로그인น่านฟ้ารู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางอวดเก่งของเด็กคนนี้จนทนไม่ไหว เปิดประตูลงจากรถดึงร่มในมือเธอแล้วหุบมันไว้ จากนั้นอุ้มร่างอรชรลอยสูงขึ้นท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนักราวกับพระพิรุณทรงโกรธกริ้วมวลมนุษย์ ร่างที่เปียกอยู่แล้วก็ยิ่งเปียกหนักขึ้นทั้งคู่
“ว้าย! คุณปล่อยฉันนะ” กรรวีดิ้นสุดแรงเกิดในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา มือหนารีบเปิดประตูรถแล้วทิ้งร่างเล็กลงบนเบาะหลังอย่างแรง จากนั้นร่างสูงก็ก้าวขึ้นไปนั่งด้านข้างเธอโดยเร็ว วสุมองเจ้านายหนุ่มด้วยความแปลกใจ แต่น่านฟ้าคงเหนื่อยจากการทำงานจึงไม่อยากจะพูดให้มากความ และถ้าปล่อยเด็กคนนี้ให้เดินไปตามถนนมันก็อันตรายเกินไป
“ทำไมไม่กลับเข้าบ้าน” น่านฟ้าเอ่ยถามเมื่อเขาเข้ามานั่งในรถ
“ฉันไม่มีบ้านค่ะ” กรรวีทำหน้างอดึงกระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก เพราะตอนนี้เสื้อผ้าเธอเปียกไปหมดถึงในรถจะมืดก็เถอะแต่แสงไฟข้างถนนก็สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ เสื้อยืดที่เธอใส่มามันแนบเนื้อจนมองเห็นรูปร่างของเธอชัดเจน น่านฟ้าเห็นดังนั้นจึงถอดเสื้อคลุมที่สวมตอนไปดูไร่อ้อยให้กับเธอ
“เอ้า ใส่ไว้ซะ เธอเป็นเด็กของเสี่ยซ้งใช่มั้ย” น่านฟ้าเอ่ยถามเพื่อเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่วสุบอกนั้นเป็นเรื่องจริง มือเล็กรับเสื้อมาแบบจำยอมเพราะตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรมาสวมทับมีหวังสองคนนี้มองเห็นทุกสัดส่วนของเธอเป็นแน่
“เอ่อ…ค่ะ” เธอยอมรับไม่เต็มเสียงนักอย่างน้อยบารมีของเสี่ยซ้งก็น่าจะคุ้มกะลาหัวเธอได้บ้าง หากว่าใครคิดจะทำอะไรไม่ดีกับเธอ
“แต่นั่นไม่ใช่บ้านของฉัน ถ้าคุณจะให้ฉันกลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นคุณช่วยไปส่งฉันที่คิวรถตู้ดีกว่าค่ะ” กรรวีรีบบอกเพราะกลัวเขาจะพาเธอกลับไปบ้านเสี่ยซ้งอีก
“ทะเลาะกัน?” ริมฝีปากหนามีรอยยิ้มหยันเล็กน้อย
เธอนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบเขาออกไป
“ค่ะ” จะบอกว่าไม่ใช่ก็กลัวจะมีภัยมาถึงตัว หากสองคนนี้ไม่ใช่คนดีนัก ถึงแสงไฟสลัวจะพอดูออกว่าเขาหน้าตาดี แต่นั่นก็รับประกันไม่ได้ว่าเขาจะเป็นคนดีเหมือนหน้าตา ยิ่งน้ำเสียงดุดันฟังแล้วยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
“ก็เลยประชดผัว? เฮ้อ เด็กหนอเด็ก” เขาถอนหายใจเสียงดัง แต่ไม่ได้แปลกใจที่เด็กผู้หญิงหน้าตาดีสมัยนี้จะเลือกเป็นเด็กเสี่ย แค่ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆว่าทำไมถึงชอบประชดจนตัวเองต้องมาลำบากขนาดนี้
กรรวีทำท่าจะประท้วงแต่ก็ตัดสินใจเงียบไปก่อน เพราะยังไงเธอก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอธิบายเรื่องทุกอย่างให้สองคนนี้ฟังอยู่แล้ว เพราะเด็กรุ่นเธอถ้าก้าวขาออกมาจากบ้านเสี่ยซ้งในเวลานี้คนก็คงมองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ทางที่ดีเธอต้องหาทางออกไปจากจังหวัดนี้ให้เร็วที่สุด
“งั้นหอพักเธออยู่ที่ไหน”
“ไม่มีค่ะ”
“แล้วเธอกำลังจะไปไหน”
“เข้ากรุงเทพฯค่ะ”
“สภาพนี้?” น่านฟ้าถามเสียงสูง ที่วสุพูดคงไม่ผิดว่าเธอคงกำลังเรียกร้องความสนใจหรือไม่ก็โดนเสี่ยซ้งไล่ออกจากบ้าน และบ้านเธอเองคงไม่ได้อยู่ในจังหวัดนี้
“ค่ะ”
วสุขับรถไปแบบเงียบๆโดยไม่ออกความเห็นอะไร
ภายในบ้านเสี่ยซ้ง ป้าแดงยืนทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างเม็ดฝนกำลังเริ่มซาลงบ้างแล้ว
“ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะใบหม่อน ขอให้หนูปลอดภัย ป้าเอาใจช่วยหนูนะลูกขอให้พระคุ้มครองหนูนะ” ป้าแดงคิดถึงตอนที่เธอทำงานกับดวงเดือนแม่ของกรรวี เธอเป็นคนที่มีน้ำใจ และคอยช่วยเหลือป้าแดงมาโดยตลอด
“ฉันช่วยลูกเอ็งได้แค่นี้แหละนะเดือน” ป้าแดงพึมพำกับตัวเอง ยืนเหม่อด้วยความเป็นห่วง คิดว่าทุกอย่างจะราบรื่นแต่ฝนก็ดันมาตกเสียก่อน แต่ถ้าไม่หนีวันนี้ วันข้างหน้าอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยก็ได้
วสุจอดรถตรงคิวรถตู้แล้วเดินลงไปซื้อตั๋วให้เธอ ก่อนจะเดินกลับมาหน้าตาเป็นกังวล
“เอายังไงดีครับคุณน่าน ตอนนี้รถตู้เที่ยวสุดท้ายก็ออกไปแล้วนะครับ” วสุบอกกับน่านฟ้า เพราะคนขายตั๋วบอกว่าวันนี้ฝนตกหนักรถก็เลยออกก่อนเวลาสิบนาที น่านฟ้าทำท่าครุ่นคิด
“งั้นพาไปที่บ้านพักผมก่อน”
“จะดีเหรอครับคุณน่าน” วสุแย้งขึ้นมาเพราะไม่อยากให้น่านฟ้ามีปัญหากับเสี่ยซ้ง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เสี่ยซ้งไม่กล้าทำอะไรผมหรอก” น่านฟ้าพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
กรรวีนั่งฟังทั้งสองคุยกันแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่พวกเขาจะรู้จักเสี่ยซ้ง เพราะคนในเมืองนี้รู้จักเสี่ยซ้งกันทั้งนั้น แต่ฟังจากสำเนียงแล้วผู้ชายสองคนนี้คงไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างแน่นอน และเขาใหญ่โตมาจากไหนเสี่ยซ้งถึงต้องเกรงเขาด้วย
“แต่ฉันไม่อยากไปค่ะ” กรรวีพูดเสียงสั่นตอนนี้เธอกำลังหนาวมาก ทั้งจากเครื่องปรับอากาศและจากเสื้อผ้าที่เปียกชุ่ม น่านฟ้าหันขวับไปมองใบหน้าเด็กสาวที่มองไม่ชัดนักแต่ก็พอรู้ว่าเธอหนาว เห็นดังนั้นจึงบอกวสุให้ปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เธอ
“อยากจะนอนตายอยู่ข้างถนนรึไง ไม่ได้ยินเหรอว่ารถเที่ยวสุดท้ายมันหมดแล้ว หรือเธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง แต่ถึงรถจะยังไม่หมดสภาพของเธอตอนนี้ ก็คงไม่มีใครเขาให้ขึ้นรถหรอก”
น่านฟ้าพูดออกมาด้วยความโมโห ถึงจะเดินตากแดดทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็ยังไม่เหนื่อยเท่ากับคุยกับเด็กผู้หญิงคนนี้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะยื่นมือเข้าไปช่วยเธอทำไม ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของเสี่ยซ้งเลยสักนิด
น้ำตาของเขามันกลั้นไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ทั้งสงสารภรรยาแต่เขาไม่อยากรับปากภรรยาตอนนี้ หัวใจเขามันยังทำใจยอมรับไม่ได้ มธุสรเริ่มหายใจแผ่วมากขึ้น ร่างกายเริ่มเกร็งกระตุก‘รับปากกับสรสิคะ สรจะได้นอนตายตาหลับ’ เธอพูดเสียงแผ่วมากจนแทบจะไม่ได้ยิน นอนหายใจพะงาบๆจนเขาทนมองดูต่อไปไม่ไหว ‘ค่ะ พี่รับปาก’ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องรับปากเพื่อให้เธอสบายใจ สิ้นเสียงสามีอันเป็นที่รักมธุสรก็จากไปอย่างสงบ เขาได้แต่นั่งร้องไห้มองเธอจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบไม่อยากจะอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ม่านหมอกเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาด้านล่าง ทุกสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า “พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้ผมจะไปนอนที่บ้านผมนะครับ” “หมอกอยู่ได้แน่นะลูก” กมลพรรณถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ให้พ่อไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย” กัมปนาทถามลูกชายคนโต ผู้ที่อ่อนโยนและสุขุมที่สุดของบ้าน ยิ่งเขาเจ็บเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนทุกคนในบ้านต่างเป็นห่วง เพราะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่เป็นไรครับพ่อผมอยู่ได้ครับ”
“เฮ้ย อะไรของมึงวะ ผับกูก็มีห้องออกหรู มึงจะทำนานแค่ไหนกูก็ไม่ว่า” วรนนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีและออกติดขำกับการกระทำของเพื่อน“ไม่เอา กูไม่ถนัดขอกลับไปทำแบบจุกๆที่คอนโดดีกว่า”“เออๆ มึงนี่นับวันยิ่งหื่นขึ้นทุกวัน”“ขอบใจมากนะครับเพื่อน”“คุณน่านคะ ปล่อยหม่อนลงเดี๋ยวนี้นะคะ”“ไม่ปล่อย วันนี้ต้องโดนทำโทษในฐานะที่มายั่วให้มันตื่นแล้วจะมาจากไปโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้” เขากัดฟันพูดเพราะความมันเขี้ยวสาวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอดอุ้มเธอมาที่รถแล้วก็พากลับคอนโดโดยไม่สนใจใครอีก“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมดูสนิทกับคุณน่านจัง” กรรวีเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถ“คนเคยรู้จักน่ะ”“เมียเก่า?”“ไม่ใช่ซะหน่อย”“ใช่”“ไม่ใช่”“ใช่”“ใช่ก็ใช่ พอใจยัง”“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว” นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมคุยกับคนตัวโตอีก“เอ๊า อะไรเนี่ย ก็บังคับให้ใช่แล้วก็จะมางอนเอง ใบหม่อนไม่น่ารักเลยนะคะ”“ไม่ต้องมาคะขา ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารัก ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนี่ถ้าวันนี้ไม่มีหม่อนมาด้วยจะเป็นยังไง มาทุกครั้งก็คงมาทำแบบนี้ตลอดล่ะสิ” ความน้อยใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจดวงน้อย“ม่ายเคยทำเลยจ้ะที่รัก แล้วใคร
เพื่อนร้องตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธอสำคัญกว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยวกับเพื่อนในผับแห่งนี้ ฝนทิพย์เดินส่ายสะโพกเข้าไปใกล้น่านฟ้า “เฮ้ย เด็กเก่ามึงเดินมาโน่นแล้วเว้ย ทำไมพามาพร้อมกันทั้งใหม่ทั้งเก่าเลยวะ” วรนนแซวเพื่อน น่านฟ้าจึงหันไปมองตามที่เพื่อนบอกแล้ววางใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่แปลกใจสักนิดที่เจอฝนทิพย์ในผับแห่งนี้ เพราะปกติเธอก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว “ไอ้เลว” เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ หึ” วรนนกลั้วขำในลำคอ รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ก็ยังอยากจะแหย่ ตอนโดนแฟนเก่าหักหลังน่านฟ้าก็ได้ผับของเขาเป็นที่พักพิงร่างสูงเพรียวเซ็กซี่นั่งลงที่พักแขนบนเก้าอี้โซฟาของน่านฟ้าอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนรักเก่ากำลังทำอยู่เหมือนกัน มือที่ว่างจากการคีบบุหรี่ข้างหนึ่งพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมานานมากแล้ว และไม่ได้อยากสัมผัสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ฝนขอนั่งด้วยคนนะคะคุณนน”“อ้อ ตามสบายเลยครับ” วรนนผายมือให้ เอ่ยออกไปใบหน้าเปื
“ก็แค่นั้นแหละที่แม่แกต้องการ” กัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันภรรยา ความจริงแล้วแค่น่านฟ้าพูดทุกคนก็พร้อมจะรับฟังเสมอ “แล้วใบหม่อนล่ะ หนูคิดว่ายังไงถ้าพี่เขาจะขอหมั้นหนูไว้ก่อน” กมลพรรณหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้น้ำเสียงอ่อนโยน กมลพรรณรู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากมาแค่ไหน และไม่ใช่คนที่จะมาหวังประโยชน์กับลูกชายฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ห้ามหากลูกชายจะคบกับเธอ “หม่อนก็แล้วแต่คุณน่านค่ะ” ทุกวันนี้เพื่อนๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นอะไรกันกับน่านฟ้า แล้วเธอจะต้องกลัวอะไรอีก “อย่างงั้นก็ตกลงตามนี้” กัมปนาทสรุปให้ทุกคนน่านฟ้าสบตากับกรรวีแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หน้าบานอะบางคน” มนชิตาเหน็บพี่ชายที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ “ยุ่ง” “แว่...” น้องสาวจอมป่วนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย จนทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้ กวนกันได้ตลอดเวลาจริงๆ “พรุ่งนี้พาใบหม่อนไปเยี่ยมหนูสรด้วย” ตอนนี้อาการของลูกสะใภ้คนโตน่าเป็นห่วง จนม่านหมอกต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด มธุสรคงมีความสุขมากขึ้นถ้ารู้ว่าน้องสามีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้าง “คร้าบบ คุณแม่” น่านฟ้าลากเสียงยา
เธอถอดสร้อยที่ตัวเองสวมมาด้วยแล้วส่งให้เขา วสุรับมาดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยที่เขาเคยให้ดวงเดือนก่อนที่เขาจะจากเธอมาเมื่อยี่สิบปีก่อน “หนูเป็นอะไรกับเจ้าของสร้อยเส้นนี้” “เป็นลูกสาวค่ะ” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” วสุใจเต้นระส่ำรอคำตอบจากเธอ เพราะเขาจำได้ว่าคืนวันที่นอนกับดวงเดือนในวันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันแต่ก็ไม่เคยคิดเอะใจว่าเธอจะท้อง “พ่อของหนูก็คือคนที่เอาสร้อยเส้นนี้ให้แม่หนูค่ะ” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ใบหม่อน ใบหม่อนลูกพ่อ” วสุโผเข้ากอดหญิงสาวแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ คิดโทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองต้องลำบากมาโดยตลอด เขาจำแววตาของเด็กสาวที่หน้าตาคล้ายกับดวงเดือนได้ในวันที่เขากับลูกชายกลับไปหาเธออีกครั้ง กรรวีคงเป็นเด็กที่ยืนอยู่ด้านหลังชวนชมในวันนั้น แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรกับเขาแม้แต่คนเดียว น่านฟ้าเห็นวสุกอดคนรักของตัวเองจึงรีบวิ่งมาหาหน้าตาตื่น “ใบหม่อน!” เขาเรียกชื่อเธอและดันไหล่วสุให้ออกห่างจากเธอ ทั้งสองต่างคนต่างร้องไห้ เธอดีใจที่
“แล้วเด็กคนนั้นจะมาวันไหน” วสุถามลูกชายอีกครั้ง “ยังไม่รู้เลยครับพ่อ เธอบอกว่าจะไปขออนุญาตผู้ปกครองก่อนครับ” “ทำไมคุณพ่อทำหน้าเครียดจังครับ” “โอเค บอกเธอว่าพอรออยู่” วสุบอกลูกด้วยหัวใจที่เต้นแรง อยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงขอบคุณคู่สัญญาของบริษัทน้ำตาลประกายฤกษ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง “อ้าว เสี่ยซ้งสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” วสุกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับคุณวสุ” “เชิญข้างในดีกว่าครับ” ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงาน เสี่ยงซ้งเห็นน่านฟ้าอยู่กับพี่ชายและพ่อของเขา จึงนึกอยากเข้าไปทักทายเป็นพิเศษ “สวัสดีครับเสี่ยซ้ง” กัมปนาทเอ่ยทักคู่สัญญาคนสำคัญ “สวัสดีครับ คุณก้อง คุณหมอก คุณ...น่าน” เสี่ยงซ้งทำน้ำเสียงยียวนกวนบาทาอีกฝ่าย “เอ๊ะ นั่นคุณแม่กับมนพาใครมาด้วยน่ะครับคุณวสุ” ม่านหมอกเอ่ยถามวสุ เพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด วสุเห็นหญิงสาวก็ตกใจหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย







![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)