Masukแสงอาทิตย์สีทองอ่อนละมุน ราวกับพู่กันของจิตรกรเอก ค่อยๆ แต่งแต้มผืนน้ำทะเลให้ระยิบระยับในช่วงสุดท้ายของวัน เมญาดายืนเอนหลังพิงอกแกร่งของชัชชนน์ ปล่อยให้สายลมเย็นที่พัดมาจากทะเลลูบไล้เส้นผมดำขลับยาวสลวยของเธอ รอยยิ้มกว้างสดใสประดับอยู่บนใบหน้าสวย ราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานรับแสงสุดท้ายของวัน
“คุณชอบทะเลยามใกล้พระอาทิตย์ตกมั้ยคะ?” เมญาดาหันมาถามชัชชนน์ด้วยแววตาแห่งความใคร่รู้ ราวกับเด็กน้อยที่อยากแบ่งปันความมหัศจรรย์ที่ตนเองค้นพบ เธอเงยหน้ามองเขาอย่างคาดหวัง ราวกับต้องการให้เขาเห็นความงามของช่วงเวลาที่แสงสีทองกำลังจะลาลับไปจากผืนน้ำสีครามเช่นเดียวกับเธอ
ชัชชนน์ยืนมองแสงสีทองอ่อน ๆ สาดส่องลงบนผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่ รอยยิ้มบางๆ แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากหยักได้รูปของเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยขึ้นเป็นคำตอบ
“ครับ...มันสวยมาก” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นและจริงจัง
คำตอบนั้นไม่ได้หมายถึงแค่ทิวทัศน์อันงดงามตรงหน้าเท่านั้น แต่สายตาคมของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ราวกับเธอเป็นภาพวาดที่งดงามที่สุด ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างเงียบๆ มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความแค้นที่เคยเป็นเชื้อเพลิงในชีวิตของเขา ความรู้สึกที่ทำให้เขาสับสนพร้อม ๆ กับความหวั่นไหว มันเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เขาเคยเชื่อมั่นมาก่อนหน้านี้
ใบหน้าหวานละมุนหันไปสบกับดวงตาคมกริบของผู้ชายที่เธอขนานนามในหัวใจว่าเขาคือผู้ที่ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดของมัน ดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องใบหน้าอันหล่อเหลาอย่างเปิดเผย ราวกับต้องการอ่านทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในใจ
“คุณชัช!!!...ดูคุณเงียบๆ ไป มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับสายลมที่พัดผ่าน ก่อนจะพยายามดึงเขาออกจากห้วงความคิดที่ดูเหมือนจะรบกวนจิตใจของเขาอยู่ไม่น้อย จนชายหนุ่มตื่นจากภวังค์และสลัดความคิดบางอย่างที่วกวนอยู่ในหัวออกไป
ชัชชนน์ละสายตาจากผืนน้ำทะเลที่กำลังเปลี่ยนสีทีละน้อย มามองใบหน้าสวยของเธอแทน ก่อนจะรีบตอบคำถามของหญิงสาว
“อ๋อ!!!..ปะ.. เปล่าครับ” เขารีบบอก น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“คุณชอบทะเลไหมคะ?” เมญาดาถามต่ออย่างใคร่รู้
ชัชชนน์หันกลับมาสบตากับเธออีกครั้ง แววตาของเขายังคงอ่อนโยนกับเธอเสมอ
“เมื่อก่อน...ผมไม่เคยรู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับทะเลหรอกครับ แต่ตอนนี้...” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับกำลังเรียบเรียงความรู้สึกในใจ
“ผมรู้สึกว่ามันสวยงามมาก...เหมือนคุณ...ที่กำลังยืนอยู่หน้าผม...ตอนนี้” ชัชชนน์เรียบเรียงคำตอบที่ออกมาจากหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
ใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นในทันที ราวกับกลีบกุหลาบแรกแย้มต้องหยาดน้ำค้าง หัวใจของเธอเต้นระรัวในอก คำพูดที่แสนหวานออกจากชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเธอไม่คิดว่าจะได้ยินมันด้วยซ้ำ ราวกับสายลมที่พัดโชยมาเบาๆ แต่กลับสั่นคลอนทุกความรู้สึกในใจของเธอให้หวั่นไหว
“คุณเนี่ย!!!..ก็ปากหวานเป็นเหมือนกันเหรอคะ...” เมญาดาเอ่ยถามเสียงแผ่วราวกับกระซิบ แต่ในดวงตากลับฉายแววแห่งความสุข
ชัชชนน์ ก้าวเข้าไปใกล้เธอจนแนบชิด มือหนาของเขายกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก้มเนียนของเธอเบาๆ ก่อนที่จะลากนิ้วสัมผัสผิวแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย ราวกับต้องการค้นหาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ญาดา!!!...” เขาเรียกชื่อของเธอแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของลมทะเล
“คุณรู้มั้ย ว่าการที่ผมได้อยู่ใกล้ๆ คุณ...มันทำให้ผมลืมความทุกข์ไปเลย”
ความเงียบปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเป็นเพลงรักที่ขับกล่อมคนทั้งสอง แสงอาทิตย์สีทองค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มอ่อนๆ ที่ยังคงส่องสว่างบนผืนทรายและใบหน้าของคนทั้งคู่ ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจของพวกเขาช่างงดงามและลึกซึ้ง ราวกับความรักที่กำลังจะเบ่งบานภายใต้แสงจันทร์ที่กำลังจะมาเยือน
เมญาดาพยายามกลั้นหายใจ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก สัมผัสอบอุ่นจากปลายนิ้วของชัชชนน์ที่ลูบไล้แก้มของเธอเบาๆ นั้น ช่างอ่อนโยนและทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่สวยของเธอจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคมของเขาอย่างแน่วแน่ ราวกับต้องมนตร์สะกด ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจเอื้อนเอ่ยความในใจออกมา
“คุณชัชคะ!!!...ถึงแม้ว่าเรื่องของเรามันอาจจะเร็วไปสักหน่อย” เธอพยายามเอ่ยคำพูดออกมา แต่เสียงของเธอกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“แต่ญาดาก็รักคุณด้วยความจริงใจนะคะ” ชัชชนน์สบตาเธอ แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
“ผมรู้ครับ แต่ว่า...” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งใจ
ตอนที่ 36 ตอนจบบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ผสานรวมกัน ความเศร้าโศกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความหวังและความผูกพัน ชัชชนน์รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเมญาดาและวีโอลา เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติมเต็มความรักที่ขาดหายไปในชีวิตน้อยๆ ของเด็กหญิงผู้สูญเสียมารดาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูเซียโนได้นำกำลังตำรวจบุกเข้าไปจับชลธิชาน้องสะใภ้ ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกภาพรถของมาร์โกไล่ตามสังหารชัชชนน์เมื่อวานนี้ รถคันนั้นเขาเพิ่งจะมอบให้ชัชชนน์ขับไปรับส่งวีโอลาที่โรงเรียนแต่เขาก็ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ทั่วทั้งคัน เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งตำรวจก็ออกหมายจับชลธิชาอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมาร์โกถูกควบคุมตัวและสอบสวนอย่างหนัก จนเขายอมจำนนต่อหลักฐานและซัดทอดไปยังผู้บงการแต่โดยดี นั่นก็คือชลธิชาแม้ในตอนแรกชลธิชาจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่หลักฐานจากการแชทที่เธอวางแผนการอันชั่วร้ายกับมาร์โกก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวเธอจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดเงามืดแห่งความชั่วร้ายที่ปกคลุมคฤหาสน์มานาน ก็ถูกแสงแห่งความยุติธรรมแผดเผาจนสิ้นสองวันต่อมา
ตอนที่ 35 Truth Bomb!“จริงๆ นะฉันไม่ได้โกหก” นริลญาเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น“ตอนนั้นแม่ของฉันก็หนีหัวซุกหัวซุน ไม่มีโอกาสได้ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับแม่ของคุณ ท่านเสียใจมากที่พ่อของคุณต้องมาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นแม่พาฉันหนีไปพร้อมกับพ่อของคุณ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก...” เธอหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แม่เองก็อยากพาพี่ญาดาไปด้วย แต่ด้วยความยากลำบากในการหลบหนี ทำให้แม่ตัดสินใจพาฉันไปแค่คนเดียว...แต่ระหว่างทาง พวกเราก็ถูกมาร์โกตามมาทัน...และพ่อของคุณก็ถูกเขาฆ่าเสียก่อน” น้ำเสียงของนริลญาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดในอดีต“พ่อของคุณถูกมาร์โก...ลูกน้องของพ่อ ที่เป็นสามีลับ ๆ ของน้าชล ไล่ตามล่าและฆ่าตาย...เพราะน้าชลอยากได้พ่อเป็นสามีเพื่อต้องการครอบครองทุกอย่าง”เมื่อรถยนต์จอดสนิท ณ บ้านพักเงียบสงบหลังเล็ก ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้เขียวครึ้ม ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ นริลญาหันมาเผชิญหน้ากับชัชชนน์อีกครั้งแล้วบอกกับเขา“ช่วงนี้คุณพักที่นี่ไปก่อนนะ” แสงสุดท้ายของวันสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบา แววตาของเธอมุ่งมั่นและหนักแน่น ราวกับแบกรับภาระอันยิ่
ตอนที่ 34 อยากให้เธอเข้าใจ...วันนี้หลังเลิกงานชัชชนน์ เดินทางไปรับวีโอลาที่โรงเรียนของเธอ ลูเซียโนที่รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้มอบรถยนต์ประจำตำแหน่งคันหรูให้กับชัชชนน์ เพื่อใช้ในการรับส่งวีโอลาได้อย่างสะดวกสบาย ชายหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถด้วยความรักใคร่ ไม่นานนักรถยนต์คันงามก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณโรงเรียน มุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์ของชัชชนน์“พ่อชัชคะ...วันนี้ที่โรงเรียนหนู...มีกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยค่ะ” เสียงเล็กๆ ของวีโอลาเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวในวันนี้อย่างสนุกสนาน ชัชชนน์ยิ้มบางๆ ฟังลูกบุญธรรมด้วยความอบอุ่นในหัวใจ“ว้าว!!!..กิจกรรมอะไรน่า ถึงทำให้ลูกสาวของพ่อยิ้มได้ขนาดนี้” ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเอ่ยตอบทันใดนั้น!!!“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องในตอนกลางวัน รถยนต์กระบะสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งเข้ามาประกบด้านข้างรถของชัชชนน์อย่างกระชั้นชิด ก่อนจะรัวกระสุนเจาะทะลุตัวถังรถเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียว ทำลายความสงบสุขภายในรถ ที่สองพ่อลูกกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“บ้าเอ๊ย!” ชัชชนน์ สบถเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณนักสู้ทำงานทันที เขาหัก
ตอนที่ 33 โลกหมุนให้เราพบกันณ สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์สีนวลอาบไล้กลีบดอกไม้สีแดงสด อเลสเซียนั่งหลังพวงมาลัยรถหรู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวฝาแฝดของเมญาดา ที่เคยฟังดูราวกับนิทานกำลังปรากฏเป็นความจริงตรงหน้าแล้วในที่สุด...ร่างบอบบางของ นริลญาก็ค่อยๆ ย่องออกมาจากเงามืดของสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ แสงจันทร์จับใบหน้าหวานที่เปื้อนดินและฝุ่นเล็กน้อย อเลสเซียถึงกับตะลึงค้าง ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนของเพื่อนสนิท นริลญามีใบหน้า ดวงตา โครงสร้างทุกอย่างแทบจะถอดแบบเมญาดามาอย่างน่าประหลาดใจ ยกเว้นเพียงเรือนร่างที่ดูแข็งแรงกว่าเล็กน้อย เพราะเมญาดาเอาแต่เจ็บป่วยจนร่างกายซูบผอม“นาริล! ทางนี้!” อเลสเซียรีบลดกระจกลง ก่อนจะโบกมือเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิวที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นริลญารีบวิ่งตรงมาที่รถอย่างรวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ขอบคุณมากนะคะที่มารับ” นริลญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย“เฮ่ย!!...ไม่เป็นไรเลยนาริล...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะเหมือนกันขนาดนี้...นะเนี่ย!!” อเลสเซียยังคงมองนริลญาด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบ
ตอนที่ 32 ความลับของคฤหาสน์“มาร์โก! แก แก...รีบ ๆ มา ๆ ที่คฤหาสน์ ด่วน ๆ เลย!!” เสียงของชลธิชาติดอ่างและสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนกำลังจะจมน้ำ เธอเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราด้วยความกระวนกระวายราวกับหนูติดจั่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามไรผม ใบหน้าสวยซีดเผือด ดวงตาเรียวคมกริบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นายหญิงครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงของมาร์โกดังลอดมาจากโทรศัพท์ ก่อนจะพยายามพูดเพื่อประคองสติที่กำลังแตกกระเจิงของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างลับ ๆ ของเขาแล้วในตอนนี้ แม้สถานะของเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกน้องที่คอยรับคำสั่ง แต่ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลึกซึ้งนั้นก็ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยผลประโยชน์อันมากมาย มาร์โกตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสำเร็จและความอยู่รอดของชลธิชา ดังนั้นในยามที่นางบำเรอผู้ทรงอิทธิพลเสียขวัญ เขาก็ต้องทำหน้าที่ประดุจเสาหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน“มีอะไรค่อยๆ เล่าให้ผมฟังทีละขั้นทีละตอน ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วครับนายหญิง”“เกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์เหรอครับ?”“นังเด็กนั่น! นังเด็กนริลญา! มันกล
ตอนที่ 31 เอาทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมาณ คฤหาสน์หรูของลูเซียโน ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ของห้องรับแขกค่อยๆ แง้มออก ราวกับม่านที่เปิดขึ้นสู่ฉากละครอันน่าติดตาม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นลำยาว จับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามดุจนางพญา ดวงตาคมกริบกวาดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังจดจำทุกรายละเอียดของสถานที่...ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักอาศัยของเธอและมารดา“สวัสดีค่ะ น้าชล” เสียงหวานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งเอ่ยทักทายชลธิชา ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องรับแขก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนใบหน้าของเธอซีดเผือด“คุณน้าสบายดีมั้ยคะ?” นริลญา เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็น จนชลธิชา ถึงกับสะท้าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างและไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ ก่อนจะจ้องมองนริลญาราวหลานสาวอีกคนราวกับเห็นวิญญาณร้าย จนต้องยืนอึ้งราวกับถูกสาป“คุณน้าคงสบายกว่าตอนที่คุณแม่หนูอยู่ที่นี่ใช้มั้ยคะ?” นริลญาย้ำคำถามคล้ายเดิมเดิม เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำให้ผู้เป็นน้า ดวงตาคมกริบมองใบหน้าซีดเผือดของชลธิชาอย่างไม่ละ“แต่นาริลว่า อากาศที่คฤหาสน์หลังนี้คงสดใสขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ.







