เมื่อไม้ถูกโค่น ฉันก็จากมา의 모든 챕터: 챕터 1 - 챕터 9

9 챕터

บทที่ 1

“แม่ดูสิคะ หีบใบนี้สลักลายดอกเซียงจางไว้ทั้งสี่ด้านเลยนะ!”แม่ลูบมือเธอเบา ๆ น้ำเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อย“ลูกรักของแม่คู่ควรกับหีบสินเดิมที่ดีที่สุดเท่านั้น แบบนี้ถึงจะดูสมฐานะ ไม่งั้นคงถูกคนอื่นเอาไปนินทาได้”ที่แท้แม่ก็รู้ว่าถ้าทำหีบไม้เซียงจางตอนแต่งงานออกมาไม่ดีจะต้องถูกหัวเราะเยาะแต่ฉันกลับไม่มีแม้แต่หีบสักใบ แม่ก็ไม่เห็นรู้สึกว่าผิดปกติตรงไหน นั่นเพราะคนที่ถูกหัวเราะเยาะคือฉัน แม่ก็เลยไม่สนใจพ่อเดินเข้าไปลูบผมของน้องสาว“พ่อกับแม่เตรียมสินเดิมให้ลูกพร้อมแล้วนะ ไปอยู่บ้านแม่สามีก็ยืดอกให้สง่าผ่าเผยเข้าไว้ ถ้าโดนรังแกแม้แต่นิดเดียวก็ให้รีบกลับบ้านเราเลย”ทั้งที่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน พ่อเพิ่งจะบอกฉันว่าแต่งงานไปแล้วก็ถือเป็นคนของบ้านอื่น หากน้อยเนื้อต่ำใจอะไรก็ให้รู้จักอดทนเอาไว้ฉันยืนอยู่ริมผนังห้องนั่งเล่น มองลวดลายประณีตที่สลักอยู่บนตัวล็อกหีบนั่นพลางกำมือแน่นแล้วคลายออกกลืนประโยคที่ว่า “ฉันไม่ใช่ลูกสาวของพ่อแม่เหรอ” ลงคอไปถามไปแล้วจะได้อะไร ตั้งแต่เล็กจนโตฉันถามมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วทุกครั้งก็ได้รับเพียงคำตอบว่า “เรื่องแค่นี้แกยังจะแย่งอีกเหรอ”จากนั้นก็ตามมาด้วย
더 보기

บทที่ 2

วันรุ่งขึ้น ฉันลองชุดแต่งงานเสร็จแล้วกลับมา ในห้องนั่งเล่นกำลังคึกคักกันใหญ่สวีหย่วน ว่าที่เจ้าบ่าวของน้องสาวก็อยู่ด้วยบนโต๊ะกลางจัดวางผลไม้ไว้ห้าอย่าง พ่อถึงกับหยิบชุดน้ำชาที่ปกติไม่ค่อยกล้าใช้เอามาต้อนรับพวกเขาดีกับสวีหย่วนมาตลอด ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่หวังว่าในอนาคตเขาจะดีกับน้องสาวให้มากหน่อยส่วนแฟนของฉัน พ่อกับแม่รู้แค่ว่าเขาชื่อเฉิงมั่ว เคยเห็นแต่รูปถ่าย ไม่เคยเจอแม้กระทั่งตัวจริงทุกครั้งที่ฉันเสนอให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน แม่ก็จะพูดเสมอว่า“ยังไงก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ช้าเร็วก็ต้องได้เจอ แกชอบก็พอแล้ว”ไม่ใช่ว่ายุ่ง แต่เพราะไม่สนใจ ในเมื่อไม่ใส่ใจฉันจึงพลอยไม่สนใจแฟนที่ฉันหามาด้วยเหมือนตอนสวีหย่วนเห็นฉันปรากฏตัว เขาก็แค่ปรายตามอง ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายสักประโยคแม้กระทั่งลูกเขยที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านก็ยังรู้เลยว่าในบ้านหลังนี้ใครที่ทำตัวแบบขอไปทีด้วยได้พอน้องสาวเห็นฉัน แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา“พี่คะ กลับมาพอดีเลย พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”มือที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าชะงักไป ฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณพ่อกระแอม“แกกลับมาพอดีเลย เสี่ยวหย่วนก็อยู่ด้วย”“เร
더 보기

บทที่ 3

หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานแต่ง จู่ ๆ แม่ก็บอกว่าอยากเจอเฉิงมั่วสักครั้งนอกเหนือจากความประหลาดใจแล้ว ในใจก็เกิดความคาดหวังเล็ก ๆ ที่แสนต่ำต้อยขึ้นมาฉันจองร้านอาหารตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น และให้เฉิงมั่วแต่งตัวให้ดูดีหน่อยสิบเอ็ดโมงครึ่งฉันก็ไปถึงก่อนเวลา สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ แล้วเริ่มรอบ่ายโมง บ่ายสอง บ่ายสามลูกค้าในร้านอาหารผลัดเปลี่ยนหน้าไปกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ไฟแสงสีส้มของร้านก็เปิดสว่างขึ้นมาแล้วแต่กลับไม่มีใครมาหน้าจอมือถือสว่างขึ้น แม่ตอบข้อความของฉันกลับมาแล้ว“หวานหว่าน วันนี้มีธุระด่วนนิดหน่อย ไว้คราวหน้าค่อยเจอกันนะ”ในขณะเดียวกันก็มีข้อความเด้งขึ้นมาในแชทกลุ่มครอบครัว เป็นข้อความของน้องสาว“ดูสิคะ เล็บเจ้าสาวที่แม่ไปทำเป็นเพื่อนมา สวยไหม”ในรูปคือนิ้วของเธอที่ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กเต็มไปหมด แสงไฟที่ส่องกระทบลงมาทำเอาฉันแสบตาจนขอบตาร้อนผ่าวพี่ชายรีบตอบกลับทันที “สวย! เข้ากับหนวนหน่วนสุด ๆ เลย”พ่อก็เออออตาม “สวยดี เหนื่อยหน่อยนะลูกสาวพ่อ”ฉันวางมือถือลงด้วยมือที่สั่นเทาที่แท้ธุระด่วนที่แม่พูดถึงก็คือการไปทำเล็บเป็นเพื่อนน้องสาวเซี่ยงหว่านนะเซี่ยงหว่าน เธอจะยังคา
더 보기

บทที่ 4

สามวันก่อนงานแต่ง คนทั้งบ้านต่างวุ่นวายกันไปหมดพ่อวุ่นอยู่กับการแจ้งข่าวให้ญาติมิตรกลุ่มสุดท้ายทราบ ปากก็พร่ำบอกว่าหนวนหน่วนของเรากำลังจะแต่งงานแล้วแม่จัดเตรียมสินเดิมของน้องสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะตกหล่นอะไรไปจนทำให้เจ้าหญิงน้อยของเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจพี่ชายยิ่งแล้วใหญ่ เรียกปุ๊บมาปั๊บ คอยช่วยน้องสาวไปรับเพื่อนร่วมชั้น วิ่งวุ่นทำธุระให้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำคนทั้งบ้านยุ่งกันจนหัวหมุน ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยปากถามฉันสักคำว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว หรือขาดเหลืออะไรบ้างไหมสายตาของฉันทอดมองไปยังโถงทางเดินหน้าประตู ตรงนั้นมีการ์ดเชิญงานแต่งของฉันวางอยู่ สะดุดตาเป็นอย่างมากตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครเปิดดูเลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ากำหนดการวันแต่งงานของฉันถูกเลื่อนให้ไม่ตรงกับของเธอตั้งนานแล้วพวกเขาไม่ได้สนใจลำดับพิธีงานแต่งของฉันเลย ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชีวิตที่เหลือของฉันจะมีความสุขหรือไม่สำหรับพวกเขา ฉันเป็นแค่ลูกสาวส่วนเกินที่บังเอิญแต่งงานพร้อมกัน เป็นเพียงฉากหลังที่คอยขับเน้นให้น้องสาวดูโดดเด่นก็เท่านั้นฉันเปลี่ยนรองเท้าอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินออกจากบ้านไป
더 보기

บทที่ 5

เฉิงมั่วแบกฉันลงไปชั้นล่าง ฝีเท้าของเขามั่นคงเสียจนฉันไม่รู้สึกถึงแรงสั่นคลอนเลยสักนิดไม่มีการกั้นประตู ไม่มีการเล่นเกมใด ๆแต่เบื้องหลังกลับยังคงคึกคักเพราะเฉิงมั่วพาคนมาด้วยกลุ่มใหญ่ มีทั้งแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนร่วมงานของฉัน และเพื่อนกลุ่มเดียวกันของเราสองคนพวกเขาไม่ได้ถามอะไร ทุกคนติดดอกไม้กลัดอกสำหรับญาติฝั่งเจ้าสาวไว้ที่หน้าอก และบนใบหน้าของทุกคนก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดีมีชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง“ใครชมเจ้าสาวหนึ่งประโยค ฉันจะโปรยซองแดงให้หนึ่งที!”เพราะแบบนั้นฉันจึงได้ยินคำอวยพรมากมายคนเดินผ่านไปมาพูดว่า “เจ้าสาวลงมาจากสวรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”เด็กน้อยพูดว่า “โตขึ้นผมจะแต่งงานกับคนแบบพี่สาวครับ!”ป้าแม่บ้านก็ยังเอ่ยแซวเฉิงมั่ว “ดูทีมบ้านเจ้าสาวซะก่อน ต่อไปคงไม่กล้าทำให้ภรรยาโกรธเลยสิ!”เฉิงมั่วยิ้มจนเห็นฟันขาว“ไม่กล้าหรอกครับ กว่าจะได้แต่งงานกับเธอ จะรักจะทะนุถนอมยังแทบไม่ทันเลย”เสียงโห่ร้องแซวจากด้านหลังก็ยิ่งดังขึ้นซองแดงถูกโปรยไปตลอดทาง คำอวยพรก็ดังแว่วให้ได้ยินตลอดทางเช่นกันกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถแต่งงาน ฉันก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
더 보기

บทที่ 6

งานแต่งของเซี่ยงหน่วนคือวันนี้ คนทั้งบ้านจึงตื่นกันแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเสียงตะโกนลุกลี้ลุกลนของเซี่ยงหน่วนดังขึ้น“แม่คะ ห้องพี่ไม่มีคนอยู่ พี่ยังไม่กลับมาอีกเหรอ”แม่ชะงักไปทันที“จะเป็นไปได้ยังไง! วันนี้เธอจะไม่แต่งงานแล้วหรือไง”เซี่ยงหน่วนลากผ้าห่มมงคลสองผืนนั้นออกมาจากห้องนอนของฉัน“พี่เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย แม้แต่ไอ้นี่ก็ไม่ได้เอาไป”พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก“ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก เธอคงตรงไปที่โรงแรมแล้ว เธอเนี่ยนะ ทะเลาะกับที่บ้านครั้งไหนเคยโกรธจริงจังบ้าง”แม่พยายามปัดความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทิ้งไป แล้วเออออรับคำ“หนวนหน่วน รีบเก็บของเข้าเถอะ เราไปที่โรงแรมกันก่อน”“งานแต่งของลูกสำคัญกว่า”ครอบครัวของพวกเธอไปถึงโรงแรม แจ้งชื่อห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ล่วงหน้ากับพนักงานต้อนรับแต่พนักงานเห็นเซี่ยงหน่วนแล้วก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย“เอ๊ะ เมื่อวานคุณเพิ่งจัดงานแต่งไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“อะไรนะคะ”คนที่ดึงสติกลับมาได้เป็นคนแรกคือเซี่ยงหน่วน“งานแต่งเมื่อวาน เจ้าสาวชื่อเซี่ยงหว่านใช่ไหมคะ”พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ใช่ค่ะ งานแต่งเสร็จไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงมาอ
더 보기

บทที่ 7

หลายวันต่อมา พี่ชายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวันเพื่อสืบหาร่องรอยของฉันเขาไปที่บริษัทเก่าของฉัน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของฉันมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งของฉัน เธอมองพี่ชายด้วยสายตาแปลก ๆ“คุณเป็นพี่ชายของเซี่ยงหว่านเหรอ ไม่น่าใช่มั้ง งานแต่งของเธอ ฉันไม่เห็นหน้าคุณเลยนะ”“คุณเป็นคนในครอบครัวเธอจริง ๆ เหรอ”พี่ชายเหมือนถูกคนบีบคอจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็ส่งคลิปวิดีโองานแต่งงานคลิปหนึ่งให้เขาตอนที่พี่ชายหันหลังเดินจากมา เพื่อนร่วมงานก็บ่นพึมพำไล่หลัง“นี่น่ะเหรอพี่ชายแท้ ๆ งานแต่งของน้องสาวยังไม่รู้เรื่องเลย พูดออกไปใครจะไปเชื่อล่ะ!”“เฮ้อ เซี่ยงหว่านใช้ชีวิตแบบไหนกันเนี่ย”แผ่นหลังของพี่ชายแข็งทื่อ พลันนึกถึงวันก่อนที่ฉันจะจากมาทุกคนในบ้านต่างพากันรุมต่อว่าฉัน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนกดฉันไว้กับมือ ทั้งยังด่าว่าฉันทำให้บ้านลุกเป็นไฟทั้งที่ฉันก็แค่อยากจะเอาของของตัวเองคืนมาเท่านั้นเองเขากลับถึงบ้าน แล้วเอาคลิปวิดีโอให้พ่อกับแม่ดูพอแม่เห็น น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง“เด็กคนนี้ หายไปไหนกันแน่นะ”ขอบตาของพ่อเองก็แดงรื้น เขา
더 보기

บทที่ 8

ข้อความของพ่อมีเพียงข้อความเดียว“พ่อจ้างทำหีบให้แกใหม่แล้วนะ ตอนกลับมาก็เอาไปด้วยล่ะ”ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ทุกครั้งที่มีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้น เขามักจะเป็นคนตัดสินชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเสมอราวกับผู้พิพากษาที่คอยประกาศผลการตัดสิน เพียงแต่ฉันมักจะเป็นฝ่ายแพ้คดีอยู่ร่ำไปการที่เขาส่งข้อความนี้มาได้ ย่อมหมายความว่าเขากำลังยอมก้มหัวให้ ฉันเข้าใจดี แต่ก็ไม่อยากยอมรับมันฉันไม่เปิดอ่านข้อความเหล่านั้นอีก และไม่ได้บล็อกพวกเขาด้วยเพราะฉันยังคิดไม่ออกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไรดีวันที่ฉันได้รับแจ้งผลการสัมภาษณ์งานจากบริษัทใหม่ว่าสอบสัมภาษณ์ คือวันเกิดของฉันแม่สามีสั่งเค้กก้อนโตมาให้บนหน้าเค้กเขียนไว้ว่า “นางฟ้าหวานหว่าน อายุ 18 ตลอดกาล”เธอทำอาหารไว้อีกเต็มโต๊ะ ฉันพยายามจะเข้าไปช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเธอเอาแต่ดันตัวฉันออกมาข้างนอก“วันนี้ลูกใหญ่ที่สุด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ”ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาเหม่อไปเล็กน้อยเมื่อก่อนทุกครั้งที่ถึงวันเกิดของฉันกับเซี่ยงหน่วน บนหน้าเค้กจะมีแค่ชื่อของเซี่ยงหน่วนเพียงคนเดียวเพราะตอนเด็ก ๆ เธอเคยร้องไห้งอแงบอกว่าไม่อยากให
더 보기

บทที่ 9

เมื่อฤดูร้อนอีกปีมาเยือน ฉันก็ตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เฉิงมั่วผูกชิงช้าให้ฉันที่ต้นอู๋ถงใต้ตึกหลังจากเขาผูกเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จก็ลองลงไปนั่งก่อน“มั่นคงมากเลย หวานหว่าน คุณลองดูสิ”ฉันลงไปนั่ง โดยมีเฉิงมั่วคอยแกว่งชิงช้าให้อยู่ด้านหลังช้า ๆยามเย็นมีสายลมพัดมาเย็นสบายนับตั้งแต่นั้นมา ทุกเย็นฉันจะต้องลงมานั่งใต้ตึกสักพักเสมอหลังจากนั้นที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายเพราะพี่ชายมักจะส่งข้อความมาหาฉันเสมอ เขาคงคิดว่าฉันจะเปิดอ่านละมั้ง“แม่ชอบเข้าไปนั่งเหม่อในห้องเธอประจำ ถ้าเป็นไปได้ เธอโทรหาแม่หน่อยนะ”“ชีวิตหนวนหน่วนไม่ค่อยราบรื่น เอาแต่วิ่งกลับมาบ้านตลอด”“แม่หัดทำอาหารจืดหลายอย่าง แม่รอเธอกลับมาอยู่ตลอดนะ”“หวานหว่าน จากนี้เธอจะยังกลับมาอีกไหม”ตอนที่ฉันเห็นข้อความสุดท้าย ฉันกำลังกินสตรอว์เบอร์รีที่แม่สามียกมาให้พอดีมือพลันสั่นจนเผลอทำเลอะเสื้อผ้ามือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วดึงโทรศัพท์มือถือของฉันไป“เลิกอ่านเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ส่งผลกับอารมณ์เปล่า ๆ”เฉิงมั่วยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ฉัน“ลูกเตะคุณอีกแล้วเหรอ”ฉันส่ายหน้า ก้มมองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ภาย
더 보기
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status