ก่อนที่ใจจะหมดรัก

ก่อนที่ใจจะหมดรัก

last updateHuling Na-update : 2026-03-12
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
27Mga Kabanata
620views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เขาไม่เคยรัก เธอเองก็เหนื่อยจะรั้ง หากการเป็นกำลังใจให้กันมันยาก งั้นก็แยกกันอยู่ไปเลยจะดีซะกว่า

view more

Kabanata 1

อารัมภบท

We'd dated for three years and had been married for almost five. Evan's number, the measure of how much he truly cared about me, had always been 100 percent.

It didn't change when we fought. It didn't change when his career hit a wall. Even at our worst, when we only talked once a month, it still didn't change.

This ability had shielded me from a lot of fake kindness as I grew up. After my father died, a relative said he'd take care of me, but the number above his head was pitifully low. I didn't tell him how much we had in savings, and sure enough, he kept asking my mother for money later on. There was also a friend who was warm and friendly to my face but shared my secrets with others to win them over. Once I saw her number, I stopped confiding in her.

I couldn't read minds, so I never knew exactly what anyone had done. But when it came to who truly cared about me, the numbers never lied.

Evan was the first person who made me believe I could love someone without being afraid.

That Friday in May, we had plans to go to a concert. He spent the afternoon at the hotel for a run-through of the show and came home ten minutes earlier than we'd planned.

I was still in front of the mirror, fighting with my necklace. He came up behind me and untangled my hair from the clasp.

"What's the rush, babe? You look like a grumpy little kitten. Relax, we've got time."

The necklace had been my mother's.

Four years earlier, when she was in the hospital, I didn't dare cry in her room. I ran to the parking lot before I broke down. Evan found me there, didn't ask a single question, and sat with me in the car all night. Later, when we went through her things, he put the necklace in my jewelry box. He also made sure we kept every old thing I couldn't bear to throw away.

Once the clasp was fastened, he bent down and kissed my shoulder.

I turned around to hug him, and the moment I looked up, my smile froze.

96.

I looked again. For eight whole years, that number had assured me I was loved. Now, for the first time, it had changed.

"What's wrong?" Evan's hands were on my waist. "Did I hurt you just now?"

I shook my head. He leaned down to get a better look at me, and without meaning to, I pulled back a little.

He paused, thrown.

I grabbed his hand right away. "It's nothing. Let's go, or we'll be late."

Once we'd driven out of the neighborhood, he started telling me about the afternoon's run-through. The hotel was planning to add weekend shows, and he had to sign off on how the space would be used and how the shows would fit around the hotel's other operations. They'd finally agreed on a plan that day, and he was happy.

"Daniel Reed, the production manager, says Chloe's recovering better than expected. They won't have to replace her in the last number after all."

Chloe was a 24-year-old dancer coming back from an injury. I'd met her. Evan had spent three months helping her secure work at the hotel, and he'd told me plenty about her.

And for those three months, his number for me had stayed at 100.

I'd meant to ask what else had happened today besides the run-through. But he was busy telling a funny story about a crew member who'd cued the wrong music, and halfway through, he started laughing at it himself.

I knew that laugh so well.

I looked at him and was suddenly afraid to ask. What if asking cost me even this one evening?

"And then what?" I asked softly.

Evan kept talking and reached over to take my hand. I held on tight. He thought my hands were just cold, so he turned up the heat in the car a little.

His phone didn't ring once during the entire concert. He stayed right beside me, leaning over now and then to whisper something. To anyone watching, we looked just like every other couple in love.

Only I knew how little of the music I was taking in.

I was afraid to keep looking at him, but I couldn't stop glancing up. The 96 stayed right there. It refused to turn back into the 100 I knew.

After the concert, Evan brought up our anniversary, eight weeks away.

"For our fifth, let's invite a few friends to dinner. We can read our vows again." He smiled at me. "Would you want to hear them one more time?"

My eyes stung.

Evan was still looking forward to our fifth anniversary. He still wanted to stand in front of everyone and tell me he loved me again.

"I would."

When we got home, we dug out our wedding photos and the vow book. He pointed to a blurry group shot and said our friend Miles Carter had sneezed right as the shutter clicked, so half the people in the picture had their eyes shut.

I laughed out loud. In the picture, I was leaning against him, looking happier than I did now.

While Evan went to get another album, I looked down and ran my fingers over the vows he'd written back then.

I had never doubted those words. Until tonight, I'd even believed that having this ability made me luckier than anyone.

But now the man who loved me was right in front of me, and for the first time, I didn't know what to do.
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
27 Kabanata
อารัมภบท
ประมาณ 6-7 ปีที่แล้วก่อนเวลาปัจจุบัน“ยอดขายประกันภัยของเราสูงขึ้นกว่าปีก่อนเป็นเท่าตัว ผมประทับใจมากครับคุณนิพา”ไตรรัตน์ผู้บริหารหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมเมื่อเห็นตัวเลขรายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างน่าพอใจ“ต้องยกความดีความชอบให้เด็กใหม่ของเราค่ะคุณไตร”นิพา หัวหน้าฝ่ายขายและดูแลลูกค้าตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง เธอภูมิใจในเด็กปั้นคนนี้มากที่สุด จะว่าปั้นก็ไม่ได้สิ ต้องพูดว่าเด็กมันมีของ เก่งโดยไม่ต้องสอน ทั้งน่ารักนิสัยดีแล้วยังทำงานเก่ง แบบนี้โชคดีเห็นๆ“เด็กใหม่?”ไตรรัตน์เลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสนใจ เขารู้ว่าต้นปีที่ผ่านมามีการรับพนักงานใหม่เข้ามาทำงานประมาณสองสามคน มีทั้งคนที่มีประสบการณ์และเด็กจบใหม่แล้วเด็กใหม่ที่นิพาหมายถึงคือคนไหนกัน“น้องมินตราค่ะ” นิพาภูมิใจนำเสนอชื่อลูกน้องในทีมของตัวเองให้เจ้าของบริษัทได้รู้ ว่าคนที่สร้างผลงานได้สุดแสนประทับใจคือใคร“มินตรา ใช่เด็กที่พึ่งเรียนจบหรือเปล่าครับ”“ใช่ค่ะคุณไตร น้องมินทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนเลยนะคะ แต่กลับทำงานได้คล่องแคล่ว เชียร์ขายก็เก่ง ขยันสุด ๆ นิพาให้น้องมินช่วยอะไรน้องก็ยินดีช่วย ไม่มีอิดออดเลย
Magbasa pa
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นของจุดแตกหัก
“จะมีใครอยากเอาคุกกี้ไปให้พ่อไตรไหมน้า” มินตราแกล้งถามเหมือนถามลอย ๆ แต่เธอตั้งใจถามให้ลูกสาวได้ยิน เวลาบ่ายสองโมงจะเป็นเวลาที่ไตรรัตน์ สามีของเธอชอบกินจุบจิบย่ามบ่าย และตังเมเจ้าลูกสาวตัวน้อยมักจะขอเป็นคนถือจานคุกกี้ไปให้พ่อของเธอที่ห้องทำงานเสมอ“ตังเมค่ะ” เด็กน้อยรีบวิ่งและยกสองแขนไปด้วยขณะวิ่งเข้ามาในห้องครัว วิ่งมาหยุดอยู่ข้าง ๆ คนเป็นแม่แล้วเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มกว้าง“ตังเมจะเอาไปให้พ่อไตรเองค่ะ” มินตรายกยิ้มอย่างเอ็นดู การเอาขนมไปให้พ่อกลายเป็นหน้าที่ของตังเมไปเสียแล้ว เธอไม่ได้ใช้ลูกแต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตังเมชอบมาก“จะให้ถือไปดีไหมน้า” ยังอยากแกล้งลูกต่อเพราะสิ่งที่มินตราจะได้รับจากตังเมคือ...“นะคะแม่มิน ตังเมรักแม่มินเท่านี้เลยค่ะ” เด็กน้อยกางแขนออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ เป็นการบอกรักแม่ของเธอและเพื่อให้แม่มินรู้ว่าตังเมรักแม่มากแค่ไหน“เท่าฟ้า?”“ใช่ค่ะ พ่อไตรด้วย” ตังเมรักแม่มินเท่าฟ้าและรักพ่อไตรเท่าฟ้าด้วย“โอเคค่ะ” แค่นี้ก็พอแล้ว แค่ได้เห็นลูกโดดเด้งดีใจและส่งสายตาเป็นประกายที่เต็มไปด้วยรักมาให้ คนเป็นแม่อย่างเธอก็ใจเหลวเป๋วไปหมด ยอมส่งจานคุกกี้ให้ตังเมถือเอาไว้“
Magbasa pa
ตอนที่ 2 จากลาที่เท่ากับจากเลย
พนักงานจากบริษัทรับจ้างขนย้ายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบ้านเดี่ยวหลังใหญ่โตที่อยู่ในโครงการหมู่บ้านของแบรนด์ชั้นนำ ทุกคนต่างพากันเร่งรีบเพราะรู้สึกถูกกดดันจากเจ้าของบ้านที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าขรึมคล้ายจะไม่พอใจที่ต้องมีคนแปลกหน้าเดินเข้าออกบ้านของตัวเอง“พวกคุณจะรีบทำงานผมก็ไม่ว่านะครับ แต่รบกวนช่วยดูแลของชิ้นอื่นที่ไม่ได้เอาไปด้วย บางชิ้นราคาไม่ใช่ถูกๆ นะครับ ผมไม่อยากให้มันเป็นรอยหรือพัง”น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ได้ใส่อารมณ์ใด ๆ ในขณะที่พูดออกมา ทว่า ทุกคำพูดของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ต้องการจะบอกว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมากและไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ไตรรัตน์ วิสุทธ์ภิบูลย์เจริญ หรือ ไตร อายุ 35 ปี เขาเป็นเจ้าของบริษัทวิสุทธ์ภิบูลย์เจริญประกันภัย นอกจากบริษัทประกันภัยแล้วเขายังมีธุรกิจรักษาความปลอดภัยให้สำนักงานและคอนโดมิเนียมอีกหลายแห่ง จะคอนโดเล็กหรือใหญ่ หรือจะเป็นออฟฟิศเปิดใหม่เขาก็รับหมด พูดง่าย ๆ ว่าใครมาจ้างบริษัทของเขาก็พร้อมรับงานและดูแลลูกค้าประดุจพระเจ้าทันทีไตรรัตน์เป็นคนที่จริงจังในการทำงานมาก ๆ เขาจริงจังกับทุกเรื่องและทำออกมาได้ดี ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยัง
Magbasa pa
ตอนที่ 3 ความทรงจำสีจาง ๆ ของลูก
“แปลงนี้พร้อมส่งสัปดาห์หน้านะคะ มินรบกวนลุงเอี่ยมเฝ้าระวังแปลงนี้เป็นพิเศษให้มินทีค่ะ”ความสวยงามของผลผลิตที่มินตราเฝ้าประคบประหงมดูแลด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ วันที่ดอกกุหลาบสายพันธุ์ชัวร์เอมมานูเอลพร้อมส่งให้ลูกค้า ดอกกุหลาบเชื้อสายฝรั่งเศส มีสีชมพูสดน่ารักนอกจากความสวยงามแล้วยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ สร้างความสดชื่นได้อีกด้วย กุหลาบสายพันธุ์นี้เป็นลูกรักของมินตราเจ้าของสวนกุหลาบ TM Rose (ทีเอ็มโรส) จุดเริ่มต้นที่ทำให้มินตราอยากมีสวนกุหลาบเป็นของตัวเองก็เพราะเจ้าชัวร์เอมมานูเอล ดอกสีชมพูน่ารักที่ทำให้เธอตกหลุมรักตั้งแต่ความน่ารักของช่อดอกไปจนถึงกลิ่นหอม ๆ ของมัน“ได้ครับคุณมิน แล้วกระถางนี้ให้ลุงเอาไปตั้งที่ตังเมคาเฟ่ไหมครับ หรือคุณมินจะเอากลับไปที่บ้าน”ลุงเอี่ยมเอ่ยถามอย่างรู้ใจและรู้ว่ามินตราชอบดอกกุหลาบสายพันธุ์นี้มาก เวลาเจอต้นที่ถูกใจและกำลังผลิยอดดอกตูมออกมามินตรามักจะนำกลับไปลงดินที่บ้าน หรือบางครั้งก็จะนำไปตกแต่งตังเมคาเฟ่ร้านกาแฟที่มินตราเป็นเจ้าของลุงเอี่ยมทำงานในสวนกุหลาบของมินตรามาตั้งแต่เจ้านายคนสวยริเริ่มอยากทำสวนกุหลาบเป็นของตัวเอง เดิมทีที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินของ
Magbasa pa
ตอนที่ 4 เป็นทุกอย่างของลูก
พัสดุถึงผู้รับคุณมินตรา วิสุทธ์ภิบูลย์เจริญ บ้านเลขที่...มินตราหยุดมองกล่องพัสดุกล่องใหญ่ที่วางอยู่หน้าประตูบ้าน สายตาของเธอเรียบเฉยต่อสิ่งที่ถูกส่งมาให้ เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจกับของสิ่งนั้นแม้แต่น้อยเพราะเธอไม่ได้เป็นคนสั่งด้วยตัวเอง และก็รู้ว่ากล่องพัสดุกล่องนี้ใครเป็นคนส่งมา“แม่มิน ๆ ตังเมขอรดน้ำต้นนี้ได้ไหมคะ” เสียงสดใสของลูกสาวดังขึ้นทำให้มินตราละสายตาจากกล่องพัสดุแล้วหันไปหาตังเม เห็นยัยตัวเล็กเดินถือบัวรดน้ำเข้ามาหาก็อดเอ็นดูไม่ได้ ตังเมชอบมากเรื่องรดน้ำต้นไม้กับช่วยคุณแม่ตัดดอกกุหลาบไปจัดแจกัน“ได้ค่ะ แต่ตังเมต้อง...”“ใส่บูทก่อน ตังเมใส่แล้วค่ะแม่มิน คิก ๆ” เด็กรู้ทันรีบพูดออกมาก่อนที่คุณแม่ของตัวเองจะพูดจบ“เก่งมากค่ะ” ลูกรู้เรื่องก็ต้องชมหน่อย ตังเมเป็นเด็กความจำดีมินตราสอนอะไรก็จำได้หมด อย่างเรื่องรดน้ำต้นไม้มินตราก็ไม่เคยห้ามลูกเพราะเด็กอายุ 4 ขวบ อยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากลองและเธอก็พร้อมสนับสนุนตังเมเต็มที่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ และที่ให้สวมรองเท้าบูทเพราะกลัวลูกรักจะลื่นล้ม พอบอกให้ใส่ทุกครั้งที่จะเดินเข้าสวนหย่อมหน้าบ้านตังเมก็เริ่มจำได้ว่าถ้าเธอจะรดน้ำต้นไม้ก็ต้อ
Magbasa pa
ตอนที่ 5 ปรารถนาดี
(มินตราเก็บพัสดุเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ ทั้งสองคนกลับถึงบ้านประมาณ 5 โมงเย็นนะ)ไตรรัตน์อ่านข้อความที่ส่งมาจากคุณฉวีหรือที่ไตรรัตน์มักจะเรียกว่าป้าหวี คุณฉวีเป็นเจ้าของบ้านหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของมินตราและคุณฉวียังเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่มารดาของไตรรัตน์สนิทมากที่สุด ไตรรัตน์จึงถือโอกาสที่คุณฉวีสนิทกับมารดาของตนฝากฝังให้คอยดูแลบ้านตรงข้ามอยู่ห่าง ๆ ก็นับเป็นความโชคดีที่มินตราเลือกไปอยู่บ้านหลังนั้น เขาไม่เคยไปหาเธอแต่ก็รู้ได้จากที่อยู่บ้านที่มินตราทิ้งเอาไว้ให้(ผ่านมาหนึ่งปีแล้วนะไตร เจ้าหนูตังเมโตขึ้นทุกวัน น่ารักน่าเอ็นดูมาก ว่าง ๆ ก็แวะมาหาลูกหาเมียบ้างสิ)ข้อความที่สองถูกส่งมาจากคุณฉวีคนเดิม ไตรรัตน์ทำเพียงมองข้อความนั่นนิ่ง สายตาคมเรียบเฉยไม่ได้แสดงออกว่ารู้สึกเห็นด้วยกับคำแนะนำกลาย ๆ หรือไม่ เขาเข้าใจในความปรารถนาดีของป้าหวี แต่จะทำหรือไม่ทำมันก็เป็นสิทธิ์ที่เขาเลือกเองได้ และแน่นอนว่าการโผล่ไปหาลูกเมียตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม“ช่องว่างระหว่างไตรกับมิน มันจะขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ หากไตรไม่ยอมลดทิฐิของตัวเองลงบ้าง”“ผมไม่ได้ถือทิฐิเลยนะครับคุณแม่ การที่ผมไม่ไ
Magbasa pa
ตอนที่ 6 คำแนะนำจากคนหวังดี
“นิพาถามจริง ๆ นะคะ คุณไตรรักตังเมไหม” จะมองว่าละลาบละล้วงเจ้านายก็ได้นิพาไม่กลัว เธอมีความหวังดีและอยากเห็นเจ้านายตัวเองมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขบ้าง“ผมเป็นพ่อนะครับ เรื่องแบบนี้ต้องถามด้วยเหรอ”เขายอมรับว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เด็กคนนี้เกิดมา เป็นความคิดที่ทุเรศแต่มันก็คือความจริง และเขายอมรับความจริงว่าพลาดทำให้มินตราท้อง เธอไม่ได้ผิดที่ปล่อยตัวเองตั้งครรภ์ตอนนั้นเราสองคนคบ ๆ กันอยู่เธอมอบหัวใจและร่างกายให้กับเขา หากจะท้องก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะเธอรักเขาและฝันถึงการสร้างครอบครัว แต่...มันผิดที่เขาเองที่ไม่บอกให้เธอรู้ว่าเขาไม่พร้อมที่จะมีลูก“เอ้า ก็ต้องถามสิคะ มันหนึ่งปีแล้วนะคะที่คุณไตรไม่ไปหาตังเมกับมินเลย” เรื่องภายในครอบครัวของเจ้านายนิพาไม่ได้อยากจะยุ่งถ้าไม่จำเป็น และครั้งนี้เธอมองว่าพอจะพูดเรื่องนี้ได้เพราะไตรรัตน์ไม่ได้กำลังเครียดกับงานก็ถ้าเห็นว่าคิ้วขมวดติดกันเธอจะไม่กล้าพูดเด็ดขาด เธอรักเจ้านายนะแต่ก็รักอนาคตตัวเองมากกว่า“ก็แค่ไม่ได้ไปหาเองครับ”“หูย พูดแบบนั้นไม่ได้นะคะคุณไตร การไปหาลูก ไปอยู่กับลูก นั่นคือสิ่งมีค่ามากกว่าสิ่งของที่คุณไตรให้นิพาส่งไปให้น้องมิ
Magbasa pa
ตอนที่ 7 เพื่อนรักของตังเม
“สัปดาห์หน้ามีงานพฤกษศาสตร์ด้วยนะมิน ไม่ลองแบ่งกุหลาบจากสวนไปตั้งบูธสักหน่อยล่ะ” กุหลาบจากสวนของมินตราก็งามไม่แพ้ใครทำให้อารีรัตน์เพื่อนสนิทของมินตรารีบเสนอเผื่อว่าเพื่อนของเธอจะสนใจ“สวนของมินยังเป็นสวนเล็ก ๆ อยู่เลยเอิร์น ถ้าจองบูธไปกลัวว่าจะขายได้ไม่เท่าราคาเช่าบูธน่ะสิ”“อืม...” อารีรัตน์ทำหน้าครุ่นคิดเพราะเข้าใจว่าทำไมมินตราถึงเลือกที่จะไม่ลองเสี่ยงจองบูธในงานแต่ก็แอบคิดต่อ ว่าไม่ลองก็ไม่รู้ใช่ไหมละและเท่าที่เธอไปลองถามทีมงานที่กำลังจัดเตรียมสถานที่งานพฤกษศาสตร์ทีมงานบอกว่าค่าเช่าบูธราคา 200 บาทต่อวัน เมื่อเทียบกับงานที่ใหญ่ขนาดนั้นอารีรัตน์มองว่าไม่แพงเลย“คุณแม่ขา น้องอันขอแยมส้มอันนึงนะคะ”อันนา ลูกสาวของอารีรัตน์มีอายุเท่ากับตังเมและเด็กทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนที่แม่ ๆ เป็นด้วย เด็กน้อยอันนาวิ่งเข้ามาเกาะของโต๊ะและชูนิ้วชี้ขึ้นเพื่อบอกจำนวนแยมส้มหนึ่งกระปุกที่เธอต้องการ“แม่มิน ตังเมขอขนมปังสองแผ่นได้ไหมคะ” ตังเมชูสองนิ้วเพื่อแทนจำนวนแผ่นขนมปังที่เธออยากได้เช่นกันความสดใสน่ารักของเด็กน้อยทั้งสองทำให้แม่ ๆ ต้องยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ทั้งเอ็นดูและอ่อนใจเมื่อสายตามอ
Magbasa pa
ตอนที่ 8 กำลังใจของเพื่อน
“แต่เอิร์นต้องแวะมาช่วยมินที่บูธด้วยนะ” มินตราทำหน้าอ้อนใส่เพื่อนรักของตัวเอง เธอดูบูธคนเดียวได้แต่ถ้าหากได้กำลังใจจากเพื่อนคนนี้ด้วยก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น“แน่นอนจ้า แต่ว่าเอิร์นคงอยู่ช่วยได้แค่วันสองวันนะมินเพราะสัปดาห์นั้นคุณหมอนัดจ้ะ” อารีรัตน์ไม่ปฏิเสธเพื่อนรักของเธออยู่แล้วและยังเสียดายที่อยู่ช่วยตลอดทั้งสัปดาห์ที่จัดงานไม่ได้“พาเจ้าถั่วน้อยไปให้คุณหมอตรวจใช่ไหมจ๊ะ” ไม่พูดเปล่าแต่แอบส่งยิ้มไปให้อีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในท้องของอารีรัตน์ และใช่แล้วค่ะ ตอนนี้เพื่อนรักของมินตรากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง อันนาหลานรักกำลังจะมีน้องแล้วค่ะ“ใช่จ้ะ หวังว่าครั้งนี้เบบี๋จะไม่อายคุณหมออีกนะ พี่โอบลุ้นมากเลยมิน คุยกับลูกในท้องทุกวันว่าให้โชว์ให้ป๊าดูหน่อย ตื่นเต้นอยากรู้เพศของลูก” พูดไปก็ขำไปเพราะอารีรัตน์เอ็นดูสามีมาก เห่อลูกได้ทุกวัน นั่งทายกับอันนาว่าจะได้น้องสาวหรือน้องชาย“อันนาอยากได้น้องสาวหรือน้องชายล่ะ” มินตราถามออกไปและขอเดาคำตอบเอาไว้ในใจว่าอันนาต้องอยากได้น้องสาวแน่ ๆ เพราะจะได้เล่นตุ๊กตาด้วยกันได้“น้องสาวจ้ะ แน่นอนที่สุด” เห็นไหมละว่ามินตราเดาผิดที่ไหน อันนาเธอก็เห็นมาตั้งแต่เกิ
Magbasa pa
ตอนที่ 9 ลูกค้าหน้าคุ้น
กรุ๊งกริ๊ง ๆ เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็นเสียงแจ้งให้พนักงานในตังเมคาเฟ่รับรู้ว่า ตอนนี้ลูกค้าได้เปิดประตูเข้ามาในร้านแล้ว ถึงเวลาที่สมาชิกทุกคนต้องเตรียมพร้อมทำหน้าที่ของตัวเองร่วมถึงเจ้าของคาเฟ่ที่วันนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากปกติจะขลุกตัวเองอยู่ที่สวนกุหลาบเปลี่ยนมาเป็นพนักงานต้อนรับของคาเฟ่บ้าง“ตังเมคาเฟ่ ยินดีตะ...” เสียงเจ้าของคาเฟ่ที่ตั้งใจต้อนรับลูกค้าด้วยความสดใสกลับต้องหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาคู่คม ดวงตาที่เธอไม่ได้มองตรง ๆ แบบนี้มาหนึ่งปีเต็ม และดูเหมือนเขาเองก็จะตะลึงงันไม่ต่างจากเธอ ทั้งสองสบสายตากันเพียงครู่ก่อนที่ต่างจะกะพริบตาเพื่อเรียกสติกลับคืนมา“สวัสดีค่ะ พี่ไตร” มินตราขยับตัวเข้าไปยืนใกล้ลูกค้าคนนี้เล็กน้อยแต่ไม่ได้ใกล้มา เธอทิ้งระยะห่างระหว่างตัวเองและไตรรัตน์ไว้ประมาณสองก้าว ยกมือพนมไหว้และเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงปกติปกปิดความประหลาดใจไว้ภายในการได้พบหน้าเขาในวันนี้เธอไม่แน่ใจว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่และมั่นใจมาก ว่าที่หัวใจสั่นแรงอยู่นี้ไม่ได้เป็นเพราะดีใจที่ได้เจอสามี แต่ตกใจมากกว่า สงสัยจริงลมอะไรกันหอบผู้ชายคนนี้มาถึงที่นี่ได้“ตังเมคาเฟ่...” คำแ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status