ログイン“เฮือก!”
มีญารินสะดุ้งตื่นลมหายใจหอบถี่ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความเย็นของน้ำที่โอบล้อมร่าง เธอกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะมองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก
เธอกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างจากุซซี่ไอน้ำบางลอยคลุ้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น
“เราฝันไปเหรอ ทำไมทุกอย่างเหมือนจริงขนาดนั้น” เสียงของเธอสั่นเบาๆ
ภาพสุดท้ายที่ยังติดอยู่ในหัว คือร่างของตัวเองที่แน่นิ่ง ความเจ็บปวดที่ได้รับ เธอก้มมองมือของตัวเองหยิบต้นขาอย่างแรง และรับรู้ถึงความเจ็บ
“เป็นไปได้ยังไง” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากอ่าง น้ำไหลอาบลงมาตามผิวกายอย่างไม่สนใจ เธอคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวมอย่างลวกๆ ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูคะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากหน้าประตู
“วันนี้วันอะไร” เธอหันขวับไปทันที
“วันเสาร์ค่ะ”
“ไม่ใช่วันที่เท่าไหร่”
“9 มีนาค่ะ” อีกฝ่ายงุนงง แต่ไม่กล้าถามอะไร
“9 มีนา” เธอพึมพำกับตัวเองคำตอบนั้นทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ถ้านับย้อนกลับไปนี่คือวันนั้น วันที่เห็นเขานอนกับชู้รักของเขา ดวงตาที่เคยสับสน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นนิ่งลึก
“งั้นเหรอ” มุมปากยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มบางที่เต็มไปด้วยบางอย่างที่ต่างออกไปจากเดิม ไม่ใช่ความอ่อนแออีกแล้ว
แต่คือความจริงว่าเธออาจจะย้อนเวลากลับมา สวรรค์คงเมตตาและเห็นใจ และโอกาสครั้งที่สองเธอจะไม่ใช่คนเดิมอีก
มีญารินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเวลาเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะยังสับสนว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร
“คุณหนูจะไปไหนคะ”
“พี่พร้อมอยู่ในห้องใช่ไหม”
“เข้าไปไม่ได้นะคะ”
“ทำไมเหรอ หรือเขาพาผู้หญิงมานอนที่ห้อง” เธอรู้คำตอบข้อนี้ดี
“มะ ไม่ใช่ค่ะ”
“หลีกไป!” เธอใช้แววตากดดันจนสาวใช้พากันถอย เธอสูดหายใจเขาลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป และก็เป็นดั่งที่เธอคิดไม่มีผิด
ภาพตรงหน้าคือชายที่เธอเคยรักกำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับผู้หญิงอีกคน ผ้าห่มถูกดึงคลุมอย่างลวกๆ บรรยากาศชวนให้เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงร้องไห้โวยวาย ปาข้าวของอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ใช่ครั้งนี้มีญารินยืนพิงกรอบประตูอย่างสงบนิ่ง แขนเรียวกอดอก ดวงตาเย็นเฉียบมองภาพตรงหน้าเหมือนกำลังดูละครฉากหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไร
“เข้ามาทำอะไร ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำธุระอยู่” พร้อมทัพพ์กันไปมองหญิงสาว ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ สักพักหญิงสาวคงต้องโวยวายด่าทอเขา
“เอ่อ น้องมีญ่ามันไม่ใช่แบบที่คิดนะ” คาริสารีบดึงผ้าห่มปิดตัวไว้ พร้อมกับทำหน้ารู้สึกผิด
“…”
ความเงียบของเธอทำให้คนบนเตียงชะงัก พร้อมทัพพ์ขมวดคิ้วทันที สีหน้าไม่พอใจปรากฏชัด เขาคาดไว้แล้วว่าเธอต้องอาละวาดเหมือนทุกครั้ง แต่ปฏิกิริยานี้กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่า
“เข้ามาแล้วไม่พูดอะไรเลยหรือไง” เขาเอ่ยเสียงห้วน
มีญารินเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ไร้ความรู้สึก แทนคำตอบขอบคุณที่ทำให้เธอกลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีต มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
แชะ แชะ
“เธอทำบ้าอะไร!” พร้อมทัพพ์เสียงแข็งทันที พยายามดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้าตัวเองไว้
แต่มีญารินไม่หยุดแค่นั้นเธอกดอัดวิดีโอทันที สายตานิ่งเย็น กวาดมองทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังเก็บหลักฐานของเรื่องสกปรกที่เคยทำลายเธอในอดีต
“ก็น่าจะเก็บไว้ดูเล่นมั้ง” เธอตอบเรียบๆ น้ำเสียงไม่สะทกสะท้าน คำพูดนั้นทำให้เขาหน้าเสียทันที
“ลบเดี๋ยวนี้นะ!” เขาตะคอกเสียงดัง
เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย แต่ยังคงบันทึกภาพต่อ
“ทำไมล่ะ ก็ในเมื่อบอกว่าเป็นแค่เพื่อนจะกลัวอะไร”
คำเดิมที่เขาเคยใช้โกหกเธอถูกย้อนกลับมาแทงเขาอย่างจัง พร้อมทัพพ์กำหมัดแน่น สายตาเริ่มฉายแววไม่พอใจ
“น้องมีญ่าพี่กับพร้อมเราไม่ได้...” คาริสากำลังแก้ตัว
“นอนแก้ผ้ากันอยู่บนเตียงยังจะบอกไม่เป็นอะไรกันอีก”
“เธอเป็นอะไร” เขากัดฟันถามไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงไม่เป็นไปอย่างที่คิด
มีญารินหยุดถ่ายคลิปในที่สุด แต่ไม่ได้เก็บโทรศัพท์ เธอก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นเครือ
“ก็แค่เบื่อแล้ว” เธอมองเขาเหมือนมองคนแปลกหน้า ไม่มีความเสียใจอีกต่อไป เหลือเพียงความเฉยชา
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดคำนี้” เขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาที่เธอไม่เหมือนเดิม
“ฉันไม่อยากเสียเวลากับคนที่ไม่เคยเห็นค่าฉันอีกแล้ว” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที พร้อมทัพพ์นิ่งไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ
“ฉัน? เธอไม่เคยเป็นแบบนี้” เขาทวนคำที่เธอเรียกแทนตัวเอง บัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนกัน
“เพิ่งนึกได้ว่าฉันเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่ชาย เลยไม่จำเป็นต้องเรียกคุณว่าพี่ ส่วนคลิปนี้ถ้าวันไหนฉันอารมณ์ไม่ดีอาจจะส่งให้นักข่าว เป็นไงดีมั้ยล่ะ?”
“มีญาริน เธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้หญิงที่เคยวิ่งตามเขากำลังเดินออกไปโดยไม่หันกลับมา และนั่นทำให้เขาหัวเสีย มากกว่าการทะเลาะครั้งไหนๆ ที่เคยมี
“พร้อมอย่าตามไปเลย” คาริสารีบคว้าเขาไว้
“ไหนเธอบอกว่าจะได้ผลไง” เขาหันมาถามเพื่อนที่เล่นละครด้วยกัน แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
“น้องมีญ่าอาจจะประชดก็ได้”
“เธอใส่เสื้อผ้าซะ” เขาไม่หันมามองหญิงสาวอีก
คาริสากำหมัดแน่นแววตาแปรเปลี่ยนทันทียามที่เขาออกไป ทำไมพร้อมทัพพ์ถึงไม่หันมามองผู้หญิงที่เพียบพร้อมแบบนี้เธอบ้าง
“ฉันไม่ยอมแพ้หรอก”
พร้อมทัพพ์นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงาน สีหน้าดูหงุดหงิดเล็กน้อย นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ไม่นานนักคาริสาเดินเข้ามาอย่างมั่นใจ ก่อนจะปิดประตูลง หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่คนยิ้มยากแบบพร้อมทัพพ์กับไม่สนใจ
“พร้อมมีอะไรอีกมั้ย”
“ต่อจากนี้เธอไม่ต้องเล่นละครช่วยฉันแล้ว” พร้อมทัพพ์เงยหน้ามองเธอ แววตานิ่งเย็นกว่าทุกครั้ง
“ทำไมล่ะ เมื่อก่อนเราก็ทำแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นทำให้คาริสาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว
คาริสาเป็นคนเสนอตัวแกล้งเป็นคนรักของพร้อมทัพพ์ เพื่อบีบให้มีญารินยอมถอยออกไปเอง
“ฉันเบื่อแล้ว” เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบสั้นๆ คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบขึ้นทันที
“ทุกอย่างมันกำลังไปได้ดีนะ” คาริสาหรี่ตาลงอย่างไม่พอใจ
“ดีเหรอ? เธอไม่เห็นเหรอว่ามีญาไม่เห็นเสียใจ ไม่โวยวายอะไรเลย” เขาแค่นหัวเราะเบาๆ
“แล้วไง แบบนี้ไม่ยิ่งดีเหรอ เธอจะได้เลิกง่ายๆ” คาริสาตอบเสียงแข็ง
“ฉันจะคิดหาทางอีกที” น้ำเสียงไม่ได้ลังเล แต่แฝงด้วยบางอย่างที่คาริสาไม่ค่อยชอบใจนัก
เหมือนเขาเริ่มเสียการควบคุม และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนแบบพร้อมทัพพ์ คือการที่เหยื่อไม่เล่นตามเกมอีกต่อไป
“พร้อม” หญิงสาวเรียกเขาเสียงดัง
“ที่ผ่านมาลำบากเธอแล้วนะ”
“พร้อมรู้ไหมว่าพร้อมทำตัวเหมือนไม่อยากเลิกมากกว่า”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปทันที สายตาคมกริบหันไปมองคาริสาอย่างช้าๆ ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ
“อย่ารู้ดีไปหน่อยเลย” น้ำเสียงเย็นเฉียบจนบรรยากาศในห้องกดดันขึ้นทันตา คาริสาเม้มปากแน่น แต่ก็ยังไม่ยอมถอย
“พร้อมจะถอนหมั้นวันนี้เลยก็ได้ มีญ่าทำตัวไม่ดีทำให้พร้อมเสียหน้าตลอด แต่พร้อมก็ไม่คิดจะทำอะไร”
“ครีม” เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ เป็นการเตือนให้หยุด
“ครีมขอโทษที่พูดไม่ดี” หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย เปลี่ยนน้ำเสียงอ่อนลงทันที
พร้อมทัพพ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ากลับมาเรียบนิ่ง แต่ความหงุดหงิดยังคงซ่อนอยู่ในแววตา
“เดี๋ยวฉันให้ลูกน้องไปส่ง ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก”
“...”คาริสานิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ความไม่พอใจจะฉายวาบขึ้นในดวงตา
พร้อมทัพพ์ อัครเดชวรานนท์ อายุ 32 ปี นักธุรกิจด้านโลจิสติกส์ระดับแนวหน้าของประเทศ เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและควบคุมทุกอย่างได้อย่างอยู่หมัด รอยยิ้มของเขาหาได้ยากจนหลายคนเรียกว่าเสือยิ้มยาก
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชื่อของเขามักพัวพันกับข่าวฉาวไม่ขาดสาย และต้นตอของเรื่องเหล่านั้น ก็มักโยงไปถึงคู่หมั้นของเขาเสมอ
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนยิ่งสงสัยคือ ทั้งที่ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยปัญหาและแรงกดดัน ทำไมเขาถึงยังไม่ยอมเลิกรา
พร้อมทัพพ์เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำ สีหน้าดูตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ตั้งแต่มีญารินเข้าไป เขาก็เอาแต่ลุ้นไม่หยุด“มีญ่าเสร็จหรือยัง” เขาถามเสียงดังผ่านประตู แต่กลับไม่มีคำตอบ“กรี๊ดดดด!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นออกมา“มีญ่า! เปิดประตูหน่อยสิ” เขารีบพุ่งไปเคาะประตูทันที น้ำเสียงเขาร้อนใจจนแทบจะพังประตูเข้าไปแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาววิ่งโผเข้ากอดเขาแน่น มือทั้งสองยังสั่นไม่หยุด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนกำลังจะร้องไห้“พี่พร้อม พี่ถูกรางวัลแล้ว” เสียงเธอสั่นด้วยความตื่นเต้น“จริงเหรอ” เขาชะงักไปทันที แววตาของเขาสั่นไหวไม่ต่างกันหญิงสาวพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้เขาดูสองขีดชัดเจน พร้อมทัพพ์มองมันนิ่งๆ เหมือนสมองกำลังประมวลผล ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆ แดงขึ้นช้าๆชายหนุ่มยังยิ้มไม่หุบ ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจจนพูดอะไรแทบไม่ออก เขาอุ้มมีญารินขึ้นทันที ก่อนจะหมุนเธอไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พี่พร้อม! เวียนหัวนะ” เธอหัวเราะทั้งตกใจ รีบจับไหล่เขาไว้แน่น เขารีบวางเธอลงอย่างระวังทันที“ขอโทษๆ พี่ดีใจไปหน่อย” แต่ถึงอย่างนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยังไม่
พร้อมทัพพ์เดินเข้าบริษัทด้วยสีหน้ายิ้มแย้มผิดปกติ พนักงานที่เดินสวนถึงกับชะงัก เพราะปกติเจ้านายของพวกเขาเป็นคนสุขุมนิ่ง แทบไม่เคยยิ้มให้ใครก่อน“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักพนักงานพร้อมพยักหน้าให้อย่างอารมณ์ดีจนทุกคนได้แต่มองหน้ากันเงียบๆ ท่านประธานหนุ่มเดินผ่านคชาที่กำลังถือเอกสารอยู่ ก่อนจะหยุดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า“วันนี้ใส่สูทสวยดีนะ” เขายิ้มให้เหมือนชมจากใจจริง“ครับ? ผมใส่แบบนี้ทุกวันนะครับ” คชานิ่งไปทันที เขาก้มมองเสื้อตัวเองงงๆ พร้อมทัพพ์พยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้“อืม จริงด้วย”ยังไม่ทันที่คชาจะตั้งตัวทัน เขาก็หันไปมองอชิที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จ้องมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และยิ้มออกมา“ส่วนนายวันนี้หล่อดีนะ”“เอ่อ ขอบคุณครับ” อชิถึงกับเบิกตากว้าง“วันนี้ตอนเที่ยงไม่ต้องสั่งอาหารมาให้นะ วันนี้เมียฉันทำอาหารมาให้” เขาชูปิ่นโตในมืออวดลูกน้อง ถึงแม้รสชาติจะไม่ได้ดีเลิศ แต่นี้คือสิ่งที่ภรรยาของเขาตั้งใจทำให้ทั้งสองมองตามเจ้านายที่เดินเข้าห้องทำงานไปด้วยท่าทีอารมณ์ดี พอประตูห้องปิดลงคชาหันไปมองอชิทันที“เจ้านายโดนอะไรมา”“น่าจะโดนความรักเล่นงาน” อชิส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะตอบเรียบๆ“
พิธีวิวาห์ถูกจัดขึ้นหลังจากวันนั้นเพียงสองเดือนเท่านั้น เรียกได้ว่าเจ้าบ่าวทุ่มสุดตัวอย่างแท้จริง พร้อมทัพพ์จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เชิญสื่อทุกสำนักเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความรักของทั้งคู่ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องและรอยยิ้มของแขกผู้มีเกียรติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความยินดีพิธีดำเนินไปอย่างราบรื่น ราวกับทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว เพื่อให้วันนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบและในวินาทีที่ทั้งสองจับมือกันต่อหน้าทุกคน มันไม่ใช่แค่การเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่คือการยืนยันว่าความรักที่ผ่านเรื่องราวมากมาย สุดท้ายก็พาพวกเขามายืนเคียงข้างกันได้จริงๆ“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเรานะหนูมีญ่า” งามพริ้งยิ้มกว้างอย่างมีความสุข มือเอื้อมไปจับมือของมีญารินไว้อย่างอบอุ่น“ขอบคุณมากนะคะคุณป้า”“เรียกคุณแม่สิจ๊ะ ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” งามพริ้งส่ายหน้าเบาๆ พร้อมหัวเราะอย่างเอ็นดูคำพูดนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวอบอุ่น เธอเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะเรียกออกมาเสียงเบา“ค่ะ คุณแม่”งามพริ้งยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเปล่งประกายด้วยความเอ็นดู พร้อมทัพพ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ผมพาม
“พี่พร้อมไปไหน” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ขณะมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เงียบสนิท เกือบเจ็ดวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขาเลย ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวในอก“คุณพร้อมติดงานค่ะ” เสียงเลขาของเขาตอบกลับอย่างสุภาพ“ติดงานอะไรถึงติดต่อไม่ได้” เธอขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจสายตาจ้องโทรศัพท์เหมือนมันจะให้คำตอบได้หรือว่า เขาเปลี่ยนใจแล้วความคิดนั้นแวบเข้ามา ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นกะทันหัน มีญารินรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที หน้าจอปรากฏข้อความสั้นๆ‘คืนนี้เจอกันที่ร้าน X’เธอนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะขมวดคิ้วแน่นขึ้น “อะไรของเขา” หายไปเป็นอาทิตย์ แล้วโผล่มาแค่ข้อความเดียวมีญารินก้าวลงจากรถช้าๆ ชุดเดรสที่เธอสวมพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามค่ำคืน หัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอเงยหน้ามองร้านอาหารที่นัดไว้ อยู่ชั้นบนสุดของดาดฟ้าโรงแรมหรูแต่เมื่อเดินเข้าไปกลับเงียบสนิท เธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง กลีบกุหลาบสีแดงถูกโรยเรียงเป็นทางยาวทอดนำไปยังด้านใน มีญารินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ก้าวตามไป หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกวินาทีจนกระทั่งไฟทั้งหมดดับลงในทันทีเธอสะดุ้งเล็กน้อย ความมืดโอบล้อมรอบตัว และในความเงียบนั้น
“ผู้ชายมาง้อนิดเดียวหายงอนซะงั้น”ฉัตรพศินนั่งเท้าคาง มองเพื่อนด้วยสายตาล้อเลียนไม่ปิด มีญารินปรายตามองนิดๆ ก่อนจะตอบหน้าตาเฉย“เรื่องหัวใจใครจะปล่อยให้ตัวเองเสียใจนาน”“ย๊ะ ฉันจะเลิก!” เขาแกล้งทำเสียงสูง ล้อเลียนจนเกินจริง“อย่าล้อได้มั้ย ผู้ชายคืนนั้นเป็นยังไงบ้าง” เธอส่ายหน้า ก่อนจะหรี่ตามองกลับอย่างจับผิด“ผู้ชายที่ไหน” ฉัตรพศินทำหน้าตาย แต่แววตากลับมีพิรุธชัดเจน“ฉันรู้ ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นชอบแกสรุปได้มั้ย” มีญารินยิ้มมุมปาก เธอจ้องเขาเขม็งรอคำตอบแบบไม่ยอมปล่อย ฉัตรพศินชะงักไปนิดก่อนจะเบือนหน้าหนี“ฉันหิวแล้ว” เขารีบเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย“แสดงว่าได้สินะ” เธอหัวเราะเสียงดัง จนแผลสะเทือน“เรื่องของฉันมันยากที่จะเป็นไปได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า เรื่องละเอียดอ่อนยากที่ครอบครัวจะยอมรับได้“แกไม่เคยเปิดอกคุยกับพ่อแม่ ท่านจะรู้มั้ยล่ะ ฉัตรคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ต้องทำตามความฝันตัวเองสักครั้งสิ” เธอเตือนสติเพื่อน“คุณพ่อคงไม่ยอมแน่ๆ”“ทำไมรีบตัดสิน บางทีท่านอาจจะยินดีก็ได้ที่แกใช้ชีวิตตามที่หวัง”ฉัตรพศินทำหน้าครุ่นคิดเพราะเขาไม่เคยเปิดใจคุยกับครอบครัวเลย ทำให้เขาต้องหลบๆ ซ่อนๆ ในการ
มติภัทรนั่งกอดอกแน่น สายตาจับจ้องลูกสาวไม่วาง เหมือนพยายามกดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ คนเป็นพ่อถอนหายใจออกมา“คุณพ่อเป็นอะไรคะ ทำไมวันนี้ถึงมาบอกให้หนูเลิกกับพี่พร้อม”มีญารินถามออกไป น้ำเสียงเจือความไม่เข้าใจ มติภัทรถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดช้าๆ แต่หนักแน่น“อยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นมีแต่ปัญหา พ่อเลี้ยงลูกไม่ดีเหรอ พ่อไม่เคยทำร้ายลูกเลย แล้วทำไมต้องปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาทำร้ายลูก” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเสียงจะเข้มขึ้นคำถามนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ แต่เธอเข้าใจความเป็นห่วงของพ่อดี แต่เรื่องหัวใจคงห้ามกันยากคนที่เจ็บแล้วไม่จำก็คือตัวเธอเอง“เขาไม่ได้ทำร้ายหนู มันไม่ใช่ความผิดเขาคนเดียว” เธอเถียงกลับทันที แม้น้ำเสียงจะสั่นเล็กน้อย“แต่เขาปกป้องลูกไม่ได้สักอย่าง” มติภัทรขมวดคิ้วแน่น เหมือนยิ่งได้ยินยิ่งไม่พอใจ “ผู้ชายมีเยอะแยะ แต่ดันมารักกับพร้อมทัพพ์”“ตอนนั้นคุณพ่อก็ไม่เห็นห้ามเรื่องที่หนูจะหมั้นเลย”“ตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกันที่ไหนล่ะ”“หนูไม่คุยกับคุณพ่อแล้ว” เธอแกล้งหลับตาลงทันที“เด็กคนนี้หนิ พักผ่อนเยอะพ่อกลับไปทำงานต่อแล้ว” เขาห่มผ้าให้ลูกสาว ทำเหมือนว่ามีญารินอายุสิบขวบ แต่สำหรับคนเป็
กลางดึกเสียงเคาะประตูดังรัวไม่หยุด มีญารินสะดุ้งตื่นอย่างหงุดหงิด เธอลืมตาขึ้นมองนาฬิกา ก่อนจะลุกพรวดจากเตียง เดินไปที่ประตูด้วยอารมณ์ขุ่นมัวปัง! ปัง! ปัง!“เออ รู้แล้วเคาะอะไรนักหนา”ประตูถูกกระชากเปิดด้วยความไม่พอใจ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสอง ไม่รู้ว่าเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์ของเธอได้อย่างไร“มาทำอะไร!
“บ้าฉิบ!”รีโมตทีวีถูกขว้างลงบนโซฟาอย่างแรง สีหน้าของพร้อมทัพพ์ตึงเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดขึ้น หุ้นร่วงเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง“ผมจัดการลบข่าวออกแล้วครับ” คชายืนรายงานนิ่งๆ ตามสไตล์มือขวาคนสนิท น้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรสะเทือนเขาได้“ผู้หญิงบ้าคนนั้นคิดจะทำอะไร” เขาแค่นน้ำเ
หน้าห้องทำงานผู้บริหารมีเสียงโวยวายดังลั่น เลขาพยายามขวางเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจหยุดคนที่ตั้งใจจะบุกเข้าไปได้ ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง“เข้าไม่ได้นะคะ” เลขาสาวรีบตามเข้ามา สีหน้ารู้สึกผิดสายตาหันไปยังต้นเสียงมีญารินยืนอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังเหยียดตรง สีหน้าสงบนิ่งผิดคาด“ไหนบอกว่าท่านประธานติดง
“ตายไปซะ พร้อมเขาจะได้หลุดพ้นจากผู้หญิงงี่เง่าแบบแก”แววตาดุร้ายจ้องมองร่างบางที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ มือเรียวเกร็งจิกลงกับพื้นจนเล็บแทบฉีก เสียงหายใจติดขัดดังเป็นช่วงๆ“อึก ชะ ช่วยด้วย…” มีญารินน้ำตาไหลพราก สายตาพร่ามัวเริ่มมองเห็นโลกเบลอเลือน เธอรู้ดีว่าคงหนีความตายไม่พ้นแล้ว







