Share

บทที่ 14

last update Huling Na-update: 2026-01-09 10:23:13

ไม่รอให้นางพูดจบเขาก็ชิงจังหวะคว้ามือของนางมา ก่อนจะใช้แขนอีกข้างรวบเอวเล็กขึ้น ให้นางนั่งซ้อนด้านหน้า โดยมีเขาโอบร่างเล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางหล่นลงไป

หลันเยี่ยเซียงหวีดร้องคราหนึ่ง มือทั้งสองข้างคว้าจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้ด้วยความตื่นกลัว แม้ไม่ได้สูงมาก แต่เมื่อตระหนักว่าตัวเองนั่งอยู่บนหลังม้า นางก็อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ และความหวาดกลัวที่มีก็เอาชนะความขัดเขินจากความแนบชิดไปโดยปริยาย

“อย่ากลัว” เขากระซิบเสียงเบา “ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตกลงแน่นอน”

“สัญญานะเจ้าคะ”

เซวี่ยอวี้ก้มลงมองคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน รอยยิ้มอ่อนโยนของเขาเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ข้าสัญญา” เสียงทุ้มกระซิบออกมาอ่อนโยนพอกับสีหน้าที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็น

กระทั่งสำรวจดูจนมั่นใจว่าเสื้อคลุมกันลมของหญิงสาวมิดชิด เซวี่ยอวี้ก็กระตุ้นม้าให้ออกตัว ช่วงแรกเขาเพียงให้ม้าวิ่งเหยาะๆ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพยายามเอนตัวไปด้านหน้า เพราะเกรงว่านางและเขาจะใกล้ชิดจนเกินไป ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความเร็ว

หลันเยี่ยเซียงหลับตาแน่น มือที่เกาะท่อนแขนแกร่งขยับไปคว้าสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แทน ร่างเล็กกระเด็นกระดอนอยู่ไม่กี่ครั้ง มือใหญ่
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Pinakabagong kabanata

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 18

    “ยังจะทำเช่นไรได้เล่า จะอย่างไรเราก็หนีไม่พ้นต้องรับมือกับข่าวลือและเสียงซุบซิบนินทาอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณชายฟู่จะลงมือกระทำผิดหรือไม่ เซียงเอ๋อร์เป็นสตรี ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาอยู่แล้ว”“แต่เราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของเซียงเอ๋อร์เสียหายเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”“แล้วจะทำอย่างไรเล่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะห้ามคำซุบซิบนินทาของผู้คน เว้นแต่เซียงเอ๋อร์จะออกเรือน หาไม่เรายังคงต้องรับมือเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น”จบประโยคนั้นทุกคนก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะดูเหมือนหลันเซียวจะพูดถูก นอกเสียจากหลันเยี่ยเซียงแต่งงานกับใครสักคน หาไม่ความงดงามและข่าวลือมากมายของหญิงสาว ก็จะยังสร้างปัญหาเช่นนี้ไม่หยุดไม่หย่อนเงาร่างอรชรขยับออกห่างจากประตูห้องโถง หญิงสาวก้าวออกไปเงียบๆ หลังจากที่ได้ยินบทสนทนาทุกอย่าง นางหมุนตัวตั้งใจจะเดินย้อนกลับไปยังเรือนของตน แต่ร่างสูงที่ยืนพิงเสาทางเดินก็ทำให้นางชะงักหลันเยี่ยเซียงหันไปมองด้านหลัง เมื่อมั่นใจว่าคนในห้องโถงไม่รับรู้ว่านางอยู่ด้านนอก นางก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเซวี่ยอวี้ชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้ว เมื่อนางส่งสัญญาณให้เขาเดินตามไปเงียบๆเมื่อนำเขามายังสวนของคฤหาสน์ หลันเยี่ยเซียงก็มองหาสา

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 17

    “ครั้งนี้ตระกูลหลันเป็นหนี้น้ำใจของท่านอย่างใหญ่หลวง ข้าในฐานะหัวหน้าตระกูลหลันต้องขอบคุณท่านมาก”เซวี่ยอวี้เพียงยิ้มไม่ได้ตอบคำ เขามองสองพ่อลูกตระกูลหลันด้วยดวงตาเรียบเฉย บทสนทนาของตนและหลันเฟิ่งก่อนหน้านี้ เขายังคงไม่เอ่ยถึง เนื่องจากเขาเองก็ยังไม่ได้ตอบรับแต่การที่เขาไม่ปฏิเสธ หลันเฟิ่งเองก็คงคิดว่าเขาตอบรับไปแล้วกว่าครึ่งแม้หลันเฟิ่งแสดงออกชัดเจนว่ายอมรับเขา แต่เขายังคงอยากให้คนที่กล้ายื่นข้อเสนอให้เป็นหลันเยี่ยเซียงมากกว่า ดังนั้นเขาจึงไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมา“ลูกเฟิ่ง”หลันเซียวเรียกบุตรชายคนโตเอาไว้ หลังจากที่จัดหาห้องพักรับรองให้แขกผู้มาเยือน ในใจรู้สึกกังวลยิ่งนักกับเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นแม้จะได้รับการยืนยันจากจ้าวเสิ่นและหวังชิง สองปราชญ์อาวุโสซึ่งเป็นอาจารย์สำนักศึกษาเค่อหลี่ว่าเซวี่ยอวี้เป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรม อีกทั้งนิสัยใจคอยังไม่เลวแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้เรื่องของอีกฝ่ายน้อยมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย“จะอย่างไรเสียเขาก็นับว่าเป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรมคนหนึ่ง หากเซียงเอ๋อร์แต่งให้คนเช่นนี้ได้ อย่างน้อยเราก็วางใจได้ว่าเขาสามารถปกป้องคุ้มครองนางได้ ข

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 16

    เจ้าวายุพาเซวี่ยอวี้และหลันเยี่ยเซียง พุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางความมืดและความเงียบงันยามค่ำคืนของเมืองอี๋หยาง สองข้างทางที่ไร้ผู้คน เนื่องจากเป็นเวลาเลยยามโฉ่ว[1]ไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อใกล้ถึงคฤหาสน์ตระกูลหลัน ยามซึ่งทำหน้าที่บอกเวลากลับสามารถมองเห็นคนทั้งสองอย่างชัดเจนหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลัน พ่อบ้านซึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้วรีบออกมาต้อนรับ เขารีบให้คนเข้าไปดูแลม้าของเซวี่ยอวี้ ก่อนจะเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านในด้วยท่าทีสุภาพหลันเยี่ยเซียงซึ่งยังคงอยู่ในชุดคลุมมิดชิด เดินนำเข้าไปด้านใน หลังจากที่ได้ยินว่าทั้งบิดา มารดา และน้องสาวยังคงรอคอยนางด้วยความห่วงใย ทั้งสามปรี่เข้ามาปลอบโยนหญิงสาว จากนั้นก็กล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางเอาไว้เซวี่ยอวี้แนะนำตัวเองอย่างอ่อนน้อม จากนั้นยังไม่ทันได้สนทนาพาทีกัน หลันเฟิ่งและท่านเจ้าเมืองก็กลับมาถึง“ได้ยินว่าท่านประมือกับโจรราคะผู้นั้นที่หน้าประตูเมือง” หลันเฟิ่งเอ่ยถามทันทีที่เห็นเซวี่ยอวี้“ใช่”“ขอบคุณท่านเหลือเกิน หากไม่ได้ท่านวันนี้ตระกูลหลันของเราคงแย่”“เกรงใจไปแล้ว” เซวี่ยอวี้เอ่ยเสียงนุ่ม“คนของข้าที่เฝ้ายามหน้าประตูเมือง เห็นใบหน้าของโจร

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 15

    เขาส่งสัญญาณให้ทหารอีกสามนายเข้าไปดูเหตุการณ์ เพราะห่างจากประตูไปไม่มาก มีบุรุษสองคนกำลังประมือกันอยู่ แต่เพราะจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ เพียงสามารถมองเห็นเงาดำสองสาย ซึ่งสะท้อนกับแสงจันทร์เท่านั้น“หนึ่งในนั้นเขาช่วยข้าไว้ เขายังมีป้ายคำสั่งจากท่านเจ้าเมือง” หลันเยี่ยเซียงเอ่ยทันทีที่เปิดหมวกคลุมเพื่อแสดงตัว นางยื่นป้ายคำสั่งให้ทหารเหล่านั้น“พวกเจ้าสามคนไปดู”“คนที่ไม่ใช้กระบี่คือคนที่ช่วยข้าไว้” หลันเยี่ยเซียงจำได้ว่าผู้มาใหม่ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคงจะเป็นโจรราคะนั้น ในมือของเขามีกระบี่เล่มหนึ่ง ต่างกันกับเซวี่ยอวี้ที่ไม่มีอาวุธ“แม่นางหลันเจ้าเข้าไปก่อนเถิด”“ข้าขอรอเขาตรงนี้ได้หรือไม่” นางถือบังเหียนม้าเอาไว้ในมือ พยายามเพ่งมองการต่อสู้ที่อยู่ห่างออกไป แต่ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็นแค่เงาสองสายวูบไหวไปมาเท่านั้นผ่านไปครู่ใหญ่การต่อสู้ดูเหมือนจะเคลื่อนตัวเข้ามามากขึ้นๆ เจ้าวายุส่งเสียงฟืดฟาดพร้อมกับขยับตัวไปมาหลันเยี่ยเซียงได้แต่ลูบไล้แผงคอของมันเป็นการปลอบให้มันสงบ ทหารสามนายที่ออกไปก่อนหน้านี้ พยายามเข้าไปช่วยเซวี่ยอวี้ เพราะจากจุดที่นางยืนแสงจากคบเพลิงบนกำแพงเมือง ทำให้สามารถมองเห็นคนท

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 14

    ไม่รอให้นางพูดจบเขาก็ชิงจังหวะคว้ามือของนางมา ก่อนจะใช้แขนอีกข้างรวบเอวเล็กขึ้น ให้นางนั่งซ้อนด้านหน้า โดยมีเขาโอบร่างเล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางหล่นลงไปหลันเยี่ยเซียงหวีดร้องคราหนึ่ง มือทั้งสองข้างคว้าจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้ด้วยความตื่นกลัว แม้ไม่ได้สูงมาก แต่เมื่อตระหนักว่าตัวเองนั่งอยู่บนหลังม้า นางก็อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ และความหวาดกลัวที่มีก็เอาชนะความขัดเขินจากความแนบชิดไปโดยปริยาย“อย่ากลัว” เขากระซิบเสียงเบา “ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตกลงแน่นอน”“สัญญานะเจ้าคะ”เซวี่ยอวี้ก้มลงมองคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน รอยยิ้มอ่อนโยนของเขาเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ข้าสัญญา” เสียงทุ้มกระซิบออกมาอ่อนโยนพอกับสีหน้าที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็นกระทั่งสำรวจดูจนมั่นใจว่าเสื้อคลุมกันลมของหญิงสาวมิดชิด เซวี่ยอวี้ก็กระตุ้นม้าให้ออกตัว ช่วงแรกเขาเพียงให้ม้าวิ่งเหยาะๆ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพยายามเอนตัวไปด้านหน้า เพราะเกรงว่านางและเขาจะใกล้ชิดจนเกินไป ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความเร็วหลันเยี่ยเซียงหลับตาแน่น มือที่เกาะท่อนแขนแกร่งขยับไปคว้าสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แทน ร่างเล็กกระเด็นกระดอนอยู่ไม่กี่ครั้ง มือใหญ่

  • เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก   บทที่ 13

    เซวี่ยอวี้คว้าเสื้อคลุมกันลมมาจากโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้ามาหาหญิงสาว นางถอยหลังหลบ แต่ยังคงช้ากว่าชายหนุ่มอยู่ดี ดังนั้นเสื้อคลุมตัวใหญ่จึงถูกคลุมลงไปยังร่างเล็กที่ยังคงมีท่าทีหวาดระแวง“สะกดรอยตามหรือ เจ้าหมายถึง…”เขาครุ่นคิดครู่เดียวก็พอจะนึกออก วันนั้นเขานั่งเล่นอยู่บนกำแพงและนางก็ได้เห็นเขาเป็นครั้งแรก ซึ่งนั่นคงทำให้หญิงสาวเข้าใจว่าเขาสะกดรอยตามนางมา“ข้าดูเหมือนโจรราคะถึงเพียงนั้นเลยหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทั้งที่มือยังคงง่วนอยู่กับการผูกสายเสื้อคลุมกันลมให้หญิงสาว“ก็…” นางเกือบพยักหน้าแล้ว หากไม่ใช่ว่าเขาก้มลงมาในยามที่นางเงยหน้าขึ้นพอดี ทั้งสองยืนสบตากันนิ่งอยู่เช่นนั้นดวงตาคมลุ่มลึกของชายหนุ่ม ดึงดูดสายตาคู่งามของหญิงสาวเอาไว้ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องบีบบังคับ เขาจดจ้องนางนิ่ง ปล่อยให้นางได้สำรวจลึกเข้าไปถึงแววสนุกสนาน ซึ่งบัดนี้ทอประกายออกมาชัดเจน“จะว่าไป” เซวี่ยอวี้เว้นวรรคไปครู่ใหญ่ “เจ้าก็คิดไม่ผิด” เอ่ยจบเขาก็หัวเราะก่อนผละใบหน้าออกแล้วหมุนตัวเดินไปยังประตูหลันเยี่ยเซียงยังคงงุนงงกับท่าทีของชายหนุ่ม กระทั่งเขาเปิดประตูออก นางจึงตระหนักว่าตนยังคงอยู่ในสำนักศึกษาเค่อหลี่ กำแพ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status