Short
เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา

เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา

Oleh:  ไข่สองใบTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมืองเซียงจางของเรา หากบ้านไหนได้ลูกสาว ปีนั้นก็จะปลูกต้นเซียงจางเอาไว้หนึ่งต้น พอถึงวันแต่งงานก็จะตัดต้นไม้นั้นมาประกอบเป็นหีบใบใหญ่สองใบเพื่อใส่สินเดิมให้เต็ม สื่อความหมายมงคลถึงการครองคู่กัน ครึ่งเดือนก่อนถึงงานแต่งของฉันกับน้องสาว พี่ชายถือหีบไม้ที่ต่อเสร็จแล้วสองใบกลับมาบ้าน เขาหิ้วหีบเข้ามาอย่างทุลักทุเล ขณะที่น้องสาวมองด้วยแววตาเป็นประกายตื่นเต้น แม่ลูบผมเธออย่างทะนุถนอม “ลูกรักของแม่ เผลอแป๊บเดียวก็จะแต่งงานแล้ว ทั้งที่ยังเป็นเด็กอยู่แท้ ๆ” พ่อเองก็ขมวดคิ้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าหมอนั่นกล้าทำไม่ดีกับหนวนหน่วนละก็ พ่อจะถลกหนังมันให้ดู!” ไม่มีใครรู้สึกเลยว่าหีบนั้นไม่ถูกต้อง สายตาของฉันมองเลยไปด้านหลังพี่ชาย ทว่ากลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย ฉันเอ่ยถาม “พี่คะ แล้วของฉันล่ะ” พี่ชายชะงักไป คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันก็แต่งงานในวันเดียวกัน “พอทำหีบให้หนวนหน่วนเสร็จใบหนึ่งก็เพิ่งเห็นว่าไม้ไม่พอ ไม่มีทางเลือกก็เลยเอาต้นไม้ของเธอมาใช้ด้วยน่ะ” แม่เริ่มแสดงสีหน้ารำคาญใจ “ช่างเถอะ ใช้ไปแล้วก็แล้วไป ถึงเวลาแกก็แค่ไปซื้อถุงมาใส่สักสองใบก็หมดเรื่อง จะมาทำหน้าหงิกงอใส่ใคร” ฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาที่รุมล้อมน้องสาว พลันนึกถึงคำกำชับที่พ่อกับแม่เคยบอกพี่ชายไว้ “หีบสินเดิมของลูกสาวต้องตั้งใจทำดี ๆ นะ มันเกี่ยวพันถึงความสุขชั่วชีวิตเชียวละ” ที่แท้คำว่าลูกสาวสำหรับพวกเขาก็ไม่ได้รวมฉันอยู่ในนั้นด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันเองก็ไม่ต้องการพวกเขาแล้วเหมือนกัน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“แม่ดูสิคะ หีบใบนี้สลักลายดอกเซียงจางไว้ทั้งสี่ด้านเลยนะ!”

แม่ลูบมือเธอเบา ๆ น้ำเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อย

“ลูกรักของแม่คู่ควรกับหีบสินเดิมที่ดีที่สุดเท่านั้น แบบนี้ถึงจะดูสมฐานะ ไม่งั้นคงถูกคนอื่นเอาไปนินทาได้”

ที่แท้แม่ก็รู้ว่าถ้าทำหีบไม้เซียงจางตอนแต่งงานออกมาไม่ดีจะต้องถูกหัวเราะเยาะ

แต่ฉันกลับไม่มีแม้แต่หีบสักใบ แม่ก็ไม่เห็นรู้สึกว่าผิดปกติตรงไหน นั่นเพราะคนที่ถูกหัวเราะเยาะคือฉัน แม่ก็เลยไม่สนใจ

พ่อเดินเข้าไปลูบผมของน้องสาว

“พ่อกับแม่เตรียมสินเดิมให้ลูกพร้อมแล้วนะ ไปอยู่บ้านแม่สามีก็ยืดอกให้สง่าผ่าเผยเข้าไว้ ถ้าโดนรังแกแม้แต่นิดเดียวก็ให้รีบกลับบ้านเราเลย”

ทั้งที่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน พ่อเพิ่งจะบอกฉันว่าแต่งงานไปแล้วก็ถือเป็นคนของบ้านอื่น หากน้อยเนื้อต่ำใจอะไรก็ให้รู้จักอดทนเอาไว้

ฉันยืนอยู่ริมผนังห้องนั่งเล่น มองลวดลายประณีตที่สลักอยู่บนตัวล็อกหีบนั่นพลางกำมือแน่นแล้วคลายออก

กลืนประโยคที่ว่า “ฉันไม่ใช่ลูกสาวของพ่อแม่เหรอ” ลงคอไป

ถามไปแล้วจะได้อะไร ตั้งแต่เล็กจนโตฉันถามมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

ทุกครั้งก็ได้รับเพียงคำตอบว่า “เรื่องแค่นี้แกยังจะแย่งอีกเหรอ”

จากนั้นก็ตามมาด้วยประโยคเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“น้องแกสุขภาพไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก”

“แกเป็นพี่ก็ยอม ๆ น้องหน่อยสิ”

ฉันกับน้องเป็นฝาแฝดกัน ตอนเกิดฉันน้ำหนักมากกว่าเธอ 150 กรัม

นับตั้งแต่นั้นมาพ่อกับแม่ก็รู้สึกว่าฉันควรเป็นฝ่ายเสียสละ

ตอนเด็ก ๆ ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี มีเงินพอส่งคนไปเข้าค่ายฤดูร้อนได้แค่คนเดียว แม่ก็บอกให้ฉันยอมน้อง

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันทำงานพาร์ตไทม์อยู่สามเดือนเพื่อซื้อกล้องถ่ายรูปให้ตัวเอง พอน้องสาวถูกใจ แม่ก็บอกให้ฉันยกให้น้อง

จนกระทั่งฉันกำหนดวันแต่งงาน ฉันได้แต่คิดเงียบ ๆ ว่าในที่สุดก็จะได้เป็นตัวเอกกับเขาสักครั้งเสียที

อย่างไรเสียนางเอกในงานแต่งก็มีแค่ฉันคนเดียว เรื่องนี้คงไม่ต้องยอมหลีกทางให้เธอหรอกมั้ง

แต่น้องสาวพอรู้เรื่องนี้ก็ดึงดันจะแต่งงานวันเดียวกันกับฉันให้ได้

เพราะแบบนั้นหีบสินเดิมของฉันจึงมลายหายไปอีกครั้ง

ห่างออกไปไม่ไกล น้องสาวยังคงกอดแขนอ้อนแม่

“แม่คะ เย็นนี้ทำไก่ผัดพริกให้กินหน่อยสิคะ”

แม่ยิ้มพลางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธอ

“ลูกคนนี้นี่น้า รู้จักแต่เรื่องกิน”

น้องสาวสั่งเมนูอาหารต่อเนื่องมาครึ่งเดือนแล้ว เพราะเธอบอกว่าถ้าแต่งงานไปก็จะไม่ได้กินรสมือแม่อีก

เธอเป็นพวกขาดรสเผ็ดไม่ได้ ดังนั้นตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา อาหารทุกจานในบ้านจึงเต็มไปด้วยพริก

ส่วนฉันเป็นโรคกระเพาะ กินเผ็ดไม่ได้

วันแรกที่น้องสาวสั่งเมนูอาหาร ฉันเคยพูดกับแม่ว่า

“หนูเป็นโรคกระเพาะ ช่วยทำกับข้าวแบบไม่เผ็ดสักอย่างได้ไหมคะ อะไรก็ได้”

แม่โยนตะเกียบลงบนโต๊ะ เอ่ยเสียงไม่ดังนัก

“ชีวิตฉันก็มีชะตาแค่นี้แหละ คอยปรนนิบัติคนอื่นแต่ก็ทำผิดไปหมด”

เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ฉันกลายเป็นคนบาปของบ้าน สายตาที่พ่อกับพี่ชายมองมานั้นชวนให้อึดอัดเสียยิ่งกว่าโดนด่าทอเสียอีก

หลังจากนั้นฉันก็เลยเอาแต่กิน ไม่พูดอะไรอีก

พี่ชายพลันหันมามองฉันแล้วขมวดคิ้ว

“เซี่ยงหว่าน แกจะมัวยืนบื้ออยู่ทำไม ไปซื้อวัตถุดิบสิ!”

ในบ้านหลังนี้ เหมือนพวกเขาจะนึกถึงฉันขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีเรื่องให้ไปซื้อวัตถุดิบ ถูพื้นหรือทิ้งขยะเท่านั้น

ฉันอ้าปากอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำเพียงเค้นเสียงแผ่วเบาออกมาประโยคเดียว

“จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

ตอนเย็น แม่ทำอาหารสามอย่าง ได้แก่ ไก่ผัดพริก กุ้งเครย์ฟิชหมาล่า และหมูต้มพริก

คนในครอบครัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย น้องสาวดูดน้ำซุปกุ้งเครย์ฟิชคำหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองฉัน

“พี่คะ ทำไมเอาแต่กินข้าวเปล่า ไม่กินกับข้าวเลยล่ะ!”

แม่คีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งใส่ชามที่พูนเป็นภูเขาของเธอ ก่อนจะกลอกตาใส่ฉัน

“อย่าไปสนใจเธอเลย ทำหน้าเหมือนคนอื่นติดหนี้อยู่ได้ทุกวัน”

พี่ชายก็มองฉันด้วยสายตารังเกียจเช่นกัน

“มีอะไรก็พูดมาได้ไหม เลิกทำหน้าเหมือนคนตายสักที”

แต่ฉันเคยพูดไปแล้ว แค่ไม่มีใครฟัง

กินข้าวเสร็จ ฉันก็มาล้างจานในห้องครัวตามปกติ คราบน้ำมันพริกสีแดงลอยเป็นชั้นหนา

เสียงหัวเราะแว่วมาจากห้องนั่งเล่น พวกเขากำลังดูอัลบั้มรูปครอบครัวกันอยู่

พ่อพลันเสนอขึ้นมาว่า

“ถือโอกาสก่อนที่หนวนหน่วนจะแต่งงาน พรุ่งนี้เราไปถ่ายรูปครอบครัวกันอีกสักรูปเถอะ”

ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ฉันบังเอิญเดินออกจากห้องครัวพอดี สองเท้าจึงชะงักไปครู่หนึ่ง

“พ่อคะ พรุ่งนี้หนูต้องไปลองชุดแต่งงาน”

พ่อไม่แม้แต่จะปรายตามอง

“แกก็ไปของแกสิ”

เขาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่ากลับทำให้ฉันรู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก

เพราะเขารู้สึกจากใจจริงว่าต่อให้ไม่มีฉันร่วมเฟรมด้วยก็ยังเรียกว่ารูปครอบครัวได้อยู่ดี

ฉันหันหลังกลับเข้าห้องนอนแล้วปิดประตู

ข้อความจากแฟนหนุ่มส่งเข้ามา

“เลื่อนงานแต่งเข้ามาเร็วขึ้นหนึ่งวัน พ่อแม่คุณตกลงไหม”

“อืม คุณเซ็นเอกสารย้ายไปทำงานสาขาอื่นกับบริษัทเถอะ ฉันจะไปกับคุณด้วย”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
9 Bab
บทที่ 1
“แม่ดูสิคะ หีบใบนี้สลักลายดอกเซียงจางไว้ทั้งสี่ด้านเลยนะ!”แม่ลูบมือเธอเบา ๆ น้ำเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อย“ลูกรักของแม่คู่ควรกับหีบสินเดิมที่ดีที่สุดเท่านั้น แบบนี้ถึงจะดูสมฐานะ ไม่งั้นคงถูกคนอื่นเอาไปนินทาได้”ที่แท้แม่ก็รู้ว่าถ้าทำหีบไม้เซียงจางตอนแต่งงานออกมาไม่ดีจะต้องถูกหัวเราะเยาะแต่ฉันกลับไม่มีแม้แต่หีบสักใบ แม่ก็ไม่เห็นรู้สึกว่าผิดปกติตรงไหน นั่นเพราะคนที่ถูกหัวเราะเยาะคือฉัน แม่ก็เลยไม่สนใจพ่อเดินเข้าไปลูบผมของน้องสาว“พ่อกับแม่เตรียมสินเดิมให้ลูกพร้อมแล้วนะ ไปอยู่บ้านแม่สามีก็ยืดอกให้สง่าผ่าเผยเข้าไว้ ถ้าโดนรังแกแม้แต่นิดเดียวก็ให้รีบกลับบ้านเราเลย”ทั้งที่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน พ่อเพิ่งจะบอกฉันว่าแต่งงานไปแล้วก็ถือเป็นคนของบ้านอื่น หากน้อยเนื้อต่ำใจอะไรก็ให้รู้จักอดทนเอาไว้ฉันยืนอยู่ริมผนังห้องนั่งเล่น มองลวดลายประณีตที่สลักอยู่บนตัวล็อกหีบนั่นพลางกำมือแน่นแล้วคลายออกกลืนประโยคที่ว่า “ฉันไม่ใช่ลูกสาวของพ่อแม่เหรอ” ลงคอไปถามไปแล้วจะได้อะไร ตั้งแต่เล็กจนโตฉันถามมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วทุกครั้งก็ได้รับเพียงคำตอบว่า “เรื่องแค่นี้แกยังจะแย่งอีกเหรอ”จากนั้นก็ตามมาด้วย
Baca selengkapnya
บทที่ 2
วันรุ่งขึ้น ฉันลองชุดแต่งงานเสร็จแล้วกลับมา ในห้องนั่งเล่นกำลังคึกคักกันใหญ่สวีหย่วน ว่าที่เจ้าบ่าวของน้องสาวก็อยู่ด้วยบนโต๊ะกลางจัดวางผลไม้ไว้ห้าอย่าง พ่อถึงกับหยิบชุดน้ำชาที่ปกติไม่ค่อยกล้าใช้เอามาต้อนรับพวกเขาดีกับสวีหย่วนมาตลอด ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่หวังว่าในอนาคตเขาจะดีกับน้องสาวให้มากหน่อยส่วนแฟนของฉัน พ่อกับแม่รู้แค่ว่าเขาชื่อเฉิงมั่ว เคยเห็นแต่รูปถ่าย ไม่เคยเจอแม้กระทั่งตัวจริงทุกครั้งที่ฉันเสนอให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน แม่ก็จะพูดเสมอว่า“ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ช้าเร็วก็ต้องได้เจอ แกชอบก็พอแล้ว”ไม่ใช่ว่ายุ่ง แต่เพราะไม่สนใจ ในเมื่อไม่ใส่ใจฉันจึงพลอยไม่สนใจแฟนที่ฉันหามาด้วยเหมือนตอนสวีหย่วนเห็นฉันปรากฏตัว เขาก็แค่ปรายตามอง ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายสักประโยคแม้กระทั่งลูกเขยที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านก็ยังรู้เลยว่าในบ้านหลังนี้ใครที่ทำตัวแบบขอไปทีด้วยได้พอน้องสาวเห็นฉัน แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา“พี่คะ กลับมาพอดีเลย พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”มือที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าชะงักไป ฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณพ่อกระแอม“แกกลับมาพอดีเลย เสี่ยวหย่วนก็อยู่ด้วย”“เร
Baca selengkapnya
บทที่ 3
หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานแต่ง จู่ ๆ แม่ก็บอกว่าอยากเจอเฉิงมั่วสักครั้งนอกเหนือจากความประหลาดใจแล้ว ในใจก็เกิดความคาดหวังเล็ก ๆ ที่แสนต่ำต้อยขึ้นมาฉันจองร้านอาหารตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น และให้เฉิงมั่วแต่งตัวให้ดูดีหน่อยสิบเอ็ดโมงครึ่งฉันก็ไปถึงก่อนเวลา สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ แล้วเริ่มรอบ่ายโมง บ่ายสอง บ่ายสามลูกค้าในร้านอาหารผลัดเปลี่ยนหน้าไปกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ไฟแสงสีส้มของร้านก็เปิดสว่างขึ้นมาแล้วแต่กลับไม่มีใครมาหน้าจอมือถือสว่างขึ้น แม่ตอบข้อความของฉันกลับมาแล้ว“หวานหว่าน วันนี้มีธุระด่วนนิดหน่อย ไว้คราวหน้าค่อยเจอกันนะ”ในขณะเดียวกันก็มีข้อความเด้งขึ้นมาในแชทกลุ่มครอบครัว เป็นข้อความของน้องสาว“ดูสิคะ เล็บเจ้าสาวที่แม่ไปทำเป็นเพื่อนมา สวยไหม”ในรูปคือนิ้วของเธอที่ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กเต็มไปหมด แสงไฟที่ส่องกระทบลงมาทำเอาฉันแสบตาจนขอบตาร้อนผ่าวพี่ชายรีบตอบกลับทันที “สวย! เข้ากับหนวนหน่วนสุด ๆ เลย”พ่อก็เออออตาม “สวยดี เหนื่อยหน่อยนะลูกสาวพ่อ”ฉันวางมือถือลงด้วยมือที่สั่นเทาที่แท้ธุระด่วนที่แม่พูดถึงก็คือการไปทำเล็บเป็นเพื่อนน้องสาวเซี่ยงหว่านนะเซี่ยงหว่าน เธอจะยังคา
Baca selengkapnya
บทที่ 4
สามวันก่อนงานแต่ง คนทั้งบ้านต่างวุ่นวายกันไปหมดพ่อวุ่นอยู่กับการแจ้งข่าวให้ญาติมิตรกลุ่มสุดท้ายทราบ ปากก็พร่ำบอกว่าหนวนหน่วนของเรากำลังจะแต่งงานแล้วแม่จัดเตรียมสินเดิมของน้องสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะตกหล่นอะไรไปจนทำให้เจ้าหญิงน้อยของเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจพี่ชายยิ่งแล้วใหญ่ เรียกปุ๊บมาปั๊บ คอยช่วยน้องสาวไปรับเพื่อนร่วมชั้น วิ่งวุ่นทำธุระให้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำคนทั้งบ้านยุ่งกันจนหัวหมุน ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยปากถามฉันสักคำว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว หรือขาดเหลืออะไรบ้างไหมสายตาของฉันทอดมองไปยังโถงทางเดินหน้าประตู ตรงนั้นมีการ์ดเชิญงานแต่งของฉันวางอยู่ สะดุดตาเป็นอย่างมากตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครเปิดดูเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ากำหนดการวันแต่งงานของฉันถูกเลื่อนให้ไม่ตรงกับของเธอตั้งนานแล้วพวกเขาไม่ได้สนใจลำดับพิธีงานแต่งของฉันเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตที่เหลือของฉันจะมีความสุขหรือไม่สำหรับพวกเขา ฉันเป็นแค่ลูกสาวส่วนเกินที่บังเอิญแต่งงานพร้อมกัน เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นให้น้องสาวดูโดดเด่นก็เท่านั้นฉันเปลี่ยนรองเท้าอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกจากบ้านไป
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เฉิงมั่วแบกฉันลงไปชั้นล่าง ฝีเท้าของเขามั่นคงเสียจนฉันไม่รู้สึกถึงแรงสั่นคลอนเลยสักนิดไม่มีการกั้นประตู ไม่มีการเล่นเกมใด ๆแต่เบื้องหลังกลับยังคงคึกคักเพราะเฉิงมั่วพาคนมาด้วยกลุ่มใหญ่ มีทั้งแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนร่วมงานของฉัน และเพื่อนกลุ่มเดียวกันของเราสองคนพวกเขาไม่ได้ถามอะไร ทุกคนติดดอกไม้กลัดอกสำหรับญาติฝั่งเจ้าสาวไว้ที่หน้าอก และบนใบหน้าของทุกคนก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีมีชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง“ใครชมเจ้าสาวหนึ่งประโยค ฉันจะโปรยซองแดงให้หนึ่งที!”เพราะแบบนั้นฉันจึงได้ยินคำอวยพรมากมายคนเดินผ่านไปมาพูดว่า “เจ้าสาวลงมาจากสวรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”เด็กน้อยพูดว่า “โตขึ้นผมจะแต่งงานกับคนแบบพี่สาวครับ!”ป้าแม่บ้านก็ยังเอ่ยแซวเฉิงมั่ว “ดูทีมบ้านเจ้าสาวซะก่อน ต่อไปคงไม่กล้าทำให้ภรรยาโกรธเลยสิ!”เฉิงมั่วยิ้มจนเห็นฟันขาว“ไม่กล้าหรอกครับ กว่าจะได้แต่งงานกับเธอ จะรักจะทะนุถนอมยังแทบไม่ทันเลย”เสียงโห่ร้องแซวจากด้านหลังก็ยิ่งดังขึ้นซองแดงถูกโปรยไปตลอดทาง คำอวยพรก็ดังแว่วให้ได้ยินตลอดทางเช่นกันกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถแต่งงาน ฉันก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
Baca selengkapnya
บทที่ 6
งานแต่งของเซี่ยงหน่วนคือวันนี้ คนทั้งบ้านจึงตื่นกันแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเสียงตะโกนลุกลี้ลุกลนของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น“แม่คะ ห้องพี่ไม่มีคนอยู่ พี่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”แม่ชะงักไปทันที“จะเป็นไปได้ยังไง! วันนี้เธอจะไม่แต่งงานแล้วหรือไง”เซี่ยงหน่วนลากผ้าห่มมงคลสองผืนนั้นออกมาจากห้องนอนของฉัน“พี่เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่ไอ้นี่ก็ไม่ได้เอาไป”พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก“ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เธอคงตรงไปที่โรงแรมแล้ว เธอเนี่ยนะ ทะเลาะกับที่บ้านครั้งไหนเคยโกรธจริงจังบ้าง”แม่พยายามปัดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทิ้งไป แล้วเออออรับคำ“หนวนหน่วน รีบเก็บของเข้าเถอะ เราไปที่โรงแรมกันก่อน”“งานแต่งของลูกสำคัญกว่า”ครอบครัวของพวกเธอไปถึงโรงแรม แจ้งชื่อห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ล่วงหน้ากับพนักงานต้อนรับแต่พนักงานเห็นเซี่ยงหน่วนแล้วก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย“เอ๊ะ เมื่อวานคุณเพิ่งจัดงานแต่งไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“อะไรนะคะ”คนที่ดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรกคือเซี่ยงหน่วน“งานแต่งเมื่อวาน เจ้าสาวชื่อเซี่ยงหว่านใช่ไหมคะ”พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ใช่ค่ะ งานแต่งเสร็จไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงมาอ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
หลายวันต่อมา พี่ชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาร่องรอยของฉันเขาไปที่บริษัทเก่าของฉัน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของฉันมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งของฉัน เธอมองพี่ชายด้วยสายตาแปลก ๆ“คุณเป็นพี่ชายของเซี่ยงหว่านเหรอ ไม่น่าใช่มั้ง งานแต่งของเธอ ฉันไม่เห็นหน้าคุณเลยนะ”“คุณเป็นคนในครอบครัวเธอจริง ๆ เหรอ”พี่ชายเหมือนถูกคนบีบคอจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็ส่งคลิปวิดีโองานแต่งงานคลิปหนึ่งให้เขาตอนที่พี่ชายหันหลังเดินจากมา เพื่อนร่วมงานก็บ่นพึมพำไล่หลัง“นี่น่ะเหรอพี่ชายแท้ ๆ งานแต่งของน้องสาวยังไม่รู้เรื่องเลย พูดออกไปใครจะไปเชื่อล่ะ!”“เฮ้อ เซี่ยงหว่านใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย”แผ่นหลังของพี่ชายแข็งทื่อ พลันนึกถึงวันก่อนที่ฉันจะจากมาทุกคนในบ้านต่างพากันรุมต่อว่าฉัน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนกดฉันไว้กับมือ ทั้งยังด่าว่าฉันทำให้บ้านลุกเป็นไฟทั้งที่ฉันก็แค่อยากจะเอาของของตัวเองคืนมาเท่านั้นเองเขากลับถึงบ้าน แล้วเอาคลิปวิดีโอให้พ่อกับแม่ดูพอแม่เห็น น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง“เด็กคนนี้ หายไปไหนกันแน่นะ”ขอบตาของพ่อเองก็แดงรื้น เขา
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ข้อความของพ่อมีเพียงข้อความเดียว“พ่อจ้างทำหีบให้แกใหม่แล้วนะ ตอนกลับมาก็เอาไปด้วยล่ะ”ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ทุกครั้งที่มีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น เขามักจะเป็นคนตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเสมอราวกับผู้พิพากษาที่คอยประกาศผลการตัดสิน เพียงแต่ฉันมักจะเป็นฝ่ายแพ้คดีอยู่ร่ำไปการที่เขาส่งข้อความนี้มาได้ ย่อมหมายความว่าเขากำลังยอมก้มหัวให้ ฉันเข้าใจดี แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันฉันไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นอีก และไม่ได้บล็อกพวกเขาด้วยเพราะฉันยังคิดไม่ออกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไรดีวันที่ฉันได้รับแจ้งผลการสัมภาษณ์งานจากบริษัทใหม่ว่าสอบสัมภาษณ์ คือวันเกิดของฉันแม่สามีสั่งเค้กก้อนโตมาให้บนหน้าเค้กเขียนไว้ว่า “นางฟ้าหวานหว่าน อายุ 18 ตลอดกาล”เธอทำอาหารไว้อีกเต็มโต๊ะ ฉันพยายามจะเข้าไปช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเธอเอาแต่ดันตัวฉันออกมาข้างนอก“วันนี้ลูกใหญ่ที่สุด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ”ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาเหม่อไปเล็กน้อยเมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของฉันกับเซี่ยงหน่วน บนหน้าเค้กจะมีแค่ชื่อของเซี่ยงหน่วนเพียงคนเดียวเพราะตอนเด็ก ๆ เธอเคยร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากให
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เมื่อฤดูร้อนอีกปีมาเยือน ฉันก็ตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เฉิงมั่วผูกชิงช้าให้ฉันที่ต้นอู๋ถงใต้ตึกหลังจากเขาผูกเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จก็ลองลงไปนั่งก่อน“มั่นคงมากเลย หวานหว่าน คุณลองดูสิ”ฉันลงไปนั่ง โดยมีเฉิงมั่วคอยแกว่งชิงช้าให้อยู่ด้านหลังช้า ๆยามเย็นมีสายลมพัดมาเย็นสบายนับตั้งแต่นั้นมา ทุกเย็นฉันจะต้องลงมานั่งใต้ตึกสักพักเสมอหลังจากนั้นที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายเพราะพี่ชายมักจะส่งข้อความมาหาฉันเสมอ เขาคงคิดว่าฉันจะเปิดอ่านละมั้ง“แม่ชอบเข้าไปนั่งเหม่อในห้องเธอประจำ ถ้าเป็นไปได้ เธอโทรหาแม่หน่อยนะ”“ชีวิตหนวนหน่วนไม่ค่อยราบรื่น เอาแต่วิ่งกลับมาบ้านตลอด”“แม่หัดทำอาหารจืดหลายอย่าง แม่รอเธอกลับมาอยู่ตลอดนะ”“หวานหว่าน จากนี้เธอจะยังกลับมาอีกไหม”ตอนที่ฉันเห็นข้อความสุดท้าย ฉันกำลังกินสตรอว์เบอร์รีที่แม่สามียกมาให้พอดีมือพลันสั่นจนเผลอทำเลอะเสื้อผ้ามือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วดึงโทรศัพท์มือถือของฉันไป“เลิกอ่านเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ส่งผลกับอารมณ์เปล่า ๆ”เฉิงมั่วยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ฉัน“ลูกเตะคุณอีกแล้วเหรอ”ฉันส่ายหน้า ก้มมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ภาย
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status