LOGIN"โกรธกูเหรอ" พอเข้าไปนั่งข้างเพื่อนสนิทคนสวยได้ เขาก็ถามด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน ก่อนจะเอาใบหน้าหล่อไปซุกที่บ่าเล็ก
"หึ กูจะโกรธมึงทำไม เอาหน้ามึงออกไปเลยนะ สกปรก" คนถูกง้อก็พูดพร้อมกับปรายตามอง อย่างไม่แยแส "สกปรก? บี!" น้ำเสียงที่ตัดพ้อ กับสรรพนามที่เขาเรียกแค่คนเดียว จะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อเธอโกรธ "..." แล้วไง เธอก็ยังทำเป็นไม่สนใจอยู่ดี "นี่กูหล่อที่สุดในคณะแล้วนะ" คนหล่อก็ยังคงกวน ยื่นใบหน้าที่หล่อดุจเทพบุตรสร้าง เข้าไปใกล้ซุกบ่าเล็กไม่หยุด "ใครบอกมึง เอาไว้ให้คนอื่นพูดเถอะ เอาหน้ามึงออกไปเดี๋ยวนี้" "คนสวยครับ อย่าโกรธเพิร์ธเลยนะครับ เพิร์ธผิดไปแล้ว เพิร์ธยอมรับทุกความผิดครับ นะครับนะ" เขาก็พูดพร้อมกับทำตาปริบๆ ให้เธอ ซึ่งการกระทำนั้นของเขา มันก็ทำให้ใจเธอเต้นแรงขึ้น เป็นแบบนี้มาจะ 7 ปีแล้วนะ เธอก็ยังไม่ชินสักที "ฮั่นแน่" และเพื่อนๆ ในก๊วนก็ต่างร้องแซวขึ้นพร้อมกัน ด้วยความชอบใจ "สัส" คนที่ถูกแซวก็หันขวับมาหาเพื่อน พร้อมกับยักคิ้วให้ด้วยท่าทางที่สุดเท่ "นี่ถ้าบอกว่าพวกมึงสองคนเป็นแฟนกัน กูไม่มีข้อโต้แย้งอะไรเลยนะ เสี้ยนสัส" วัชระก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ "นั่นสิ คนนึงนางฟ้า อีกคน..." พร้อมกับนรีกุลที่หัวเราะในลำคอ "เมียน้อยวิ่งตามหามันกันตรึม ส่วนมันก็มาง้อเมียหลวงแบบนี้สินะ" "เขาบอกว่าผัวเมียทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ ลูกดกนะเว้ย" แล้วเพื่อนทุกคนก็ต่างหัวเราะออกมา เว้นแต่กัญจาวีร์คนเดียว ที่เธอไม่ชอบใจและลำคาญ ทำเป็นไม่สนใจ เพื่อเก็บกักอารมณ์ไว้ "มึงออกไปจากกูเลยนะเพิร์ธ ไปนั่งกินเงียบๆ ไป" "หายโกรธกูนะบีน๊า" "แล้วกูไปโกรธอะไรมึง" คนที่บอกว่าไม่โกรธก็ยังทำหน้าตาเฉยเมย ไม่สนใจคนที่ง้ออยู่เลยสักนิด "บีค้าบ เพิร์ธจะเป็นเด็กดี เพิร์ธจะไม่เถลไถลอีกแล้วสัญญา น๊าา นะครับน๊า" เมื่อเห็นว่าเธอเฉยชา เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน "ทำให้ได้อย่างที่พูดเถอะ ถอยออกไปปวดแขน" "โอเคเดี๋ยวนวดให้ จะถือว่าหายแล้วนะ กินซูชิแตงกวาไหมของโปรดอะ" จนต้องงัดแผนนี้ออกมา ของกินเท่านั้นที่เอาภูริชญาอยู่ "ไม่" "นั่นไง แสดงว่ายังไม่หาย" "..." แล้วเธอก็เงียบไป พร้อมกับทำท่าทีหันไปทางอื่น เพราะไม่อยากสบตากับคนเจ้าเล่ห์แบบเขา "พี่ครับ เอาโรลแตงกวา 20 ชิ้น" แล้วคนที่อยากเอาใจก็ยกมือเรียกพนักงาน เพื่อจะสั่งของกินมาง้อเธอ "ไอ้เพิร์ธ" เธอก็รีบหันไปมองหน้าเขา นี่ก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าอยากกินซูชิโรลแตงกวา โดนง้อแค่นี้ก็ใจฟูขึ้นมาแล้ว บ้าจริง! "โห่ ถ้าง้อขนาดนี้เป็นกูนะ กูใจอ่อนแล้ว" ณวัตรก็ทำทีพูดขึ้น "ง้องอนกันบ่อยๆ เด่ะผีก็ผลักให้ได้กันหรอก เจ้าที่ยิ่งแรงอยู่" "พวกมึงพูดอะไรกัน หยุดพูดมาก แล้วแดกเข้าไป!" "เนี่ยยยย ดีกับผัวละด่ากุเลยนะ" บรรยากาศในการกินชาบูก็ครื้นเครงขึ้นเรื่อยๆ คนทำผิดก็ง้อเพื่อนสนิทคนสวย อย่างเอาเป็นเอาตาย "ชูชิโรลแตงกวาครับ" "ขอบคุณครับ" คนที่สั่งก็รีบหยิบจากมือพนักงานโดยเร็ว เพื่อที่จะเอามาป้อนให้ถึงปาก คนที่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้ว "กูกินด้วย" แล้ววัชระก็ยื่นมือยาว เอาตะเกียบมาคีบ แต่ก็ต้องเสียหลักเมื่อคนที่สั่งมายกจานหนี "มึงหยุดเลย มึงอยากกินมึงก็สั่งเอง อันนี้ของนาบีเว้ย" เขาพูดพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนๆ "แบ่งๆ คนอื่นกินบ้างก็ได้ตั้ง 20 ชิ้น จะสั่งมาเยอะอะไรขนาดนั้น" "หรา อย่าให้เห็นนะว่าไม่พอกิน" "ก็มันอร่อย" และในที่สุดเธอก็ยิ้มออกมาได้ เพราะของกินแท้ๆเลย "..." กัญจาวีร์ก็มองไปที่ซูชิจานนั้น พร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา "ฟ้าใสอยากกินเหรอ" พัชชาที่นั่งข้างๆ กันก็ถามขึ้น "อ่อ ก็เห็นแย่งกันดี เราเลยอยากรู้ว่าอร่อยไหม" "ก็อร่อยดีนะเย็นๆ กรอบๆ ของโปรดนาบีน่ะ" "อ่อจ้ะ ก็น่ากินดีนะ" เธอก็พูดพร้อมกับยิ้มสดใสให้คนข้างๆ เพราะด้วยในกลุ่มจะคิดว่ากัญจาวีร์คนสวย เป็นคนน่ารักแสนดี ทั้งเธอยังมีดีกรีเป็นถึงดาวคณะอีกด้วย แน่นอนว่าคนที่สวยและน่ารักขนาดนี้ เมื่อมาอยู่กลุ่มพวกเขาที่หยาบคายก็อดสงสารไม่ได้ แต่เพราะเธอรับพวกเขาได้ ถึงอยู่ด้วยกันมาได้ถึง 4 ปี "เพิร์ธ ขยับมาให้ฟ้าใสกินด้วยสิ" เมื่อเห็นว่ากัญจาวีร์ดูสนใจ พัชชาก็รีบสะกิดบอกคนข้างๆ ให้ทันที "ฟ้าใสอยากกินเหรอ" ชายหนุ่มก็หันมาถามอย่างสนใจ "อ่อ เราแค่อยากชิมดู ยังไม่เคยกินน่ะ" "ได้สิ เอาตะเกียบมาเราคีบให้" "เพิร์ธคีบมาเลยก็ได้ ฟ้าใสไม่รังเกียจเพิร์ธหรอก" กัญจาวีร์ก็พูดพร้อมกับยิ้มให้ "โอเค" แล้วเขาก็ใช้ตะเกียบตัวเอง คีบให้เธออย่างคนไม่คิดอะไร "ขอบใจนะ" ผู้ชายคนนี้ควรเป็นของเธอ! ณ เพนท์เฮาส์ภัทรวิชญ์ แล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดสัปดาห์ พวกเขาก็นัดกันว่า จะออกไปเที่ยวคลับ เนื่องจากไม่ได้ไปหลายสัปดาห์แล้ว และปกติก็จะมารวมตัวกันที่เพนท์เฮาส์นี้ตลอด เพราะหรูหราและกว้างขวาง รองรับเพื่อนเขาได้เหลือเฟือ และตอนนี้ผู้ชายอย่างพวกเขาก็นั่งรอพวกผู้หญิงแต่งตัวที่โซฟา ซึ่งมันก็เป็นปกติแบบนี้ มีเพื่อนผู้หญิงก็ต้องทำใจ เพราะพวกหล่อนก็แต่งตัวกันนานจริงๆ "มึงเตรียมไปยัง วันนี้พกไปให้พอนะ" เพื่อนจอมหื่นก็สะกิดแขนเบาๆ สิ่งที่มันถามก็คือเครื่องป้องกัน ที่ปกติแล้วพวกเขาจะพกกันตลอด แล้วก็มีบ่อยครั้งที่เขาพกไปไม่พอ จนได้ขอพวกมันบ่อยๆ "แค่นี้ทำเป็นงกสัส" "เตรียมไปไม่พอมึงไม่ได้เย็บจริงๆ ด้วย" "พวกมึงพูดอะไรลามกกันอยู่ได้" นรีกุลที่เดินออกมาคนแรก เมื่อได้ยินคำแสลงหูก็อดไม่ได้ที่จะบ่น "เหอะ ลืมไปแถวนี้ มีแต่เด็กน้อย ฟังเรื่องพวกนี้ไม่ได้" ไม่พูดเปล่ามือหนาของณวัตร ก็แกล้งเอื้อมไปปิดหูเธอไว้ และทำเป็นว่าเพื่อนสาวคนสวย ยังเด็กอยู่ไม่ควรฟังเรื่องลามกอะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่วายโดนอีกฝ่ายด่าเช่นเดิม "พวกมึงก็พูดแต่เรื่องลามกกันจริงๆ" พัชชาก็พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัว "ละพวกมึงไม่เคยกันเหรอ" "ไอ้ควาย มึงถามแบบนี้มาได้ยังไง" นรีกุลก็แทบจะบีบคอไอ้เพื่อนตัวดีให้ตายตรงนี้ไปซะ พูดอะไรไม่อายปาก ถึงแม้พวกเราจะสนิทกันมากก็เถอะแต่มาถามเรื่องอะไรแบบนี้ มันก็ไม่ควรจะมาถามกันตรงๆ โจ่งแจ้งแบบนี้ก็น่าทุบหัวให้แหลก "เหอะ กูยังไม่เคย แต่ก็อยากลองดูเหมือนกันเห็นพวกมึง ชอบไปหาประสบการณ์เสียวบ่อยๆ อยากรู้ว่ามันสนุกขนาดไหน แต่เสียอย่างเดียวคือกูกลัวเจ็บนี่แหละ" "มันก็ไม่เจ็บหรอก แต่แบบยังไงล่ะ เสียวอ่ะ มึงรู้จักเสียวกันป่ะ หรือมึงจะลองกับกูดีออม" ณวัตรก็พูดพร้อมกับทำท่าจะเข้าไปกอดเพื่อนสาว "ยี๋ มึงอย่าได้คิดอะไรกับกูเชียว ได้ไปหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงบาลจะหาว่ากูไม่เตือน" "พวกมึงนี่ก็นะ" พูดจบเจ้าของห้องก็เดินเข้าห้องนอนตัวเองไป เพราะมีสายเข้าพอดี "เออ มันไม่เจ็บ แต่มันเสียวนั่นแหละ" นรีกุลก็พูดออกมาแบบไม่ได้รู้สึกเคอะเขินอะไร "เชี่ยยยยย นี่มึงเคยโดนเอาแล้วเหรอน้ำชา" วัชระก็หันไปถามอย่างไม่เชื่อหู เพราะก็ยังไม่เคยเห็นเธอไปมีแฟนตอนไหนเลย "ก็มันเป็นเรื่องปกติไหม กูก็ต้องมีบ้าง ขนาดพวกมึงยังไม่เคยพักกันเลย" "ไม่ใช่แบบนั้น มึงดูไม่ใช่คนไปทำเรื่องอะไรแบบนั้นไง" "พวกมึงจะมองกูด้วยสายตาแบบนั้นทำไม" นรีกุลก็พูดด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด ก็เป็นคนเริ่มเรื่องนี้มาเองหรือเปล่า พอเธอตอบไปบ้างก็ไม่เชื่อ ทั้งยังทำสีหน้าแปลกๆ ก็มันน่าตกใจจริงๆ ใครจะคิดว่าเพื่อนสาวจอมดุ จะแอบไปมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่ากับเขาด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจวันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้าย แล้วก็มีประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งก็เป็นการเกริ่นนำ ต้อนรับผู้บริหารคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ ทันทีที่เรียนจบ"ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ตั้งใจฝึกงานเป็นอย่างดี หวังว่าที่นี่จะให้อะไรบ้าง และอยากให้ทุกคนไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต ขอบคุณค่ะ"แปะ แปะ แปะ แปะแล้วเสียงนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในห้อง ก็ปรบมือขึ้นพร้อมกัน ซึ่งก็ดีใจมากที่ได้มาฝึกงานที่นี่"แล้ววันนี้สำหรับพนักงาน ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นทุกคน ดิฉันอยากแนะนำลูกชายอย่างเป็นทางการค่ะ เมื่อเรียนจบภัทรวิชญ์จะมาขึ้นแท่นผู้บริหารทันที หวังว่าทุกคนจะต้อนรับเป็นอย่างดีนะคะ""ยินดีค่ะ""ยินดีครับ เก่งมากเลยนะเพิร์ธ" ผู้บริหารอาวุโสคนหนึ่งก็พูดขึ้น พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างยินดี"ขอบคุณมากครับคุณอา""น้าเองก็ยินดีด้วยนะเพิร์ธ คนรุ่นใหม่ไฟแรง ยังไงบริษัทเราต้องไปได้ไกลแน่ ๆ""ขอบคุณครับคุณน้า" เขาก็ยิ้มให้ทุกคนที่อวยพรเขาอย่างนอบน้อม"แล้วอยากแนะนำอีกหนึ่งคนค่ะ สาวสวยคนนี้" คุณวัลลภาก็พูดพร้อมกับมองไปที่ภูริชญา ที่ตอนนี้เธอกำลังทำหน้างงอยู่"คะ?" ก่อนจะถามอย่างไม่เข้าใจ"หนูนาบี เป็นแฟนของเพิร์ธค่ะ ว่
ณ เพนท์เฮาส์ภัทรวิชญ์เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็กลับมาที่เพนท์เฮาส์ เขาถามเธอตลอดทางเกี่ยวกับอาการป่วย ด้วยความห่วงใย"อาบน้ำเลยไหมบี""...""บี" เห็นว่าเธอไม่ตอบเขาก็เรียกอีกครั้ง"ฮึก ๆ ๆ" เธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัด"เป็นอะไรบี ร้องไห้ทำไม" เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้ เขาก็รีบเดินไปกอดปลอบในทันที"ขอบคุณนะเพิร์ธ ขอบคุณนะ""โธ่ ตกใจหมดเลย ไม่เป็นไรนะไม่ต้องร้อง""ฮึก มันรู้สึกอึดอัด อยากปลดปล่อยอยากร้องไห้แบบนี้""โอเคถ้าอย่างงั้นก็ร้องออกมา เพิร์ธจะกอดไว้อย่างนี้แหละ จะไม่ปล่อยไปไหนเด็ดขาด""ขอโทษนะเพิร์ธ""หืม" คนตัวโตก็ก้มลงมองเธอ พร้อมกับหอมหัวด้วยความรักใคร่"ขอโทษที่งี่เง่า ที่ทำตัวแบบเมื่อคืน""ไม่เป็นไร แต่เพิร์ธก็อยากรู้นะ ว่าบีเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหนีกลับบ้านแบบนั้น""..." เมื่อเขาถามมาแบบนี้เธอก็ต้องชะงัก"บี""เพิร์ธ""หืม""อีกไม่กี่วันเราก็ฝึกงานกันเสร็จแล้ว แล้วเราก็เรียนจบกัน""ใช่""เพิร์ธพร้อมแต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม"“จริงสิ เพราะยังไงเราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ก็แค่แต่งงานมีสถานะ เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทำทุกอย่างให้ถูกต้องแค่นั้น”"ขอบคุณนะเพิร์ธ"
ย้อนกลับไป 6 ปีก่อน"มองอะไรเพิร์ธ รีบไปได้แล้ว""เดี๋ยวสิครับแม่ ย้ายโรงเรียนทั้งทียังไม่มีเพื่อนเลยนะ แม่จะไม่ให้ผมทักทายใครหน่อยเหรอ" ก่อนจะมองแม่ตัวเองด้วยสายตาที่เว้าวอน"แต่แม่ต้องรีบเตรียมตัวไปประชุม""ตอนนี้เพิ่ง 11 โมงเองครับ แม่ประชุมตั้งบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่ แต่ต้องรีบไปเตรียมตัวไง""เดี๋ยวก่อนครับแม่" สายตาคม ก็มองผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เธอสวยมากทั้งน่ารักเป็นธรรมชาติ จนเขาในตอนนั้นอยากเข้ารู้จัก"หนูคนนี้น่ารักดีนะ" คุณวัลลภามองตามแล้วยิ้มออกมา"ครับแม่" ยิ่งเห็นรอยยิ้มนั้นใจเขาก็ยิ่งสั่น ทำไมเธอน่ารักได้ขนาดนั้น ยิ่งยิ้มยิ่งพูดยิ่งดูสดใส"นาบีอยู่ห้องเดียวกันเลย""อ้าวออม ย้ายมาเรียนที่นี่ด้วยเหรอ""ใช่ ดีใจจังเลย อย่างน้อยก็มีเพื่อนมาจากโรงเรียนเดียวกัน""แต่ผลสอบอยู่ฝั่งโน้นนะ""อ้าวเหรอ""ปะเราไปดูกันเถอะ"ตุ๊บและในตอนนั้นเธอก็เดินชนกับใครบางคนเข้า ก่อนจะเงยหน้าสวยขึ้นมามอง ก็พบกับหนุ่มหล่อ ที่เห็นครั้งแรกก็รู้สึกใจสั่นขึ้นมาเลย"อะ ขอโทษนะ""มะ...ไม่เป็นไร""มองไกลว่าน่ารักแล้ว มองใกล้แบบนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก" เขาเองก็มองตามหลังเธอพร้อมกับยิ้มออกมา"ภูริชญา
เธอเพียงส่งข้อความไปหาเขา ทั้งยังไม่ได้รับโทรศัพท์แต่อย่างใด เพราะเธอเองก็ยังไม่กล้าสู้หน้าเขา กับเรื่องที่เกิดขึ้นเธอก็นอนคิดทั้งคืน ว่าจะเริ่มบอกเขาว่ายังไงดีวันนี้ก็มาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้า ด้วยความที่ยังคิดมากอยู่ ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับใคร โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้ก็นั่งเหม่ออยู่เช่นกันRrr Rrr Rrr"สวัสดีค่ะคุณวัลลภา , ได้ค่ะ , ค่ะ" เมื่อวางสายจากท่านประธาน ก็หันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา"คุณวัลลภาบอกให้เธอเข้าไปพบ""..." เธอก็ชงักไปพร้อมกับใจที่เต้นแรงขึ้น ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเรื่องอะไร เพราะคุณวัลลภาก็ไม่ได้เรียกเธอนานแล้ว"นาบี เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม""ดะ...ได้ยิน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ" พูดจบเธอก็ถอนหายใจและลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องท่านประธาน"สวัสดีค่ะ" เธอก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเช่นเดิม"หนูนาบี ไม่สบายเป็นยังไงบ้าง" คุณวัลลภาก็ถามด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง"ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วง""ดูหน้ายังซีดอยู่เลย""ค่ะ ก็ยังมีอาการอยู่นิดหน่อย""ความจริงหนูลาอีกก็ได้นะ ให้หายดีก่อนค่อยมาทำงาน""ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้อาการหนักเท่าเมื่อวาน""
วันนี้เป็นวันที่เขาต้องเข้ามาตรวจโรงงาน กับแม่พร้อมกับผู้ช่วยเลขาอย่างเอวาที่มาด้วย และตอนนี้แม่เขากำลังคุยกับลูกค้ารายใหญ่อยู่ที่ห้องประชุมตอนนี้เขาเอง ไม่เป็นอันทำอะไร เลยออกมาโทรศัพท์หาเธอ เพื่อถามดูอาการว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง"เพิร์ธเป็นอะไรหรือเปล่า" เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าที่เคร่งเครียด เอวาก็รีบตามออกมาในทันที"อ่อ ป่าวหรอกไม่มีอะไร""ก็เห็นดูโทรศัพท์ตลอดเลย มีธุระด่วนหรือเปล่า""เอ่อ...ก็มีอยู่" แล้วเขาก็ปิดโทรศัพท์ลง"มีอะไรไม่สบายใจคุยกับเอวาได้นะ""ขอบคุณนะเอวา แต่ไม่มีอะไรหรอก" เขาพูดไปส่ง ๆ แบบไม่สนใจเธอสักนิด"เพิร์ธ ทำไมต้องเหินห่างเอวาขนาดนี้ด้วย" ด้วยความน้อยใจและท่าทีของเขาที่ไม่สนใจ เธอก็ต้องพูดออกมา"เอวา""แล้วเรื่องของเราล่ะ""เรื่องของเราคืออะไร""เพิร์ธไม่ได้รู้สึกอะไรกับเอวาเลยเหรอ""...""เพิร์ธก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเอวารู้สึกดีกับเพิร์ธ" พูดจบเธอก็โน้มตัวเข้ามากอดเขา"ทำอะไรเอวา" เขาก็รีบผลักเธอออกทันที"ที่เพิร์ธฝากงานให้เอวา เพิร์ธบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเพิร์ธเรียนจบเราจะได้เจอกัน""ก็ใช่ แล้วมันมีประโยคไหนที่ผมให้ความหวังเอวา""เพิร์ธ...""ตอนนั้นเอวามาสมัครงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก"เชิญจ้ะ""สวัสดีค่ะ""สวัสดีจ้ะ""..." วันนี้คือครั้งแรกที่เธอต้องออกไปคุยงาน กับคุณวัลลภา พร้อมกับภัทรวิชญ์ แฟนหนุ่มของเธอ ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีการสั่งผลิตสินค้าที่ใช้เกี่ยวกับ ห้องอาหารที่โรงแรม คุณวัลลภาก็เลยต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง"วันนี้หนูเตรียมตัวมาแล้วใช่ไหม""อ่ะ...เอ่อค่ะ""ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก ทำตัวสบาย ๆ เหมือนทำงานปกติได้เลย""..." ทำงานสบายๆ เหมือนปกติเหรอ ปกติที่ว่าคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกับเอวาแทบจะหยุมหัวกันทุกวัน สงครามเย็นและสงครามประสาท ก็มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยที่เธอรับมือไหว คนชนะมีเพียงหนึ่งเดียว และคนคนนั้นก็คือ เธอ! 'หึ'"เอ่อ หนูใส่ชุดนักศึกษาใช่ไหมคะ""จ้ะ ใส่ชุดนักศึกษานั่นแหละ""ค่ะ""ส่วนตาเพิร์ธแม่ให้ใส่สูท ตอนนี้คงแต่งตัวอยู่ที่ห้อง เตรียมตัวไปซะหล่อเลย""หึ ค่ะ" เธอก็พูดพร้อมกับยิ้มเขินออกมา ตั้งแต่สมัยงาน Prom Night ช่วงมัธยม ก็ยังไม่เคยเห็นเขาใส่สูทแบบทางการอีกเลย ก็คงจะหล่อมากไม่น้อย"ผ่านมาหลายเดือนแล้ว พิสูจน์ให้เห็นว่าตาเพิร์ธทำงานได้ เรื่องห่วงของแม่เรื่องนี้ก็จบไป แต่ก็นะยังมีอีกเรื่องที่แม่ยังห่วงอยู่""คะ..." เธ







![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)