พลิกชะตาคุณหนูใหญ่ผู้อาภัพ

พลิกชะตาคุณหนูใหญ่ผู้อาภัพ

last updateDernière mise à jour : 2025-08-17
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
69Chapitres
11.8KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นางผ่านชีวิตมาแล้วถึงสองชาติสองภพคิดว่าจะได้หลุดพ้น ทว่าสวรรค์กลับส่งนางให้หวนคืนกลับมาอีกครั้งในชาติที่สาม ชาตินี้นางจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลุดพ้นจากความตาย และเขาคือผู้ที่นางเลือก!

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ชะตาอัปมงคล 1/2

บทที่ 1

ชะตาอัปมงคล

สายลมพัดโบกสะบัดพัดไปมาจนกิ่งไม้ลู่เอนไปตามแรงลม กลีบดอกเหมยที่อยู่บนต้นจึงได้หลุดร่วงลงมาตกลงสู่ผืนดินกว้างที่ปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าสีเขียวอ่อน กลีบดอกเหมยบางส่วนได้ปลิวลงมาตกลงข้างตัวของสตรีนางหนึ่งที่มีเรือนร่างบอบบาง นางกำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นหญ้าอย่างคนคิดหนัก ดวงตาคู่สวยหลับตาพริ้มก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง แต่กระนั้นนางก็ยังคงนอนอยู่เช่นนั้นหาได้อาทรร้อนใจไม่

"คุณหนู! คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ฮูหยินเรียกหาคุณหนูเจ้าค่ะ"

สาวใช้ตัวน้อยผู้เป็นบ่าวรับใช้ข้างกายรีบเร่งมาด้วยความร้อนใจ ยิ่งนางได้เห็นสีหน้าของฮูหยินไม่สู้ดีนักก็ยิ่งเป็นกังวลแทนเจ้านายสาว 

"ท่านแม่มีเรื่องใดอีกเล่าจื่อลู่"

สตรีผู้ถูกเรียกว่าคุณหนูใหญ่หยัดกายลุกขึ้นนั่ง นางเอียงคอมองมาทางจื่อลู่ด้วยความสงสัย จะมีวันใดบ้างหนอที่ท่านแม่ไม่สั่งให้คนมาเรียกหานาง ไม่ว่าเรื่องใดล้วนเป็นความผิดของนางทั้งสิ้น ทั้งที่นางก็หารู้เรื่องไม่นี่คงเป็นเพราะนางคือบุตรสาวที่น่าเกลียดชังเช่นนั้นหรือ

"ครานี้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตระกูลหวังเจ้าค่ะ บ่าวเห็นท่านพ่อบ้านตระกูลหวังเดินทางมาพร้อมกับถือสัญญาหมั้นหมายของคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ มิรู้ว่าทางตระกูลหวังส่งพ่อบ้านมายกเลิกการหมั้นหมายนี้หรือไม่"

จื่อลู่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก สีหน้าของนางฉายชัดถึงความทุกข์ใจแทนเจ้านายสาว ทั้งที่การหมั้นหมายครั้งนี้เพิ่งผ่านมาแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นเอง คราแรกคุณหนูของนางก็ปฏิเสธไปแล้ว แต่ฮูหยินกลับเห็นดีเห็นงามด้วย การหมั้นหมายครั้งนี้จึงได้เกิดขึ้นโดยที่คุณหนูของนางหาพึงพอใจไม่

"ท่านแม่อยู่ที่ใด?"

"เรือนหลักเจ้าค่ะคุณหนู"

หญิงสาวหูผึ่งทันทีด้วยความยินดี นางรีบหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังเรือนหลักด้วยความรีบร้อน นางคิดไว้อยู่แล้วว่า 'หวังหมิง' ผู้เป็นคู่หมั้นของนางจะต้องมาถอนหมั้นนางเป็นแน่ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่เขาน่าจะยังไม่กลับมาจากเมืองอู่เฉิงมิใช่หรือ หรือว่าจะมีเรื่องใดอีก นางจะต้องรีบไปดูให้แน่ชัดว่าพ่อบ้านของจวนตระกูลหวังมาที่จวนของนางทำไมกัน

'จางเสี่ยวมี่' สตรีผู้เป็นเจ้าของดวงหน้างดงามหมดจด เรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอมรีบสาวเท้าเข้ามาที่เรือนหลัก อันเป็นที่พำนักของมารดาผู้เป็นฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านเสนาบดีกรมคลัง สตรีผู้เป็นใหญ่ในเรือนหลังมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการตัดสินชะตาชีวิตของบุตรสาวและทุกคนที่นี่

"มาแล้วหรือ"

น้ำเสียงห้วนสั้นติดเย็นชาดังขึ้นมาจากทางด้านหน้า เพียงแค่ได้ยินเสียงฝีเท้าของบุตรสาวเดินเข้ามาในห้องโถง 'มู่ฟาง' ก็ตวัดสายตาเย็นชามองบุตรสาวด้วยความกรุ่นโกรธทันที

"ท่านแม่เรียกหาข้าหรือเจ้าคะ"

จางเสี่ยวมี่คารวะผู้เป็นมารดาตามธรรมเนียม นางยืนนิ่งอยู่ตรงกลางห้องโถงโดยหาได้สนใจสีหน้าที่แสนเย็นชาของมารดาไม่ เพราะนางนั้นชินชากับการปฏิบัติของมารดาเสียแล้ว 

"ใช่! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของตระกูลจางได้ถึงคราวเหม็นโฉ่ไปทั่วแคว้นอวี้แล้ว มันเป็นเพราะเจ้าคนเดียวที่ทำให้ตระกูลจางต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้ ข้าไม่น่าให้กำเนิดบุตรสาวเช่นเจ้าออกเลย!"

มู่ฟางชี้นิ้วด่าทอบุตรสาวอย่างไม่ไว้หน้า นางนั้นแสนจะชิงชังบุตรสาวผู้นี้นัก 

"ท่านแม่ยังไม่ได้บอกข้าว่าเกิดสิ่งใดขึ้น พอข้ามาถึงท่านแม่ก็ต่อว่าข้าเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ"

"เจ้าก็ดูเสียให้เต็มตา!"

มู่ฟางโยนหนังสือสัญญาถอนหมั้นใส่หน้าบุตรสาวเต็มแรง แต่จางเสี่ยวมี่ที่ระวังตัวอยู่แล้วจึงถอยหลังหลบได้ทัน นางก้มหน้าลงไปหยิบหนังสือฉบับนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับรายละเอียดที่เขียนเอาไว้

"เห็นหรือยังว่าเจ้ามันคือตัวอัปมงคล เจ้ามันคือหญิงกาลกินี คุณชายใหญ่ตระกูลหวังเพิ่งหมั้นหมายกับเจ้าไม่ทันไร เขาก็ต้องมาประสบกับเคราะห์กรรมจนต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ ทั้งหมดนี้มันก็เป็นเพราะเจ้าคนเดียวเท่านั้น เพราะเจ้ามันเป็นคนดวงซวยอย่างไรเล่า! ผู้ใดที่อยู่ใกล้เจ้าก็ต้องมีอันเป็นไป ดูอย่างข้าสิที่ต้องทนทุกข์กับโรคร้ายก็เพราะให้กำเนิดเจ้าออกมาอย่างไรเล่า ยังดีนะที่สวรรค์ยังเห็นใจข้าอยู่บ้างจึงได้ส่งอาหย่งมาให้แก่ข้า มิเช่นนั้นตระกูลจางคงต้องได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

สตรีผู้เป็นฮูหยินใหญ่พ่นคำด่าทอออกมายาวเหยียด นางตวัดสายตาเย็นชามองบุตรสาวด้วยความเกลียดชัง หากแม้นว่านางไม่ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนเล็กออกมา ป่านนี้นางคงต้องได้ทุกข์ใจตายเพราะต้องกล้ำกลืนฝืนทนให้สามีรับสตรีอื่นเข้ามา และต้องมาทนมองดูสตรีผู้นั้นให้กำเนิดบุตรชายเพื่อเป็นประมุขตระกูลสืบต่อไปเป็นแน่ 

ช่างโชคดีเหลือเกินที่สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งนาง มิเช่นนั้นนางคงได้ตรอมใจตายไปแล้ว!

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
อ่านจบแล้ว ดีเลยหล่ะเรื่องนี้ จบดี เนื้อเรื่องดี อะไรๆก็ดีหมดนะ สะดุดนิดเดียวเหมือนกับอีกคอมเม้นเลยเรื่องส้มตำ 555คือมันเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันเลยกับนิยายเรื่องนี้อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ
2025-12-09 22:52:12
0
0
Anděl K
Anděl K
อ่านถึงตำส้มตำ อยากจะบ้า..นิยายจีนอต่ออกแนวไทยอีสานรึนี่ มีการใส่ปลาร้าตะหาก หัวจะปวด
2025-09-15 16:40:48
1
0
69
บทที่ 1 ชะตาอัปมงคล 1/2
บทที่ 1ชะตาอัปมงคลสายลมพัดโบกสะบัดพัดไปมาจนกิ่งไม้ลู่เอนไปตามแรงลม กลีบดอกเหมยที่อยู่บนต้นจึงได้หลุดร่วงลงมาตกลงสู่ผืนดินกว้างที่ปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าสีเขียวอ่อน กลีบดอกเหมยบางส่วนได้ปลิวลงมาตกลงข้างตัวของสตรีนางหนึ่งที่มีเรือนร่างบอบบาง นางกำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นหญ้าอย่างคนคิดหนัก ดวงตาคู่สวยหลับตาพริ้มก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง แต่กระนั้นนางก็ยังคงนอนอยู่เช่นนั้นหาได้อาทรร้อนใจไม่"คุณหนู! คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ฮูหยินเรียกหาคุณหนูเจ้าค่ะ"สาวใช้ตัวน้อยผู้เป็นบ่าวรับใช้ข้างกายรีบเร่งมาด้วยความร้อนใจ ยิ่งนางได้เห็นสีหน้าของฮูหยินไม่สู้ดีนักก็ยิ่งเป็นกังวลแทนเจ้านายสาว "ท่านแม่มีเรื่องใดอีกเล่าจื่อลู่"สตรีผู้ถูกเรียกว่าคุณหนูใหญ่หยัดกายลุกขึ้นนั่ง นางเอียงคอมองมาทางจื่อลู่ด้วยความสงสัย จะมีวันใดบ้างหนอที่ท่านแม่ไม่สั่งให้คนมาเรียกหานาง ไม่ว่าเรื่องใดล้วนเป็นความผิดของนางทั้งสิ้น ทั้งที่นางก็หารู้เรื่องไม่นี่คงเป็นเพราะนางคือบุตรสาวที่น่าเกลียดชังเช่นนั้นหรือ"ครานี้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตระกูลหวังเจ้าค่ะ บ่าวเห็นท่านพ่อบ้านตระกูลหวังเดินทางมาพร้อมกับถือสั
Read More
บทที่ 1 ชะตาอัปมงคล 2/2
จางเสี่ยวมี่มองดูมารดาผู้ให้กำเนิดราวกับมองอากาศธาตุ นางไม่แม้แต่จะปริปากพูดสิ่งใดออกมา ในสายตาของนางมีแต่ความเศร้าเสียใจที่หวังหมิงนั้นอายุสั้นเกินไป เขาเป็นบุรุษที่อ่อนโยนและสุภาพ ใบหน้าของเขามักประดับด้วยรอยยิ้มเสมอ ความคิดความอ่านของเขาก็ฉลาดล้ำกว่าคนในยุคนี้มากโดยเฉพาะเรื่องทำการค้าครานั้นนางแค่พูดคุยกับเขาสั้น ๆ ชี้แนะไปแค่ประโยคเดียว เขาก็สามารถนำไปปรับใช้กับกิจการของตนได้ และเพราะเหตุนี้เองเขาจึงได้ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอนาง คราแรกนางปฏิเสธหัวชนฝาว่ามิอาจแต่งงานกับเขาได้ เพราะนางคิดกับเขาเป็นแค่สหายคนหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะท่านแม่อยากกำจัดนางให้พ้นหูพ้นตาไปเสียจึงตอบตกลงทันทีเรื่องนี้แม้แต่บิดายังไม่เห็นด้วย แต่เมื่อตอบตกลงอีกฝ่ายไปแล้วจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไป"เป็นอย่างไรเล่า เจ้าเห็นหรือยังว่าเจ้าทำให้บุรุษที่ดีคนหนึ่งต้องจบชีวิตลงเพราะชะตาอัปมงคลของเจ้า เช่นนี้ยังจะมีบุรุษใดกล้ามาสู่ขอเจ้าที่ทำให้ว่าที่คู่หมั้นตายอีก ตระกูลจางของข้าที่มีชื่อเสียงอันดีงามมานานนับร้อยปีต้องมาด่างพร้อยเพราะเจ้าแท้ ๆ เชียว"มู่ฟางยังคงต่อว่าจางเสี่ยวมี่อย่างไม่ลดละ ยิ่งเห็นว่าบุตรสาวยืนนิ่งไม่พูดสิ
Read More
บทที่ 2 แสงสว่างในความมืดมิด 1/2
บทที่ 2แสงสว่างในความมืดมิดจางเสี่ยวมี่เตรียมเก็บข้าวของดั่งที่นางลั่นวาจาไว้กับมารดาจริง ๆ นางไม่เคยคิดเสียใจที่ทำเช่นนี้เลยสักนิดเดียว ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะว่านางหาได้มีสิ่งใดติดค้างต่อมารดาผู้นั้นไม่ แต่กลับเป็นอีกฝ่ายมากกว่าที่มีสิ่งติดค้างกับเจ้าของร่างนี้ต่างหากเล่า หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งยังโต๊ะหนังสือมุมหน้าต่างที่เปิดรับลมเอาไว้ นางหยิบกระดาษขึ้นมาพร้อมกับฝนหมึกแล้วเขียนเรื่องราวที่นางนึกออกในชีวิตก่อน เดิมทีนางหาใช่คนในยุคนี้ไม่แต่ชื่อเดิมของนางคือลูกหว้า เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง งานอดิเรกที่ชื่นชอบที่สุดคือการนอนอ่านนิยายในวันหยุด แนวนิยายที่ชอบที่สุดก็คือแนวปลูกผัก แนวระบบทะลุมิติของนิยายจีนโบราณ แต่แล้ววันหนึ่งในตอนที่นางกำลังข้ามทางม้าลายเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรขึ้นเป็นสีเขียว จู่ ๆ ก็มีรถยนต์พุ่งเข้ามาชนอย่างแรงทำให้เสียชีวิตคาที่ทันที ความตายที่จู่โจมเข้ามากะทันหันนี้ยังเทียบไม่ได้กับการที่ได้รู้ว่าตัวเองมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูใหญ่จางเสี่ยวมี่ คราแรกก็นึกดีใจและสนุกอยู่หรอกที่เกิดเร
Read More
บทที่ 2 แสงสว่างในความมืดมิด 2/2
"เจ้าฉลาดนัก สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของพ่อ""เช่นนั้นข้าจะกลับไปเตรียมตัวให้พร้อมนะเจ้าคะท่านพ่อ""เจ้าไม่เสียใจหรือ""ไม่เจ้าค่ะ!"น้ำเสียงอันหนักแน่นของจางเสี่ยวมี่ทำให้จางอี้อินรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก เขารู้ดีว่านางต้องอดกลั้นมากเพียงใดเมื่ออยู่ภายในจวนหลังนี้ ในเมื่อมีหนทางที่จะทำให้นางมีความสุขเพิ่มมากขึ้น เขาก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่"เจ้าวางใจเถิด พ่อจะส่งคนไปดูแลเจ้าเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องเงินทองก็ไม่ต้องนึกกังวลใจไป ไม่ว่าเจ้าอยากจะทำสิ่งใดพ่อล้วนสนับสนุนเจ้าทุกเมื่อ ขอเพียงให้เจ้าเขียนจดหมายมาหาพ่อกับอาหย่งบ้างก็ยังดี""เจ้าค่ะท่านพ่อ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"จางเสี่ยวมี่ยอบกายลงคารวะแล้วจึงเดินจากไปในทันที ในตอนที่นางกลับมายังเรือนของตน น้ำตาหยดหนึ่งก็พลันไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ความห่วงใยและความรักของผู้เป็นพ่อนางรู้ซึ้งเป็นอย่างดีเลยเจ็ดวันต่อมาขบวนรถม้าอันหรูหราที่มีตราประทับของจวนตระกูลจางก็ได้เคลื่อนขบวนออกสู่เมืองหลวงในยามเช้าตรู่ ทหารรักษาประตูเอ่ยถามผู้คุ้มกันตามหน้าที่ของตน ด้วยเวลานี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่ปกตินัก เขาจำเป็นต้องตรวจค้นและสอบถามรถม้าทุกคันที่ออกไปจากเม
Read More
บทที่ 3 คนร้ายในเงามืด 1/2
บทที่ 3คนร้ายในเงามืดรถม้าของจวนตระกูลจางเคลื่อนไปยังปลายทางอย่างไม่เร่งรีบนัก ถนนหนทางก็สะดวกสบายค่ำไหนก็นอนพักที่เมืองนั้น ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเข้าสู่วันที่สิบของการเดินทาง ในตอนที่พระอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าและขบวนรถม้ายังไม่ได้ออกจากป่าไผ่ ผู้คุ้มกันจึงเล็งเห็นว่าควรหยุดพักที่จุดหยุดพักที่นี่ก่อน หากจะเดินทางต่อในยามกลางคืนก็อันตรายนัก เกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายก็เป็นได้"คุณหนูขอรับ คืนนี้เราคงต้องหยุดพักกันที่นี่ก่อนคงต้องรบกวนคุณหนูนอนในรถม้าสักหนึ่งคืนแล้วล่ะขอรับ"อาซ่งเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ เขาเกรงว่าคุณหนูอาจจะไม่พอใจแล้วพาลบันดาลโทสะเฉกเช่นคุณหนูในห้องหอผู้อื่น"เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็ก่อไฟกองใหญ่ ๆ ไว้ด้วยเล่า แล้วผลัดเปลี่ยนเวรยามกันเฝ้ายามในตอนกลางคืนด้วย""ขอรับคุณหนู"อาซ่งพลันรู้สึกโล่งใจที่คุณหนูของเขาว่าง่ายกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก ทั้งยังรอบคอบในเรื่องเวรยามเสียด้วย เช่นนี้การเดินทางไปเมืองอู่เฉิงเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเสียงของฟืนดังปะทุเป็นระยะเพราะโดนไฟกิน กองไฟกองใหญ่ถูกก่อขึ้นกลางที่พักที่ให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เสียงนกร้องและเสียง
Read More
บทที่ 3 คนร้ายในเงามืด 2/2
"ระ เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ"จื่อลู่พยายามขยับข้อมือของตน แต่ยิ่งนางขยับมากเท่าใดเชือกก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อบอบบางนั่น"เจ้าอย่าเพิ่งได้ร้อนใจไป ที่พวกมันจับพวกเรามาโดยยังไม่สังหารคงต้องการสิ่งใดเป็นแน่ ข้าจะลองเจรจากับพวกมันดูก่อนและถ้ามีโอกาสเจ้ารีบวิ่งหนีออกไปเลยนะจื่อลู่"นางบุ้ยหน้าไปทางบานหน้าต่างที่อยู่ไม่ไกลนัก คาดคะเนจากสายตาคิดว่าจื่อลู่คงจะกระโดดหนีออกจากทางหน้าต่างได้โดยง่าย"บ่าวจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ บ่าวไม่มีวันทิ้งคุณหนูเป็นอันขาดเจ้าค่ะ""ข้าให้เจ้าไปตามคนมาช่วยต่างหากเล่า เจ้าวิ่งไวกว่าข้ามากนัก และหากข้าคิดไม่ผิดพวกมันคงต้องการตัวข้ามากกว่าเจ้าที่เป็นสาวใช้เป็นแน่""คุณหนู...""นี่คือคำสั่ง! เข้าใจหรือไม่"จางเสี่ยวมี่จ้องเขม็งด้วยสายตาคมดุ นางไม่หวั่นหากจะต้องตายอีกครั้ง แต่กับจื่อลู่นั้นไม่เหมือนกัน...ราวกับพวกโจรมันรู้ว่าพวกนางฟื้นขึ้นมาแล้วจึงได้พากันเดินเข้ามาสองคน ชายผู้เป็นหัวหน้าย่างกรายเข้ามาใกล้จางเสี่ยวมี่กับจื่อลู่ที่นั่งอยู่มุมห้องโถงของวัดร้าง มันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมด้วยความชั่วร้าย พร้อมกับใช้สายตาโลมเลียกวาดตามองไปทั่วเรือนร่างของจางเสี่
Read More
บทที่ 4 บุรุษผู้ช่วยเหลือ 1/2
บทที่ 4บุรุษผู้ช่วยเหลือจางเสี่ยวมี่ที่เห็นว่าลูกน้องทั้งสองออกไปหมดแล้ว นางจึงได้คิดใช้โอกาสนี้ทำให้จื่อลู่หนีออกไปเพื่อตามคนมาช่วย และนางจะเป็นผู้ที่ถ่วงเวลาพวกมันไว้ที่นี่เอง เพราะหากจะหนีออกไปพร้อมกันทั้งสองก็เกรงว่าจะถูกจับได้ขึ้นมาเสียก่อนทันทีที่ไม่มีคนมาขวางทางแล้ว ชายผู้เป็นหัวหน้าก็ผลักร่างของจางเสี่ยวมี่ล้มตัวนอนกับเสื่อผืนเก่าทันที ตามด้วยร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมาไม่ห่าง จมูกโด่งสูงซุกไซ้ดอมดมที่ลำคอระหงด้วยความหลงใหล ในจังหวะที่มันกำลังมัวเมาเพราะกลิ่นกายสาวอยู่นั้นมันกลับรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดตรงบริเวณลำคอ"โอ๊ย!!"มันค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองก่อนจะฟุบลงแน่นิ่งไป ปิ่นทองในมือที่ถูกดึงออกมาจากมวยผมปักเข้าไปที่ลำคอหนาของมันอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหลกระฉูดออกมาเป็นสาย ตรงตำแหน่งที่จางเสี่ยวมี่แทงไปนั้นคือเส้นเลือดใหญ่พอดี ทำให้มันแน่นิ่งไปในบัดดลไม่ทันได้ทำร้ายนางได้อีก จางเสี่ยวมี่รีบผลักร่างที่ไร้วิญญาณของมันล้มตัวลงนอนกับพื้นอย่างรังเกียจ ทั้งยังเอาผ้าเช็ดหน้าที่เก็บไว้เช็ดคราบน้ำลายอันน่าขยะแขยงที่ลำคอขาวจนแดงเถือกด้วย สีหน้าของนางนั้นสงบนิ่งราวกับไม่รับรู้สิ่งใดจื่อลู่
Read More
บทที่ 4 บุรุษผู้ช่วยเหลือ 2/2
หย่งหมิ่นที่เพิ่งจัดการเก็บกวาดพวกโจรข้างนอกได้เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินไปตรวจสอบศพที่คาดว่าเป็นหัวหน้าโจรป่าที่พวกเขากำลังไล่ล่าอยู่"ตายแล้วขอรับนายท่าน""พูด!!"คิ้วกระบี่เลิกขึ้นเป็นคำถาม จางเสี่ยวมี่ที่เพิ่งจะได้สติจึงได้เอ่ยตอบไขข้อข้องใจให้แก่ผู้ที่มาใหม่"ข้าถูกพวกมันจับตัวมาเจ้าค่ะ และเป็นข้าที่ใช้ปิ่นนี่สังหารมันด้วยตัวเอง สาวใช้ของข้าหลบหนีไปได้กำลังตามคนให้มาช่วยข้าเจ้าค่ะ""เอ่อ...เช่นนั้นแม่นางเป็นผู้ใดหรือขอรับ"หย่งหมิ่นเอ่ยถามแทนผู้เป็นนายที่ปากหนักเหลือเกิน ดูจากสายตาก็รู้ได้ทันทีว่าเบื้องหลังของสตรีผู้นี้จะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่จางเสี่ยวมี่ลังเลเล็กน้อย แต่เพราะเห็นท่าทางของหย่งหมิ่นจึงคิดว่าเขาน่าจะเป็นทหาร และเมื่อกวาดสายตาไปทางด้านหลังก็เห็นว่ามีกลุ่มคนสวมใส่ชุดเกราะดั่งทหารชาญศึกที่นางเคยพบเมื่อชาติก่อน"ข้ามีนามว่าจางเสี่ยวมี่เป็นบุตรสาวคนโตของท่านเสนาบดีกรมคลัง จางอี้อิน!""ฮ้า...ข้าน้อยเสียมารยาทแล้วต้องขออภัยคุณหนูจางด้วยขอรับ ข้าน้อยมีนามว่าหย่งหมิ่นขอรับ"จางเสี่ยวมี่พยักหน้ารับ ก่อนที่สายตาจะหันไปมองบุรุษที่ยังถือดาบจ่อที่คอของนางอย
Read More
บทที่ 5 นอนละเมอ 1/2
บทที่ 5นอนละเมอขณะที่จางเสี่ยวมี่นั่งอยู่บนหลังม้าโดยตกอยู่ในอ้อมกอดของเซียวจ้าน นางนั้นรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก แผ่นหลังเล็กเกร็งจนรู้สึกเมื่อยขบเพราะการที่นั่งไม่สบายบนหลังม้า หากนับจากชาติก่อนจนถึงชาตินี้นี่เป็นครั้งแรกที่นางใกล้ชิดกับบุรุษถึงเพียงนี้ ในชาติก่อนก็มุ่งแต่ทำงานโดยไม่ได้สนใจมองบุรุษใดเลย ส่วนในชาตินี้นางกับหวังหมิงผู้เป็นอดีตคู่หมั้นนั้น แม้แต่มือยังไม่เคยได้จับเลยสักครั้ง แต่ในตอนนี้เซียวจ้านผู้ที่นางเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกกำลังกักขังนางในอ้อมกอดของเขาเสียงหัวใจอันหนักแน่นมั่นคงของเซียวจ้านเต้นแรงจนแม้แต่จางเสี่ยวมี่ยังได้ยิน หญิงสาวยืดแผ่นหลังเล็กนั่งหลังตรงพยายามไม่ให้ตัวเองโดนตัวเขามากนัก แต่เหมือนว่าสวรรค์จะไม่เป็นใจนักเพราะเวลานี้ร่างกายของทั้งสองมันแนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเข้าด้วยกันอยู่แล้ว"อย่าเกร็ง"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบา ๆ ข้างใบหูเล็ก ลมหายใจกรุ่นร้อนถูกพ่น มาถูกใบหูเล็กจนจางเสี่ยวมี่รู้สึกขนลุกซู่ "ข้าไม่ได้เกร็งเจ้าค่ะ""อืม..."เซียวจ้านจับสายบังเหียนม้าข้างเดียวแล้วบังคับม้าให้ผ่อนแรงวิ่งช้าลงกว่าปกติมาก ก่อนที่เขาจะถือวิสาสะเอื้อมมือมาจับเอวเล็กคอ
Read More
บทที่ 5 นอนละเมอ 2/2
เซียวจ้านอดจะรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ เขาพยายามแกะมือของตัวเองออกแต่เหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ง่ายนัก สุดท้ายเขาจึงได้ขึ้นมานั่งบนเตียงเดียวกับนาง กายสูงพิงกับเตียงแล้วมองดูหญิงสาวข้างกายนอนหลับอย่างเป็นสุขนางช่างเป็นสตรีที่แปลกประหลาดนัก ทั้งที่อยู่กับคนแปลกหน้าเช่นเขานางยังกล้าหลับลงได้อีก ทั้งยังจับมือเขาเอาไปแนบกับแก้มของนางด้วย ช่างเป็นสตรีที่น่าพิลึกนัก"อื้อ...ลูลู่ อย่า อื้อ..."จางเสี่ยวมี่นอนละเมอโดยฝันถึงลูลู่ เจ้าแมวน้อยตัวสีขาวที่เคยเลี้ยงเมื่อครั้งยังเป็นลูกหว้า เจ้าลูลู่นั้นชอบให้กอดเป็นอย่างมาก ทั้งยังชอบเข้ามาออเซาะออดอ้อนด้วย และนางก็จะชอบดึงเจ้าลูลู่มานอนกอดทุกค่ำคืนไป"เจ้า!"เซียวจ้านถึงกับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก จู่ ๆ จางเสี่ยวมี่ก็ปีนขึ้นมานอนบนตัวของเขา แล้วมือของนางยังไม่อยู่นิ่งด้วย ทั้งลูบทั้งกอดหน้าอกของเขาเป็นพัลวัน เขาพยายามจะจับมือของนางให้ออกไป แต่หญิงสาวกลับไม่ยอมปล่อยโดยง่าย เมื่อถูกเซียวจ้านขัดขวางนางก็ยิ่งกอดคอเขาแน่นขึ้น และในความฝันนั้นกำลังนั่งทานขนมกับลูลู่ จางเสี่ยวมี่จึงได้ตรงเข้ามางับที่ลำคอของเซียวจ้านอย่างแรงริมฝีปากเล็กกัดเข้าที่คอของเซียวจ้านอย่างแรงจนข
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status