Home / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 20 นกกระจอกไร้น้ำยากับขุนศึกทรงพลัง

Share

ตอนที่ 20 นกกระจอกไร้น้ำยากับขุนศึกทรงพลัง

last update publish date: 2026-09-02 20:56:04

เมื่อเห็นความหวังอันริบหรี่ของพี่สะใภ้ ไป๋เหม่ยหลานก็ไม่ยอมปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ นางจัดแจงเตรียมรถม้าและพาฮูหยินเฉินฟางเซียนออกเดินทางไปพบท่านหมอในทันที

สถานตั้งของเรือนหมอแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขานอกตัวเมืองหลวง บรรยากาศรอบด้านร่มรื่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายยาอบสมุนไพร เหตุที่ท่านหมอเลือกมาพำนักในที่ห่างไกลเช่นนี้ เป็นเพราะผืนดินรอบเรือนถูกใช้เป็นแปลงเพาะปลูกสมุนไพรหายากทุกชนิดในการรักษาคนไข้ ซึ่งท่านหมอล้วนลงแรงรดน้ำพรวนดินและคัดสรรด้วยตนเองทั้งสิ้น เพื่อให้ได้ตัวยาที่บริสุทธิ์และมีสรรพคุณสูงสุด

เมื่อมาถึงเรือนหมออันเงียบสงบ ท่านหมอชราผู้มีหนวดเคราขาวโพลนได้เชิญเฉินฟางเซียนให้นั่งลง ก่อนจะทำการตรวจชีพจรและตรวจตราธาตุในร่างกายของนางอย่างละเอียด เวลาผ่านไปท่านหมอชราค่อยๆ ถอนมือออกพลางคลี่รอยยิ้มอันอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความเมตตาให้แก่สตรีผู้ระทมทุกข์

"ฮูหยินท่านนี้... ร่างกายของท่านประเสริฐยิ่งนัก หยินหยางสมดุล มดลูกและโลหิตภายในสมบูรณ์พร้อมไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลยแม้แต่น้อย สาเหตุที่ท่านมีบุตรยากมานับสิบปี... ข้าคิดว่าปัญหาน่าจะมาจากตัวสามีของท่านเสียมากกว่า"

คำวินิจฉัยแผ่วเบาของท่านหมอชราประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเฉินฟางเซียน ร่างระหงสะท้านเยือก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยมวลอารมณ์อันหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน ทั้งความโล่งใจที่ตนเองมิใช่สตรีไร้น้ำยา ทว่าความโกรธแค้นและสมเพชกลับมีมากกว่าหลายเท่าตัว

ที่ผ่านมานางยอมทนแบกรับความอัปยศ ถูกคนตราหน้าว่าเป็นแม่ไก่ที่ไม่ยอมไข่ หลงคิดไปเองว่าร่างกายของตนอ่อนแอจนต้องแอบลักลอบสำเร็จความใคร่ศึกษาตำราภาพวสันต์ราวกับคนบ้า... แต่ที่ไหนได้! ความจริงกลับน่าขบขันลึกล้ำ ต้นเหตุแห่งความอัปยศทั้งหมดกลับมาจาก เจ้าอ้วนเหวินป๋อสามีสารเลวของนางที่เป็นเพียงนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ แก่นกายไร้น้ำยาเน่าในจนไม่มีปัญญาปั๊มทายาท ทว่าวันๆ กลับมักมากในกามราคะ วิ่งไล่ขี่สตรีนางอื่นอย่างหน้าไม่อาย!

"ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ... ขอบคุณท่านจริงๆ"

เฉินฟางเซียนเค้นเสียงเอ่ยขอบคุณท่านหมอชราด้วยความซาบซึ้งใจลึกซึ้ง น้ำเสียงของนางสั่นเครือทว่าแววตากลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยวอย่างน่ากลัว เมื่อได้รับรู้ความจริงอันเปรียบเสมือนกุญแจปลดแอกขัตติยะมานะแล้ว สองฮูหยินก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ พวกนางรีบพากันก้าวขึ้นรถม้าและเดินทางกลับคืนสู่จวนตระกูลจ้าวในทันที

เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวกลับมาถึงตระกูลจ้าว สะใภ้ทั้งสองก็พากันมานั่งพักผ่อนหย่อนใจที่ห้องรับรองส่วนตัว บ่าวไพร่จัดแจงรินน้ำชาอุ่นกรุ่นโชยกลิ่นหอมละมุนในยามนี้ สีหน้าและท่าทางของฮูหยินเฉินฟางเซียน ดูผ่อนคลายและปรอดโปร่งขึ้นเป็นอันมาก ความหม่นหมองที่เคยเกาะกุมดวงหน้ามานับสิบปีมลายหายไป เหลือไว้เพียงร่องรอยแห่งความลุ่มลึกระคนเด็ดเดี่ยว นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะทอดสายตามองน้องสะใภ้ด้วยความซาบซึ้งใจ

"ขอบคุณเจ้ามากนะ... ไป๋เหม่ยหลานหากข้าไม่ได้เจ้าคอยช่วยเหลือและพาก้าวข้ามความอับอายในวันนี้ ตัวข้าก็คงต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ทรมานใจและตราหน้าตัวเองไปอีกนาน"

ไป๋เหม่ยหลาน ได้ฟังดังนั้นก็ส่งยิ้มบางเบาพลางส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความถ่อมตน มือบางยื่นไปประคองถ้วยชาของตนเองไว้ แม้ในใจจะยินดีที่สามารถปลดเปลื้องรอยร้าวในใจให้แก่พี่สะใภ้ จนทำให้นางรู้ความจริงว่าเรือนร่างของตนมิได้มีสิ่งใดบกพร่อง ทว่าเมื่อคำนึงถึงหนทางข้างหน้า... เรื่องการปฏิสนธิมีทายาทเพื่อค้ำจุนตำแหน่งฮูหยินเอกก็ยังคงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญดั่งปีนป่ายสู่ท้องฟ้าอยู่ดี

หญิงสาวปรายสายตามองพี่สะใภ้ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเวทนาและห่วงใยจากใจจริง ก่อนจะเอ่ยปากพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ร่างกายของท่านพี่ฟางเซียนสมบูรณ์พร้อมถึงเพียงนี้... ทว่าช่างน่าเสียดายและทรมานใจนัก ที่บุรุษผู้เป็นสามีกลับไร้ซึ่งความสามารถ ไม่อาจมอบสายเลือดและทายาทสืบสกุลให้แก่ท่านได้เลย"

น้ำเสียงของไป๋เหม่ยหลานนั้นซื่อตรงและเต็มไปด้วยความกังวลต่ออนาคตของสตรีร่วมชายคา ทว่านางหารู้ไม่ว่า คำปรารภแสดงความห่วงใยอย่างซื่อสัตย์ของนางนั้น ดั่งลิ่มหนาที่ตอกย้ำทิศทางความคิดของเฉินฟางเซียนให้ดิ่งลึกยิ่งขึ้น ในเมื่อชายผู้นั้น ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามตีตราไม่มีน้ำยา... สายตาของเฉินฟางเซียนที่จับจ้องควันชาที่ลอยล่องจึงแปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น คำว่าทายาทตระกูลจ้าว จำเป็นต้องกำเนิดจากหยาดน้ำกามของจ้าวเหวินป๋อเท่านั้นหรือ? ในเมื่อในจวนแห่งนี้ ยังมีบุรุษหนุ่มสายเลือดจ้าวผู้แข็งแกร่งและทรงพลังอีกคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่!

กระแสอารมณ์พลันเปลี่ยนทิศทางฉับพลันฉาบเคลือบด้วยความอึดอัดลึกล้ำ ยามเมื่อฝ่ามืออันเรียวบางของฮูหยิน เฉินฟางเซียน ค่อยๆ ยื่นออกไปเบื้องหน้า แล้ววางลงลูบไล้หน้าท้องที่หน้าท้องที่เปร่งนูนเด่นชัดของไป๋เหม่ยหลานอย่างแช่มช้า สัมผัสอันแผ่วเบาทว่าหนักหน่วงนั้นทำให้อากาศรอบกายราวกับจะหยุดหมุน

นางเพ่งมองครรภ์แก่นั้นด้วยนัยน์ตาที่ทอดประกายวาววับ ก่อนจะเอ่ยพ่นคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือระคนกระเส่า แฝงเร้นไปด้วยร่องรอยแห่งความปรารถนาและกิเลสตัณหาอันแรงกล้าอย่างปิดไม่มิด

"สามีของเจ้า... จ้าวหานเฟิงผู้นั้น คงจะแข็งแกร่งและมีพละกำลังวังชาอันมหาศาลมากสินะ... ถึงได้ประทานสายเลือดที่สมบูรณ์และมอบทายาทที่แข็งแรงให้แก่เจ้าได้ถึงเพียงนี้... ข้าช่างอิจฉาเจ้าเหลือเกิน ไป๋เหม่ยหลาน"

ดวงหน้าผุดผ่องของไป๋เหม่ยหลานขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู คำถามที่แฝงนัยยะอันเร่าร้อนของพี่สะใภ้ทำให้นางต้องก้มหน้าต่ำลงด้วยความเอียงอาย ทว่าในความใสซื่อนั้นกลับซ่อนจริตจะก้านของสตรีผู้พรั่งพร้อมด้วยรสรัก หญิงสาวบิดกายเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกระเง้ากระงอด

"ท่านพี่ฟางเซียนกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ... สามีของข้าผู้นั้นหักโหมตรากตรำยิ่งนัก ขนาดตัวข้าในยามนี้ครรภ์แก่ใกล้คลอดถึงเพียงนี้แล้ว ในยามค่ำคืนเขาก็ยังคงเรียกร้องและไม่ยอมให้ข้าได้หยุดพักผ่อนเลยแม้แต่คืนเดียว..."

คำบอกเล่าอันฉ่ำหวานระคนอวดโอ่ถึงพละกำลังอันล้นเหลือของขุนศึกหนุ่ม จ้าวหานเฟิง ประหนึ่งหยาดน้ำมันที่ราดรดลงบนกองเพลิงกิเลสในใจของเฉินฟางเซียนจนลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวผู้แห้งแล้งรสสวาทมานับสิบปีรับฟังจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน ความร้อนรุ่มแล่นพล่านจากอกดิ่งลึกลงสู่กึ่งกลางลำตัว จนจุดซ่อนเร้นระหว่างขาของนางอดไม่ได้ที่จะหลั่งหยาดน้ำหวานคาวโลกีย์ออกมาจนเปียกแฉะซึมเปื้อนกางเกงตัวในอีกครา

ความอิจฉาริษยาและตัณหาที่ถูกปลุกเร้าจนกู่ไม่กลับ ทำให้ฝ่ามือบางของเฉินฟางเซียนที่เคยลูบไล้อยู่บนหน้าท้องกลมมน ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงมาอย่างย่ามใจ นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามท่อนขาที่ขาวนวลเนียนละเอียดของน้องสะใภ้ผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดี สัมผัสอันจาบจ้วงล่วงเกินทว่าเต็มไปด้วยความกระสันอยากนั้น บ่งบอกเด่นชัดว่าในยามนี้ จิตใจของ     ฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์ไม่ได้ต้องการเพียงแค่สายเลือดของจ้าวหานเฟิงเสียแล้ว... ทว่านางกำลังหลงมัวเมาในกลิ่นอายคาวราคะอันสมบูรณ์แบบของสามีภรรยาคู่นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status