Masukเมืองเซียงจางของเรา หากบ้านไหนได้ลูกสาว ปีนั้นก็จะปลูกต้นเซียงจางเอาไว้หนึ่งต้น พอถึงวันแต่งงานก็จะตัดต้นไม้นั้นมาประกอบเป็นหีบใบใหญ่สองใบเพื่อใส่สินเดิมให้เต็ม สื่อความหมายมงคลถึงการครองคู่กัน ครึ่งเดือนก่อนถึงงานแต่งของฉันกับน้องสาว พี่ชายถือหีบไม้ที่ต่อเสร็จแล้วสองใบกลับมาบ้าน เขาหิ้วหีบเข้ามาอย่างทุลักทุเล ขณะที่น้องสาวมองด้วยแววตาเป็นประกายตื่นเต้น แม่ลูบผมเธออย่างทะนุถนอม “ลูกรักของแม่ เผลอแป๊บเดียวก็จะแต่งงานแล้ว ทั้งที่ยังเป็นเด็กอยู่แท้ ๆ” พ่อเองก็ขมวดคิ้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าหมอนั่นกล้าทำไม่ดีกับหนวนหน่วนละก็ พ่อจะถลกหนังมันให้ดู!” ไม่มีใครรู้สึกเลยว่าหีบนั้นไม่ถูกต้อง สายตาของฉันมองเลยไปด้านหลังพี่ชาย ทว่ากลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย ฉันเอ่ยถาม “พี่คะ แล้วของฉันล่ะ” พี่ชายชะงักไป คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันก็แต่งงานในวันเดียวกัน “พอทำหีบให้หนวนหน่วนเสร็จใบหนึ่งก็เพิ่งเห็นว่าไม้ไม่พอ ไม่มีทางเลือกก็เลยเอาต้นไม้ของเธอมาใช้ด้วยน่ะ” แม่เริ่มแสดงสีหน้ารำคาญใจ “ช่างเถอะ ใช้ไปแล้วก็แล้วไป ถึงเวลาแกก็แค่ไปซื้อถุงมาใส่สักสองใบก็หมดเรื่อง จะมาทำหน้าหงิกงอใส่ใคร” ฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาที่รุมล้อมน้องสาว พลันนึกถึงคำกำชับที่พ่อกับแม่เคยบอกพี่ชายไว้ “หีบสินเดิมของลูกสาวต้องตั้งใจทำดี ๆ นะ มันเกี่ยวพันถึงความสุขชั่วชีวิตเชียวละ” ที่แท้คำว่าลูกสาวสำหรับพวกเขาก็ไม่ได้รวมฉันอยู่ในนั้นด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันเองก็ไม่ต้องการพวกเขาแล้วเหมือนกัน
Lihat lebih banyakเมื่อฤดูร้อนอีกปีมาเยือน ฉันก็ตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เฉิงมั่วผูกชิงช้าให้ฉันที่ต้นอู๋ถงใต้ตึกหลังจากเขาผูกเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จก็ลองลงไปนั่งก่อน“มั่นคงมากเลย หวานหว่าน คุณลองดูสิ”ฉันลงไปนั่ง โดยมีเฉิงมั่วคอยแกว่งชิงช้าให้อยู่ด้านหลังช้า ๆยามเย็นมีสายลมพัดมาเย็นสบายนับตั้งแต่นั้นมา ทุกเย็นฉันจะต้องลงมานั่งใต้ตึกสักพักเสมอหลังจากนั้นที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายเพราะพี่ชายมักจะส่งข้อความมาหาฉันเสมอ เขาคงคิดว่าฉันจะเปิดอ่านละมั้ง“แม่ชอบเข้าไปนั่งเหม่อในห้องเธอประจำ ถ้าเป็นไปได้ เธอโทรหาแม่หน่อยนะ”“ชีวิตหนวนหน่วนไม่ค่อยราบรื่น เอาแต่วิ่งกลับมาบ้านตลอด”“แม่หัดทำอาหารจืดหลายอย่าง แม่รอเธอกลับมาอยู่ตลอดนะ”“หวานหว่าน จากนี้เธอจะยังกลับมาอีกไหม”ตอนที่ฉันเห็นข้อความสุดท้าย ฉันกำลังกินสตรอว์เบอร์รีที่แม่สามียกมาให้พอดีมือพลันสั่นจนเผลอทำเลอะเสื้อผ้ามือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วดึงโทรศัพท์มือถือของฉันไป“เลิกอ่านเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ส่งผลกับอารมณ์เปล่า ๆ”เฉิงมั่วยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ฉัน“ลูกเตะคุณอีกแล้วเหรอ”ฉันส่ายหน้า ก้มมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ภาย
ข้อความของพ่อมีเพียงข้อความเดียว“พ่อจ้างทำหีบให้แกใหม่แล้วนะ ตอนกลับมาก็เอาไปด้วยล่ะ”ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ทุกครั้งที่มีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น เขามักจะเป็นคนตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเสมอราวกับผู้พิพากษาที่คอยประกาศผลการตัดสิน เพียงแต่ฉันมักจะเป็นฝ่ายแพ้คดีอยู่ร่ำไปการที่เขาส่งข้อความนี้มาได้ ย่อมหมายความว่าเขากำลังยอมก้มหัวให้ ฉันเข้าใจดี แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันฉันไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นอีก และไม่ได้บล็อกพวกเขาด้วยเพราะฉันยังคิดไม่ออกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไรดีวันที่ฉันได้รับแจ้งผลการสัมภาษณ์งานจากบริษัทใหม่ว่าสอบสัมภาษณ์ คือวันเกิดของฉันแม่สามีสั่งเค้กก้อนโตมาให้บนหน้าเค้กเขียนไว้ว่า “นางฟ้าหวานหว่าน อายุ 18 ตลอดกาล”เธอทำอาหารไว้อีกเต็มโต๊ะ ฉันพยายามจะเข้าไปช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเธอเอาแต่ดันตัวฉันออกมาข้างนอก“วันนี้ลูกใหญ่ที่สุด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ”ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาเหม่อไปเล็กน้อยเมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของฉันกับเซี่ยงหน่วน บนหน้าเค้กจะมีแค่ชื่อของเซี่ยงหน่วนเพียงคนเดียวเพราะตอนเด็ก ๆ เธอเคยร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากให
หลายวันต่อมา พี่ชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาร่องรอยของฉันเขาไปที่บริษัทเก่าของฉัน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของฉันมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งของฉัน เธอมองพี่ชายด้วยสายตาแปลก ๆ“คุณเป็นพี่ชายของเซี่ยงหว่านเหรอ ไม่น่าใช่มั้ง งานแต่งของเธอ ฉันไม่เห็นหน้าคุณเลยนะ”“คุณเป็นคนในครอบครัวเธอจริง ๆ เหรอ”พี่ชายเหมือนถูกคนบีบคอจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็ส่งคลิปวิดีโองานแต่งงานคลิปหนึ่งให้เขาตอนที่พี่ชายหันหลังเดินจากมา เพื่อนร่วมงานก็บ่นพึมพำไล่หลัง“นี่น่ะเหรอพี่ชายแท้ ๆ งานแต่งของน้องสาวยังไม่รู้เรื่องเลย พูดออกไปใครจะไปเชื่อล่ะ!”“เฮ้อ เซี่ยงหว่านใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย”แผ่นหลังของพี่ชายแข็งทื่อ พลันนึกถึงวันก่อนที่ฉันจะจากมาทุกคนในบ้านต่างพากันรุมต่อว่าฉัน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนกดฉันไว้กับมือ ทั้งยังด่าว่าฉันทำให้บ้านลุกเป็นไฟทั้งที่ฉันก็แค่อยากจะเอาของของตัวเองคืนมาเท่านั้นเองเขากลับถึงบ้าน แล้วเอาคลิปวิดีโอให้พ่อกับแม่ดูพอแม่เห็น น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง“เด็กคนนี้ หายไปไหนกันแน่นะ”ขอบตาของพ่อเองก็แดงรื้น เขา
งานแต่งของเซี่ยงหน่วนคือวันนี้ คนทั้งบ้านจึงตื่นกันแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเสียงตะโกนลุกลี้ลุกลนของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น“แม่คะ ห้องพี่ไม่มีคนอยู่ พี่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”แม่ชะงักไปทันที“จะเป็นไปได้ยังไง! วันนี้เธอจะไม่แต่งงานแล้วหรือไง”เซี่ยงหน่วนลากผ้าห่มมงคลสองผืนนั้นออกมาจากห้องนอนของฉัน“พี่เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่ไอ้นี่ก็ไม่ได้เอาไป”พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก“ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เธอคงตรงไปที่โรงแรมแล้ว เธอเนี่ยนะ ทะเลาะกับที่บ้านครั้งไหนเคยโกรธจริงจังบ้าง”แม่พยายามปัดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทิ้งไป แล้วเออออรับคำ“หนวนหน่วน รีบเก็บของเข้าเถอะ เราไปที่โรงแรมกันก่อน”“งานแต่งของลูกสำคัญกว่า”ครอบครัวของพวกเธอไปถึงโรงแรม แจ้งชื่อห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ล่วงหน้ากับพนักงานต้อนรับแต่พนักงานเห็นเซี่ยงหน่วนแล้วก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย“เอ๊ะ เมื่อวานคุณเพิ่งจัดงานแต่งไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“อะไรนะคะ”คนที่ดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรกคือเซี่ยงหน่วน“งานแต่งเมื่อวาน เจ้าสาวชื่อเซี่ยงหว่านใช่ไหมคะ”พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ใช่ค่ะ งานแต่งเสร็จไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงมาอ





