LOGINเพราะความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน เกิดมีอีกหนึ่งชีวิตเพิ่มเข้ามา เขา (พลกฤต) และเธอ (ปาลิดา) จะทำยังไง เมื่อไม่ได้รักกัน แต่ต้องมาอยู่ด้วยกัน
View More“เชน...มึงจะไปผับยังไง” หญิงสาวถามเพื่อนหนุ่ม ระหว่างเดินลงตึกกองบริการการศึกษา เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอไปยื่นเอกสารขอจบกับทางมหาวิทยาลัยมา
“ว่าจะขับรถไป ไปกับไอ้ธีน่ะแหละ” เจ้าของชื่อตอบ “มึงล่ะไปยังไง”
“แท็กซี่มั้ง”
“ให้กูไปรับไหมดา”
“เออ ก็ดี ขากลับจะไม่ได้ต้องนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว” คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาตอบตกลง เอาจริง ๆ ขึ้นแท็กซี่คนเดียวตอนกลางคืนก็ไม่กล้า ด้วยวันนี้มีนัดเลี้ยงจบกับเพื่อนในห้องคนอื่น ๆ ที่ผับหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง คงมีดื่มกันบ้าง
ปาลิดา กฤตติกา สาวสวยร่างเล็กวัยยี่สิบสองปี เป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มที่มีเพื่อนผู้ชายถึงสองคน รูปร่างสูง ผิวขาว มีลักยิ้ม จัดฟัน นิสัยร่าเริง ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ที่บ้านขายอะไหล่รถยนต์แบบครบวงจร
“’งั้นสามทุ่มกูไปรับแล้วกัน” ราเชนทร์ โอภาสพงส์ นัดเวลา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนตัวสูง มีส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ผิวขาวออกเหลือง จัดฟัน เป็นที่หมายตาของสาว ๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รวมไปถึงรุ่นเดียวกันมักนำของกินมาบรรณาการถึงที่ หากชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ
“โอเค”
“อย่าช้านะมึง ช้า กูให้ไอ้เชนไปก่อนจริง ๆ” ธีภพ มั่นคง ว่า เขาอ่อนใจกับเพื่อนคนนี้จริง ๆ มักชักช้าเป็นครึ่งชั่วโมงเสมอเวลาที่ให้ราเชนทร์ไปรับหรือออกไปไหนมาไหนกับเขาสองคน จนต้องเผื่อเวลาประจำ
ธีภพนั้นเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง มีกล้ามเป็นมัด ๆ ด้วยเจ้าตัวชอบออกกำลังกาย สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกหรือหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เวลายืนคู่กับราเชนทร์แล้วความสูงก็สูสีกันอยู่นะ
“มีงยังไม่ชินอีกเหรอวะไอ้ธี” ราเชนทร์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“พวกมึงน่ะ ชอบว่ากู กูก็อยากสวยบ้างปะ”
“แต่งไปก็ไม่สวย ไม่รู้จะแต่งให้ได้อะไรขึ้นมา”
“ไอ้ธี!!!”
ทั้งราเชนทร์ทั้งธีภพต่างส่งเสียงหัวเราะอย่างขบขันที่แกล้งเธอได้ ใช่สิ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่มนิ พวกนี้เลยจะทำอะไรกับเธอก็ได้ แต่ถึงยังไงสองคนนี้ก็จริงใจ ไว้ใจได้ในระดับที่เยี่ยมทีเดียว เพราะมีหลายครั้งต่อหลายครั้งที่เธอมีโอกาสได้ไปกินนอนกับพวกนี้ที่ห้องมันบ่อย ๆ ไม่แม้แต่จะทำรุ่มร่ามอะไรกับเธอเลย
“นี่มึงกลับยังไงวะดา”
“นั่นดิ กูไปส่งไหม”
“เอางั้นก็ได้”
ถึงมันสองคนจะจิกกัดเธอยังไง สองหนุ่มยังดูแลหญิงสาวหนึ่งเดียวของกลุ่มเสมอ ไม่เคยปริปากบ่น
ที่เลือกคบกับเพื่อนผู้ชาย เพราะทั้งห้องมีผู้หญิงเรียนไม่ถึงสิบคน คนอื่น ๆ ก็มีกลุ่มของเขาแล้ว เธอที่แตกแถวเลยมาสนิทกับสองคนนี้ ทั้งยังมีข่าวซุบซิบในห้องว่าเธอเอาเพื่อนมาทำผัวทีเดียวสองคน หากเธอก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป ด้วยไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือ จะไปแคร์ทำไม ใครอยากพูดอะไรก็พูด ไม่ได้นึกหรอกว่าคนอื่นเขาจะเสียหายเพราะคำพูดตัวเองแค่ไหน
อีกทั้งสองคนนี้หน้าตาดีใช้ได้เลยเป็นที่หมายปองของสาว ๆ เธอที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเลยถูกเขม่นจากผู้หญิงทั้งมหาวิทยาลัย ถึงขนาดตามมาหาเรื่องเธอถึงคณะ ดีที่สองหนุ่มมาช่วยไว้ทัน เธอเลยรอดมาได้อย่างเฉียดฉิวตลอด
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมวะ ฮือ ๆ ฮึก ๆ”ร้องไห้จนหนำใจ ถึงฮึดสู้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน บอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็ใช้มือปาดน้ำตาทิ้ง แล้วลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยังห้องนอนที่ออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดตู้ดู...เห็นเสื้อผ้าข้าวของของผู้ชายอยู่เต็มตู้ เกิดคำถามขึ้นในใจว่าตัวเองเสียตัวให้ใคร หากคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เหมือนสมองมันตื้อไปหมด มองดูนาฬิกาบนผนังเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว อยู่ ๆ ได้ยินเสียงคนไขประตูพร้อมกับเสียงคลิก ก่อนถูกเปิดเข้ามา พอเห็นว่าเป็นใครก็ยืนตาค้างอ้าปากเหวอ ไม่คาดคิดเลยว่าคนนั้นจะเป็น...ผู้ชายที่ปล้นจูบเธออย่างหน้าด้าน ๆ“มึงเองเหรอ”“เออ กูเอง” ทำหน้านิ่งเดินเข้ามา “เรียกผัวให้ดี ๆ หน่อย”ผัวเหรอ ได้ยินคำนี้แล้ว น้ำตาที่หยุดไหลไปก่อนหน้าก็ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่พอเห็นร่างบางร้องไห้ ชายหนุ่มถึงเดินเข้าไปจะสัมผัสตัว ทว่าเธอกลับถอยหลังก่อนที่เขาจะได้คว้าเธอ“อย่ามาแตะต้องตัวกู มึงมันเลว ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ทำอย่างนี้กับผู้หญิงได้ยังไง ทำได้ยังไง! ฮือ ๆ”“ดาใจเย็น ๆ ดิวะ” พลกฤต ธนาคม หนุ่มหล่อ ตาตี๋ ผิวขาว สูง อายุยี่สิบสี่ปีบอก ด้วยก่อนหน้านี้เขาต้องเข้าประชุมที่
รูปร่างดูสูงใหญ่ ตาตี๋ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากหยักได้รูป รวม ๆ แล้วดูดีแบบไม่มีที่ติ ทำไมนิสัยต่างกับหน้าตาเช่นนี้เธอจะมาสำรวจเขาแบบนี้ไม่ได้นะดา เธอต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันแบบนี้ก่อนที่เขาจะลากไปทำเรื่องไม่ดีดีกว่านะ“มีอะไรกับกูอีกวะ” สบตาตี๋ ๆ ของผู้ชายคนนั้นอยู่ดี ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า พร้อมกับอาการเซยืนไม่ตรงของเธออีกชายหนุ่มทำหน้าตกใจ “เธอเป็นอะไรอะ ไหวไหม”“ไม่ต้องมายุ่ง!! ขอทางด้วย” ระหว่างนั้นราเชนทร์โทรเข้ามาไม่หยุด เธอเลยกดรับ บอกกำลังออกไป พอกดวางสาย ชายหนุ่มก็แย่งโทรศัพท์ไป จะเข้าไปแย่งคืนเขาก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ เธอก็กระโดดคว้าไม่ถึง ฮึ่ม! มันจะสูงไปไหน“ขอคืน ขอโทรศัพท์ของเราคืนด้วย” จากที่เซถอยหลังไปหลายก้าว ตอนนี้ก็แทบทรงตัวไม่อยู่ ทั้งอยากอ้วก ทั้งอยากนอน ความรู้สึกพวกนี้เริ่มเข้ามาแทนที่สติที่พยายามฝืน อย่างที่บอกเธอดื่มได้ แต่ไม่ได้เก่งขนาดที่ไม่รู้ลิมิตตัวเองว่าดื่มในปริมาณที่ไหน สภาพที่อีกคนเห็นคือหญิงสาวนั่งยอง ๆ นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา“เธอเป็นอะไร” ชายหนุ่มร่างสูงนั่งบนขาตัวเอง แล้วเอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย “ขอโทรศัพท์คืนเถอะนะ เราไม่ไหวแล้ว”“ฮ่า ๆ อ่อนว่ะ” หญ
“มึงไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเลยว่ะ” เก้าชี้หน้าผู้ชายคนนั้นที่กล้ามาทำเพื่อนตน“พอเถอะเก้า กูไม่อยากลดตัวไปคุยกับคนแบบนี้หรอก” ปาลิดาเก็บความเสียใจไว้ในอก แล้วเดินเบียดผู้คนกลับไปยังโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้หันหลังไปมองชายผู้ชายแม้แต่น้อย “เฮ้ย ดา มึงเป็นอะไรไร ร้องไห้ทำไม”“ใครทำมึงวะ”“มึงเป็นไร บอกกูเดี๋ยวกูจัดการให้”และคำถามอีกมากมาย เมื่อเห็นเธอเดินกลับมาสภาพใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ทุกคนก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย หากก็ไม่ได้ตอบราเชนทร์เห็นอย่างนั้นรีบเข้ามาถามอย่างห่วงใย “มึง...เป็นอะไร ใครทำ”ปาลิดาส่ายหัวไม่พูดอย่างเดียว ราเชนทร์ที่รู้ว่าเซ้าซี้ไปก็ไม่ได้อะไร เลยไม่เร้าหรือต่อ ตอนนี้เพื่อนคงเสียขวัญ ถึงดึงร่างบอบบางไปกอดปลอบ“ไม่เป็นไรนะ งั้นกลับกันเถอะปะ” หญิงสาวได้แต่พยักหน้า ไม่โอเคกับสิ่งที่พบเจอ แม้มาเที่ยวหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้เก้าเดินมาโอบไหล่ได้แต่ลูบปลอบอย่างเข้าใจ พลางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ราเชนทร์กับธีภพฟังด้วยไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้มากนัก ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิงพอพวกมันได้ฟังแล้วก็อยากจะไปซัดหน้าผู้ชายคนนั้นที่
“...หรา” สองหนุ่มประสานเสียงแข่งกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเธอมาเที่ยวด้วย “เออ คอยดูได้เลย” พร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้“ดาไปเต้นกันไหม” เพื่อนผู้หญิงในห้องที่อยู่อีกกลุ่มเข้ามาชวน“รอกรึ่มก่อนได้ไหมล่ะ เหล้ายังไม่เข้าปากก็ชวนไปเต้นเลย”“เออ ๆ เดี๋ยวกูไปเต้นก่อนงั้น”หญิงสาวพยักหน้า จะบอกว่าตัวเองเป็นคนชอบดื่มนะ แต่คออ่อน กินไปสักพักจะเริ่มเมา พอดื่มไปสองแก้ว ก็รู้ว่าตัวเองเริ่มได้ที่แล้วถึงออกไปเต้นกลางฟลอร์เรียกเหงื่อที่นักดื่มชายหญิงเต้นแออัดกันอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด ขณะที่เต้น ๆ อยู่นั้นก็รู้สึกว่ากำลังโดนลวนลาม หันไปก็เห็นเป็นไอ้เก้าที่เมาไม่ได้สติแล้วมาโอบไหล่ เกือบสะบัดแล้วไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงมันพูด ด้วยคิดว่าเป็นคนอื่นมากอด“เมายังดา” โน้มหน้ามาถามแล้วเปลี่ยนเป็นโอบเอว ทั้งยังก้มมาเกือบชิดหน้าเธอ ถ้าใครมองจะเห็นเป็นทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่“ยัง กลับโต๊ะกันเถอะ”ไม่มีใครบอกศัตรูที่เป็นผู้ชายและไม่ใช่เพื่อนสนิทว่าเมาหรอก มันจะเปิดโอกาสให้คนพวกนี้ได้ทำเรื่องทราม ๆ หากตอบอะไรที่สิ้นคิดออกไป เห็นท่าไม่ดีเลยชวนกลับโต๊ะ ระหว่างที่เดินกลับคนที่ออกมาเต้นก็เยอะเลยเดินเ





