Share

บทที่ 4

Author: ไข่สองใบ
สามวันก่อนงานแต่ง คนทั้งบ้านต่างวุ่นวายกันไปหมด

พ่อวุ่นอยู่กับการแจ้งข่าวให้ญาติมิตรกลุ่มสุดท้ายทราบ ปากก็พร่ำบอกว่าหนวนหน่วนของเรากำลังจะแต่งงานแล้ว

แม่จัดเตรียมสินเดิมของน้องสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะตกหล่นอะไรไปจนทำให้เจ้าหญิงน้อยของเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจ

พี่ชายยิ่งแล้วใหญ่ เรียกปุ๊บมาปั๊บ คอยช่วยน้องสาวไปรับเพื่อนร่วมชั้น วิ่งวุ่นทำธุระให้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

คนทั้งบ้านยุ่งกันจนหัวหมุน ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยปากถามฉันสักคำว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว หรือขาดเหลืออะไรบ้างไหม

สายตาของฉันทอดมองไปยังโถงทางเดินหน้าประตู ตรงนั้นมีการ์ดเชิญงานแต่งของฉันวางอยู่ สะดุดตาเป็นอย่างมาก

ตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครเปิดดูเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ากำหนดการวันแต่งงานของฉันถูกเลื่อนให้ไม่ตรงกับของเธอตั้งนานแล้ว

พวกเขาไม่ได้สนใจลำดับพิธีงานแต่งของฉันเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตที่เหลือของฉันจะมีความสุขหรือไม่

สำหรับพวกเขา ฉันเป็นแค่ลูกสาวส่วนเกินที่บังเอิญแต่งงานพร้อมกัน เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นให้น้องสาวดูโดดเด่นก็เท่านั้น

ฉันเปลี่ยนรองเท้าอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกจากบ้านไป

เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก็จะถึงงานแต่งงาน แม้เฉิงมั่วจะเคยบอกฉันว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องอะไรเลย ขอแค่มีฉันก็พอ

แต่ฉันก็ยังอยากมอบอะไรบางอย่างแทนความรู้สึก จึงตั้งใจจะซื้อนาฬิกาข้อมือให้เขาสักเรือนเพื่อเป็นของขวัญตอบแทนสำหรับแหวนแต่งงาน

แต่ทว่าตอนที่ฉันกำลังจะชำระเงิน พนักงานกลับคืนบัตรมาให้

“คุณผู้หญิงคะ บัตรใบนี้ยอดเงินไม่พอค่ะ”

ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่ พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจแล่นพล่านไปทั่วร่างทันที

ฉันเก็บบัตร แล้วรีบกลับบ้านทันที

เมื่อผลักประตูบ้านเข้าไป ฉันก็ปัดลูกอมมงคลในมือแม่ทิ้งไปด้านข้าง

“แม่คะ เงินสี่แสนแปดในบัตรของหนู แม่เป็นคนรูดไปใช่ไหม”

สายตาหลายคู่หันขวับมามองฉันพร้อมกัน

แม่หยิบลูกอมมงคลใส่ถุงต่ออย่างเชื่องช้า น้ำเสียงราบเรียบราวกับว่าฉันเป็นคนให้เธอทำอย่างนั้น

“ฉันเองแหละ ฉันเอาไปซื้อเครื่องประดับทองเพิ่มให้หนวนหน่วน จะได้เป็นหลักประกันให้ชีวิตน้อง เงินที่บ้านไม่พอ ฉันก็เลยเอาของแกมาใช้ก่อน”

ฉันมองท่าทีไม่ยี่หระของเธอ ลำคอพลันแห้งผากจนปวดร้าวไปหมด

“แต่นั่นมันเงินเก็บตลอดสองปีจากการทำงานของหนูเลยนะคะ!”

“คนครอบครัวเดียวกัน จะมาแบ่งแยกของแกของฉันทำไม” แม่ขมวดคิ้ว “อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วหรือไงว่าจะให้เงินน้องแกก้อนหนึ่งน่ะ”

ในที่สุดฉันก็อดขึ้นเสียงไม่ได้

“แม่จะบีบให้หนูตายเลยใช่ไหมคะ”

“หรือว่าตอนแต่งงานหนูแค่เอาตัวไปอย่างเดียวก็พอแล้วเหรอ”

“เธอมีทั้งบ้านทั้งรถ หลักประกันยังไม่พออีกหรือไง”

น้ำเสียงของฉันเริ่มเจือเสียงสะอื้น

“แม่คะ แม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ มันไม่ยุติธรรมเลย”

แม่ยืนนิ่งไป พี่ชายรีบพุ่งเข้ามาผลักฉันทันที

“เซี่ยงหว่าน เธอเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย”

“เงินแค่สี่แสนแปด ถึงกับต้องโวยวายขนาดนี้เลยหรือไง ชีวิตนี้หนวนหน่วนแต่งงานแค่ครั้งเดียวนะ จะปล่อยให้ขาดตกบกพร่องตรงไหนได้ยังไง”

แม่ดึงสติกลับมาได้ “แกเงินเดือนสูง หาเงินเก่ง ไม่เดือดร้อนกับเงินแค่นี้หรอก”

“พอได้แล้ว กลับเข้าห้องไปซะ อย่ามาโวยวายอีก”

ฉันไม่พูดอะไร เดินตรงไปที่กล่องใส่เครื่องประดับของน้องสาว เพิ่งจะยื่นมือไปหยิบของพวกนั้นออกมา

กลับถูกใครบางคนคว้าข้อมือเอาไว้หมับ

เป็นพ่อนั่นเอง

“แกจะทำอะไร”

ฉันสะบัดข้อมือออกอย่างสุดแรง ความน้อยเนื้อต่ำใจและความขุ่นเคืองที่สะสมมาตลอดยี่สิบกว่าปีระเบิดออกมาจนหมดสิ้น

“หนูจะเอาไปคืน นี่มันเงินของหนูนะ!”

เสียงระมัดระวังของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น

“พี่คะ อย่าโกรธเลย ของพวกนี้หนูให้พี่ หนูไม่เอาแล้วก็ได้”

เมื่อพี่ชายเห็นดังนั้นก็เข้ามากดตัวฉันไว้อย่างแรง

“เซี่ยงหว่าน เธอโวยวายพอหรือยัง! จะต้องทำให้บ้านลุกเป็นไฟเลยใช่ไหม”

ฉันตะโกนใส่หน้าเขา “ฉันก็แค่จะเอาของที่เป็นของฉันคืนมา”

สิ้นเสียงคำพูด เสียง “เพียะ” ก็ดังสนั่น

ฉันถูกตบจนหน้าหัน

แก้มซีกหนึ่งปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาทันที หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน

แม่เป็นคนตบฉัน

เธอหอบหายใจแรง แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและรำคาญใจ

“ฉันเลี้ยงแกมาจนโตขนาดนี้ เพื่อให้แกมาแตกหักกับคนในบ้านแบบนี้เหรอ เรื่องแค่นี้ก็เอามาเป็นประเด็น แกนี่มันเห็นแก่ตัวจริง ๆ!”

ฉันกุมแก้มตัวเอง มองสายตาหลายคู่ตรงหน้าที่เต็มไปด้วยความตำหนิ

เพื่อน้องสาวแล้ว พวกเขาโค่นต้นเซียงจางของฉันไปได้อย่างหน้าตาเฉย และผลาญเงินเก็บของฉันจนเกลี้ยง

พอฉันแค่จะเอาของของตัวเองคืน กลับกลายเป็นคนอกตัญญูและเห็นแก่ตัว

พ่อเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามา

“พอได้แล้ว”

“เรื่องเงิน จบลงแค่นี้ ใครก็ห้ามพูดถึงอีก”

คำพูดเบาหวิวเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับเป็นดั่งค้อนที่ทุบโต๊ะตัดสินชี้ขาด

ฉันชักนิ้วที่เกือบจะแตะโดนกล่องเครื่องประดับกลับมา

ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้ แต่ฉันรู้ดีว่าฉันเอามันไปไม่ได้

ฉันไม่มองพวกเขาอีก ไม่หยิบจับอะไรไปสักอย่าง แล้วหมุนตัวเดินออกจากบ้านหลังนี้ไป

ฉันไปพักที่โรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้า

สองวันหลังจากนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย

ที่บ้านไม่มีใครตามหาฉัน ไม่มีใครถามไถ่ว่าฉันหายไปไหน และไม่มีใครสนใจงานแต่งของฉันที่กำลังจะมาถึง

พวกเขายังคงรุมล้อมเซี่ยงหน่วน วิ่งวุ่นจัดการเรื่องต่าง ๆ ราวกับว่าลูกสาวอย่างฉันไม่เคยมีตัวตน

จนกระทั่งถึงวันงาน ท้องฟ้าสดใสโปร่งสบาย

ขบวนรถแต่งงานจอดเทียบอยู่ด้านล่างตรงตามเวลา เฉิงมั่วในชุดสูทสง่างามเดินตรงเข้ามาหาฉันด้วยความมั่นคงในทุกย่างก้าว

“หวานหว่าน ผมมารับคุณแล้วนะ”

ฉันซบลงบนแผ่นหลังของเขา นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บ้านหลังเก่าหลังนั้นจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 9

    เมื่อฤดูร้อนอีกปีมาเยือน ฉันก็ตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เฉิงมั่วผูกชิงช้าให้ฉันที่ต้นอู๋ถงใต้ตึกหลังจากเขาผูกเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จก็ลองลงไปนั่งก่อน“มั่นคงมากเลย หวานหว่าน คุณลองดูสิ”ฉันลงไปนั่ง โดยมีเฉิงมั่วคอยแกว่งชิงช้าให้อยู่ด้านหลังช้า ๆยามเย็นมีสายลมพัดมาเย็นสบายนับตั้งแต่นั้นมา ทุกเย็นฉันจะต้องลงมานั่งใต้ตึกสักพักเสมอหลังจากนั้นที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายเพราะพี่ชายมักจะส่งข้อความมาหาฉันเสมอ เขาคงคิดว่าฉันจะเปิดอ่านละมั้ง“แม่ชอบเข้าไปนั่งเหม่อในห้องเธอประจำ ถ้าเป็นไปได้ เธอโทรหาแม่หน่อยนะ”“ชีวิตหนวนหน่วนไม่ค่อยราบรื่น เอาแต่วิ่งกลับมาบ้านตลอด”“แม่หัดทำอาหารจืดหลายอย่าง แม่รอเธอกลับมาอยู่ตลอดนะ”“หวานหว่าน จากนี้เธอจะยังกลับมาอีกไหม”ตอนที่ฉันเห็นข้อความสุดท้าย ฉันกำลังกินสตรอว์เบอร์รีที่แม่สามียกมาให้พอดีมือพลันสั่นจนเผลอทำเลอะเสื้อผ้ามือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วดึงโทรศัพท์มือถือของฉันไป“เลิกอ่านเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ส่งผลกับอารมณ์เปล่า ๆ”เฉิงมั่วยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ฉัน“ลูกเตะคุณอีกแล้วเหรอ”ฉันส่ายหน้า ก้มมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ภาย

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 8

    ข้อความของพ่อมีเพียงข้อความเดียว“พ่อจ้างทำหีบให้แกใหม่แล้วนะ ตอนกลับมาก็เอาไปด้วยล่ะ”ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ทุกครั้งที่มีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น เขามักจะเป็นคนตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเสมอราวกับผู้พิพากษาที่คอยประกาศผลการตัดสิน เพียงแต่ฉันมักจะเป็นฝ่ายแพ้คดีอยู่ร่ำไปการที่เขาส่งข้อความนี้มาได้ ย่อมหมายความว่าเขากำลังยอมก้มหัวให้ ฉันเข้าใจดี แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันฉันไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นอีก และไม่ได้บล็อกพวกเขาด้วยเพราะฉันยังคิดไม่ออกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไรดีวันที่ฉันได้รับแจ้งผลการสัมภาษณ์งานจากบริษัทใหม่ว่าสอบสัมภาษณ์ คือวันเกิดของฉันแม่สามีสั่งเค้กก้อนโตมาให้บนหน้าเค้กเขียนไว้ว่า “นางฟ้าหวานหว่าน อายุ 18 ตลอดกาล”เธอทำอาหารไว้อีกเต็มโต๊ะ ฉันพยายามจะเข้าไปช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเธอเอาแต่ดันตัวฉันออกมาข้างนอก“วันนี้ลูกใหญ่ที่สุด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ”ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาเหม่อไปเล็กน้อยเมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของฉันกับเซี่ยงหน่วน บนหน้าเค้กจะมีแค่ชื่อของเซี่ยงหน่วนเพียงคนเดียวเพราะตอนเด็ก ๆ เธอเคยร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากให

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 7

    หลายวันต่อมา พี่ชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาร่องรอยของฉันเขาไปที่บริษัทเก่าของฉัน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของฉันมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งของฉัน เธอมองพี่ชายด้วยสายตาแปลก ๆ“คุณเป็นพี่ชายของเซี่ยงหว่านเหรอ ไม่น่าใช่มั้ง งานแต่งของเธอ ฉันไม่เห็นหน้าคุณเลยนะ”“คุณเป็นคนในครอบครัวเธอจริง ๆ เหรอ”พี่ชายเหมือนถูกคนบีบคอจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็ส่งคลิปวิดีโองานแต่งงานคลิปหนึ่งให้เขาตอนที่พี่ชายหันหลังเดินจากมา เพื่อนร่วมงานก็บ่นพึมพำไล่หลัง“นี่น่ะเหรอพี่ชายแท้ ๆ งานแต่งของน้องสาวยังไม่รู้เรื่องเลย พูดออกไปใครจะไปเชื่อล่ะ!”“เฮ้อ เซี่ยงหว่านใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย”แผ่นหลังของพี่ชายแข็งทื่อ พลันนึกถึงวันก่อนที่ฉันจะจากมาทุกคนในบ้านต่างพากันรุมต่อว่าฉัน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนกดฉันไว้กับมือ ทั้งยังด่าว่าฉันทำให้บ้านลุกเป็นไฟทั้งที่ฉันก็แค่อยากจะเอาของของตัวเองคืนมาเท่านั้นเองเขากลับถึงบ้าน แล้วเอาคลิปวิดีโอให้พ่อกับแม่ดูพอแม่เห็น น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง“เด็กคนนี้ หายไปไหนกันแน่นะ”ขอบตาของพ่อเองก็แดงรื้น เขา

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 6

    งานแต่งของเซี่ยงหน่วนคือวันนี้ คนทั้งบ้านจึงตื่นกันแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเสียงตะโกนลุกลี้ลุกลนของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น“แม่คะ ห้องพี่ไม่มีคนอยู่ พี่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”แม่ชะงักไปทันที“จะเป็นไปได้ยังไง! วันนี้เธอจะไม่แต่งงานแล้วหรือไง”เซี่ยงหน่วนลากผ้าห่มมงคลสองผืนนั้นออกมาจากห้องนอนของฉัน“พี่เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่ไอ้นี่ก็ไม่ได้เอาไป”พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก“ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เธอคงตรงไปที่โรงแรมแล้ว เธอเนี่ยนะ ทะเลาะกับที่บ้านครั้งไหนเคยโกรธจริงจังบ้าง”แม่พยายามปัดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทิ้งไป แล้วเออออรับคำ“หนวนหน่วน รีบเก็บของเข้าเถอะ เราไปที่โรงแรมกันก่อน”“งานแต่งของลูกสำคัญกว่า”ครอบครัวของพวกเธอไปถึงโรงแรม แจ้งชื่อห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ล่วงหน้ากับพนักงานต้อนรับแต่พนักงานเห็นเซี่ยงหน่วนแล้วก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย“เอ๊ะ เมื่อวานคุณเพิ่งจัดงานแต่งไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“อะไรนะคะ”คนที่ดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรกคือเซี่ยงหน่วน“งานแต่งเมื่อวาน เจ้าสาวชื่อเซี่ยงหว่านใช่ไหมคะ”พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ใช่ค่ะ งานแต่งเสร็จไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงมาอ

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 5

    เฉิงมั่วแบกฉันลงไปชั้นล่าง ฝีเท้าของเขามั่นคงเสียจนฉันไม่รู้สึกถึงแรงสั่นคลอนเลยสักนิดไม่มีการกั้นประตู ไม่มีการเล่นเกมใด ๆแต่เบื้องหลังกลับยังคงคึกคักเพราะเฉิงมั่วพาคนมาด้วยกลุ่มใหญ่ มีทั้งแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนร่วมงานของฉัน และเพื่อนกลุ่มเดียวกันของเราสองคนพวกเขาไม่ได้ถามอะไร ทุกคนติดดอกไม้กลัดอกสำหรับญาติฝั่งเจ้าสาวไว้ที่หน้าอก และบนใบหน้าของทุกคนก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีมีชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง“ใครชมเจ้าสาวหนึ่งประโยค ฉันจะโปรยซองแดงให้หนึ่งที!”เพราะแบบนั้นฉันจึงได้ยินคำอวยพรมากมายคนเดินผ่านไปมาพูดว่า “เจ้าสาวลงมาจากสวรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”เด็กน้อยพูดว่า “โตขึ้นผมจะแต่งงานกับคนแบบพี่สาวครับ!”ป้าแม่บ้านก็ยังเอ่ยแซวเฉิงมั่ว “ดูทีมบ้านเจ้าสาวซะก่อน ต่อไปคงไม่กล้าทำให้ภรรยาโกรธเลยสิ!”เฉิงมั่วยิ้มจนเห็นฟันขาว“ไม่กล้าหรอกครับ กว่าจะได้แต่งงานกับเธอ จะรักจะทะนุถนอมยังแทบไม่ทันเลย”เสียงโห่ร้องแซวจากด้านหลังก็ยิ่งดังขึ้นซองแดงถูกโปรยไปตลอดทาง คำอวยพรก็ดังแว่วให้ได้ยินตลอดทางเช่นกันกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถแต่งงาน ฉันก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

  • เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา   บทที่ 4

    สามวันก่อนงานแต่ง คนทั้งบ้านต่างวุ่นวายกันไปหมดพ่อวุ่นอยู่กับการแจ้งข่าวให้ญาติมิตรกลุ่มสุดท้ายทราบ ปากก็พร่ำบอกว่าหนวนหน่วนของเรากำลังจะแต่งงานแล้วแม่จัดเตรียมสินเดิมของน้องสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะตกหล่นอะไรไปจนทำให้เจ้าหญิงน้อยของเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจพี่ชายยิ่งแล้วใหญ่ เรียกปุ๊บมาปั๊บ คอยช่วยน้องสาวไปรับเพื่อนร่วมชั้น วิ่งวุ่นทำธุระให้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำคนทั้งบ้านยุ่งกันจนหัวหมุน ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยปากถามฉันสักคำว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว หรือขาดเหลืออะไรบ้างไหมสายตาของฉันทอดมองไปยังโถงทางเดินหน้าประตู ตรงนั้นมีการ์ดเชิญงานแต่งของฉันวางอยู่ สะดุดตาเป็นอย่างมากตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครเปิดดูเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ากำหนดการวันแต่งงานของฉันถูกเลื่อนให้ไม่ตรงกับของเธอตั้งนานแล้วพวกเขาไม่ได้สนใจลำดับพิธีงานแต่งของฉันเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตที่เหลือของฉันจะมีความสุขหรือไม่สำหรับพวกเขา ฉันเป็นแค่ลูกสาวส่วนเกินที่บังเอิญแต่งงานพร้อมกัน เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นให้น้องสาวดูโดดเด่นก็เท่านั้นฉันเปลี่ยนรองเท้าอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกจากบ้านไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status