LOGINณัฐวุฒิเลิกคิ้วขึ้นทวนคำพูดของเธอ “ลวนลาม อย่างผมนี่นะจะลวนลามคุณ” เขามองเธอตั้งแต่ศีรษะไล่ลงไปตามคอ หน้าอก เอว และชายกระโปรง “เสียมือผมเปล่าๆ” เขายกมือหนึ่งขึ้นบีบรีบฝีปากบนล่างของเธอเข้าหากัน “ถ้าคุณกล้าเรียกจิกหัวผมอีก ผมจะบีบปากคุณให้มันอ้าอีกไม่ได้”
หญิงสาวพยายามดิ้น ใช้มือผลักและข่วนเขา ณัฐวุฒิยังคงบีบปากเธอแน่นแล้วรวบเอาสองแขนไว้ด้านหลัง กดเธอลงกับโซฟา หน้าอกของเขาแนบอยู่กับหน้าอกของเธอ ลมหายใจร้อนๆ ของชายหนุ่มพ่นอยู่ใบหู น้ำฟ้าอับอายจนใบหน้าร้อนผ่าว เมื่อรู้ว่าสู้เขาไม่ได้ เธอจึงหยุดดิ้น
“ดี รู้จักสงบแบบนี้ผมจะยอมปล่อย”
เธอกระพริบตา เจ็บไม่เท่าไหร่แต่โมโหที่ตนเองสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้จนน้ำตาจะไหล น้ำฟ้าส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
“ได้ ผมจะปล่อย” เขาเห็นใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าตัวเองทำรุนแรงเกินไป
พอณัฐวุฒิลุกขึ้นจากร่างของน้ำฟ้า เธอก็ลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องไม่ยอมเหลียวหลัง เธอนึกโมโหให้ตนเองที่ไม่ยอมจดจำว่าคนอย่างณัฐวุฒินั้นร้ายกาจเพียงใด ต่อไปอย่าเจอเขาอีกเป็นหนทางที่ดีที่สุด
งานเลี้ยงประจำปีที่วิลล่าแห่งใหม่ในจังหวัดตราด มีพนักงานบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจและบริษัทสกายกิฟต์ที่เป็นบริษัทกาแฟน้องใหม่ภายใต้การบริหารงานของธนาเข้ามาร่วม
แต่เดิมธนาบุกเบิกธุรกิจน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง มาก่อน ต่อมาเริ่มผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพออกจำหน่าย และตอนนี้เขาสนใจในธุรกิจกาแฟจนเข้าซื้อบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อสกายกิฟต์มาพัฒนาเป็นแบรนด์ร้านกาแฟพรีเมี่ยมและโรงงานกาแฟสำเร็จรูป
น้ำฟ้าต้องมาเข้าร่วมในฐานะหนึ่งในผู้บริหารของบริษัท เธอขับรถสปอร์ตคันหรูตามมาทีหลัง พอมาถึงวิลล่าเธอเห็นท้ายรถสปอร์ตของเกวลินที่วิ่งนำหน้าก็นึกหงุดหงิด
“คุณฟ้าค่ะ อย่าเพิ่งแซงค่ะ ใกล้จะถึงแล้ว” พิมลักษณ์ที่นั่งรถมาด้วย คอยช่วยดูแอพพลิเคชั่นนำทางชี้ให้ดูประตูทางเข้า
“เกวอีกแล้ว ฉันล่ะเกลียดน้ำหน้านังคนนี้นัก ถ้ามันเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องฉันจริงๆ ฉันต้องเอาคืนแน่”
เธอจอดรถในช่องที่อยู่ใกล้กับรถของเกวลิน พนักงานต้อนรับกุลีกุจอมารับกระเป๋า เธอสั่งให้ผู้ติดตามเอากระเป๋าไปเก็บ ส่วนตนเองก็สอดส่ายสายตามองหาธนา มองหาจนทั่วก็ยังไม่เห็นรถของท่านประธานธนา น้ำฟ้าจึงเดินไปยังร้านกาแฟที่แยกอยู่ส่วนหน้าของโรงแรม ทักทายพูดคุยกับพนักงานในบริษัทคนอื่นๆ ที่มาถึงก่อน
“คุณฟ้า ไปดูเขาแข่งกีฬาฮาเฮกันทางโน้นไหมคะ?” พิมลักษณ์ชี้ไปยังชายหาด พนักงานกลุ่มใหญ่ในชุดลำลองกำลังรวมตัวกัน
“ไปสิ นั่งอยู่แต่ในร้านกาแฟก็น่าเบื่อเหมือนกัน”
น้ำฟ้าลุกขึ้น ตั้งแต่มาถึงเธอยังไม่เห็นณัฐวุฒิ นึกสบายใจเพราะคิดว่าเขาน่าจะมาพร้อมกับธนา แต่พอเดินไปถึงชายหาดก็เห็นร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบถือโทรโข่งกำลังประกาศให้พนักงานเข้าแถวเพื่อแบ่งทีมในการแข่งขัน เธอหันหน้าหนีแต่เห็นเกวลินเดินมายืนอยู่อีกฟากสนาม
“พิม วันนี้ฉันต้องคุยกับพี่นาให้รู้เรื่อง สี่ปีก่อนคนที่ใช้ยาแบบนั้นกับพี่นาไม่ใช่ฉัน ทำไมฉันต้องถูกกล่าวหาด้วย?”
“คุณนาจะยอมคุยกับคุณเหรอคะ?”
“ฉันคงต้องบุกไปเคลียร์กับพี่นาถึงห้องนั่น เรื่องอะไรจะให้เกวลินลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างพี่นาแบบนี้ หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่งสิ”
ธนามาถึงตอนแดดอ่อนแสง เขาแต่งตัวด้วยชุดลำลองดูแปลกตา เกวลินถลาเข้าไปรับ ส่วนน้ำฟ้าได้แต่มองดูห่างๆ ธนาเคยประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกชนรถที่เขานั่งมาจนต้องผ่าตัดสมอง แม้จะทำกายภาพบำบัดและพักรักษาตัวอยู่นับปีแต่เขายังมีอาการปวดหัวและอารมณ์เกรี้ยวกราด โดยเฉพาะ กับเธอ
“คุณฟ้าไม่ไปคุยกับคุณนาเหรอคะ?”
“ไม่ได้ ถ้าเข้าไปตอนนี้เกิดพี่นาเสียงดังใส่ฉันขึ้นมา ฉันก็เสียหน้าแย่ รอให้คนน้อยๆ ค่อยเข้าไปคุย”
ในสายตาของน้ำฟ้า ธนาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ ทั้งหล่อ เรียนเก่ง และร่ำรวย เหมาะที่จะเป็นสามีของเธอที่สุด ในเมื่อทุกคนยกย่องเขา เธอจึงมีเขาเป็นเป้าหมายเพราะเธออยากได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะจากบิดามารดาที่ไม่เคยใส่ใจในตัวเธอ
น้ำฟ้าพยายามขยับไปนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับธนา แต่ที่นั่งของเธอก็ยังอยู่ห่างจากเขาโดยมีคนอื่นนั่งคั่น ท่านประธานบริษัทวินเนอร์ที่ไม่ได้สวมชุดสูทตามปกติดูหล่อเหลาเหมือนดาราหนุ่มมากกว่าจะเป็นนักธุรกิจ
บนเวทีมีการประกาศผลขวัญใจกิจกรรม คนที่ได้รางวัลก็คือผ่านภพ วิศวกรหนุ่มจากโรงงานกาแฟและทักษพรพนักงานหญิงฝ่ายการตลาดของบริษัทสกายกิฟต์
“คุณฟ้า ท่านประธานทำไมหน้าตึงจังคะ? มองดูคู่ขวัญเหมือนไม่พอใจเลยล่ะค่ะ หรือว่าข่าวลือนั่นจะเป็นความจริง?” พิมลักษณ์นิ่วหน้า
“ข่าวลือ? ข่าวลือไหน?”
“ก็ข่าวที่ว่าท่านประธานชอบพนักงานหญิงของสกายกิฟต์ น่าจะเป็นคุณทักษพรคนนี้นี่ล่ะค่ะ ข่าวว่าคุณภัทรที่เป็นผู้จัดการก็ชอบเธอด้วยนะคะ”
“จริงเหรอ?” น้ำเสียงของน้ำฟ้าเบาโหวง เธอจ้องผู้หญิงที่ยืนอยู่กลางเวที “ก็รูปร่างหน้าตาดีอยู่หรอก แค่พนักงานธรรมดา พี่นาจะชอบเหรอ?”
“ได้ยินว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูกติดคนหนึ่งด้วยค่ะ” พิมลักษณ์ป้องปากกระซิบ
“หา!” น้ำฟ้ารีบยกมือขึ้นปิดปาก ดีที่เธอไม่ได้ส่งเสียงดังมากนัก “ไม่ได้ๆ จะให้ผู้หญิงแบบนั้นเข้าใกล้พี่นาไม่ได้ ฉันต้องรีบปรับความเข้าใจกับพี่นา”
เกวลินเดินตามธนาขึ้นเวที เลขานุการหญิงของเกวลินถือลังไวน์เดินตามหลังขึ้นไป ธนามอบเงินรางวัลให้กับผู้ชนะและพนักงานที่ถูกสุ่มจากระบบการลงคะแนนผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ
“พี่นาคะ เกวขอมอบรางวัลเพิ่มให้ผู้ชนะด้วยนะคะ” เกวลินยื่นผายมือไปยังลังไวน์ที่เลขาของตนถืออยู่ “ไวน์องุ่นเลิศรสจากไร่ของครอบครัวเกวเองค่ะ”
ธนาพยักหน้าอนุญาต เกวลินได้รับการปรบมือโห่ร้องชื่นชมจากคนข้างล่าง น้ำฟ้าหน้าเสีย
“หมั่นไส้ ดูมัน มันทำเหมือนเป็นแฟนกับพี่นาแล้ว”
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณฟ้า ก็แค่มอบรางวัล ดูจากสายตาท่านประธานแล้ว ไม่ได้คิดเกินเลยกับคุณเกวแน่”
“จริงนะ” น้ำฟ้าค่อยสีหน้าดีขึ้น เธอตั้งใจตามธนามาถึงที่นี่เพื่อปรับความเข้าใจโดยเฉพาะ
ธนาเดินกลับลงมานั่งที่โต๊ะ น้ำฟ้าอยากจะเอาใจแต่กลับทำพลาด เธอหยิบขวดไวน์หวังจะรินให้ธนาด้วยตนเองแต่กลับทำปลายขวดปัดไปถูกแก้วไวน์คว่ำทำให้ไวน์ไหลไปโดนเสื้อผ้าของเขาจนเลอะเทอะ
“พี่นาคะ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจ”
ธนาขมวดคิ้ว สีหน้าฉุนเฉียว พยายามรักษามารยาทด้วยการข่มเสียงให้ต่ำลง “ไม่เป็นไร” เขาหันไปมองคนในโต๊ะ “ผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ”
ณัฐวุฒิรีบตามธนาออกไป เขาได้พักในวิลล่าหลังน้อยที่อยู่ด้านหลังฝั่งเดียวกับกลุ่มของทักษพร ตอนนี้วิลล่าน้อยถูกธนาขอไปพักแทนเพื่อหลบหนีความวุ่นวายจากเกวลินและน้ำฟ้า ส่วนเขาต้องย้ายไปพักบนห้องพักสุดหรูที่อยู่บนสุดของอาคารใหญ่
“แกไปดูแลข้างในไว้ ระวังด้วยอย่าคนรู้ว่าฉันนอนห้องไหน?” ธนาหันกลับมาสั่งเลขาคู่ใจ “เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนชุดคนเดียวได้ แกไม่ต้องห่วง”
“ครับ” ณัฐวุฒิถอยกลับเข้าไปในงาน ระหว่างนั้นเขาเห็นน้ำฟ้าเดินออกมาพอดี เขาจึงรีบเดินไปขวาง “จะรีบไปไหนเหรอคุณฟ้า?”
“ไม่ใช่เรื่องของแก ถอยไป” น้ำฟ้านึกโมโหไม่หายที่ถูกเขาบีบปากเมื่อวันก่อน แม้จะหายเจ็บแล้วแต่ความเจ็บใจยังคงอยู่
“กลับเข้าไปซะ ไม่งั้นผมจะหักขาคุณ”
น้ำฟ้าได้ยินน้ำเสียงของณัฐวุฒิก็ตกใจ ฟังดูแล้วไม่เหมือนกับการข่มขู่ เธอถอยกรูดกลับเข้าไปในงานเลี้ยงและกระแทกก้นลงบนเก้าอี้ด้วยความโมโห
“รินไวน์ให้ฉันหน่อย” เธอยกแก้วไวน์ขึ้นยื่นไปข้างหน้าพิมลักษณ์
เกวลินที่นั่งอยู่ถัดไปสองที่นั่งยิ้มเยาะ มองดูน้ำฟ้าที่ดื่มไวน์องุ่นแบบยกแก้วไม่ยั้ง “มีอีกหลายขวดนะ น้ำฟ้า ถ้าชอบดื่มมาก ฉันยกให้”
คนถูกเยาะ วางแก้วลงบนพื้น “ได้ ที่เหลือฉันจะดื่มเอง มีอีกสักลังไหมล่ะ?”
ธนาอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับเข้ามายังบริเวณงานอีก น้ำฟ้ามองตามสายตาของธนาก็เห็นว่าแอบเหลือบมองไปทางทักษพรหลายครั้ง พนักงานหญิงแห่งสกายกิฟต์กำลังพูดคุยกับผ่านภพอย่างถูกคอ แววตาและท่าทางของธนาแสดงออกชัดว่ากำลังเคืองที่เห็นชายหญิงคู่นั้นสนิทสนมกัน
***************
งานแต่งงานของน้ำฟ้ากับณัฐวุฒิจัดขึ้นในโรงแรมห้าดาวที่คุณ ธนากรถือหุ้นอยู่ ห้องแกรนด์บอลลูมถูกเนรมิตให้เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงาม บิดากับมารดาของน้ำฟ้าผิดหวังที่ลูกสาวไม่ยอมให้เชิญแขกตามใจต้องการ น้ำฟ้าให้เหตุผลว่าเธออยากให้งานแต่งงานของเธอมีเพียงคนที่สนิทสนมกับเธอและณัฐวุฒิจริงๆ เท่านั้น จำนวนคนในงานจึงมีไม่ถึงสองร้อยคน “งานแต่งของคุณฟ้าน่ารักจริงๆ ค่ะ” “ธีมที่ฉันชอบ สวยงามราวกับเดินอยู่บนทุ่งลาเวนเดอร์” “น่าจะเชิญแขกมาเยอะๆ นะคะ” เจ้าสาวทำตาโต “พิม เธอยังคิดว่าคนไม่เยอะอีกเหรอ? ฉันว่าเยอะแล้วนะ แขกทุกคนล้วนสนิทกับฉันและพี่ณัฐ นี่ล่ะงานแต่งในฝัน” “จริงค่ะ ไม่ต้องเชิญคนที่แค่รู้จักกันมาให้ประดักประเดิด” พิมลักษณ์ยิ้ม กวาดตามองไปทั่วงาน “นั่น! ไต้ฝุ่น ดาราหนุ่มที่กำลังดังนี่คะ?” น้ำฟ้ามองเห็นหนุ่มหล่อร่างสูง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ยิ้มออกมา “เพื่อนสนิทของพี่ณัฐน่ะ” “ไม่ยักกะรู้ว่าคุณณัฐมีเพื่อนเป็นดาราด้วย แล้วนี่คุณฟ้าไม่เชิญแก๊งเจ็ดดาวเลยเหรอคะ? พิมอยากเห็นตัวจริงของเฟิร์นกับไ
แม้จะไม่ค่อยชอบใจในตัวลูกเขยนัก แต่บิดามารดาของน้ำฟ้าก็ไม่กล้าปฏิเสธผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่มาสู่ขอเพราะนั่นก็คือคุณธนากร ผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ “ในเมื่อคุณกรออกหน้าเอง ก็แล้วแต่คุณกรเถอะค่ะ” คุณภาวิณีมารดาของน้ำฟ้ายิ้มรับอย่างเสียมิได้ คุณถนัดผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงหายใจแรงของสองสามเฮือก เขากำลังติดต่อลูกชายของเพื่อนเก่าคนหนึ่งเอาไว้หวังจะให้มาดูตัวกับลูกสาว “เอาน่าคุณถนัด เรื่องสินสอดคุณไม่ต้องห่วงหรอก ณัฐเขาก็เหมือนลูกหลานผมคนหนึ่ง งานแต่งผมรับรองไม่ให้น้อยหน้า เดี๋ยวผมซื้อบ้านให้เป็นเรือนหอหลังหนึ่งเลยแล้วกัน” สองสามีภรรยาตาโต คำว่าบ้านที่คนระดับเจ้าสัวบอกว่าจะซื้อให้คนที่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน ราคาก็คงหลายสิบล้าน “ในเมื่อคุณกร รับปากแบบนี้ผมก็สบายใจแล้วครับ บอกตามตรง ผมกลัวจะอายครอบครัวเพื่อนฝูงถ้าเกิดหนูฟ้าแกแต่งงานไม่สมฐานะ” ธนาที่นั่งอยู่ข้างๆ บิดายิ้มน้อยๆ “คุณถนัดคงไม่รู้ว่าณัฐมีทั้งคอนโด ที่ดิน และทองคำในเซฟธนาคารอยู่พอสมควร ที่เขาทำงานเป็นเลขาก็เพราะคุณพ
น้ำฟ้าหน้าแดง เธออุตส่าห์เก็บความลับไว้เสียดิบดีแต่กลับถูกธเนศสงสัยเข้า เธอรู้สึกว่าสองพี่น้องฝาแฝดธนาและธเนศเจ้าเล่ห์มากกว่าที่เธอคิด ธนาวางแผนล่อให้คนที่คิดจะฆ่าเขาปรากฎตัว ส่วนธเนศก็ส่งอนุรักษ์มาค้นหาหลักฐานและยังล่อหลอกให้เธอกับณัฐวุฒิสารภาพความสัมพันธ์ด้วย ณัฐวุฒิหน้าร้อนวูบ เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกธเนศส่งคนมาตลบหลัง “คุณเนศ ทำไมไม่บอกผมก่อนว่าอนุรักษ์เป็นคนของคุณ?” เสียงคนในโทรศัพท์หัวเราะเสียงดัง “ถ้าบอกก่อนก็จับไม่ได้น่ะสิว่าแกกับน้ำฟ้าแอบคบกันลับหลังธนา” “ผมไม่ได้แอบคบซะหน่อย คุณเนศก็ได้ยินคุณฟ้าสารภาพแล้ว เธอต่างหากที่บุกเข้าไปในห้องผมก่อน” ณัฐวุฒิเถียงเสียงอุบอิบ เขาไม่กล้าพูดเสียงดังเพราะกลัวคนโต๊ะอื่นที่ทำท่าสอดรู้สอดเห็นจะรู้ความลับเข้า “ได้ๆ ไม่แอบก็ไม่แอบ ตกลงว่าคุณฟ้าเขาบังคับข่มเหงแกก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันกับธนาจะออกหน้าจัดการแทนแกเอง คุณฟ้าต้องรับผิดชอบแก แกอย่ายอมให้เธอได้แล้วทิ้งเด็ดขาด เข้าใจไหม?” “ครับ ผมไม่ยอมแน่” น้ำฟ้าที่นั่งฟังธเนศกับณัฐวุฒิคุยกันผ่านโทรศัพท์ของอนุรักษ์อายจนแทบจ
ฉากเถาวัลย์ปลอมช่วยบังตา และพอเขานั่งหันหลังคนทั้งคู่ก็ไม่ได้สงสัย ณัฐวุฒิเงี่ยหูฟังคนทั้งสองคุยกัน “เมื่อวานเป็นไงบ้างครับคุณฟ้า? ท่านประธานน่าจะปิดข่าวแต่ก็คงปิดได้ไม่นาน ข่าวว่ามือปืนที่ซุ่มอยู่ในโรงงานพวกนั้นมีหมายจับกันทุกคน” “ฉันรออยู่ข้างนอกค่ะ แค่ได้ยินเสียงก็น่ากลัวแล้ว” “ตอนที่คุณบอกว่าคุณก็ไปด้วย ผมตกใจมากจริงๆ นะครับ ทีแรกคิดว่าคุณฟ้าแค่ช่วยสืบ ไม่คิดว่าจะไปมีส่วนร่วม นี่ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” อนุรักษ์ถือช้อนกับส้อมค้างไว้ มองสำรวจร่างกายของผู้หญิงตรงหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ปลอดภัยดี” อนุรักษ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง “ผมได้ยินว่าท่านประธานใหญ่ถูกยิงด้วย คงไม่หนักหนาหรอกนะครับ” “ค่ะ ไม่อันตรายมากแต่คงต้องพักรักษาตัวสักระยะ” “บอดี้การ์ดพวกนั้นมีคนตายไหมครับ?” “ไม่มีค่ะ มีแต่บาดเจ็บหนักหน่อย ฝีมือพวกเขาดีมากทีเดียว ฝ่ายตรงข้ามมีแต่มือปืนอาชีพ น่ากลัวมากจริงๆ” “ครั้งหน้าถ้าคุณฟ้าจะไปเสี่ยงแบบนี้ ชวนผมไปช่วยก็ได้นะครับ” “คุณไม่กลัวเหรอคะ?”
ระหว่างรออาหาร น้ำฟ้าเข้าไปอาบน้ำ พอเธอกลับออกมา เขาจัดอาหารใส่จานเรียบร้อยแล้ว “ผมเพิ่งรู้ตัวว่าหิวจนแทบจะกินช้างได้เป็นตัวแล้ว วันนี้เหนื่อยจริงๆ ทั้งวิ่งทั้งหลบ ใครจะรู้ว่าพวกมันซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด พวกหนึ่งใช้ปืนเก็บเสียง ดีนะที่ผมบอกให้ทุกคนหลบทัน โชคดีมากที่ผู้จัดการโรงงานซอสกับผู้ช่วยของเขาก็ปลอดภัย เพียงแต่ตกใจมากไปหน่อยจนปัสสาวะราด” น้ำฟ้านิ่วหน้า “ไปเจอดงกระสุนปืนยังงั้น ไม่ช็อกตายก็ดีแล้วค่ะ” ชายหนุ่มตัดเนื้อสเต็กเป็นชิ้นเล็กๆ “คุณไม่กินกับผมเหรอ?” “ไม่ค่ะ ฉันอยากกินแค่ข้าวผัด ฉันไม่ได้บาดเจ็บเหมือนคุณนี่คะ แค่เหนื่อยนิดหน่อยตอนใช้เครื่องช็อตทำให้คนของลุงสายชักตาตั้ง” “คุณกับคุณผักกาด ทำให้ผมนึกไม่ถึง ไม่คิดว่าพวกคุณสองคนจะกล้า” “ไม่กล้าก็แย่สิคะ พวกคุณยิงกันโป้งป้างดังสนั่นขนาดนั้น” สองหนุ่มสาวกินไปคุยกันไปจนอิ่ม น้ำฟ้าอาสาล้างจานชาม ณัฐวุฒิลุกไปบ้วนปากและแปรงฟัน เขาหยิบผ้าห่มผืนบางติดมือมาจากลิ้นชักพลาสติก เปิดโทรศัพท์แล้วเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเปิดภาพยนตร์ที่เขาชอบ
ผู้หญิงสี่คนบนรถ ฟังเสียงปืนที่ยิงตอบโต้กันด้วยใจระทึก ขณะเดียวกันก็จับจ้องที่ประตูใหญ่ไฟฟ้าหน้าโรงงานด้วย สักพักก็มีผู้ชายสองคนวิ่งหนีออกมา “นั่นมันคนของลุงสายกับคนของคุณกรินทร์นี่คะ?” น้ำฟ้าวิ่งนำหน้าไป “รอฉันด้วย” ทักษพรฉวยเอาที่ช็อตไฟฟ้าวิ่งตามติด น้ำฟ้ากับทักษพรช่วยกันใช้เครื่องช็อตจนผู้ชายสองคนทรุดกองลงไปกับพื้น พวกเธอไม่ได้ใช้กระแสไฟฟ้ารุนแรงนัก แบงก์ถือไม้เบสบอลวิ่งตามลงมาช่วยกระหน่ำตีคนทั้งสองจนน่วมไปทั้งตัว “เก่งมากแบงก์ สมแล้วที่แกเป็นนักมวยเก่า” ลิลี่แฟนของแบงก์ถือเชือกม้วนใหญ่วิ่งตามลงมา “มัดพวกเขาไว้ก่อนค่ะ เพื่อความปลอดภัย” ผู้หญิงสี่คนช่วยกันทั้งลากทั้งประคองฝ่ายตรงข้ามทั้งสองไปมัดไว้ที่ด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ แล้วกลับไปซ่อนอยู่ในรถ น้ำฟ้ารู้จักผู้ชายสองคนที่แอบวิ่งออกมาจากโรงงาน เธอบอกกับกลุ่มของทักษพรว่านั่นคือคนของสายน้ำและคนของกรินทร์ “น่ากลัวกว่าที่ฉันคิดไว้อีก ศัตรูของศัตรูคือมิตร ในเมื่อศัตรูของพี่นาร่วมมือกัน แบบนี้พวกบอดี้การ์ดจะสู้ไหวไหม?” น้ำฟ้านิ่วหน้า







