LOGINแต่กรรวีเองก็ไม่เคยโทษใครเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกคนก็คงล้วนต้องมีเหตุผลเสมอ เพราะแม่ของเธอเองก็ยังไม่ยอมบอกว่าพ่อของเธอเป็นใครและทำไมท่านทั้งสองถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ดวงเดือนยอมเก็บความลับไว้จนวาระสุดท้าย พอรู้ว่าตัวเองจะต้องจากไปแบบไม่มีวันกลับและเห็นว่าลูกไม่มีที่พึ่งอื่นแล้ว จะหวังพึ่งพี่สาวและพี่เขยไปตลอดก็คงไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจมอบสร้อยเส้นนี้ให้กับลูกสาว
‘ถ้าใบหม่อนเรียนจบมอปลายแล้วให้ไปถามหาคนคนนี้กับป้าแดงนะลูก’
ดวงเดือนบอกกับลูกสาวในวันนั้นเพื่อให้ลูกบรรลุนิติภาวะก่อน กรรวีเหม่อมองชื่อแม่ของตัวเองและใครอีกคนที่สลักอยู่บนจี้สร้อยพระจันทร์เสี้ยวนั้น
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเสียงลุงกับป้าของเธอก็เงียบลง หลังจากทั้งสองทะเลาะกันจนพอใจก็มานอนปรึกษากันบนเตียงนอน ช่างเป็นคู่ที่ศีลเสมอกันเหลือเกิน
“ทำไมแกไม่ใช้หลานสาวแกให้เป็นประโยชน์วะ” ทรงชัยพูดขึ้นมาเมื่อมองไม่เห็นช่องทางที่จะหาเงินมาให้ภรรยาได้
“พี่หมายความว่ายังไง” ชวนชมหันไปมองหน้าสามีแล้วทำคิ้วขมวดมุ่น
“ก็ให้ใบหม่อนมันไปทำงานที่บ้านเสี่ยซ้งอย่างถาวรเลยสิ” ชวนชมทำท่าทางครุ่นคิด เพราะทุกวันนี้ช่วงที่ไม่มีอ้อยตัดเธอก็ให้หลานสาวไปเป็นแม่บ้านที่บ้านเสี่ยซ้งเหมือนกับดวงเดือนน้องสาวของเธอที่เคยทำงานเป็นแม่บ้านที่บ้านเสี่ยซ้งเจ้าของลานอ้อยหลายแห่งในจังหวัดนี้
“แล้วมันจะยอมไปเหรอ ใบหม่อนมันก็ไม่ใช่คนหัวอ่อนนะ”
“เอ็งก็อย่าบอกมันสิวะ เรื่องแบบนี้เอ็งเก่งจะตาย” สามีออกความเห็นเหมือนเตือนสติภรรยา
“เออ จริงด้วยว่ะ ฉันทำไมคิดไม่ได้วะ ใบหม่อนมันก็โตเป็นสาวแล้วหน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร เสี่ยซ้งคงไม่ปฏิเสธถ้าจะรับมันไว้เป็นเมียอีกคน”
“ทำไมพี่ถึงฉลาดแบบนี้เนี่ย” สองสามีภรรยายิ้มให้กันอย่างพอใจแววตาแฝงไปด้วยความหวัง
เช้าวันต่อมาที่บ้านเสี่ยซ้ง
“เสี่ยครับ คุณชวนชมมาขอพบครับ” ลูกน้องเสี่ยซ้งเอ่ยบอกผู้เป็นนาย
เสี่ยซ้งได้ยินชื่อคนที่มาขอเข้าพบก็คลี่ยิ้มออกมา ในใจคิดว่าชวนชมต้องมีแผนอะไรสักอย่าง เขาไม่เคยคิดว่าชวนชมจะหาเงินจำนวนมากมาคืนเขาได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน
“ให้เข้ามาได้” เสี่ยซ้งสั่งลูกน้องเสียงเข้ม
“ครับเสี่ย”
ลูกน้องเสี่ยซ้งเดินออกไปตามแขกที่มาขอพบแล้วพาเดินเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะเสี่ย”
“นั่งก่อนสิ” เสี่ยซ้งรับไหว้แล้วผายมือให้ชวนชมนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขก
“เป็นไงแม่ชม มีเงินมาคืนฉันแล้วเหรอถึงได้มาหาฉันแต่เช้า”
“เอ่อ ยังหรอกค่ะเสี่ยแต่ฉันมีข้อเสนอจะมาคุยกับเสี่ยค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสี่ยซ้งหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง เพราะมันเป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด
“ก็ลองว่ามา ฉันจะลองฟังข้อเสนอของแม่ชมดู” เสี่ยซ้งเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะเงินที่ชวนชมเอาไปนั้นมันก็แค่เศษเสี้ยวของเสี่ยซ้งเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรคนที่เป็นหนี้ก็ต้องชำระให้ตรงกับในสัญญาที่ได้ระบุไว้
“ฉันว่าจะให้ใบหม่อนหลานสาวของฉันมารับใช้ในบ้านเสี่ยอย่างถาวรค่ะ” เสี่ยซ้งในวัยเกือบห้าสิบแต่เขาก็ยังดูดีสมวัย ด้วยนิสัยเจ้าชู้และเป็นคนรวยชาวบ้านในละแวกนี้ย่อมรู้ดีว่าคนอย่างเสี่ยซ้งไม่เคยหยุดหัวใจไว้ที่ผู้หญิงเพียงคนเดียว คนที่เป็นภรรยาหลวงและลูกๆทั้งสามย่อมรู้จักเสี่ยซ้งดี
เสี่ยซ้งทำท่าครุ่นคิดถึงเด็กสาวที่ชื่อใบหม่อนที่เขาจ้างให้มาทำความสะอาดบ้านหลังนี้ เขาเองก็ลอบมองหล่อนตลอด เคยคิดไปถึงไหนต่อไหนในยามที่เห็นร่างอวบแน่นของเด็กสาวที่กำลังโตเต็มวัย คิดมาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ คิดไปคิดมาข้อเสนอของชวนชมก็ไม่เลวเหมือนกัน
“อืม แล้วแม่ชมต้องการเท่าไหร่” เสี่ยซ้งถามออกมาเสียงเรียบ ชวนชมยิ้มอย่างดีใจแล้วรีบบอกเสี่ยซ้งอย่างกระตือรือร้น
“สามล้านค่ะ แล้วหนี้เก่าของฉันเสี่ยก็หักไปได้เลยค่ะ”
“ราคาสูงเหมือนกันนะ แล้วแม่ชมแน่ใจนะว่าดอกไม้ของแม่ชมยังสดอยู่และไม่มีหนอนมาชอนไชน่ะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ แค่คิดถึงเด็กนั่นก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ สามล้านแลกกับดอกไม้ตูมเต็มที่แบบเด็กคนนี้หนุ่มใหญ่กลัดมันอย่างเสี่ยซ้งก็ถือว่าคุ้ม เพราะสาวๆที่ผ่านมาก็หาแบบที่ไร้ที่ติได้น้อยมาก แต่เขาก็รับมาไว้ในอุปการะเพื่อแก้ขัดไปก่อน ถ้าช่วงล่างยังไม่พังมากก็ถือว่าใช้การได้
น้ำตาของเขามันกลั้นไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ทั้งสงสารภรรยาแต่เขาไม่อยากรับปากภรรยาตอนนี้ หัวใจเขามันยังทำใจยอมรับไม่ได้ มธุสรเริ่มหายใจแผ่วมากขึ้น ร่างกายเริ่มเกร็งกระตุก‘รับปากกับสรสิคะ สรจะได้นอนตายตาหลับ’ เธอพูดเสียงแผ่วมากจนแทบจะไม่ได้ยิน นอนหายใจพะงาบๆจนเขาทนมองดูต่อไปไม่ไหว ‘ค่ะ พี่รับปาก’ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องรับปากเพื่อให้เธอสบายใจ สิ้นเสียงสามีอันเป็นที่รักมธุสรก็จากไปอย่างสงบ เขาได้แต่นั่งร้องไห้มองเธอจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบไม่อยากจะอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ม่านหมอกเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาด้านล่าง ทุกสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า “พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้ผมจะไปนอนที่บ้านผมนะครับ” “หมอกอยู่ได้แน่นะลูก” กมลพรรณถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ให้พ่อไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย” กัมปนาทถามลูกชายคนโต ผู้ที่อ่อนโยนและสุขุมที่สุดของบ้าน ยิ่งเขาเจ็บเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนทุกคนในบ้านต่างเป็นห่วง เพราะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่เป็นไรครับพ่อผมอยู่ได้ครับ”
“เฮ้ย อะไรของมึงวะ ผับกูก็มีห้องออกหรู มึงจะทำนานแค่ไหนกูก็ไม่ว่า” วรนนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีและออกติดขำกับการกระทำของเพื่อน“ไม่เอา กูไม่ถนัดขอกลับไปทำแบบจุกๆที่คอนโดดีกว่า”“เออๆ มึงนี่นับวันยิ่งหื่นขึ้นทุกวัน”“ขอบใจมากนะครับเพื่อน”“คุณน่านคะ ปล่อยหม่อนลงเดี๋ยวนี้นะคะ”“ไม่ปล่อย วันนี้ต้องโดนทำโทษในฐานะที่มายั่วให้มันตื่นแล้วจะมาจากไปโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้” เขากัดฟันพูดเพราะความมันเขี้ยวสาวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอดอุ้มเธอมาที่รถแล้วก็พากลับคอนโดโดยไม่สนใจใครอีก“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมดูสนิทกับคุณน่านจัง” กรรวีเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถ“คนเคยรู้จักน่ะ”“เมียเก่า?”“ไม่ใช่ซะหน่อย”“ใช่”“ไม่ใช่”“ใช่”“ใช่ก็ใช่ พอใจยัง”“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว” นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมคุยกับคนตัวโตอีก“เอ๊า อะไรเนี่ย ก็บังคับให้ใช่แล้วก็จะมางอนเอง ใบหม่อนไม่น่ารักเลยนะคะ”“ไม่ต้องมาคะขา ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารัก ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนี่ถ้าวันนี้ไม่มีหม่อนมาด้วยจะเป็นยังไง มาทุกครั้งก็คงมาทำแบบนี้ตลอดล่ะสิ” ความน้อยใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจดวงน้อย“ม่ายเคยทำเลยจ้ะที่รัก แล้วใคร
เพื่อนร้องตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธอสำคัญกว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยวกับเพื่อนในผับแห่งนี้ ฝนทิพย์เดินส่ายสะโพกเข้าไปใกล้น่านฟ้า “เฮ้ย เด็กเก่ามึงเดินมาโน่นแล้วเว้ย ทำไมพามาพร้อมกันทั้งใหม่ทั้งเก่าเลยวะ” วรนนแซวเพื่อน น่านฟ้าจึงหันไปมองตามที่เพื่อนบอกแล้ววางใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่แปลกใจสักนิดที่เจอฝนทิพย์ในผับแห่งนี้ เพราะปกติเธอก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว “ไอ้เลว” เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ หึ” วรนนกลั้วขำในลำคอ รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ก็ยังอยากจะแหย่ ตอนโดนแฟนเก่าหักหลังน่านฟ้าก็ได้ผับของเขาเป็นที่พักพิงร่างสูงเพรียวเซ็กซี่นั่งลงที่พักแขนบนเก้าอี้โซฟาของน่านฟ้าอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนรักเก่ากำลังทำอยู่เหมือนกัน มือที่ว่างจากการคีบบุหรี่ข้างหนึ่งพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมานานมากแล้ว และไม่ได้อยากสัมผัสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ฝนขอนั่งด้วยคนนะคะคุณนน”“อ้อ ตามสบายเลยครับ” วรนนผายมือให้ เอ่ยออกไปใบหน้าเปื
“ก็แค่นั้นแหละที่แม่แกต้องการ” กัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันภรรยา ความจริงแล้วแค่น่านฟ้าพูดทุกคนก็พร้อมจะรับฟังเสมอ “แล้วใบหม่อนล่ะ หนูคิดว่ายังไงถ้าพี่เขาจะขอหมั้นหนูไว้ก่อน” กมลพรรณหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้น้ำเสียงอ่อนโยน กมลพรรณรู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากมาแค่ไหน และไม่ใช่คนที่จะมาหวังประโยชน์กับลูกชายฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ห้ามหากลูกชายจะคบกับเธอ “หม่อนก็แล้วแต่คุณน่านค่ะ” ทุกวันนี้เพื่อนๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นอะไรกันกับน่านฟ้า แล้วเธอจะต้องกลัวอะไรอีก “อย่างงั้นก็ตกลงตามนี้” กัมปนาทสรุปให้ทุกคนน่านฟ้าสบตากับกรรวีแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หน้าบานอะบางคน” มนชิตาเหน็บพี่ชายที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ “ยุ่ง” “แว่...” น้องสาวจอมป่วนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย จนทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้ กวนกันได้ตลอดเวลาจริงๆ “พรุ่งนี้พาใบหม่อนไปเยี่ยมหนูสรด้วย” ตอนนี้อาการของลูกสะใภ้คนโตน่าเป็นห่วง จนม่านหมอกต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด มธุสรคงมีความสุขมากขึ้นถ้ารู้ว่าน้องสามีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้าง “คร้าบบ คุณแม่” น่านฟ้าลากเสียงยา
เธอถอดสร้อยที่ตัวเองสวมมาด้วยแล้วส่งให้เขา วสุรับมาดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยที่เขาเคยให้ดวงเดือนก่อนที่เขาจะจากเธอมาเมื่อยี่สิบปีก่อน “หนูเป็นอะไรกับเจ้าของสร้อยเส้นนี้” “เป็นลูกสาวค่ะ” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” วสุใจเต้นระส่ำรอคำตอบจากเธอ เพราะเขาจำได้ว่าคืนวันที่นอนกับดวงเดือนในวันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันแต่ก็ไม่เคยคิดเอะใจว่าเธอจะท้อง “พ่อของหนูก็คือคนที่เอาสร้อยเส้นนี้ให้แม่หนูค่ะ” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ใบหม่อน ใบหม่อนลูกพ่อ” วสุโผเข้ากอดหญิงสาวแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ คิดโทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองต้องลำบากมาโดยตลอด เขาจำแววตาของเด็กสาวที่หน้าตาคล้ายกับดวงเดือนได้ในวันที่เขากับลูกชายกลับไปหาเธออีกครั้ง กรรวีคงเป็นเด็กที่ยืนอยู่ด้านหลังชวนชมในวันนั้น แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรกับเขาแม้แต่คนเดียว น่านฟ้าเห็นวสุกอดคนรักของตัวเองจึงรีบวิ่งมาหาหน้าตาตื่น “ใบหม่อน!” เขาเรียกชื่อเธอและดันไหล่วสุให้ออกห่างจากเธอ ทั้งสองต่างคนต่างร้องไห้ เธอดีใจที่
“แล้วเด็กคนนั้นจะมาวันไหน” วสุถามลูกชายอีกครั้ง “ยังไม่รู้เลยครับพ่อ เธอบอกว่าจะไปขออนุญาตผู้ปกครองก่อนครับ” “ทำไมคุณพ่อทำหน้าเครียดจังครับ” “โอเค บอกเธอว่าพอรออยู่” วสุบอกลูกด้วยหัวใจที่เต้นแรง อยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงขอบคุณคู่สัญญาของบริษัทน้ำตาลประกายฤกษ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง “อ้าว เสี่ยซ้งสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” วสุกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับคุณวสุ” “เชิญข้างในดีกว่าครับ” ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงาน เสี่ยงซ้งเห็นน่านฟ้าอยู่กับพี่ชายและพ่อของเขา จึงนึกอยากเข้าไปทักทายเป็นพิเศษ “สวัสดีครับเสี่ยซ้ง” กัมปนาทเอ่ยทักคู่สัญญาคนสำคัญ “สวัสดีครับ คุณก้อง คุณหมอก คุณ...น่าน” เสี่ยงซ้งทำน้ำเสียงยียวนกวนบาทาอีกฝ่าย “เอ๊ะ นั่นคุณแม่กับมนพาใครมาด้วยน่ะครับคุณวสุ” ม่านหมอกเอ่ยถามวสุ เพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด วสุเห็นหญิงสาวก็ตกใจหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย







