LOGIN“บ้าฉิบ!”
รีโมตทีวีถูกขว้างลงบนโซฟาอย่างแรง สีหน้าของพร้อมทัพพ์ตึงเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดขึ้น หุ้นร่วงเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
“ผมจัดการลบข่าวออกแล้วครับ” คชายืนรายงานนิ่งๆ ตามสไตล์มือขวาคนสนิท น้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรสะเทือนเขาได้
“ผู้หญิงบ้าคนนั้นคิดจะทำอะไร” เขาแค่นน้ำเสียงหัวเราะ
“เจ้านายครับ! คุณผู้หญิงมา!” อชิวิ่งเข้ามารายงาน สีหน้าตื่นเล็กน้อย ทันทีที่ได้ยินพร้อมทัพพ์ชะงัก
วินาทีถัดมาเขาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว ราวกับคนหมดแรง ลูกน้องทั้งสองมองหน้ากันแวบเดียวก็เข้าใจทันที
อชิรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวให้ ส่วนคชาขยับไปยืนตำแหน่งเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มารดาของเขาในชุดเรียบหรูเดินเข้ามาอย่างมั่นคง สายตากวาดมองห้องเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหยุดมองที่ลูกชายบนโซฟา
“แคว่กๆๆๆ คุณแม่มาทำอะไรครับ” เขาไอขึ้นมาเพื่อให้ดูสมจริง และน่าสงสารที่สุด
“เป็นอะไร” งามพริ้งมองลูกชายตัวดีที่ก่อเรื่องเมื่อคืนมา
“เจ้านายป่วยครับ” อชิรีบตอบแทนทันที
“ออกไป” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทั้งที่เจ้าของเสียงยังคงหลับตาอยู่
ลูกน้องทั้งสองชะงัก ก่อนจะก้มหน้าแล้วรีบออกจากห้องไปทันทีบรรยากาศเงียบลง งามพริ้งกอดอกมองลูกชาย แต่ชายหนุ่มยิ่งไอเสียงดัง
“เลิกเล่นละครได้แล้ว เมื่อคืนลูกทำอะไรลงไป”
“คุณแม่ผมจะไปทำอะไรได้ มีแต่ลูกสาวสุดที่รักของคุณแม่ที่ตั้งใจหักหน้าผม”
“ดูนี่ซะ” งามพริ้มยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมกับบทสัมภาษณ์ของมีญาริน
มีญารินหยุดยืนอย่างมั่นใจ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนจะหันมารับไมค์จากนักข่าวทำหน้าเศร้าอย่างน่าสงสาร
“ตอนนี้ความสัมพันธ์ถึงขั้นแตกหักไหมคะ”
“ก็ตามนั้นเลยค่ะพี่ๆ หนูถูกนอกใจมานับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายก็เลยต้องตัดสินใจให้มันจบแบบชัดๆ”
“ได้คุยกับทางครอบครัวคุณพร้อมทัพพ์หรือยังคะ”
“ยังเลยค่ะ แค่เจอหน้ากันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที คงไม่ต้องฝืนแล้วมั้งคะ”
“เรื่องมือที่สามเป็นความจริงไหมคะ”
มีญารินเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปากพยายามบังคับไม่ให้น้ำตาไหล และหันหน้าหนีเช็ดน้ำตาเล็กน้อย แต่คนมองออกว่านั้นคือการเสแสร้ง
“ก็ตามนั้นเลยค่ะ เขาควงผู้หญิงออกงานแบบไม่แคร์อะไรเลย จะให้หนูทนต่อไปก็คงไม่ใช่แล้ว”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง มองกล้องที่จ้องมาทุกทิศ ก่อนจะพูดติดตลกเบาๆ
“พี่ๆ รู้จักคำนี้ไหมคะ ผัวที่ดีคือผัวใหม่”
สิ้นประโยคเสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวง บรรยากาศที่เคยตึงเครียด กลับกลายเป็นครึกครื้นขึ้นทันที
พร้อมทัพพ์เงียบกริบเมื่อฟังบทสัมภาษณ์เสร็จ ครั้งนี้ทำไมดูเหมือนว่ามีญารินจะทำแบบที่ปากพูดจริงๆ แต่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ
“เงียบทำไม กับผู้หญิงที่บอกว่าเพื่อนเป็นมากกว่านั้นใช่ไหม”
“ผมง่วงแล้ว เหนื่อยด้วย” เขาหมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเด็กเวลาที่งอแง
“พร้อมทัพพ์! อย่างี่เง่าถ้าน้องมาขอถอนหมั้นจริงๆ แม่จะทำยังไง” งามพริ้งชอบมีญารินไม่น้อย ถึงแม้จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่นิสัยคนเราสามารถแก้ได้
“คุณแม่เป็นคนไปหมั้นเองหนิครับ อยากทำอะไรก็ทำเลย”
“ได้ ถ้าน้องเปลี่ยนใจจริงๆ อย่ามาร้องไห้แล้วกัน”
พอเสียงฝีเท้าของผู้เป็นแม่เงียบหายไปนอกประตู ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มทันที สีหน้าหงุดหงิดจนแทบระงับไม่อยู่
“ไอ้ชิน ไอ้ชิน!”
เสียงเรียกดังลั่นห้อง ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว อชิรีบวิ่งเข้ามายืนตัวตรงทันที
“ครับ!”
“ที่ให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง!” น้ำเสียงเร่งร้อนกว่าปกติ
“คืนนี้คุณมีญาริน เอ่อ มีนัดเดตกับผู้ชายครับ”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที เขาเผลอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ สีหน้าออกอาการอย่างชัดเจน
“เหลวไหล! ยังไม่ได้คุยเรื่องถอนหมั้นให้มันจบ วิ่งแจ้นไปหาผู้ชายคนอื่นแล้วงั้นเหรอ!”
ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นจากโซฟา สายตาแข็งกร้าวทันที ความไม่พอใจปะทุขึ้นชัดเจน พร้อมทัพพ์เดินไปเดินมาในห้อง มือยกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด
“คืนนี้มีงานกับคุณเปรม...”
“ฉันไม่ว่าง”
“ครับ?” อชิงุนงงกับคำตอบของเจ้านาย
“บอกไอ้เปรมไปว่าฉันติดงานด่วน”
“งานด่วนอะไรครับ ทำไมผมไม่เห็นในตารางเลย” อชิหยิบมือถือขึ้นมาไล่ดูตารางงานในวันนั้น เผื่อว่าตัวเองจะจำผิด
“งานด่วนก็คืองานด่วน” เขาตัดจบแค่นั้น ปล่อยให้ลูกน้องงุนงงต่อไป
ฉัตรพศินนั่งจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างไม่วางตา สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามที่อัดแน่นอยู่ในหัว
“หล่อนจะถอนหมั้นจริงเหรอ” น้ำเสียงเขายังไม่อยากเชื่อ
มีญารินนั่งกอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตากวาดมองบรรยากาศในร้านอาหารอย่างไม่ใส่ใจนัก
“มันน่าตกใจตรงไหน” คำตอบเรียบเฉยเกินไปจนยิ่งทำให้ฉัตรพศินขมวดคิ้ว
“ก็ใครกันล่ะ ตอนนั้นยืนกรานจะหมั้นให้ได้”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เหมือนขำตัวเอง ตอนนั้นเธอเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้ผีตนไหนเข้าสิงให้ตามหึงหวงเขาตลอด
“ใช่ ตอนนั้นฉันโง่เอง แกรู้ไหมผู้ชายคนนั้นน่ะ โง่จะตาย”
“หมายความว่าไง” ฉัตรพศินเลิกคิ้ว
“ฉันแค่วางยานอนหลับเขา แต่เขากลับเข้าใจผิดไปเอง” เธอพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที ฉัตรพศินจ้องหน้าเธอแน่นขึ้น
“แกไม่ได้วางยาปลุกเซ็กซ์เขาเหรอ แล้วแกกับเขาก็มีอะไรกันจริงๆ คุณพระ!” เขาทำท่าตกใจคิดว่าทุกอย่างคือการจัดฉาก
“อื้อ”
คำตอบสั้นๆ หลุดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ราวกับเรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีผลกับเธออีกแล้ว
อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของเธออีกครั้ง ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมพลาดอีก จะถอยไปให้ห่างจากพร้อมทัพพ์ และจะไม่รักใครมากกว่าตัวเองอีกแล้ว
“ผู้หญิงที่เขาบอกว่าเป็นเพื่อน ตอนนี้ก็เป็นชู้ของเขาเหรอ” ฉัตพสินไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดี
“ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้ใส่ใจ” เธอยักไหล่เพื่อให้เพื่อนเห็นว่าไม่ได้สนใจเขาอีกแล้ว
“แกกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง ทำไมเพี้ยนไปขนาดนี้”
“ฉันจะกลับแล้ว คืนนี้นัดเดตกับผู้ชายคนใหม่” มีญารินลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบกระเป๋าขึ้นมาถือสีหน้าสงบนิ่งราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“นี่แกกำลังประชดคุณพร้อมทัพพ์เหรอ” ฉัตรพศินรีบมองตามอย่างไม่อยากเชื่อ
คำถามนั้นทำให้เธอหยุดชะงักเพียงนิดเดียว ก่อนจะหันกลับมา ดวงตาคู่นั้นนิ่งเกินกว่าจะอ่านออก
“เขามีผู้หญิงคนอื่นได้ ฉันก็มีได้เหมือนกัน” น้ำเสียงไม่ได้ประชด ไม่ได้เจ็บปวดมีแค่ความจริงที่เธอยอมรับแล้ว
“แกเปลี่ยนไปจริงๆ” เขาพึมพำเริ่มปวดขมับกับพฤติกรรมของเพื่อน
มีญารินไม่ได้ตอบ เธอเพียงหมุนตัวเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมา ฉัตรพศินได้แต่ถอนหายใจครั้งนี้เขาเดาทางเพื่อนรักไม่ออกจริงๆ
พร้อมทัพพ์เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำ สีหน้าดูตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ตั้งแต่มีญารินเข้าไป เขาก็เอาแต่ลุ้นไม่หยุด“มีญ่าเสร็จหรือยัง” เขาถามเสียงดังผ่านประตู แต่กลับไม่มีคำตอบ“กรี๊ดดดด!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นออกมา“มีญ่า! เปิดประตูหน่อยสิ” เขารีบพุ่งไปเคาะประตูทันที น้ำเสียงเขาร้อนใจจนแทบจะพังประตูเข้าไปแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาววิ่งโผเข้ากอดเขาแน่น มือทั้งสองยังสั่นไม่หยุด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนกำลังจะร้องไห้“พี่พร้อม พี่ถูกรางวัลแล้ว” เสียงเธอสั่นด้วยความตื่นเต้น“จริงเหรอ” เขาชะงักไปทันที แววตาของเขาสั่นไหวไม่ต่างกันหญิงสาวพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้เขาดูสองขีดชัดเจน พร้อมทัพพ์มองมันนิ่งๆ เหมือนสมองกำลังประมวลผล ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆ แดงขึ้นช้าๆชายหนุ่มยังยิ้มไม่หุบ ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจจนพูดอะไรแทบไม่ออก เขาอุ้มมีญารินขึ้นทันที ก่อนจะหมุนเธอไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พี่พร้อม! เวียนหัวนะ” เธอหัวเราะทั้งตกใจ รีบจับไหล่เขาไว้แน่น เขารีบวางเธอลงอย่างระวังทันที“ขอโทษๆ พี่ดีใจไปหน่อย” แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยังไม่
พร้อมทัพพ์เดินเข้าบริษัทด้วยสีหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ พนักงานที่เดินสวนถึงกับชะงัก เพราะปกติเจ้านายของพวกเขาเป็นคนสุขุมนิ่ง แทบไม่เคยยิ้มให้ใครก่อน“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักพนักงานพร้อมพยักหน้าให้อย่างอารมณ์ดีจนทุกคนได้แต่มองหน้ากันเงียบๆ ท่านประธานหนุ่มเดินผ่านคชาที่กำลังถือเอกสารอยู่ ก่อนจะหยุดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า“วันนี้ใส่สูทสวยดีนะ” เขายิ้มให้เหมือนชมจากใจจริง“ครับ? ผมใส่แบบนี้ทุกวันนะครับ” คชานิ่งไปทันที เขาก้มมองเสื้อตัวเองงงๆ พร้อมทัพพ์พยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้“อืม จริงด้วย”ยังไม่ทันที่คชาจะตั้งตัวทัน เขาก็หันไปมองอชิที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จ้องมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และยิ้มออกมา“ส่วนนายวันนี้หล่อดีนะ”“เอ่อ ขอบคุณครับ” อชิถึงกับเบิกตากว้าง“วันนี้ตอนเที่ยงไม่ต้องสั่งอาหารมาให้นะ วันนี้เมียฉันทำอาหารมาให้” เขาชูปิ่นโตในมืออวดลูกน้อง ถึงแม้รสชาติจะไม่ได้ดีเลิศ แต่นี้คือสิ่งที่ภรรยาของเขาตั้งใจทำให้ทั้งสองมองตามเจ้านายที่เดินเข้าห้องทำงานไปด้วยท่าทีอารมณ์ดี พอประตูห้องปิดลงคชาหันไปมองอชิทันที“เจ้านายโดนอะไรมา”“น่าจะโดนความรักเล่นงาน” อชิส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะตอบเรียบๆ“
พิธีวิวาห์ถูกจัดขึ้นหลังจากวันนั้นเพียงสองเดือนเท่านั้น เรียกได้ว่าเจ้าบ่าวทุ่มสุดตัวอย่างแท้จริง พร้อมทัพพ์จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เชิญสื่อทุกสำนักเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความรักของทั้งคู่ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องและรอยยิ้มของแขกผู้มีเกียรติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความยินดีพิธีดำเนินไปอย่างราบรื่น ราวกับทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว เพื่อให้วันนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบและในวินาทีที่ทั้งสองจับมือกันต่อหน้าทุกคน มันไม่ใช่แค่การเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่คือการยืนยันว่าความรักที่ผ่านเรื่องราวมากมาย สุดท้ายก็พาพวกเขามายืนเคียงข้างกันได้จริงๆ“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเรานะหนูมีญ่า” งามพริ้งยิ้มกว้างอย่างมีความสุข มือเอื้อมไปจับมือของมีญารินไว้อย่างอบอุ่น“ขอบคุณมากนะคะคุณป้า”“เรียกคุณแม่สิจ๊ะ ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” งามพริ้งส่ายหน้าเบาๆ พร้อมหัวเราะอย่างเอ็นดูคำพูดนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวอบอุ่น เธอเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะเรียกออกมาเสียงเบา“ค่ะ คุณแม่”งามพริ้งยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเปล่งประกายด้วยความเอ็นดู พร้อมทัพพ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ผมพาม
“พี่พร้อมไปไหน” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ขณะมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เงียบสนิท เกือบเจ็ดวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขาเลย ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวในอก“คุณพร้อมติดงานค่ะ” เสียงเลขาของเขาตอบกลับอย่างสุภาพ“ติดงานอะไรถึงติดต่อไม่ได้” เธอขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจสายตาจ้องโทรศัพท์เหมือนมันจะให้คำตอบได้หรือว่า เขาเปลี่ยนใจแล้วความคิดนั้นแวบเข้ามา ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นกะทันหัน มีญารินรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที หน้าจอปรากฏข้อความสั้นๆ‘คืนนี้เจอกันที่ร้าน X’เธอนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะขมวดคิ้วแน่นขึ้น “อะไรของเขา” หายไปเป็นอาทิตย์ แล้วโผล่มาแค่ข้อความเดียวมีญารินก้าวลงจากรถช้าๆ ชุดเดรสที่เธอสวมพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามค่ำคืน หัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอเงยหน้ามองร้านอาหารที่นัดไว้ อยู่ชั้นบนสุดของดาดฟ้าโรงแรมหรูแต่เมื่อเดินเข้าไปกลับเงียบสนิท เธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง กลีบกุหลาบสีแดงถูกโรยเรียงเป็นทางยาวทอดนำไปยังด้านใน มีญารินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ก้าวตามไป หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกวินาทีจนกระทั่งไฟทั้งหมดดับลงในทันทีเธอสะดุ้งเล็กน้อย ความมืดโอบล้อมรอบตัว และในความเงียบนั้น
“ผู้ชายมาง้อนิดเดียวหายงอนซะงั้น”ฉัตรพศินนั่งเท้าคาง มองเพื่อนด้วยสายตาล้อเลียนไม่ปิด มีญารินปรายตามองนิดๆ ก่อนจะตอบหน้าตาเฉย“เรื่องหัวใจใครจะปล่อยให้ตัวเองเสียใจนาน”“ย๊ะ ฉันจะเลิก!” เขาแกล้งทำเสียงสูง ล้อเลียนจนเกินจริง“อย่าล้อได้มั้ย ผู้ชายคืนนั้นเป็นยังไงบ้าง” เธอส่ายหน้า ก่อนจะหรี่ตามองกลับอย่างจับผิด“ผู้ชายที่ไหน” ฉัตรพศินทำหน้าตาย แต่แววตากลับมีพิรุธชัดเจน“ฉันรู้ ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นชอบแกสรุปได้มั้ย” มีญารินยิ้มมุมปาก เธอจ้องเขาเขม็งรอคำตอบแบบไม่ยอมปล่อย ฉัตรพศินชะงักไปนิดก่อนจะเบือนหน้าหนี“ฉันหิวแล้ว” เขารีบเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย“แสดงว่าได้สินะ” เธอหัวเราะเสียงดัง จนแผลสะเทือน“เรื่องของฉันมันยากที่จะเป็นไปได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า เรื่องละเอียดอ่อนยากที่ครอบครัวจะยอมรับได้“แกไม่เคยเปิดอกคุยกับพ่อแม่ ท่านจะรู้มั้ยล่ะ ฉัตรคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ต้องทำตามความฝันตัวเองสักครั้งสิ” เธอเตือนสติเพื่อน“คุณพ่อคงไม่ยอมแน่ๆ”“ทำไมรีบตัดสิน บางทีท่านอาจจะยินดีก็ได้ที่แกใช้ชีวิตตามที่หวัง”ฉัตรพศินทำหน้าครุ่นคิดเพราะเขาไม่เคยเปิดใจคุยกับครอบครัวเลย ทำให้เขาต้องหลบๆ ซ่อนๆ ในการ
มติภัทรนั่งกอดอกแน่น สายตาจับจ้องลูกสาวไม่วาง เหมือนพยายามกดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ คนเป็นพ่อถอนหายใจออกมา“คุณพ่อเป็นอะไรคะ ทำไมวันนี้ถึงมาบอกให้หนูเลิกกับพี่พร้อม”มีญารินถามออกไป น้ำเสียงเจือความไม่เข้าใจ มติภัทรถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดช้าๆ แต่หนักแน่น“อยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นมีแต่ปัญหา พ่อเลี้ยงลูกไม่ดีเหรอ พ่อไม่เคยทำร้ายลูกเลย แล้วทำไมต้องปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาทำร้ายลูก” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเสียงจะเข้มขึ้นคำถามนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ แต่เธอเข้าใจความเป็นห่วงของพ่อดี แต่เรื่องหัวใจคงห้ามกันยากคนที่เจ็บแล้วไม่จำก็คือตัวเธอเอง“เขาไม่ได้ทำร้ายหนู มันไม่ใช่ความผิดเขาคนเดียว” เธอเถียงกลับทันที แม้น้ำเสียงจะสั่นเล็กน้อย“แต่เขาปกป้องลูกไม่ได้สักอย่าง” มติภัทรขมวดคิ้วแน่น เหมือนยิ่งได้ยินยิ่งไม่พอใจ “ผู้ชายมีเยอะแยะ แต่ดันมารักกับพร้อมทัพพ์”“ตอนนั้นคุณพ่อก็ไม่เห็นห้ามเรื่องที่หนูจะหมั้นเลย”“ตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกันที่ไหนล่ะ”“หนูไม่คุยกับคุณพ่อแล้ว” เธอแกล้งหลับตาลงทันที“เด็กคนนี้หนิ พักผ่อนเยอะพ่อกลับไปทำงานต่อแล้ว” เขาห่มผ้าให้ลูกสาว ทำเหมือนว่ามีญารินอายุสิบขวบ แต่สำหรับคนเป็
กลางดึกเสียงเคาะประตูดังรัวไม่หยุด มีญารินสะดุ้งตื่นอย่างหงุดหงิด เธอลืมตาขึ้นมองนาฬิกา ก่อนจะลุกพรวดจากเตียง เดินไปที่ประตูด้วยอารมณ์ขุ่นมัวปัง! ปัง! ปัง!“เออ รู้แล้วเคาะอะไรนักหนา”ประตูถูกกระชากเปิดด้วยความไม่พอใจ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสอง ไม่รู้ว่าเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์ของเธอได้อย่างไร“มาทำอะไร!
หน้าห้องทำงานผู้บริหารมีเสียงโวยวายดังลั่น เลขาพยายามขวางเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจหยุดคนที่ตั้งใจจะบุกเข้าไปได้ ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง“เข้าไม่ได้นะคะ” เลขาสาวรีบตามเข้ามา สีหน้ารู้สึกผิดสายตาหันไปยังต้นเสียงมีญารินยืนอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังเหยียดตรง สีหน้าสงบนิ่งผิดคาด“ไหนบอกว่าท่านประธานติดง
“เฮือก!”มีญารินสะดุ้งตื่นลมหายใจหอบถี่ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความเย็นของน้ำที่โอบล้อมร่าง เธอกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะมองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนกเธอกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างจากุซซี่ไอน้ำบางลอยคลุ้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น“เราฝันไปเหรอ ทำไม
“ตายไปซะ พร้อมเขาจะได้หลุดพ้นจากผู้หญิงงี่เง่าแบบแก”แววตาดุร้ายจ้องมองร่างบางที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ มือเรียวเกร็งจิกลงกับพื้นจนเล็บแทบฉีก เสียงหายใจติดขัดดังเป็นช่วงๆ“อึก ชะ ช่วยด้วย…” มีญารินน้ำตาไหลพราก สายตาพร่ามัวเริ่มมองเห็นโลกเบลอเลือน เธอรู้ดีว่าคงหนีความตายไม่พ้นแล้ว







