LOGINการได้เห็นเรื่องราวที่เป็นส่วนตัวที่สุดของตัวเองถูกนำเสนอออกมาได้อย่างงดงามและให้เกียรติขนาดนี้... มันคือการได้รับการยอมรับที่สมบูรณ์แบบที่สุด... พลอยร้องไห้ออกมาอย่างเงียบๆ... และฝนก็ได้ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น... มันคือการเดินทางที่ยาวไกล... และในที่สุด... พวกเธอก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
กระบวนการสร้างสรรค์ครั้งสุดท้ายสำหรับโปรเจกต์ "กล้องที่ถูกทอดทิ้ง" ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องมืดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสารเคมี... และก็ไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้แสงแดดที่นุ่มนวลในสตูดิโอ... แต่กลับเกิดขึ้นบนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าของไฟล์เอกสาร... ในรูปแบบของ "บทสัมภาษณ์ถาม-ตอบ" สำหรับหนังสือภาพถ่ายของพวกเธอ มันคือก
จึงอยากจะขอเสนอให้มีการจัดพิมพ์หนังสือภาพถ่าย (Photobook) จากคอลเลคชั่นดังกล่าว เพื่อที่จะได้นำเรื่องราวและความงดงามนี้ไปสู่สายตาของผู้ชมในวงกว้างยิ่งขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ... ข้อเสนอนั้นคือบันไดอีกขั้นหนึ่งที่พวกเธอไม่เคยคาดฝันว่าจะได้ก้าวขึ้นไป... นิทรรศการนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราว... แต่ห
สตูดิโอแห่งใหม่ของพวกเธอได้กลายเป็นมากกว่าแค่สถานที่ทำงาน... มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต... เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ความรักและศิลปะของพวกเธอได้เติบโตและหายใจไปด้วยกันอย่างอิสระ และในบรรดาพื้นที่ทั้งหมดที่พวกเธอได้ร่วมกันสร้างขึ้นมานั้น... ก็ไม่มีที่ไหนที่จะมีความหมายและเป็นส่วนตัวสำหรับฝนได้มา
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่จะราบรื่นไปเสียหมด... พวกเธอต้องเจอกับปัญหาน่าปวดหัวอย่างท่อประปารั่วซึมที่ทำให้ต้องเสียเงินซ่อมแซมไปอย่างไม่คาดฝัน... แต่การได้ร่วมกันเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหา... การได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดและงบประมาณที่บานปลายไปด้วยกัน... มันก็ได้ช่วยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอคื
สตูดิโอแห่งใหม่ที่พวกเธอได้ตัดสินใจเช่าในย่านตลาดน้อยนั้น... ในวันแรกที่ได้กุญแจมา... มันดูไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังที่ถูกทอดทิ้ง สีบนผนังหลุดลอกร่อนออกมาเป็นแผ่นๆ พื้นไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ก้าวเดิน และฝุ่นหนาก็ปกคลุมทุกตารางนิ้วราวกับหิมะสีเทา... แต่มันก็เป็นซากปรักหักพังที่เต็มไปด้
คำว่า "ก็ได้" ของพลอยในคืนนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตอบตกลงรับงานชิ้นใหม่ แต่มันคือการยอมจำนน คือการเปิดประตูบานที่อันตรายที่สุดซึ่งพวกเธอทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่าเมื่อก้าวข้ามไปแล้ว จะไม่มีวันหวนกลับมายังจุดเดิมได้อีก บรรยากาศในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนหลั
ช่วงเวลาหลังจากที่เท้าของพวกเธอสัมผัสกันโดยบังเอิญแล้วต่างฝ่ายต่างชักกลับอย่างรวดเร็วนั้น ยาวนานและน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าความเงียบใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างกัน ภาพยนตร์บนหน้าจอยังคงดำเนินต่อไป เสียงบทสนทนาและเสียงซาวด์แทร็กยังคงดังก้องอยู่ในห้อง แต่สำหรับคนสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้ว โลกทั้งใบได้หยุดนิ
ความเงียบที่ตามมาหลังจากการบันทึกวิดีโอจบลงนั้น มันไม่ใช่แค่ความเงียบ แต่เป็นสุญญากาศที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไป ทั้งเสียงอากาศที่หมุนเวียนจากเครื่องปรับอากาศ ทั้งเสียงนาฬิกาที่เดินติ๊กต็อกอยู่บนผนัง ทั้งเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวอยู่ในอก ทั้งพลอยและฝนต่างถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงเวลาแห่งความกระอักกร
ความเงียบในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากวันถ่ายทำนั้น หนักอึ้งและแตกต่างจากวันก่อนโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากความกังวลเรื่องเงินทองอีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่เกิดจากความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่เต็มอกจนต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างไร บทสนทนาธรรมดาๆ อย่าง "เมื่อคืนนอนหลับดีไหม







