Share

22ปลอมเป็นนางโลม

last update publish date: 2026-10-09 14:51:36

ยี่สิบสอง

ปลอมเป็นนางโลม

ในขณะที่บรรยากาศแห่งความรื่นเริงยังคงกึกก้องทั่วเหลาสุราจางจิ่วเม่ย ยังคงน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   34ลูกสาวของเจ้า

    สามสิบสี่ลูกสาวของเจ้าเพี๊ยะ!แม้เสียงฟังดูดังแผ่วหากเทียบกับเสียงเคลื่อนรถม้า ทว่ากลับดังกึกก้องอยู่ในหัวของหวางเสี่ยวเฟิงยิ่งนักเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ไม่ใช่เพียงความอับอายแต่เป็นความไม่พอใจอย่างรุนแรงเขาคือพระโอรสของฮ่องเต้แห่งแคว้นหาน ผู้ไม่ได้แสดงไมตรีอ่อนโยนต่อสตรีใดง่ายดายเช่นตอนนี้ แล้วไยนางจึงกล้า...นางกล้าทำราวกับว่ามือของเขานั้นต่ำต้อย น่ารังเกียจนักหรืออย่างไร“เจ้าช่าง...สามหาวยิ่งนัก” เสียงขององค์ชายใหญ่ต่ำลง ริมพระโอษฐ์ตึงแน่น “กล้าปัดมือข้ารึ”พระเนตรดุดันจ้องเขม็ง “หากเป็นผู้อื่น...ข้าคงชักดาบฟันมือนั่นไปแล้ว!”บรรยากาศในรถม้าขณะนั้น แทบเย็นเฉียบราวกับลมหิมะพัดกรรโชก จางจิ่วเม่ยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบค้อนศีรษะเล็กลง “ขอประทานอภัยเพคะ...หม่อมฉันเพียงแต่...ขาดสติไปชั่วครู่”นางก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบสายตาคมกริบนั้น แล้วจึงรีบเอ่ยต่อเพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน“เอ่อ...เมื่อครู่นี้พระองค์ตรัสถึงแผนการของจางหลินถงหม่อมฉันอยากทราบให้ชัดว่านางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ”หวางเสี่ยวเฟิงยังคงมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง...ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะอีกครั้ง คิ้วเ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   33มันดูไม่เข้ากับเจ้าเลยสักนิด

    สามสิบสามมันดูไม่เข้ากับเจ้าเลยสักนิดจางจิ่วเม่ยคิดวุ่นวายในใจเหตุใดกัน...บุรุษผู้นี้นับวันยิ่งเหมือนเงาตามตัวยิ่งนางไม่อยากพบเขามากเพียงใด ก็ยิ่งต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้นเท่านั้นที่น่าขันยิ่งกว่าก็คือ...องค์ชายใหญ่ผู้นี้ยังคงหลงเข้าใจผิดว่านางมีใจให้พระองค์ตั้งแต่คราวที่แล้วและมิใช่เพียงแค่เข้าใจผิดธรรมดา แต่กลับฝังใจเสียจนแก้ต่างเช่นไรเขาก็ปฏิเสธไม่เชื่อคนหลงตัวเองนางปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก ทว่าทุกครั้งที่เอ่ยแก้ต่าง พระองค์กลับแย้มพระโอษฐ์เย้ยหยัน ราวกับรู้เท่าทันว่านางแค่ ‘เสแสร้ง’สุดท้ายจางจิ่วเม่ยจึงเลือกเฉยเมยแสร้งเป็นไม่ได้ยินแทนในเมื่อไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่เชื่อ เช่นนั้นนางจะเสียเวลาอันมีค่าของตนไปกับการโต้แย้งให้เปลืองน้ำลายไปไย“ข้าอุตส่าห์หวังดี อยากบอกแผนการร้ายของน้องสาวผู้แสนดีของเจ้าให้ฟังเสียหน่อย”จางจิ่วเม่ยชะงัก ดวงตาคู่งามฉายแววฉงนท่าทางสนใจชายหนุ่มขึ้นมาเล็กน้อย“พระองค์...หมายความว่าอย่างไรเพคะ”องค์ชายใหญ่หยักคิ้วขึ้น ก่อนจะแย้มริมฝีปากเล็กน้อย“เจ้าสนใจขึ้นรถม้าหรือยังเล่าตอนนี้”จางจิ่วเม่ยนิ่งไปครู่หนึ่งหญิงสาวตวัดสายตามองบุรุษตรงหน้าอย่างพินิจแผนการ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   32เพลิดเพลินกับการกวนประสาท

    สามสิบสองเพลิดเพลินกับการกวนประสาทลมเย็นยามสายพัดผ่านขับไล่ไอแดดอ่อน ๆ ให้จางลง จางจิ่วเม่ยก้าวพ้นประตูวังหลวงออกมาได้ในที่สุด หลังจากใช้เวลาตลอดเส้นทางในการรับมือกับขุนนางและบุคคลมากหน้าหลายตาที่เข้าหานางด้วยจุดประสงค์ที่ยากจะคาดเดาบางคนทำทีเป็นไม่สนใจ ทว่ากลับจับตาดูทุกย่างก้าวของนางอย่างเงียบงันบางคนเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่เบื้องหลังกลับไม่แคล้วซ่อนคมมีดทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตนเองตลอดทางนางจึงต้องใช้พลังงานไปกับการสนทนาและอ่านจุดประสงค์แอบแฝงอันซับซ้อนอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะมิได้แสดงออกให้ผู้ใดเห็นทว่ายามนี้นางก็รู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยแต่แล้วเมื่อก้าวออกมาพ้นเขตพระราชฐาน นางก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจรถม้าของตระกูลจาง...หายไปไหน?จางจิ่วเม่ยกวาดตามองรอบ ๆ หน้าประตูวัง แม้จะยังมีรถม้าหลายคันจอดเรียงรายกันอยู่ แต่ไม่ปรากฏแม้แต่เงาของรถม้าจวนตระกูลจาง"หึ..." นางแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆบิดาและมารดาเลี้ยงของนางคงขุ่นเคืองใจไม่น้อย ไม่เพียงแต่ไม่รอนางกลับจวนไปด้วยกัน ทว่ายังจงใจไม่ทิ้งรถม้าเอาไว้ให้นางใช้อีกด้วยเป็นการระบายอารมณ์ที่น่าขันยิ่งนักจางจิ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   31ข้านี่แหละจะเป็นผู้ตัดปีกของนาง

    สามสิบเอ็ดข้านี่แหละจะเป็นผู้ตัดปีกของนางจางหลินถงปรายตามองพี่สาวตรงหน้า ดวงตาเรียวคมของนางเต็มไปด้วยความแค้นระคนไปกับความไม่พอใจ ท่าทางสงบเยือกเย็นของจางจิ่วเม่ยยิ่งทำให้จางหลินถงรู้สึกขัดใจยิ่งนัก"ผู้ใดจะสบายทั้งตัวและใจเท่าพี่หญิงเล่าเจ้าคะ" น้ำเสียงของจางหลินถงที่ดังขึ้นช่างเต็มไปด้วยการถากถาง "อ้อ ไม่ใช่สิ ข้าคงต้องเรียกพี่หญิงว่าองค์หญิงหนิงเยว่ล่ะกระมัง" นางหัวเราะเย็น"...""ยังไม่ทันทำคุณประโยชน์อันใด ก็ได้ตำแหน่งสูงส่งเสียแล้ว นี่ข้า...ต้องคุกเข่าทำความเคารพองค์หญิงด้วยหรือไม่เพคะ"ถ้อยคำเย้ยหยันนั้นทำให้จางจิ่วเม่ยชะงักไปชั่วครู่ นางมึนงงอยู่บ้างและบังเกิดคำถามสงสัยนางไปทำสิ่งใดให้น้องสาวผู้นี้กันจางจิ่วเม่ยเคยคิดว่าแม้ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ก็ไม่น่ามีความบาดหมางใด เหตุใดจางหลินถงจึงกล่าววาจาโกรธแค้นเช่นนี้จางจิ่วเม่ยที่เพิ่งคลี่ยิ้มเป็นมิตรให้ค่อย ๆ หุบยิ้มลง นางกวาดสายตามองน้องสาวอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเก็บความปรารถนาดีของตนเองไว้เสียในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการ นางเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องยัดเยียดไมตรีให้คนที่ไม่เห็นคุณค่ามัน"ไม่จำเป็นต้องมากพิธีเช่นนั้นหรอกหากใจเจ้าไม่ได้คิ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   30พบองค์รัชทายาทคราแรกก็...

    สามสิบพบองค์รัชทายาทคราแรกก็...ภายในห้องรับรองอันเงียบสงบ กลิ่นหอมของชาดีลอยอ้อยอิ่งในอากาศ องค์รัชทายาทหวางชุนเทียน ประทับนั่งอยู่เบื้องหน้า บุรุษผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นความหวังแห่งราชสำนัก ดวงเนตรของพระองค์ลึกซึ้งดุจห้วงบึงลึกยากจะคาดเดาตรงกันข้ามจางจิ่วเม่ยยืนสงบนิ่ง นางย่อกายทำความเคารพอย่างงดงาม สีหน้าสุขุมไม่เผยความคิดใดออกมาแม้แต่น้อย"หม่อมฉันถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ" องค์รัชทายาทพยักพระพักตร์เล็กน้อย ทอดสายพระเนตรพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า"องค์หญิงหนิงเยว่ ได้พบกันเสียที" พระองค์ตรัส พระสุรเสียงฟังดูเรียบง่าย ทว่าลึกลงไปคล้ายกับมีความหมายบางอย่าง "เจ้าทำตัวตามสบายเถอะ""หม่อมฉันไม่อาจรับพระเมตตาเช่นนั้นเพคะ" จางจิ่วเม่ยยิ้มบาง "ตำแหน่งองค์หญิงเพิ่งได้รับพระราชทานมาได้ไม่นาน นับว่ายังไม่คุ้นเคยนัก"รัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวที่เอ่ยวาจาอย่างสุขุม นางมิได้มีท่าทีตื่นเต้นหรือหลงระเริงไปกับตำแหน่งที่เพิ่งได้รับ ตรงกันข้าม กลับแสดงให้เห็นว่านางมิได้ยึดติดกับสิ่งนี้มากนัก"เช่นนั้นก็คงต้องใช้เวลาให้เจ้าเคยชิน" พระองค์ตรัสก่อนจะผายพระหัตถ์ไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้าม "นั่งลงสิ""อีกเด

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   29พวกเราไม่น่าให้นางกลับมาเลย

    ยี่สิบเก้าพวกเราไม่น่าให้นางกลับมาเลย"องค์หญิงหนิงเยว่...ข้ามีเรื่องต้องรบกวนเจ้าอีกหนึ่งเรื่อง"จางจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางนิ่งสงบ ไม่เผยความประหลาดใจออกมาแม้แต่น้อย"ฝ่าบาททรงมีพระบัญชา หม่อมฉันย่อมรับฟังเพคะ" นางกล่าวเสียงเรียบก่อนย่อตัวคำนับแสดงความเคารพฮ่องเต้หลงเจิ้งแย้มพระสรวลบาง ๆ พระองค์ทอดพระเนตรหญิงสาวที่เพิ่งจะถูกพระราชทานพระนามองค์หญิงไปหมาด ๆ"ตำแหน่งย่อมมาพร้อมกับหน้าที่สำคัญ" พระสุรเสียงทรงอำนาจของพระองค์ดังขึ้น ท่ามกลางขุนนางที่ยืนเรียงรายอยู่ในท้องพระโรง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแทรก "ปีนี้ แคว้นหานของเราจะเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นหานและแคว้นเยียน เพื่อเป็นการส่งเสริมไมตรีจิตและกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และในฐานะที่เจ้าเคยเป็นตัวแทนของแคว้นหานไปศึกษาวัฒนธรรมที่แคว้นเยียนในอดีต...เจ้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการร่วมเป็นหนึ่งในผู้จัดงาน และเข้าร่วมพิธีการครั้งนี้"บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบทันทีขุนนางบางคนลอบมองจางจิ่วเม่ยด้วยแววตาอิจฉา บางคนขมวดคิ้วครุ่นคิด ขณะที่บางคนมีสีหน้าหมายมาดแฝงความคิดบางอย่างจางจิ่วเม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status