Beranda / รักโบราณ / เรือนหลังฉ่ำราคะ / ตอนที่ 6 ชำระกายใต้แสงจันทร์

Share

ตอนที่ 6 ชำระกายใต้แสงจันทร์

last update Tanggal publikasi: 2026-08-28 18:49:21

ม่านราตรีคลี่ตัวหนาทึบ ท้องฟ้าเบื้องบนพราวพร่างไปด้วยแสงระยิบระยับของหมู่ดาว แม่ทัพเซียวหลงเหยียนเอ่ยชวนจ้าวหานเฟิงให้มาร่วมชำระล้างกายที่ลำธารท้ายค่ายด้วยกัน แม้ใจหนึ่งของนายกองหนุ่มจะรู้สึกระแวดระวังและเอ่ยปากปฏิเสธที่จะลงไปอาบน้ำร่วมสระกับผู้เป็นนาย ทว่าด้วยมารยาทและการรักษาฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เขาจึงจำต้องทรุดกายนั่งลงริมตลิ่งเพื่ออยู่รอเป็นเพื่อน

เซียวหลงเหยียนหาได้บีบคั้นหรือบังคับฝืนใจพยัคฆ์หนุ่มไม่ นัยน์ตาคมปลาบของจอมทัพผู้เฒ่าจับจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาอันหยาดเยิ้มปิดความปรารถนาไว้ไม่มิด ท่ามกลางเสียงสายน้ำไหลรินระเรื่อย สายตาของทั้งสองสอดประสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้ง จอมทัพค่อยๆ ปลดเปลื้องชุดเกราะหนักของตนออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า...

ทีละชิ้น... ราวกับจงใจละเลียดเวลา เผยให้เห็นแผงอกกำยำและมัดกล้ามเนื้ออันแน่นตึงสมชายชาตรี แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานแต่เรือนร่างนั้นยังคงทรงพลังดั่งศิลาแกร่ง ร่างเปลือยเปล่าของจอมทัพค่อยๆ ก้าวลงสู่ลำธารอันเย็นเยียบช้าๆ ก่อนจะแหงนใบหน้ามองแสงจันทร์นวลที่ลอยเด่นอยู่กลางนภาพลางเอ่ยถาม

"เจ้าคิดว่า... ฝีมือของนายกองเสิ่นหลันซินเป็นอย่างไรบ้าง?"

คำถามนั้นดั่งเข็มสะกิดบาดแผลในใจ จ้าวหานเฟิงก้มหน้าลงต่ำ สายตาจับจ้องไปที่ผืนน้ำ ทว่าฝ่ามือแกร่งที่วางอยู่บนเข่ากลับสั่นสะท้านอย่างยากจะควบคุม เขารู้ซึ้งแก่ใจดีว่าในการประลองเมื่อครู่ หากท่านแม่ทัพไม่เอ่ยปากสั่งห้ามและตัดบทลงเสียก่อน เกียรติยศที่เขาภาคภูมิใจคงต้องพังทลายด้วยความพ่ายแพ้เป็นแน่แท้ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยใจจริง

"เรียนท่านแม่ทัพ... นายกองเสิ่นหลันซินผู้นั้น ฝีไม้ลายมือและเพลงดาบของเขา... ช่างลึกล้ำไม่ธรรมดาเลย"

จอมทัพผู้ผ่านโลกมาครึ่งค่อนชีวิตย่อมประจักษ์ดีถึงเนื้อแท้ของชายชาตรี เกิดเป็นชายไหนเลยจะปฏิเสธความกระหายในลาภยศและชื่อเสียงได้ ยิ่งพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มีพันธะแห่งใจ แบกรับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับสตรีผู้เป็นที่รัก ไฟแห่งความทะยานอยากที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดย่อมโหมกระพือรุนแรงมากกว่าชายใดเป็นเท่าตัว

เซียวหลงเหยียนแสร้งทำทีเป็นทอดถอนใจยาว วาดวงแขนแกร่งแหวกม่านน้ำเย็นเยียบ ขยับกายเข้ามาประชิดริมตลิ่งช้าๆ สองสายตาประสานกันนิ่งลึก

"เสิ่นหลันซินผู้นั้น... หากกล่าวกันตามจริง ตัวเขาสมควรจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ ทว่าเขากลับยึดมั่นในศักดิ์ศรีและศีลธรรมอันซื่อตรงมากจนเกินไป จนทำให้อนาคตในราชการต้องหยุดชะงักลงอยู่เพียงเท่านี้"

จอมทัพผู้ทรงอำนาจค่อยๆ เอ่ยอธิบาย ขยับวงหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันโชยไปกระทบใจคนฟัง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความสมเพชระคนสั่งสอน

"คิดดูเถิด... แม้เขาจะมีอายุมากกว่าเจ้าถึงห้าปี มีเพลงดาบอันล้ำเลิศที่สามารถสยบเจ้าได้ในไม่กี่กระบวนท่า ทว่าตำแหน่งหน้าที่กลับจมปลักนิ่งสนิทเป็นเพียงแค่นายกองระดับล่างอย่างไร้คนเหลียวแล"

เซียวหลงเหยียนเว้นจังหวะ ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและลมราตรีทำหน้าที่บีบรัดหัวใจที่กำลังสับสนของนายกองหนุ่ม ก่อนจะปรายสายตาคมกริบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในวิญญาณ

"ทหารหนุ่ม... เจ้าหมายมั่นปรารถนาจะขึ้นเป็นแม่ทัพนำชัยตั้งแต่อายุยังน้อยมิใช่หรือ? ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้ หากเจ้ายึดมั่นถือดี เดินตามรอยเท้าอันโง่เขลาของนายกองผู้นั้น ข้าเกรงว่าอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่เจ้าวาดฝันไว้เพื่อลูกและเมีย... ก็คงต้องจบสิ้นและดับสูญลงที่ค่ายทหารแห่งนี้ โดยไม่มีวันได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางอำนาจ!"

ถ้อยคำหว่านล้อมอันแยบคายที่กรีดแทงลงบนจุดอ่อนที่สุดในใจ ดั่งศรอันอาบยาพิษที่ตรึงจ้าวหานเฟิงให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว... กลัวว่าตนเองจะล้มเหลวและกลายเป็นเพียงเบี้ยล่างที่ไม่สามารถนำความภาคภูมิใจกลับไปฝากครอบครัว โดยที่พยัคฆ์หนุ่มผู้ใสซื่อหารู้ไม่ว่า คำเตือนอันแสนหวังดีของจอมทัพเฒ่าผู้นี้ แท้จริงแล้วคือเงื่อนไขอันมืดดำที่บีบให้เขาต้องเลือกระหว่าง ศักดิ์ศรีอันกินไม่ได้หรือการทอดกายสยบจำนน เพื่อแลกกับตั๋วทองสู่ตำแหน่งแม่ทัพที่ตนเองกระหายถวิลหา!

"ท่านแม่ทัพ... ข้าควรจะทำเช่นไรดี ข้าเพียงต้องการสร้างเกียรติยศ เพื่อให้ไป๋เหม่ยหลานภูมิใจ..."

จ้าวหานเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าระคนมืดแปดด้าน แววตาของพยัคฆ์หนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงบัดนี้กลับสั่นไหวและเว้าวอนดั่งคนหลงทาง กำแพงแห่งความมั่นใจถูกทุบทำลายลงจนเหลือเพียงความสับสนอลหม่าน

เมื่อเห็นเหยื่อล้ำค่าเริ่มเปิดรอยร้าวในใจ แม่ทัพเซียวหลงเหยียนก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ นัยน์ตาคมปลาบฉายประกายแห่งความสมหวัง ในที่สุด... เพชรเม็ดงามแห่งแผ่นดินที่เขาเฝ้าหมายตา ก็เริ่มก้าวขาลงสู่ตัณหาที่เขาขุดรอไว้เสียที

"หากเจ้าปรารถนาหนทางสู่จุดสูงสุด... สิ่งแรกที่เจ้าต้องเรียนรู้ คือการนอบน้อมต่อผู้กุมชะตาชีวิตเจ้า มาเถิด... ลงมาอาบน้ำเป็นเพื่อนข้าที่นี่" จอมทัพเฒ่าเอ่ยบัญชา สุ้มเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสกดดันอันหนักหน่วง

จ้าวหานเฟิงชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อดั่งถูกสาบ สีหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นความลังเลใจอย่างถึงที่สุด สัญชาตญาณนักรบในกายร่ำร้องเตือนภัยว่าเบื้องหน้าคือเหว ลึกทว่าเมื่อเห็นพยัคฆ์หนุ่มยังคงรีรอ จอมทัพผู้เจนโลกย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาดึงสติกลับคืน เขาเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากรีดแทงใจเพื่อทำลายปราการความเอียงอายด่านสุดท้ายให้พังทลาย

"เกิดเป็นชายชาตรี... เรื่องหยุมหยิมเพียงเท่านี้มีสิ่งใดให้ต้องขัดเขิน หรือว่านายกองจ้าวผู้เลิศเลอแท้จริงแล้วกลับใจเสาะ สู้แม้แต่พลทหารเลวในค่ายก็มิได้?"

วาจาสบประมาทที่หวดลงบนหลังเสือ ดั่งแส้ที่ย้ำลงบนแผลฉกรรจ์แห่งศักดิ์ศรี จ้าวหานเฟิงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แววตาไหวระริก เพื่ออนาคตของภรรยา เพื่อสายเลือดในครรภ์ที่กำลังจะลืมตาดูโลก และเพื่อตำแหน่งแม่ทัพที่ค้ำคอ สุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือจากศีลธรรมอันดีงาม ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปลดเปลื้องเครื่องทรงและอาภรณ์ที่สวมใส่ออกทีละชิ้น... อย่างเชื่องช้าและจำนนต่อโชคชะตา

พริบตานั้น เรือนร่างกำยำสมชายชาตรีของพยัคฆ์หนุ่มก็ปรากฏเด่นชัดผิวพรรณนวลละเอียดแผ่ไออุ่นจางๆ มัดกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการฝึกปรือสะท้อนประกายจันทร์เลื่อมพรายดั่งหยกชั้นเลิศสลักเสลา

เซียวหลงเหยียนจับจ้องภาพความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟตัณหาอันหิวกระหาย เรือนร่างยามตื่นรู้และเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของจ้าวหานเฟิงในยามนี้... ช่างดูเย้ายวน ดุดัน และปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเขาให้พลุ่งพล่าน ยิ่งกว่าเรือนร่างยามที่นอนหลับใหลไร้สติในราตรีที่ผ่านมาเป็นเท่าทวีคูณ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 86 ยอดขุนพลผู้หลุ่มหลง(จบ)

    นับแต่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวง เขาก็ย้ายออกจากเรือนเดิมเพื่อเข้ามาจับจองจวนหลังใหม่ที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ คฤหาสน์อันกว้างขวางและวิจิตรบรรจงแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสวรรค์บนดิน เพราะไม่ว่าเขาจะกระทำสิ่งใด ล้วนสยบอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องไยดีต่อสายตาหรือคำนินทาของคนภายนอกภายในพื้นที่ส่วนตัว เหล่าสตรีของเขาต่างได้รับอิสระอย่างเต็มที่ พวกนางสามารถสวมใส่อาภรณ์โปร่งบางเย้ายวน หรือแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างไร้ยางอายเพียงใดก็ย่อมได้ เพื่อรอคอยการปรนนิบัติรับใช้เขา"ท่านพี่... ตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ท่านก็มัวแต่วุ่นวายกับราชการจนแทบไม่ค่อยแตะต้องสัมผัสพวกเราเลยนะเจ้าคะ"ไป๋เหม่ยหลาน สตรีเรือนร่างอวบอัดในชุดผ้าปานบางเบาที่เผยให้เห็นเรือนร่างวับๆ แวมๆ ชวนหลงใหล เดินเข้ามาเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน กระซิบกระซาบข้างกายเขาอย่างน้อยใจเล็กน้อย จ้าวหานเฟิงยิ้มรับพลางยื่นมือไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาประชิดอกแกร่ง ฝ่ามือหนาบีบเค้นสะโพกผายอย่างหนักหน่วงจนนางอุทาน"งานราชการแล้วอย่างไร... ขอเพียงเจ้าต้องการ ไม่ว่าเวลาไหน ข้าก

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 85 อาจารย์ส่วนตัว

    นับแต่วันที่จ้าวหานเฟิงได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ส่วนตัวขององค์ชาย เขาก็เข้าออกตำหนักในเป็นว่าเล่น เหล่าขุนนางและผู้คนทั่วทั้งราชสำนักต่างสรรเสริญชื่นชมเขาอย่างไม่ขาดปาก ถึงความเสียสละเวลาส่วนตัวทุ่มเทกับการฝึกสอนพระราชโอรสอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าแม่ทัพหนุ่มได้มอบประสบการณ์และถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้อย่างไม่ปิดบัง มอบหมายบททดสอบให้องค์ชายฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองตามลำพังที่ลานฝึกทว่ายามเมื่อองค์ชายทรงฝึกฝนอยู่นั้น เวลาที่เหลือทั้งหมดของแม่ทัพหนุ่มกลับถูกนำมาใช้ สั่งสอนองค์ฮ่องเฮาเบื้องหลังม่าน หากแต่วิชาที่เขากำลังเคี่ยวกรำสตรีผู้ทรงอำนาจ มิใช่วิชาเพลงดาบแต่เป็นวิชารักอันดุเดือดดิบเถื่อนภายในห้องบรรทม จ้าวหานเฟิงในสภาพเปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามกำยำแน่นตึงและหยาดเหงื่อที่ไหลซึม กำลังบดขยี้ผ้าหรูของฮ่องเฮาจนขาดวิ่น เรือนร่างอวบอิ่มอันสูงศักดิ์บัดนี้ทอดกายสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างแกร่ง เรียวขาขาวเนียนอวบอิ่มถูกจับถ่างออกกว้าง เปิดทางให้ท่อนลำกำยำใหญ่มหึมาตอกอัดสอดใส่เข้าสู่ร่องรักฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วงลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า"ฮ๊าาา... ฮ่าาา... ท่านแม่ทัพ! อื้อออ... ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้ม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 84 กลิ่นสวาทสะท้านท้องพระโรง

    จ้าวหานเฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถจัดการสยบปัญหากบฏแดนเหนือลงได้อย่างเด็ดขาด ด้วยการผสานกองกำลังสองทัพเข้าด้วยกัน ทหารเจนศึกแดนใต้ที่ติดตามเขามาด้วยความจงรักภักดี หลอมรวมเข้ากับกองทหารแดนเหนืออันเข้มแข็งของอดีตแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ภายใต้การสืบทอดสายผู้บังคับบัญชาและการนำทัพอันชาญฉลาดเด็ดเดี่ยว กลุ่มเสี้ยนหนามที่เคยสร้างความระส่ำระสายจึงถูกบดขยี้จนพินาศสิ้นในเวลาอันรวดเร็วเมื่อศึกสยบลง ขบวนทัพอันเกรียงไกรจึงเดินทางกลับคืนสู่เมืองพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ที่ถูกตระเตรียมประดิษฐานอย่างสมเกียรติในฐานะ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินบรรยากาศทั่วทั้งเมืองคละคลุมไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ปะปนกันไป เสียงโห่ร้องยินดีในชัยชนะและข่าวการหยุดยั้งศึกสงครามดังแทรกสลับกับเสียงร่ำไห้ไว้อาลัยให้แก่การจากไปของแม่ทัพใหญ่ ธงรบและผ้าไว้อาลัยพลิ้วสะบัดไปตามสายลมหนาว ชาวบ้านต่างพากันออกมาเรียงรายสองข้างทาง บางคนก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเศร้าโศก ในขณะที่บางคนมองไปยังบุรุษบนหลังม้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจ้าวหานเฟิงในชุดเกราะตึงแน่นสง่างามควบม้าเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าอันผ่าเผย สายตาคมกล้าทอดม

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 83 ดับแค้นคนชั่วช้าปลุกสวาทนางหม้าย

    ระหว่างที่ขบวนทัพกำลังเร่งเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่แดนเหนือ จ้าวหานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าพลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็นึกถึงสาเหตุการตายของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนได้อย่างไม่ยากเย็นนักเบื้องหลังการถูกทหารชั้นผู้น้อยลอบวางยาพิษจนถึงแก่ชีวิต น่าจะมีชนวนเหตุมาจากความสัมพันธ์ทางกายอันซับซ้อนและเร่าร้อนของตัวท่านแม่ทัพเอง แม้จะเป็นบุรุษเพศเช่นเดียวกัน ทว่าความหึงหวงและริษยากลับไม่เคยปรานีใคร ยิ่งภายในกองทัพเต็มไปด้วยทหารหนุ่มหน้าตาหมดจดที่เคยถูกท่านแม่ทัพดึงตัวไปเชยชมและเสพสมสวาท ย่อมต้องมีใครบางคนที่แค้นเคืองเมื่อตนเองถูกละเลย หรือไม่อาจยอมรับความริษยาที่เห็นผู้อื่นได้รับความโปรดปรานมากกว่าได้รองแม่ทัพหนุ่มระบายลมหายใจออกมาเบาๆ สายลมหนาวจากทางเหนือพัดผ่านใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาเอื้อนเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแกมสมเพช"ข้าไม่คิดเลยว่า... ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ท่านเคยเสพสุข มันจะกลับมาเล่นงานและปลิดชีวิตท่านในภายหลังเช่นนี้"จ้าวหานเฟิงกำบังเหียนม้าในมือแน่นขึ้น นึกถึงภาพความกำหนัดอันมืดมิดที่ตน เคยเข้าร่วมกับแม่ทัพเซียวและฮูหยินหวานหลินซู ความปรารถนาอาจ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 82 รสรักในรอยแค้น

    ใช้เวลาเดินทางรวมถึงกรำศึกอยู่อีกหลายเดือน ในที่สุดขบวนทัพของรองแม่ทัพจ้าวหานเฟิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางใต้ เมืองชายแดนอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยกลุ่มโจรป่าและซ่องกบฏชุกชุม พวกมันอาศัยภูมิประเทศอันซับซ้อนหลบซ่อนตัว ดำรงอยู่ราวกับวัชพืชที่ปราบอย่างไรก็ไม่เคยถอนรากถอนโคนได้หมดสิ้น จ้าวหานเฟิงรู้ดีว่าหากคิดจะเผด็จศึกให้เด็ดขาด ย่อมมีเพียงทางเดียวคือการเด็ดหัวผู้นำและบดขยี้ศูนย์กลางของพวกมันให้สิ้นซากด้วยสติปัญญาการวางกลศึกอันเฉียบแหลมและพละกำลังอันเกรียงไกรของรองแม่ทัพหนุ่ม ในที่สุดเพลิงสงครามแดนใต้ที่เคยลุกโชนก็ถูกสยบลงจนสงบราบคาบเหล่านายทหารผู้ใต้บังคับบัญชาต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ใบหน้าของทหารทุกนายเปี่ยมไปด้วยความสุขและเลื่อมใสในตัวผู้นำทัพ นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"หากไม่ได้ท่านรองแม่ทัพใช้อุบายอันลึกล้ำปราบหัวหน้าพวกมัน พวกเราคงไม่สามารถสยบพวกกบฏได้รวดเร็วถึงเพียงนี้แน่ขอรับ!"จ้าวหานเฟิงทอดสายตามองเหล่าทหารกล้า พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผ่อนคลาย"นี่ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว... แต่มันคือผลงานและชัยชนะของพวกเราทุกคน"คำพูดอันหนักแน่นของชายหนุ่มสร้างความ

  • เรือนหลังฉ่ำราคะ   ตอนที่ 81 บดขยี้ราคะกลางพนา

    แม้ยามค่ำคืนนี้ จ้าวหานเฟิงจะจำต้องนอนค้างแรมอยู่กลางป่าลึกอันมืดมิด ท่ามกลางเสียงสายลมราตรีพัดก้องและความเย็นเยือกที่โรยตัวปกคลุม สอดประสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านายทหารยามที่เดินตรวจตรารักษาการณ์อย่างเข้มงวด ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมพักของรองแม่ทัพหนุ่มกลับร้อนรุ่มโชติช่วงไปด้วยเพลิงสวาทอันไร้ที่สิ้นสุดชายหนุ่มนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสนาม ขณะที่มู่หลันรัวทอดตัวคุกเข่าอยู่เบื้องต่ำ นางใช้เรียวลิ้นอุ่นชื้นและริมฝีปากนุ่มละมุนปรนเปรอแก่นกายกำยำของเขาอย่างลุ่มหลงหื่นกระหาย เรียวปากอวบอิ่มละเลียดเลียไล้ไปตามความแข็งแกร่งอย่างซาบซ่าน ก่อนจะช้อนสายตาชุ่มฉ่ำหยาดเยิ้มขึ้นมองชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระเส่า"นายท่าน... ท่านชอบให้ข้าทำสิ่งใด โปรดสั่งข้ามาได้เลยนะเจ้าคะ..."สิ้นคำเอื้อนเอ่ย นางก็ครอบครองความเป็นชายใหญ่โตไว้แน่น แล้วเริ่มขยับโยกศีรษะ รูดรั้งบดเบียดเข้าออกตามจังหวะอย่างเร่าร้อนดุดัน สัมผัสอุ่นชื้นที่ดูดกลืนลึกล้ำสลับเร่งจังหวะเน้นย้ำ ทำเอารองแม่ทัพหนุ่มเสียวซ่านจนร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกส่วน ต้องบิดสะโพกตอบรับด้วยความกระสันซ่าน สติสัมปชัญญะแทบมอดไหม้ไปกับไฟราคะกลางป่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status