LOGINสายลมแห่งรักพัดพาความรู้สึกดีๆ ให้ก่อตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วระหว่างเมญาดาและชัชชนน์ ทุกเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน ถักทอความผูกพันจนลึกซึ้งและแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ยากเกินจะถอน
เมญาดามอบความรักและความไว้วางใจให้กับชายหนุ่มผู้เข้ามาช่วยเธอไว้ราวกับอัศวินขี่ม้าขาว เธอเชื่อมั่นในรักครั้งแรกของเธออย่างหมดหัวใจ
แล้วในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาจนถึงทะเล ละทิ้งความวุ่นวายทุกอย่าง ปลีกวิเวกมาเที่ยวพักผ่อนกันตามลำพังเพียงสองต่อสอง แสงอาทิตย์ยามสายของวันสาดส่องเป็นสีทองอ่อนละมุน ทาบทอท้องทะเลสีครามให้ระยิบระยับราวกับอัญมณีล้ำค่า
เมญาดายืนอยู่ริมฝั่ง ทรายขาวละเอียด ที่ซึ่งร่มเงาของต้นไม้ใหญ่แผ่ปกคลุมลงมาอย่างหนาแน่น ราวกับผืนกำมะหยี่สีเขียวเข้มที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ ถัดจากนั้นไปไม่ถึงสองร้อยเมตรคือตัวบ้านพักตากอากาศหรูหราของเธอ ถึงแม้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงจะเจิดจ้าส่องสว่างไปทั่วบริเวณสักเพียงใด แต่ ณ ที่ที่เธอยืนอยู่กลับเย็นสบาย ปราศจากไอแดดร้อนระอุแม้แต่น้อย ร่มเงาหนาทึบของใบไม้ที่พลิ้วไหวตามสายลม ราวกับเป็นม่านธรรมชาติที่กั้นแสงแดดออกไปจนหมดสิ้น ทำให้พวกเขาเล่นน้ำทะเลใสเย็นได้อย่างสบายอกสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลกับความร้อนแรงของแสงอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย
เมญาดายิ้มหวานละมุนในอ้อมกอดของชัชชนน์ ความสุขเอ่อล้นอยู่ในดวงตาคู่สวย ก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยเสียงหัวเราะสดใสร่าเริ่งออกมา ทั้งคู่วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนานระหว่างเกลียวคลื่นสีขาวที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งอย่างไม่หยุดหย่อน เมญาดามีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ล้ำค่า ชัชชนน์วิ่งไล่ตามคว้าร่างบางของเธอไว้ได้ในที่สุด ก่อนจะโอบกอดเธอไว้อย่างแนบแน่น รอยยิ้มบางๆ แต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาราวกับภาพวาดที่งดงาม ตรึงทุกความรู้สึกของคนในอ้อมกอดให้อยู่ในภวังค์
“ชัชคะ! ญาดารักคุณจังเลย!” เสียงใสราวกับระฆังแก้วกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของชายหนุ่มในอ้อมกอด ราวกับบทเพลงรักที่ขับกล่อม กระโปรงผ้าพลิ้วบางเบาโบกสะบัดตามแรงลมที่พัดมาจากทะเล เผยให้เห็นเรียวขางามเมื่อยามที่เธอเคลื่อนไหว ฟองคลื่นเย็นเฉียบสาดกระเซ็นต้องผ้าคลุมเอวผืนบางที่แนบชิดอยู่กับบิกินีตัวจิ๋วของเธอจนเปียกชุ่ม เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวที่เย้ายวนสายตา จนชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย ราวกับกระแสไฟฟ้าที่ไม่อาจควบคุมได้
ชัชชนน์ ยืนโอบกอดร่างบอบบางของเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นบ่อยนัก รอยยิ้มบางๆ แต้มอยู่มุมปาก ราวกับความสุขสงบที่แทรกซึมเข้ามาในหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่สื่อถึงความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และความปรารถนาที่จะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้
“เรากลับที่พักกันก่อนไหม” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของชัชชนน์เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ส่งผ่านอ้อมกอดอันอบอุ่น เมญาดาเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งก่อนจะสบตาเขาด้วยรอยยิ้มหวานสดใส แต่ดวงตาคู่สวยก็เปล่งประกายของความขี้อ้อนออกมาทันที ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขึ้นตามมา
“อื้อ...แต่!!! ญาดายังเล่นน้ำไม่เบื่อเลยนี่คะ!” เมญาดาเอ่ยเสียงหวานออดอ้อนชายหนุ่มที่โอบกอดเธอ ราวกับเด็กน้อยที่กำลังอ้อนวอนขอของเล่นชิ้นโปรด ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นมองชายหนุ่มอย่างเว้าวอน พร้อมกับออกแรงจูงมือใหญ่ของเขาเบาๆ ให้ลงไปในน้ำทะเลอีกครั้ง ราวกับต้องการเหนี่ยวรั้งช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไว้ให้นานที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นได้ส่งผลต่อหัวใจของเขามากเพียงใด
ชัชชนน์ส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างขบขัน แต่ก็ก้าวเดินตามเธอลงไปในน้ำทะเลใส แสงอาทิตย์ยามเที่ยงของวันสาดส่องลงบนผืนน้ำ เกิดเป็นประกายวาววับ ราวกับมีใครนำเพชรมาโปรยปราย
“เย็นจังเลยค่ะ!” ญาดาร้องออกมาอย่างสดใส เมื่อเท้าสัมผัสกับน้ำทะเลเย็นเฉียบ เธอแกล้งสาดน้ำใส่ชัชชนน์อย่างหยอกล้อ ชายหนุ่มยิ้มขึ้น ก่อนจะวักน้ำสาดกลับไปบ้าง
“เจ้าเล่ห์จริงๆ เลยคุณเนี่ย” ชัชชนน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอ็นดู มองใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มของเธออย่างรักใคร่ ทั้งสองคนเล่นน้ำทะเลด้วยกันอย่างสนุกสนานและสาดน้ำใส่กันอย่างไม่ถือสา ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาสองคนเท่านั้น
ไม่นานนักชัชชนน์ก็บอกให้เธอหยุดเล่นน้ำ เพราะเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะไม่สบาย เขาไม่รู้หรอกว่าเมญาดาป่วยเป็นอะไร รู้เพียงแต่ว่าชลธิชาน้าสาวของเธอ มักจะคอยเตือนให้เธอกินยาอยู่เสมอ
”แต่ญาดายังอยากอยู่กับคุณตรงนี้นานๆ อีกหน่อยนี่คะ...ตรงนี้มันสนุกดีออก” น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความไร้เดียงสา ราวกับเด็กกำลังอ้อนวอนผู้ใหญ่ ชัชชนน์มองใบหน้าสวยหวานที่แต้มไปด้วยหยดน้ำทะเลอย่างเอ็นดู หัวใจของเขาอ่อนยวบให้กับความน่ารักน่าชังของเธอ
“เล่นน้ำนานๆ ระวังจะไม่สบายเอานะ” ชัชชนน์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ส่งผ่านสัมผัสอบอุ่นจากมือที่ลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ เมญาดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายสดใส
“ตรงนี้แดดไม่ร้อนสักหน่อย หรือว่า...คุณชัชหิวแล้วคะ?” เธอถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับคลี่ยิ้มหวานให้เขา
ชัชชนน์ส่ายหน้าเล็กน้อย มองใบหน้าอิ่มเอิบด้วยความสุขของเธออย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อตอบคำถามของหญิงสาว
“ผมยังไม่หิวเลยครับ..แต่กลัวคุณจะไม่สบายเอา” สิ้นเสียงทุ้มในห้วงของความคิดกลับมีภาพซ้อนทับแห่งความปรารถนาที่ร้อนแรง หากความหิวในใจที่เขาต้องการสามารถเติมเต็มได้ด้วยการครอบครองเธอตรงนี้...เขาจะไม่ลังเลเลย..แม้แต่วินาทีเดียว
ญาดาตัดสินใจเดินจูงมือชัชชนน์ขึ้นจากน้ำทะเล ทรายเม็ดละเอียดนุ่มเท้า เสียงคลื่นซัดสาดเบาๆ ราวกับเป็นเพลงรักที่แสนหวาน
“วันนี้คุณขับรถ..เหนื่อยไหมคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามขณะทั้งคู่เดินกลับที่พัก หญิงสาวฉุดมือของเขาก่อนจะพาเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ
“ไม่เลยครับ...ผมมีความสุขมากกว่า” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนจนญาดารู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
หลังจากเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ทั้งสองคนก็เดินไปนั่งลงบนโขดหินหน้าบ้านพัก และมองดูท้องทะเลที่งดงามราวกับภาพวาด
“ชัชคะ!!!...” ญาดากระซิบเสียงหวานขณะซบศีรษะลงบนไหล่กว้างของเขา
“ขอบคุณนะคะที่พาญาดามาที่นี่...” ชัชชนน์ยื่นมือโอบกอดไหล่เธอไว้ ก่อนจะกระชับอ้อมแขนราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีความสุขครับ...ที่ได้เห็นรอยยิ้มของคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไว้ด้วยความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้งในหัวใจ
ความใกล้ชิดและความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ความรู้สึกรักใคร่ในหัวใจของทั้งสองคนยิ่งทวีมากขึ้น
ช่วงบ่ายคล้อยทั้งสองคนก็เดินจูงมือขึ้นไปยังบ้านพักหรูริมทะเลที่ลูเซียโนเป็นเจ้าของ บรรยากาศบ้านพักส่วนตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเบาๆ ญาดานั่งซบไหล่ชัชชนน์อยู่ตรงริมระเบียง ระหว่างนั่งทานมื้อเที่ยงที่แวะซื้อกันมาเมื่อสักครู่
“ญาดามีความสุขจังเลย ที่คุณยอมมาเที่ยวกับญาดา” หญิงสาวกระซิบเสียงหวาน น้ำเสียงเจือไปด้วยความรักและความอิ่มเอม ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แล้วงับแอมเบอร์เกอร์ชิ้นโตเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติของอาหาร หรือความรู้สึกของหัวใจมันก็ช่างลงตัวและสมบูรณ์แบบไปเสียหมด
หลังจากทั้งคู่เอร็ดอร่อยกับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งเคียงกันอยู่ที่ระเบียง ความเงียบสงบปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ
ชัชชนน์เอื้อมมือลูบผมยาวสลวยของเธอเบาๆ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นในใจเริ่มสั่นคลอนความตั้งใจเดิมของเขา
“ญาดา!!...” ชัชชนน์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ราวกับเสียงกระซิบของลมที่พัดผ่านใบไม้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใบหน้าสวย ริมฝีปากของเขาแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าผีเสื้อตัวน้อยที่เกาะอยู่บนกลีบดอกไม้จะตื่นตกใจ
เมญาดาเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างตกตะลึง หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกตีอย่างรวดเร็ว เธอไม่ทันตั้งตัวกับสัมผัสที่เขามอบให้อย่างนุ่มนวล ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันอย่างเก้อเขิน ไม่รู้ว่าจะตอบสนองต่อสัมผัสของเขาได้อย่างไร มันช่างแตกต่างจากจูบที่เธอเคยจินตนาการเอาไว้มากมายนัก ราวกับว่าตอนนี้มันมีกระแสไฟอ่อนๆ แล่นผ่านทั่วร่างจนทำให้เธอรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว แก้มของเมญาดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ชวนให้สับสน แต่ในขณะเดียวกันมันก็แฝงไว้ด้วยความหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด
เมญาดาพยายามตอบรับสัมผัสของเขาอย่างเต็มใจ ราวกับดอกไม้ที่ค่อยๆ แย้มกลีบรับแสงตะวัน ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ด้วยความตื่นเต้นที่ถาโถมเข้ามา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังประโคมในช่วงเวลาสำคัญ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดมากเท่านี้มาก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในทุกอณูของร่างกาย ทั้งความประหม่าที่ถูกจู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว และความปรารถนาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเร้าร้อน ทำให้เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนรอบตัวอย่างช้าๆ และทุกวินาทีมันก็ผ่านไปอย่างยากลำบากเหลือเกิน
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ
ตอนที่ 32 ความลับของคฤหาสน์“มาร์โก! แก แก...รีบ ๆ มา ๆ ที่คฤหาสน์ ด่วน ๆ เลย!!” เสียงของชลธิชาติดอ่างและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนกำลังจะจมน้ำ เธอเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราด้วยความกระวนกระวายราวกับหนูติดจั่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามไรผม ใบหน้าสวยซีดเผือด ดวงตาเรียวคมกริบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นายหญิงครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงของมาร์โกดังลอดมาจากโทรศัพท์ ก่อนจะพยายามพูดเพื่อประคองสติที่กำลังแตกกระเจิงของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างลับ ๆ ของเขาแล้วในตอนนี้ แม้สถานะของเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่ง แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลึกซึ้งนั้นก็ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยผลประโยชน์อันมากมาย มาร์โกตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จและความอยู่รอดของชลธิชา ดังนั้นในยามที่นางบำเรอผู้ทรงอิทธิพลเสียขวัญ เขาก็ต้องทำหน้าที่ประดุจเสาหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน“มีอะไรค่อยๆ เล่าให้ผมฟังทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วครับนายหญิง”“เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์เหรอครับ?”“นังเด็กนั่น! นังเด็กนริลญา! มันกล
ตอนที่ 31 เอาทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมาณ คฤหาสน์หรูของลูเซียโน ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ของห้องรับแขกค่อยๆ แง้มออก ราวกับม่านที่เปิดขึ้นสู่ฉากละครอันน่าติดตาม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นลำยาว จับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามดุจนางพญา ดวงตาคมกริบกวาดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียดของสถานที่...ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเธอและมารดา“สวัสดีค่ะ น้าชล” เสียงหวานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเอ่ยทักทายชลธิชา ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนใบหน้าของเธอซีดเผือด“คุณน้าสบายดีมั้ยคะ?” นริลญา เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็น จนชลธิชา ถึงกับสะท้าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างและไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ ก่อนจะจ้องมองนริลญาราวหลานสาวอีกคนราวกับเห็นวิญญาณร้าย จนต้องยืนอึ้งราวกับถูกสาป“คุณน้าคงสบายกว่าตอนที่คุณแม่หนูอยู่ที่นี่ใช้มั้ยคะ?” นริลญาย้ำคำถามคล้ายเดิมเดิม เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ผู้เป็นน้า ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเผือดของชลธิชาอย่างไม่ละ“แต่นาริลว่า อากาศที่คฤหาสน์หลังนี้คงสดใสขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ.







