Mag-log in“ล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะเสี่ย ฉันเอาหัวเป็นประกันเลยค่ะ” ชวนชมพูดอย่างมั่นใจทั้งที่ความจริงก็ไม่รู้ว่าหลานสาวจะแอบดื้อเงียบหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่ไปรับจ้างเธอก็ไปด้วยตลอด และตลอดเวลาที่เรียนจนจบมัธยมปลายก็ไม่เคยได้ยินหรือเห็นหลานสาวเอ่ยถึงเพื่อนผู้ชายสักคน
“งั้นก็ตกลงตามนั้น แล้วจะให้มาเมื่อไหร่ล่ะ” เสี่ยซ้งยิ้มออกมาอย่างพอใจ สายตาแฝงแววเจ้าเล่ห์อยู่ในนั้น ถึงผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนที่เสี่ยซ้งยอมเสียเงินมากที่สุดก็ตาม เสี่ยซ้งไม่ใช่คนที่จะบังคับใครแต่ผู้หญิงส่วนมากถ้าเขาได้ตะล่อมคุยยื่นข้อเสนอให้อย่างงามแล้วก็เสร็จเสี่ยซ้งทุกราย
ชวนชมจึงนัดแนะกับเสี่ยซ้ง แล้วก็ให้ลูกน้องทำสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานในวันนั้นทันที เธอดีใจจนอยากจะกรี๊ดออกมาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เงินจำนวนนี้มาจริงๆ ที่พูดออกไปก็เผื่อว่าเสี่ยซ้งจะต่อรองแต่เขากลับไม่ต่อราคาแม้แต่บาทเดียว หักหนี้สินแล้วก็เหลือตั้งสองล้านเศษๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะได้จับเงินมหาศาลขนาดนี้ ชีวิตนี้ไม่รู้ว่าต้องรับจ้างกี่ปีถึงจะได้จับเงินล้าน แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มมากแล้วที่เลี้ยงดูหลานสาวคนนี้มาจนโต
หลายวันต่อมากรรวีเตรียมตัวจะไปทำงานที่บ้านเสี่ยซ้งตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน
“เตรียมเอาชุดไปนอนค้างที่บ้านเสี่ยซ้งด้วยนะ แม่บ้านเขาลาป่วยหลายวันน่ะ เสี่ยซ้งเพิ่งโทรมาบอกป้าเมื่อเช้านี่เอง” ชวนชมบอกกับหลานสาวเมื่อเห็นกรรวีกำลังสะพายกระเป๋าเตรียมจะออกไปทำงานที่บ้านเสี่ยซ้ง
“ลากี่วันเหรอคะป้าชม” กรรวีเอ่ยถามผู้เป็นป้า เธอจะได้เตรียมเสื้อผ้าไปเผื่อ เพราะถ้าแม่บ้านเสี่ยซ้งลาหลายวัน นั่นก็เท่ากับว่าเธอต้องทำทุกอย่างภายในบ้านเองทั้งหมด รวมถึงทำอาหารสามมื้อให้เสี่ยซ้งด้วยเพราะเสี่ยซ้งจะแยกบ้านอยู่ต่างหากจากบรรดาเมียของเขาทั้งหลาย
“ก็เตรียมไปก่อนสักสามสี่วัน เดี๋ยวเสี่ยซ้งเขาก็บอกแกเองนั่นแหละ” ชวนชมบอกกับเธอเสียงเรียบใบหน้าวางเฉยเหมือนไม่มีสิ่งผิดปกติอันใด
“โอเคค่ะ งั้นหม่อนไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะคะ” กรรวีบอกกับป้าแต่ในใจก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดป้าแม่บ้านถึงไม่โทรมาบอกเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เวลาเธอจะหยุดงานป้าแม่บ้านจะต้องโทรมาบอกตลอด
“โอย ประจำเดือนก็ดันมาวันนี้อีก นี่ต้องเหนื่อยแค่ไหนวะเนี่ย ป้าแดงก็ไม่อยู่” กรรวีบ่นพึมพำอยู่ในห้องคนเดียว เพราะทุกครั้งที่เป็นประจำเดือนร่างกายเธอจะอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ยิ่งต้องไปทำงานบ้านเสี่ยซ้งคนเดียว เธอจะต้องเหนื่อยขึ้นเป็นสองเท่า
เก็บเอาของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าพอให้อยู่ได้สี่วัน เสร็จแล้วก็เดินลงมาให้ป้าขับรถมอเตอร์ไชด์ไปส่ง ระยะทางจากบ้านป้าของเธอไปบ้านเสี่ยซ้งก็ประมาณยี่สิบกิโลเมตร เพราะบ้านของเสี่ยซ้งอยู่ในตัวอำเภอ
“หม่อนเก็บของเรียบร้อยแล้วค่ะป้าชมเราไปกันเถอะค่ะ”
“เอ้านี่เงินเอาไว้เผื่อซื้อขนมตอนที่อยู่บ้านเสี่ย แต่ถ้าแกทำตัวดีๆเสี่ยซ้งก็จะให้แกเยอะกว่านี้สิบเท่า” ชวนชมยื่นธนบัตรจำนวนหนึ่งพันบาทให้เธอหนึ่งใบ กรรวีถึงกับตาโตเพราะป้าไม่เคยให้เงินเธอใช้เยอะขนาดนี้มาก่อน
“ทำไมให้เงินหม่อนเยอะขนาดนี้ล่ะคะ หม่อนไปไม่กี่วันเองนะคะ” กรรวีท้วงชวนชมขึ้นมาเพราะแต่ก่อนแค่ร้อยเดียวป้าของเธอยังไม่เคยให้จับ แม้แต่ขอเงินเติมค่าโทรศัพท์ครั้งละยี่สิบบาทก็ยังยากเย็นแสนเข็ญ
“รับไปเถอะน่า อย่าพูดมากรีบขึ้นรถ เอ้า ใส่ซะหน้าจะได้ไม่โดนแดดโดนลมเดี๋ยวจะไม่สวย” ชวนชมยื่นหมวกกันน็อคให้หลานสาว กรรวีทำหน้างงหนักเข้าไปอีก ว่าป้าจะมาห่วงทำไมว่าเธอจะสวยหรือไม่สวยเพราะทุกครั้งก็ใส่อยู่แล้ว และก็ไม่เคยจะมาห่วงเรื่องความสวยของเธอสักที ตัดอ้อยตากแดดหน้าดำยิ่งกว่านี้ก็ไม่เคยห่วง
“ไปอยู่บ้านเสี่ยซ้งแล้วทำตัวดีๆล่ะ เขาจะได้เอ็นดู” ชวนชมย้ำกับหลานสาวอีกครั้ง เพราะถ้ากรรวีไม่ดื้อกับเสี่ยซ้งหลานสาวของเธอก็มีสิทธิ์ที่จะได้เรียนต่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ เธอคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกับทั้งสองฝ่าย
“แหมป้าชมคะ หม่อนไปแค่ไม่กี่วันเองค่ะ พูดเหมือนกับหม่อนจะต้องไปอยู่กับเขาตลอดงั้นแหละ”
“ก็พูดเผื่อไว้ไง เผื่อได้อยู่ดูแลเขานานๆ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ หม่อนไม่ชอบสายตาเวลาที่เขามองหม่อนเลยค่ะ เขาเหมือนคนเจ้าชู้ยังไงก็ไม่รู้” เด็กสาวอย่างเธอคงยังดูผู้ชายไม่ค่อยออก เสี่ยซ้งไม่ใช่แค่ผู้ชายเจ้าชู้แต่โคตรเจ้าชู้ต่างหาก คนรุ่นราวคราวเดียวกันกับเสี่ยซ้งต่างรู้ดีว่าเสี่ยซ้งรับเลี้ยงดูส่งเสียเด็กที่อายุมากกว่าสิบแปดปปีหลายคนแค่ไหน สาวๆคนไหนที่หน้าตาดีหน่อยอยากมีเงินส่งตัวเองเรียนหรืออยากใช้ชีวิตติดหรูก็เดินเข้าไปหาเสี่ยซ้งได้อย่างสบาย
น้ำตาของเขามันกลั้นไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ทั้งสงสารภรรยาแต่เขาไม่อยากรับปากภรรยาตอนนี้ หัวใจเขามันยังทำใจยอมรับไม่ได้ มธุสรเริ่มหายใจแผ่วมากขึ้น ร่างกายเริ่มเกร็งกระตุก‘รับปากกับสรสิคะ สรจะได้นอนตายตาหลับ’ เธอพูดเสียงแผ่วมากจนแทบจะไม่ได้ยิน นอนหายใจพะงาบๆจนเขาทนมองดูต่อไปไม่ไหว ‘ค่ะ พี่รับปาก’ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องรับปากเพื่อให้เธอสบายใจ สิ้นเสียงสามีอันเป็นที่รักมธุสรก็จากไปอย่างสงบ เขาได้แต่นั่งร้องไห้มองเธอจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบไม่อยากจะอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ม่านหมอกเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาด้านล่าง ทุกสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า “พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้ผมจะไปนอนที่บ้านผมนะครับ” “หมอกอยู่ได้แน่นะลูก” กมลพรรณถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ให้พ่อไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย” กัมปนาทถามลูกชายคนโต ผู้ที่อ่อนโยนและสุขุมที่สุดของบ้าน ยิ่งเขาเจ็บเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนทุกคนในบ้านต่างเป็นห่วง เพราะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่เป็นไรครับพ่อผมอยู่ได้ครับ”
“เฮ้ย อะไรของมึงวะ ผับกูก็มีห้องออกหรู มึงจะทำนานแค่ไหนกูก็ไม่ว่า” วรนนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีและออกติดขำกับการกระทำของเพื่อน“ไม่เอา กูไม่ถนัดขอกลับไปทำแบบจุกๆที่คอนโดดีกว่า”“เออๆ มึงนี่นับวันยิ่งหื่นขึ้นทุกวัน”“ขอบใจมากนะครับเพื่อน”“คุณน่านคะ ปล่อยหม่อนลงเดี๋ยวนี้นะคะ”“ไม่ปล่อย วันนี้ต้องโดนทำโทษในฐานะที่มายั่วให้มันตื่นแล้วจะมาจากไปโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้” เขากัดฟันพูดเพราะความมันเขี้ยวสาวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอดอุ้มเธอมาที่รถแล้วก็พากลับคอนโดโดยไม่สนใจใครอีก“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมดูสนิทกับคุณน่านจัง” กรรวีเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถ“คนเคยรู้จักน่ะ”“เมียเก่า?”“ไม่ใช่ซะหน่อย”“ใช่”“ไม่ใช่”“ใช่”“ใช่ก็ใช่ พอใจยัง”“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว” นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมคุยกับคนตัวโตอีก“เอ๊า อะไรเนี่ย ก็บังคับให้ใช่แล้วก็จะมางอนเอง ใบหม่อนไม่น่ารักเลยนะคะ”“ไม่ต้องมาคะขา ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารัก ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนี่ถ้าวันนี้ไม่มีหม่อนมาด้วยจะเป็นยังไง มาทุกครั้งก็คงมาทำแบบนี้ตลอดล่ะสิ” ความน้อยใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจดวงน้อย“ม่ายเคยทำเลยจ้ะที่รัก แล้วใคร
เพื่อนร้องตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธอสำคัญกว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยวกับเพื่อนในผับแห่งนี้ ฝนทิพย์เดินส่ายสะโพกเข้าไปใกล้น่านฟ้า “เฮ้ย เด็กเก่ามึงเดินมาโน่นแล้วเว้ย ทำไมพามาพร้อมกันทั้งใหม่ทั้งเก่าเลยวะ” วรนนแซวเพื่อน น่านฟ้าจึงหันไปมองตามที่เพื่อนบอกแล้ววางใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่แปลกใจสักนิดที่เจอฝนทิพย์ในผับแห่งนี้ เพราะปกติเธอก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว “ไอ้เลว” เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ หึ” วรนนกลั้วขำในลำคอ รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ก็ยังอยากจะแหย่ ตอนโดนแฟนเก่าหักหลังน่านฟ้าก็ได้ผับของเขาเป็นที่พักพิงร่างสูงเพรียวเซ็กซี่นั่งลงที่พักแขนบนเก้าอี้โซฟาของน่านฟ้าอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนรักเก่ากำลังทำอยู่เหมือนกัน มือที่ว่างจากการคีบบุหรี่ข้างหนึ่งพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมานานมากแล้ว และไม่ได้อยากสัมผัสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ฝนขอนั่งด้วยคนนะคะคุณนน”“อ้อ ตามสบายเลยครับ” วรนนผายมือให้ เอ่ยออกไปใบหน้าเปื
“ก็แค่นั้นแหละที่แม่แกต้องการ” กัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันภรรยา ความจริงแล้วแค่น่านฟ้าพูดทุกคนก็พร้อมจะรับฟังเสมอ “แล้วใบหม่อนล่ะ หนูคิดว่ายังไงถ้าพี่เขาจะขอหมั้นหนูไว้ก่อน” กมลพรรณหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้น้ำเสียงอ่อนโยน กมลพรรณรู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากมาแค่ไหน และไม่ใช่คนที่จะมาหวังประโยชน์กับลูกชายฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ห้ามหากลูกชายจะคบกับเธอ “หม่อนก็แล้วแต่คุณน่านค่ะ” ทุกวันนี้เพื่อนๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นอะไรกันกับน่านฟ้า แล้วเธอจะต้องกลัวอะไรอีก “อย่างงั้นก็ตกลงตามนี้” กัมปนาทสรุปให้ทุกคนน่านฟ้าสบตากับกรรวีแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หน้าบานอะบางคน” มนชิตาเหน็บพี่ชายที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ “ยุ่ง” “แว่...” น้องสาวจอมป่วนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย จนทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้ กวนกันได้ตลอดเวลาจริงๆ “พรุ่งนี้พาใบหม่อนไปเยี่ยมหนูสรด้วย” ตอนนี้อาการของลูกสะใภ้คนโตน่าเป็นห่วง จนม่านหมอกต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด มธุสรคงมีความสุขมากขึ้นถ้ารู้ว่าน้องสามีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้าง “คร้าบบ คุณแม่” น่านฟ้าลากเสียงยา
เธอถอดสร้อยที่ตัวเองสวมมาด้วยแล้วส่งให้เขา วสุรับมาดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยที่เขาเคยให้ดวงเดือนก่อนที่เขาจะจากเธอมาเมื่อยี่สิบปีก่อน “หนูเป็นอะไรกับเจ้าของสร้อยเส้นนี้” “เป็นลูกสาวค่ะ” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” วสุใจเต้นระส่ำรอคำตอบจากเธอ เพราะเขาจำได้ว่าคืนวันที่นอนกับดวงเดือนในวันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันแต่ก็ไม่เคยคิดเอะใจว่าเธอจะท้อง “พ่อของหนูก็คือคนที่เอาสร้อยเส้นนี้ให้แม่หนูค่ะ” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ใบหม่อน ใบหม่อนลูกพ่อ” วสุโผเข้ากอดหญิงสาวแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ คิดโทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองต้องลำบากมาโดยตลอด เขาจำแววตาของเด็กสาวที่หน้าตาคล้ายกับดวงเดือนได้ในวันที่เขากับลูกชายกลับไปหาเธออีกครั้ง กรรวีคงเป็นเด็กที่ยืนอยู่ด้านหลังชวนชมในวันนั้น แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรกับเขาแม้แต่คนเดียว น่านฟ้าเห็นวสุกอดคนรักของตัวเองจึงรีบวิ่งมาหาหน้าตาตื่น “ใบหม่อน!” เขาเรียกชื่อเธอและดันไหล่วสุให้ออกห่างจากเธอ ทั้งสองต่างคนต่างร้องไห้ เธอดีใจที่
“แล้วเด็กคนนั้นจะมาวันไหน” วสุถามลูกชายอีกครั้ง “ยังไม่รู้เลยครับพ่อ เธอบอกว่าจะไปขออนุญาตผู้ปกครองก่อนครับ” “ทำไมคุณพ่อทำหน้าเครียดจังครับ” “โอเค บอกเธอว่าพอรออยู่” วสุบอกลูกด้วยหัวใจที่เต้นแรง อยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงขอบคุณคู่สัญญาของบริษัทน้ำตาลประกายฤกษ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง “อ้าว เสี่ยซ้งสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” วสุกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับคุณวสุ” “เชิญข้างในดีกว่าครับ” ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงาน เสี่ยงซ้งเห็นน่านฟ้าอยู่กับพี่ชายและพ่อของเขา จึงนึกอยากเข้าไปทักทายเป็นพิเศษ “สวัสดีครับเสี่ยซ้ง” กัมปนาทเอ่ยทักคู่สัญญาคนสำคัญ “สวัสดีครับ คุณก้อง คุณหมอก คุณ...น่าน” เสี่ยงซ้งทำน้ำเสียงยียวนกวนบาทาอีกฝ่าย “เอ๊ะ นั่นคุณแม่กับมนพาใครมาด้วยน่ะครับคุณวสุ” ม่านหมอกเอ่ยถามวสุ เพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด วสุเห็นหญิงสาวก็ตกใจหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย







