LOGIN“เป็นญาติพ่อฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ถามพ่อคุณสิ” คิมหันต์กำลังจะต่อว่าเธออีกรอบแต่กฤษก็ห้ามศึกไว้สะก่อน
“เอาล่ะๆ ฉันยืนยันคำเดิมนะว่าแกจะต้องรับหนูพัชมาเป็นเลขาของแกเท่านั้น นี่คือคำสั่ง!” กฤษส่ายหน้าเบาๆเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมลูกชายมากๆ เมื่อหมุนตัวหวังจะเดินออกไปเขาก็ได้ฝากคำพูดไว้กับพัชสิกา “หนูพัช อย่าไปกลัวไอ้คิมนะ ถ้าไอ้คิมมันทำตัวไม่ดีก็จัดการมันได้เลย ลุงให้ท้ายหนูพัชเต็มที่”
พัชสิกาไม่ได้พูดอะไรได้แต่โค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงรับทราบ กฤษเห็นเป็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
คิมหันต์ได้แต่มองผู้เป็นพ่อสลับกับมองพัชสิกาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
ได้!
ถ้าคิดจะทำงานร่วมกับเขา เขาจะทำให้เธอได้รู้ว่า คนแบบเขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาฟาดฝีปากด้วยได้ง่ายๆ
ไล่ออกเองไม่ได้ก็บีบให้ออกไปเลยแล้วกัน
หมั่นไส้!
ตอนที่ 4 คนแย่ๆ
“นังคิว รีบเดินหน่อยเดี๋ยวไปสัมภาษณ์งานไม่ทันหรอก” เปรมสิริรีบเดินเข้าบริษัทที่ตัวเองจะได้ไปสัมภาษณ์พร้อมคิวมิกส์ ซึ่งถือว่าบังเอิญมากที่ได้บริษัทเดียวกัน
บริษัทนี้เป็นบริษัทเกี่ยวกับการขนส่งคลังสินค้าอยู่ใกล้กับท่าเรือในกรุงเทพฯซึ่งได้มีการประกาศรับสมัครงานเมื่อไม่นานมานี้
เปรมสิริยอมรับว่าไม่ได้ชอบงานแบบนี้เอาสะเลย เพียงแค่เห็นว่าถ้ายังชักช้ากับการหางานทำอยู่แบบนี้ คงไม่ได้งานง่ายๆแน่ ไหนๆก็มีวุฒิปริญญาตามมาตรฐานแรงงานทั่วไปแล้ว ที่ไหนเปิดรับสมัครก็ทำๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อนดีกว่า
“รีบอยู่เนี่ย” คิวมิกส์รีบเดินให้ทันเพื่อนสาว ปกติเขาเป็นคนที่สูงตามมาตรฐานผู้ชายทั่วไป แต่ครั้งนี้ที่เดินไม่ทันก็เพราะเปรมสิริเอาแต่วิ่งอย่างเดียว ทำให้ชายมโนว่าเป็นหญิงเริ่มอ่อนแรงตามความรู้สึกนึกคิดแบบสาวๆ
ภายในบริษัท ทั้งคู่นั่งรอผู้จัดการอยู่หน้าห้องนานราวชั่วโมงกว่าจะถึงคิวของคนทั้งสอง จริงๆแล้วงานนี้จะได้สัมภาษณ์กับท่านผู้บริหารโดยตรง แต่ท่านผู้บริหารคงจะวานให้ผู้จัดการคนนี้มาช่วยแทนล่ะมั้ง
“เชิญคุณคิวเข้ามาด้านในได้เลยค่ะ” เสียงพนักงานพูดเรียกเพื่อนชายด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร
“เอาไงดีหนูนิล ฉันกลัว” คิวมิกส์ใจเต้นรู้สึกกล้าๆกลัวๆ เขย่าแขนเพื่อนที่อยู่ข้างๆเพื่อให้เพื่อนได้ช่วยอะไรบางอย่าง แล้วคิดว่าเพื่อนอย่างเปรมสิริจะช่วยเหรอ
ไม่!
ลำพังตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด
“เข้าไปเถอะ ไม่ต้องกลัว สู้ๆสิ่” เธอทำได้แค่ให้กำลังใจเขา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมลุกเธอก็รีบตัวให้ออกไป “ไป๊..เดี๋ยวก็ถูกสละสิทธิ์หรอก”
“เออ ก็ได้” คิวมิกส์ทำเสียงอิดออดพลางหรี่ตามองพนักงานคนที่เรียกชื่อเขาเมื่อสักครู่นี้
ผ่านไปราวสองชั่วโมง คนทั้งสองก็เดินลงมาจากบริษัทด้วยใบหน้าที่ดูสดใส
“ดีใจจังนึกว่าจะไม่ได้งานสะแล้ว” จากที่คิดว่ามันยากเพราะทั้งคู่ต่างเป็นเด็กจบใหม่เมื่อผ่านมันมาได้ถึงได้รู้ว่าตนเองแค่วิตกกังวลเฉยๆ
“เมื่อกี้ยังบอกว่ากลัวอยู่เลยนิ่” เปรมสิริยิ้มกริ่มแซว
“งานแรกในชีวิตเปล่าวะ ตื่นเต้นและกลัวเป็นเรื่องธรรมดา”
“จะว่าไปก็ดีเหมือนกันที่เราได้ทำงานที่เดียวกัน”
“กลัวจะคิดถึงฉันเหรอยะ” เปรมสิริเบะปากนิดๆมองเพื่อนจอมมโน
“จะได้อยู่เป็นเจ้ากรรมนายเวรต่างหากล่ะ ชิ” เปรมสิริกำลังจะเดินออกไปแต่ทว่าคิวมิกส์ก็รีบรั้งตัวไว้เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
“เดี๋ยวสิ ข่าวดีแบบนี้ต้องชวนยัยพัชไปกินหมูกระทะที่ร้านเดิม”
“เอาเด้!!!”
***********************************************
ติ้งๆ!!!
เสียงไลน์เด้งมาจากโทรศัพท์ของพัชสิกาในเวลางาน หญิงสาวหันไปมองแล้วคว้ามันมาเปิดดูพบว่าเป็นข้อความของเพื่อน
‘พวกฉันได้งานแล้วนะ ไปฉลองกัน’‘เอาดิ่ ร้านไหน’
พัชสิกาตอบกลับแชทไลน์โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครกำลังแอบมองอยู่ เขายกยิ้มพลันคิดในใจว่า
‘เสียมารยาท มาคุยกับแฟนในเวลางานโดยไม่ขออนุญาตเขาสักนิด’
‘ร้านเดิม’
‘เค’
“อ่ะแฮ่ม!” พัชสิกาสะดุ้งตกใจเสียงกระแอมของเจ้านายหนุ่ม เธอมองเขาพลันวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆเช่นเดิม
“แฟนเธอเขาไม่รู้เลยเหรอว่าเธอกำลังทำงานอยู่”
“แฟน? แฟนฉันนั่นเหรอคะ”
“ก็เธอน่ะสิ”
“พัชไม่มีแฟนหรอกค่ะ” เธอตอบแค่นั้นแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ คิมหันต์ไม่ได้อยากให้ค่าเลยสักนิดและที่พูดก็แค่ต้องการสร้างความเจ็บปวดและความอับอายให้ก็แค่นั้น
“หึ จริงสิ ผู้หญิงปากแบบเธอ คงไม่มีผู้ชายหน้าไหนเอา” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับไปบ้าง ขืนอยู่เฉยๆให้เขาว่าอยู่ฝ่ายเดียวก็คงจะเสียศักดิ์ศรีเปล่าๆ อีกอย่างพ่อของเขาก็ไฟเขียวเต็มที่ มีท่านประธานให้ท้ายขนาดนี้จะไปกลัวอะไร
เธอแสยะยิ้มก่อนตอบ “แล้วท่านรองฯมีแฟนหรือยังคะ”
เขามองเธอด้วยความแปลกใจก่อนจะตอบตามจริง “ยัง”
“ไม่แปลกเลยค่ะ” เธอยิ้มก่อนจะก้มมองจอคอมพิวเตอร์ต่อ รอยยิ้มนั้นเขารับรู้ได้ว่ามันมีความร้ายกาจแอบแฝงอยู่ เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปยังโต๊ะทำงานของเลขาสาว
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย





![มาเฟียเซ็กส์จัด [PWP] - (NC25+) #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

