เข้าสู่ระบบหลังจากที่กลับมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภูริชญาก็มานั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว เพื่อรอเวลาไปเรียน ตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงลามก ของไอ้เพื่อนชายคนสนิทกับผู้หญิงคนนั้น ในหัวเธอตอนนี้ก็มีภาพกิจกรรมอย่างว่า วนเวียนกวนใจอยู่ตลอดเวลา พยายามสลัดออกยังไงก็ไม่หลุด
"นาบี!" "ว๊ายยย อะ...ออม" แล้วเธอก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเพื่อนอีกคนเรียกเสียงดัง "มึงเป็นอะไรของมึง กูเรียกตั้งหลายครั้งแล้วนะ คิดอะไรอยู่" 'ออม พัชชา' เพื่อนสนิทอีกคนของกลุ่ม ก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าเพื่อนมีสีหน้าแปลกๆ "ปะ...เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร แล้วนี่ทำไมมึงมาเช้า" ก่อนที่เพื่อนรักจะถามอะไรไปมากกว่านี้ ภูริชญาก็รีบพูดขึ้นก่อน เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัย "กูต่างหากไหมคะที่ต้องถามมึง อะไรจะมาเช้าขนาดนี้ เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมง" "ความจริงมาตั้งแต่ก่อน 1 ชั่วโมงแล้ว เมื่อคืนน้ำชามันไปค้างด้วยไง ทีนี้ลืมกระเป๋าหนังสือไว้ที่รถ ก็เลยเอามาให้เนี่ย" "อ่อ ว่าแต่เหม่ออะไรนะ" "เปล่าไม่ได้เหม่อซะหน่อย" "งั้นเหรอ ไปรอเรียนกันเถอะป่ะ มีเรื่องจะเม้าท์ด้วยค่า" "อะ...อ่อ ไปสิ" แล้วทั้งสองสาวก็เดินตามกันเข้าห้องเรียนไป เพราะวันนี้เธอตื่นเช้ามาก ทั้งยังมาก่อนเวลาตั้ง 1 ชั่วโมง แถมมีเรื่องให้กวนใจอีก แบบนี้ใครจะไม่หงุดหงิดบ้าง เพราะไอ้เพื่อนตัวดีคนนั้นคนเดียว เธอกับวชิรวิชญ์และกลุ่มเพื่อนๆ รู้จักและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย และในแก๊งค์ของพวกเราก็มีกันอยู่ 6 คนคือ นาบี เพิร์ธ น้ำชา ไบร์ท บูม แล้วก็ออม ซึ่งพวกเราทั้ง 6 คนสนิทกันมาก จนสอบติดและได้มาเรียนมหาลัยที่เดียวกัน แล้วก็มีฟ้าใส เพื่อนต่างโรงเรียน เพิ่มเข้ามาในแก๊งค์อีกหนึ่งคน ซึ่งก็เป็นแก๊งค์ที่สนุกสนานกันมาก เพราะทุกคนเป็นเพื่อนที่รักกัน ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ณ ร้านชาบู "พวกมึงคิดว่า นาบีจะหายโกรธไอ้เพิร์ธไหม" นรีกุลก็กระซิบข้างหูเพื่อนทั้งสองคน "กูว่ารอบนี้ต้องลุ้นว่ะ ดูนาบีมันไปนั่งริมสุด เว้นที่ให้ไอ้เพิร์ธนั่งกับฟ้าใส" "ผัวเมียทะเลาะกันแบบนี้ลูกดก" "แล้วมึงอ่ะยุ่งอะไรกับเรื่องผัวเมีย เดี๋ยวนาบีมันก็โกรธพวกมึงอีกสองตัวด้วยหรอก" นรีกุลพูดพร้อมกับมองค้อนใส่ไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสอง "ก็แค่ลุ้นกันเอง แต่กูก็อยากให้ไอ้สองคนนั้นมันคบกันจริงๆ อยู่นะ คงจะบันเทิงน่าดู" "ไอ้เพิร์ธคงหมอบอยู่เหมือนหมา" วัชระก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "ก็แหง่ล่ะ มันอยู่หมัดแน่ๆ ถ้ามีเมียแบบนี้" "โทษน่ะไบร์ท ช่วยหยิบทิชชู่ให้เราหน่อยสิ" เป็นเสียงของกัญจาวีร์ ที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "อะๆ ได้ครับ" วัชระก็รีบส่งทิชชู่ให้เพื่อนคนสวย ที่เขาแอบชอบมาตลอด พร้อมกับรีบหุบปาก เพราะคิดว่าเธออาจจะรำคาญ เสียงที่พวกเขาคุยกัน "สะใจกูยิ่งนัก สมพวกมึงสองตัว ด่ามันเลยฟ้าใส ด่าอีกด่ามันเลย" นรีกุลก็เชียร์อย่างชอบใจ "มึงก็อย่าพูดมากน้ำชา กูจะคิดว่ามึงหึงกูแล้วนะ" "ไอ้ห่าบูมมม จะพูดอะไรก็กรุณาดูสาระรูปตัวเองก่อน ไอ้บ้า!" "ฮ่าๆๆ เจอสภาพแบบกูแล้วจะร้องไม่ออก หรือว่าร้องหนักกว่าเดิม ร้องครางนะ" ประโยคหลังณวัตรก็กระซิบพูดข้างหูด้วยเสียงที่แผ่วเบา จนคนที่ฟังอยู่ขนลุกซู่ "แหวะ ใครจะครางให้มึง ไอ้ทุเรศ!" พูดพร้อมกับทำสีหน้าขยะแขยงออกมา บรรยากาศในการมากินชาบูวันนี้ ก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหยอกล้อกันเช่นเดิม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เอ็นจอยกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะพูดจาแรงกันแค่ไหน ทุกคนก็ไม่ได้มีใครถือสากันแบบจริงจัง ยิ่งได้คุยเม้าส์มอยส์กันแบบนี้ยิ่งสนุก เว้นแต่ภูริชญา ที่ไปนั่งริมสุดแล้วไม่พูดกับใครเลยตั้งแต่มา ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจกันดี เนื่องจากเธอเป็นคนซีเรียสเรื่องเรียนมาก จะไม่ชอบเลยเวลาเพื่อนคนไหนขาดเรียน หรือทำตัวแบบไอ้เพิร์ธ และไม่นานคนที่เป็นปัญหาที่สุดก็มาถึง วันนี้เขาใส่เสื้อยืดสีดำ กับกางเกงยีนส์พอดีตัว แล้วก็ใส่สร้อยเกียร์เส้นโปรด พร้อมกับเซ็ตผมมาอย่างดี "โอ้โหไอ้เหี้ย มาอย่างหล่อเลยนะมึง" "แล้วนั่นมึงยิ้มเหี้ยไร จนหน้าบานขนาดนั้นครับ" เมื่อเห็นเพื่อนสุดหล่อเดินเข้ามา พร้อมกับใบหน้าที่ชื่นมื่น สองหนุ่มก็อดแซวไม่ได้ เพราะก็รู้ดีว่าไอ้เพื่อนตัวดีไปทำอะไรมา "เรื่องของกูสัส" คนหล่อตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ "มีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นแน่ๆ ไอ้ห่า" "หึ ก็มีบ้างอะไรบ้าง" "แล้วเป็นไงน้อง อจ ของมึง" "เด็ด" "เชี่ยยย ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนกู" "แล้วไปลากมาจากไหนอีก" "เปล่า บังเอิญไปเจอกันพอดี" "ละนี่มึงเอาน้องเขาตั้งแต่เมื่อคืน?" ณวัตรก็หรี่ตาถาม เพราะรู้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีของเขา มันอึดและถึกทนขนาดไหน คิดแล้วก็สงสารหญิงงามของมันคงจะช้ำหมดแล้ว คนหล่อก็ไหวไหลพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี จะว่าเด็ดไหมก็เรียกได้ว่าเด็ด แต่ถ้าถามว่าดีไหม เขายังไม่ได้รู้สึกดีขนาดนั้นกับคู่นอนคนไหน "พวกมึงหยุดพูดเรื่องลามกอะไรแบบนี้กันได้แล้ว" นรีกุลก็หันไปเอ็ดไอ้เพื่อนชายจอมลามกทั้ง 3 คน "แล้วมึงมีเรื่องที่ยังไม่รู้" "เรื่อง?" "เมื่อเช้าเมียหลวงมึงไปที่คณะ แล้วก็รู้เรื่องพอดี" "เชี่ยยย แล้วเป็นห่าอะไรไม่รีบบอกกู" ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าอย่างอัตโนมัติ "จะให้บอกตอนไหน ครางเสียวฉิบหายไอ้สัส" "ฉิบหายแล้วกู" สายตาพลันรีบมองไปที่เธอ ที่เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ "รีบไปง้อเมียหลวงมึงได้แล้วไป หน้าบูดหน้าบึ้งไปนั่งติดผนังอย่างกับตุ๊กแก" "พวกมึงนี่ก็นะ" แล้วเขาก็ขำออกมาอย่างชอบใจ เมื่อมันเปรียบเทียบคนที่ได้ชื่อว่าเมียหลวงเขาแบบนั้น ซึ่งภูริชญาก็เป็นคนที่เขาแคร์มากเหมือนกัน เพราะเธอเป็นทุกอย่างให้กับเขา ตั้งแต่ติวสอบ ยันช่วยทำรายงาน ทั้งโปรเจ็คต่างๆ แล้วก็ซัพพอร์ตได้หลายเรื่อง เขาก็เลยไม่อยากให้เธอ ต้องรู้สึกไม่ดี จนต้องง้อทุกครั้ง ที่เขาก่อเรื่องแบบนี้ ทำให้โดนเพื่อนทุกคนแซว และตั้งฉายาให้เธอเป็นเมียหลวงของเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ติดอะไร ทั้งยังรู้สึกชอบด้วยซ้ำ มีแต่เธอที่ไม่ค่อยชอบ เวลาโดนเพื่อนๆ เรียกแบบนี้ก็จะหน้างอขึ้นมาทุกที "แล้วนี่ให้กูนั่งตรงไหน" คนหล่อก็พูดขึ้นเสียงดัง เพื่อเรียกร้องความสนใจให้เธอเงยหน้าขึ้นมามอง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเธอเอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้สนใจที่เขามาเลยแม้แต่น้อย "เพิร์ธนั่งตรงนี้สิ" แล้วกัญจาวีร์ก็รีบขยับที่ให้เขา พร้อมกับรีบจัดชุดช้อนกับตะเกียบให้ แต่ในตอนนั้นเขาก็เบียดตัวเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างเพื่อนคนสวยทั้งสอง และถึงตัวภูริชญาเรียบร้อย "นี่มึงเล่นอะไรเพิร์ธ" พัชชาก็พูดด้วยน้ำเสียงดุ "ก็กูจะนั่งตรงนี้ กูเคยนั่งกับใครกูก็จะนั่งกับคนนั้น" เขาก็พูดอย่างคนเอาแต่ใจ "..." ภูริชญาก็เงยหน้าขึ้นมามอง ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ก่อนจะทำสีหน้าให้เป็นปกติ "ไอ้เหี้ย" เมื่อต้องเป็นแบบนั้นพัชชาก็ยอมถอยให้มัน แล้วขยับไปนั่งข้างกัญจาวีร์แทน พร้อมกับเสียงหัวเราะของบรรดาเพื่อนในกลุ่ม ที่เอาใจเชียร์ทั้งสองคนอย่างเต็มกำลัง "..." มีเพียงแต่รกัญจาวีร์ที่ลอบมองอย่างไม่พอใจ เธอได้แต่แอบกำมือตัวเองไว้แน่น เพื่อไม่ให้โมโหไปมากกว่านี้ วันไหนที่ไม่มีภูริชญา เธอจะรู้สึกว่ามีความสุขมาก เพราะเพื่อนทุกคนก็ต่างเอาใจเธอเหมือนกัน แต่พอมียัยนี่เมื่อไหร่ ก็เป็นว่าไม่มีใครสนใจเธอเลย นี่ก็ผ่านไป 4 ปีแล้ว เธอยังไม่รู้สึกชอบยัยคนนี้เลยสักวันวันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้าย แล้วก็มีประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งก็เป็นการเกริ่นนำ ต้อนรับผู้บริหารคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ ทันทีที่เรียนจบ"ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ตั้งใจฝึกงานเป็นอย่างดี หวังว่าที่นี่จะให้อะไรบ้าง และอยากให้ทุกคนไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต ขอบคุณค่ะ"แปะ แปะ แปะ แปะแล้วเสียงนักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในห้อง ก็ปรบมือขึ้นพร้อมกัน ซึ่งก็ดีใจมากที่ได้มาฝึกงานที่นี่"แล้ววันนี้สำหรับพนักงาน ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นทุกคน ดิฉันอยากแนะนำลูกชายอย่างเป็นทางการค่ะ เมื่อเรียนจบภัทรวิชญ์จะมาขึ้นแท่นผู้บริหารทันที หวังว่าทุกคนจะต้อนรับเป็นอย่างดีนะคะ""ยินดีค่ะ""ยินดีครับ เก่งมากเลยนะเพิร์ธ" ผู้บริหารอาวุโสคนหนึ่งก็พูดขึ้น พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างยินดี"ขอบคุณมากครับคุณอา""น้าเองก็ยินดีด้วยนะเพิร์ธ คนรุ่นใหม่ไฟแรง ยังไงบริษัทเราต้องไปได้ไกลแน่ ๆ""ขอบคุณครับคุณน้า" เขาก็ยิ้มให้ทุกคนที่อวยพรเขาอย่างนอบน้อม"แล้วอยากแนะนำอีกหนึ่งคนค่ะ สาวสวยคนนี้" คุณวัลลภาก็พูดพร้อมกับมองไปที่ภูริชญา ที่ตอนนี้เธอกำลังทำหน้างงอยู่"คะ?" ก่อนจะถามอย่างไม่เข้าใจ"หนูนาบี เป็นแฟนของเพิร์ธค่ะ ว่
ณ เพนท์เฮาส์ภัทรวิชญ์เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็กลับมาที่เพนท์เฮาส์ เขาถามเธอตลอดทางเกี่ยวกับอาการป่วย ด้วยความห่วงใย"อาบน้ำเลยไหมบี""...""บี" เห็นว่าเธอไม่ตอบเขาก็เรียกอีกครั้ง"ฮึก ๆ ๆ" เธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัด"เป็นอะไรบี ร้องไห้ทำไม" เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้ เขาก็รีบเดินไปกอดปลอบในทันที"ขอบคุณนะเพิร์ธ ขอบคุณนะ""โธ่ ตกใจหมดเลย ไม่เป็นไรนะไม่ต้องร้อง""ฮึก มันรู้สึกอึดอัด อยากปลดปล่อยอยากร้องไห้แบบนี้""โอเคถ้าอย่างงั้นก็ร้องออกมา เพิร์ธจะกอดไว้อย่างนี้แหละ จะไม่ปล่อยไปไหนเด็ดขาด""ขอโทษนะเพิร์ธ""หืม" คนตัวโตก็ก้มลงมองเธอ พร้อมกับหอมหัวด้วยความรักใคร่"ขอโทษที่งี่เง่า ที่ทำตัวแบบเมื่อคืน""ไม่เป็นไร แต่เพิร์ธก็อยากรู้นะ ว่าบีเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหนีกลับบ้านแบบนั้น""..." เมื่อเขาถามมาแบบนี้เธอก็ต้องชะงัก"บี""เพิร์ธ""หืม""อีกไม่กี่วันเราก็ฝึกงานกันเสร็จแล้ว แล้วเราก็เรียนจบกัน""ใช่""เพิร์ธพร้อมแต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม"“จริงสิ เพราะยังไงเราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ก็แค่แต่งงานมีสถานะ เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทำทุกอย่างให้ถูกต้องแค่นั้น”"ขอบคุณนะเพิร์ธ"
ย้อนกลับไป 6 ปีก่อน"มองอะไรเพิร์ธ รีบไปได้แล้ว""เดี๋ยวสิครับแม่ ย้ายโรงเรียนทั้งทียังไม่มีเพื่อนเลยนะ แม่จะไม่ให้ผมทักทายใครหน่อยเหรอ" ก่อนจะมองแม่ตัวเองด้วยสายตาที่เว้าวอน"แต่แม่ต้องรีบเตรียมตัวไปประชุม""ตอนนี้เพิ่ง 11 โมงเองครับ แม่ประชุมตั้งบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่ แต่ต้องรีบไปเตรียมตัวไง""เดี๋ยวก่อนครับแม่" สายตาคม ก็มองผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เธอสวยมากทั้งน่ารักเป็นธรรมชาติ จนเขาในตอนนั้นอยากเข้ารู้จัก"หนูคนนี้น่ารักดีนะ" คุณวัลลภามองตามแล้วยิ้มออกมา"ครับแม่" ยิ่งเห็นรอยยิ้มนั้นใจเขาก็ยิ่งสั่น ทำไมเธอน่ารักได้ขนาดนั้น ยิ่งยิ้มยิ่งพูดยิ่งดูสดใส"นาบีอยู่ห้องเดียวกันเลย""อ้าวออม ย้ายมาเรียนที่นี่ด้วยเหรอ""ใช่ ดีใจจังเลย อย่างน้อยก็มีเพื่อนมาจากโรงเรียนเดียวกัน""แต่ผลสอบอยู่ฝั่งโน้นนะ""อ้าวเหรอ""ปะเราไปดูกันเถอะ"ตุ๊บและในตอนนั้นเธอก็เดินชนกับใครบางคนเข้า ก่อนจะเงยหน้าสวยขึ้นมามอง ก็พบกับหนุ่มหล่อ ที่เห็นครั้งแรกก็รู้สึกใจสั่นขึ้นมาเลย"อะ ขอโทษนะ""มะ...ไม่เป็นไร""มองไกลว่าน่ารักแล้ว มองใกล้แบบนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก" เขาเองก็มองตามหลังเธอพร้อมกับยิ้มออกมา"ภูริชญา
เธอเพียงส่งข้อความไปหาเขา ทั้งยังไม่ได้รับโทรศัพท์แต่อย่างใด เพราะเธอเองก็ยังไม่กล้าสู้หน้าเขา กับเรื่องที่เกิดขึ้นเธอก็นอนคิดทั้งคืน ว่าจะเริ่มบอกเขาว่ายังไงดีวันนี้ก็มาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้า ด้วยความที่ยังคิดมากอยู่ ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับใคร โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้ก็นั่งเหม่ออยู่เช่นกันRrr Rrr Rrr"สวัสดีค่ะคุณวัลลภา , ได้ค่ะ , ค่ะ" เมื่อวางสายจากท่านประธาน ก็หันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา"คุณวัลลภาบอกให้เธอเข้าไปพบ""..." เธอก็ชงักไปพร้อมกับใจที่เต้นแรงขึ้น ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเรื่องอะไร เพราะคุณวัลลภาก็ไม่ได้เรียกเธอนานแล้ว"นาบี เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม""ดะ...ได้ยิน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ" พูดจบเธอก็ถอนหายใจและลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องท่านประธาน"สวัสดีค่ะ" เธอก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเช่นเดิม"หนูนาบี ไม่สบายเป็นยังไงบ้าง" คุณวัลลภาก็ถามด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง"ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วง""ดูหน้ายังซีดอยู่เลย""ค่ะ ก็ยังมีอาการอยู่นิดหน่อย""ความจริงหนูลาอีกก็ได้นะ ให้หายดีก่อนค่อยมาทำงาน""ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้อาการหนักเท่าเมื่อวาน""
วันนี้เป็นวันที่เขาต้องเข้ามาตรวจโรงงาน กับแม่พร้อมกับผู้ช่วยเลขาอย่างเอวาที่มาด้วย และตอนนี้แม่เขากำลังคุยกับลูกค้ารายใหญ่อยู่ที่ห้องประชุมตอนนี้เขาเอง ไม่เป็นอันทำอะไร เลยออกมาโทรศัพท์หาเธอ เพื่อถามดูอาการว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง"เพิร์ธเป็นอะไรหรือเปล่า" เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าที่เคร่งเครียด เอวาก็รีบตามออกมาในทันที"อ่อ ป่าวหรอกไม่มีอะไร""ก็เห็นดูโทรศัพท์ตลอดเลย มีธุระด่วนหรือเปล่า""เอ่อ...ก็มีอยู่" แล้วเขาก็ปิดโทรศัพท์ลง"มีอะไรไม่สบายใจคุยกับเอวาได้นะ""ขอบคุณนะเอวา แต่ไม่มีอะไรหรอก" เขาพูดไปส่ง ๆ แบบไม่สนใจเธอสักนิด"เพิร์ธ ทำไมต้องเหินห่างเอวาขนาดนี้ด้วย" ด้วยความน้อยใจและท่าทีของเขาที่ไม่สนใจ เธอก็ต้องพูดออกมา"เอวา""แล้วเรื่องของเราล่ะ""เรื่องของเราคืออะไร""เพิร์ธไม่ได้รู้สึกอะไรกับเอวาเลยเหรอ""...""เพิร์ธก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเอวารู้สึกดีกับเพิร์ธ" พูดจบเธอก็โน้มตัวเข้ามากอดเขา"ทำอะไรเอวา" เขาก็รีบผลักเธอออกทันที"ที่เพิร์ธฝากงานให้เอวา เพิร์ธบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเพิร์ธเรียนจบเราจะได้เจอกัน""ก็ใช่ แล้วมันมีประโยคไหนที่ผมให้ความหวังเอวา""เพิร์ธ...""ตอนนั้นเอวามาสมัครงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก"เชิญจ้ะ""สวัสดีค่ะ""สวัสดีจ้ะ""..." วันนี้คือครั้งแรกที่เธอต้องออกไปคุยงาน กับคุณวัลลภา พร้อมกับภัทรวิชญ์ แฟนหนุ่มของเธอ ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีการสั่งผลิตสินค้าที่ใช้เกี่ยวกับ ห้องอาหารที่โรงแรม คุณวัลลภาก็เลยต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง"วันนี้หนูเตรียมตัวมาแล้วใช่ไหม""อ่ะ...เอ่อค่ะ""ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก ทำตัวสบาย ๆ เหมือนทำงานปกติได้เลย""..." ทำงานสบายๆ เหมือนปกติเหรอ ปกติที่ว่าคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกับเอวาแทบจะหยุมหัวกันทุกวัน สงครามเย็นและสงครามประสาท ก็มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยที่เธอรับมือไหว คนชนะมีเพียงหนึ่งเดียว และคนคนนั้นก็คือ เธอ! 'หึ'"เอ่อ หนูใส่ชุดนักศึกษาใช่ไหมคะ""จ้ะ ใส่ชุดนักศึกษานั่นแหละ""ค่ะ""ส่วนตาเพิร์ธแม่ให้ใส่สูท ตอนนี้คงแต่งตัวอยู่ที่ห้อง เตรียมตัวไปซะหล่อเลย""หึ ค่ะ" เธอก็พูดพร้อมกับยิ้มเขินออกมา ตั้งแต่สมัยงาน Prom Night ช่วงมัธยม ก็ยังไม่เคยเห็นเขาใส่สูทแบบทางการอีกเลย ก็คงจะหล่อมากไม่น้อย"ผ่านมาหลายเดือนแล้ว พิสูจน์ให้เห็นว่าตาเพิร์ธทำงานได้ เรื่องห่วงของแม่เรื่องนี้ก็จบไป แต่ก็นะยังมีอีกเรื่องที่แม่ยังห่วงอยู่""คะ..." เธ







