่าจะพาเมียไปดูแสงเหนือที่ต่างประเทศ”“ขอบคุณนะคะสามี ทำงานต่อเถอะค่ะมินไม่กวนแล้ว”“เดี๋ยวก่อนสิ”“อะไรคะ”“ช่วยพี่ผ่อนคลายหน่อย”“ยังไงคะ”มีนาทำสีหน้ามึนงง
“คุณเลขาเชิญพบผมที่ห้องด้วย”อีริคกดเรียกเลขาผ่านโทรศัพท์ก่อนก้มลงทำงานต่อ“ล็อกประตูด้วย”ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้องเขาก็สั่งให้คนมาใหม่ล็อกห้องทันที“บอสมีอะไรให้รับใช้คะ”เลขาสาวเดินเข้ามาโอบรอบคอบอสและจุ๊บแก้มเขาไปหนึ่งที“ผมหิว”“แล้วบอสอยากทานอะไรล่ะคะ เลขาคนนี้จะหามาให้ค่ะ”“กินคุณ”อีริคละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้าหมุนเก้าอี้กลับไปหาเลขาสาวซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นมีนาภรรยาสุดที่รักของเขาเองช่วงนี้อีริคอนุญาตให้มาร์คพักร้อนยาวไปตามล่าหัวใจจึงต้องให้มีนามาทำหน้าที่แทนชั่วคราวเพราะเขาไม่อยากหาคนอื่นมาแทน ไม่อยากทำความคุ้นเคยกับลูกน้องใหม่มีนาจึงเสน
ในที่สุดอีริคก็ได้จัดงานแต่งงานสมใจ เขาอ้อนวอนมีนาอยู่นานกว่าเธอจะยอมใจอ่อน แต่คนที่ดีใจที่กว่าอีริคเห็นจะเป็นคุณนายนวลปราง เพราะเธออยากอวดลูกสะใภ้ให้คนอื่นเห็นถึงความสวยและความน่ารักของเธอเต็มแก่งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่โรงแรมสุดหรู ภายในงานมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุข"พ่อกับแม่ขอให้ลูกทั้งสองถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูก"นวลปรางอวยพรลูกทั้งสองขณะส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ"หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน และให้เกียรติกันและกันนะลูก"พ่อของอีริคพูดเสริมภรรยาพ่อกับแม่อวยพรลูกๆเสร็จก็ลงไปส่งแขกต่อข้างล่างปล่อยให้บ่าวสาวได้ใช้เวลาร่วมกันมีนากราบลงบนตักของอีริคและกล่าวขอบคุณเขาสำหรับทุกๆเรื่องที่ผ่านมา และฝากชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ให้เขาดูแล"มินสัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดี
“ไอ้กรกูกลับแล้วนะโว้ย ว่างๆกูแวะมาหาใหม่ห้ามเจ็บอีกแล้วนะ”อีริคและมีนามาลากรวิชเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว“เออ ขอโทษด้วยนะน้องมินไม่ได้พาไปเที่ยวเลย”“แค่มาพักที่นี่ก็ถือว่าได้เที่ยวแล้วค่ะ ที่นี่บรรยากาศดีมากครั้งหน้าพวกเราขอมารบกวนพี่กรอีกนะคะ”“รบกวนอะไรกันมาได้ทุกเมื่อที่ต้องการเลยนะ”“ขอบคุณนะคะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”อีริคกอดลาเพื่อนรักพลางกำชับให้เขาดูแลตัวเองดีๆอย่าให้เจ็บตัวอีก“คุยกับใครหัวเราะคิกคัก”อีริคถามเมียรักขณะกำลังขับรถกลับบ้าน“แอบดูโทรศัพท์มินหรอคะ”“ดูไม่ได้?”อีริคเลิกคิ้วถามมีนา“คุยกับพี่ขวัญค่ะ ไม่เห็
“เราปล่อยพวกเค้าไว้สองคนจะดีหรอคะ”“ไม่เป็นไรหรอก ตอนชวนเธอมาไม่เห็นกลัวแบบนี้ ทีตอนนี้มาทำเป็นลังเลใจ”“พี่อีริคนี่ว่ามินหรอคะ”ทั้งสองคนล้างจานไปหยอกล้อกันไปส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันใหญ่จนเสียงดังออกมาถึงข้างนอก“ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีริคในมุมน่ารัก อ่อนโยนแบบนี้นะ”ของขวัญยิ้มและเป็นฝ่ายหันมาคุยกับกรวิชก่อน“อืม ความรักมักจะทำให้คนเปลี่ยนไปได้เสมอ”กรวิชตอบเธอเสียงนิ่งเรียบ“แล้วแขนนายเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย งานของนายเสี่ยงอันตรายมากต้องระมัดระวังตัวดีๆนะ อย่าให้โดนแผลเก่าไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นหนักกว่านี้”ของขวัญบอกกรวิชด้วยความเป็นห่วง“อืม ขอบใจ”“นายย้ายมาอยู่ที่นี่นานแล้วหรอ&rd
"เมื่อกี้กูไปถามคุณหมอมาแล้วบ่ายนี้หมอจะเข้ามาเช็คอาการมึงอีกรอบ ถ้าไม่มีไข้ก็กลับบ้านได้ หรือมึงอยากอยู่ต่อรอใครบางคนกูบอกหมอให้ก็ได้นะเผื่ออยากนอนอีกสักสองสามคืน""ไม่นอนแล้วกูไม่ชอบนอนโรงพยาบาล อยากกลับบ้าน"กรวิชเน้นเสียงใส่เพื่อนรัก"เออ ไม่นอนก็ไม่นอน คนบ้าอะไรปากไม่ตรงกับใจ"อีริคบ่นเพื่อนรักคืนบ้างบ่ายวันนั้นหลังจากคุณหมอเข้ามาตรวจดูอาการของกรวิชแล้วก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ ใจหนึ่งเขาก็ดีใจที่ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลต่อแต่อีกใจก็แอบคิดถึงใบหน้าของเธอคนนั้นที่นอนเฝ้าเขาทั้งคืน กรวิชยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนอีริคที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้วเดินมาเรียกเขาขึ้นรถกลับบ้าน"ทำไมเปลี่ยนใจอยากนอนต่อแล้วหรอ""เปลี่ยนจงเปลี่ยนใจอะไรกัน ไปได้แล้วกูอยากกลับบ้านจะแย่แล้วเนี่ย"กรวิชรีบบอกเพื่อนและเดินนำอีริคไปที่ลานจอดรถโดยไม่รอเพื่อนเลย"ไอ้นี่รู้ทันเ







