Masukพีรวิศ ซีอีโอหนุ่มที่เคยหัวใจสลายเพราะเมียเก่าใจร้าย แต่โชคชะตาดันส่งพยาบาลหน้าเหมือน (แต่ไซส์อวบกว่า) มาเฝ้าไข้ถึงเตียง จากที่เคยระแวงจนสติแตก กลับกลายเป็นเสพติดความนุ่มฟูของน้ำอิงจนโงหัวไม่ขึ้น ดุกับคนทั้งโลกแต่มุ้งมิ้งกับเมียแค่คนเดียว... แถมยังหวงเมียหนักมาก "ใครอนุญาตให้ใส่บิกินีตัวจิ๋วแบบนี้ฮะน้ำอิง! พุงขาวๆ ของเธอ พี่ต้องเห็นได้แค่คนเดียว!" เตรียมพบกับความหื่นระดับ10 และความสะใจในวันที่เมียเก่าซมซานกลับมาหาผัวเก่า และความฟินที่ท่านประธานกำลัง 'ฟัด' ยัยหมูอวบจนเตียงสั่น
Lihat lebih banyak"คุณแม่ท่านคงเห็นว่าช่วงนี้เราสองคนเหนื่อยมากมั้งคะ..." น้ำอิงทอดสายตามองภาพครอบครัวตรงหน้าด้วยความซึ้งใจ หยาดน้ำใสๆ รื้นขึ้นมาที่ขอบตา "วันก่อนอิงแอบเห็นคุณแม่นั่งนวดหลังอยู่เลย ท่านคงอยากช่วยแบ่งเบาภาระเรา อยากให้เราได้นอนพักเต็มอิ่มบ้าง เลยจงใจเอาของเล่นมาล่อหลานไปนอนด้วยแบบนี้" คำพูดของภรรยาทำเอาพีรวิศรู้สึกสะอื้น เขามองมารดาที่เคยเจ้าระเบียบและเข้มงวดกับทุกอย่างในชีวิต บัดนี้กลายเป็นเพียงคุณย่าใจดีที่ยอมให้หลานเจ็ดคนมานอนเบียด นอนทับ ยอมให้ห้องนอนหรูหราเต็มไปด้วยเศษขนมและของเล่นเกลื่อนพื้น ขอเพียงแค่หลานๆ มีความสุข และลูกชายกับลูกสะใภ้ของท่านได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง "เราโชคดีจังเลยนะคะพี่วิศ โชคดีที่มีคุณแม่ โชคดีที่ลูกๆ น่ารัก โชคดีที่เรามีกันและกัน" "พี่ต่างหากที่โชคดีที่สุดในโลก" คนตัวโตสอดท่อนแขนเข้าที่เอวนุ่มนิ่มของเมียรัก ดึงร่างอวบให้เข้ามาเบียดชิดกับแผงอก แล้วก้มลงกดจูบ บนกระหม่อมบางของเธออย่างแสนรัก ซึมซับความอบอุ่นและกลิ่นหอมละมุนที่เป็นดั่งยาชูกำลังของเขาเสมอมา "ปล่อยให้เด็กๆ นอนกับคุณย่าไปเถอะคืนนี้ เรากลับห้องกันดีกว่า ป่านนี้คุณย่าคงอยากให้เราไปนอนพักเต็มทีแล้ว" วิ
นาฬิกาบนผนังห้องนอนใหญ่เพิ่งจะบอกเวลาสองทุ่มครึ่ง แต่บรรยากาศภายในคฤหาสน์กลับเงียบสงัดจนผิดปกติ น้ำอิงในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นใส่นอนเดินเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ออกมาจากห้องน้ำ คนเป็นแม่กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปหาพ่อของลูกที่กำลังนั่งพิงพนักเตียงอ่านรายงานการประชุมในไอแพดอยู่ "พี่วิศคะ... วันนี้บ้านเราไฟดับหรือว่าหูอิงหนวกไปเอง ทำไมมันเงียบขนาดนี้เนี่ย" น้ำอิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้ แฝดสามคนโตอย่างวิน เวย์ และวาวา น่าจะกำลังวิ่งไล่จับกันรอบโซฟา ส่วนแฝดสี่วัยสามขวบก็คงกำลังร้องไห้แย่งของเล่นหรือไม่งั้นก็งอแงจะกินนมรอบดึก แต่นี่กลับไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วหรือเสียงแหกปากร้องไห้เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินเลยแม้แต่นิดเดียว คนเป็นพ่อละสายตาจากหน้าจอไอแพด เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นได้ "นั่นสิ... พี่อาบน้ำเสร็จก็ไม่ได้ยินเสียงไอ้พายุแหกปากแล้วนะ หรือว่าไอ้แทนพาลูกไปเล่นเกมที่ห้องมัน" "เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่แทนบ่นปวดหลังตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว บอกว่าขอตัวไปสลบยาวยันเช้า" น้ำอิงวางผ้าขนหนูลงบนเก้าอี้ เดินเข้ามาใกล้เตียง "อิงใจไม่ดีเลยค่ะ เงียบๆ แ
"แม่! หลานแม่เอาตุ๊กตาน้องไปโยนทิ้งน้ำนะ แถมไอ้พายุก็ขี่หลังนพจนหลังจะหักแล้วเนี่ย แม่ช่วยห้ามหลานหน่อยสิ!" วิศโอดครวญ อุ้มน้ำฝนที่ยังสะอื้นฮักๆ กางแขนกางขาฟ้องย่า"ก็ลูกแกเองทั้งนั้น ทนๆ เอาหน่อยสิ ตอนแกเด็กๆ แกแสบกว่านี้อีกนะวิศ มาหาคุณย่ามาลูกน้ำฝน มากินคุกกี้เร็ว ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะลูก ย่าให้ป้าชื่นอบคุกกี้สตรอว์เบอร์รีไว้ให้หนูโดยเฉพาะเลย" คุณนายมาลินีกวักมือเรียกหลานสาวตัวน้อยน้ำฝนที่ได้ยินคำว่าคุกกี้ก็หยุดร้องไห้ปาดน้ำตาลวกๆ แล้วดิ้นลงจากอกป๊ะป๋าวิ่งเตาะแตะไปเกาะขาคุณย่าทันที วิศยืนอ้าปากค้างกับสกิลการเปลี่ยนอารมณ์ของลูกสาว"ป๊ะป๋า..."แรงกระตุกที่ขากางเกงทำให้วิศต้องก้มลงไปมอง น้องน้ำค้าง แฝดสี่คนลูกสาวคนสุดท้องวัยสามขวบ ยืนทำหน้าบิดเบี้ยว สองมือกุมหน้าท้องตัวเองแน่น ขาเล็กๆ หนีบเข้าหากัน"เป็นอะไรลูกน้ำค้าง ปวดท้องเหรอ" วิศย่อตัวลงนั่งยองๆ ลูบหัวลูกสาวเบาๆ"ป๊ะป๋า ค้างปวดอึ้ อึ้จะออกแย้ว..."คำพูดสั้นๆ แต่เหมือนระเบิดนิวเคลียร์ลงกลางวง พีรวิศตาโตเท่าไข่ห่าน ความทรงจำอันเลวร้ายตอนอุ้มลูกๆ คนอื่นเข้าห้องน้ำไม่ทันแวบเข้ามาในหัว"เฮ้ย อย่าเพิ่งเบ่งลูก อั้นไว้ก่อน อิง อิงจ๋า เมี
"คุณน้ำอิงคะ...พี่ไม่ทำแล้วค่ะ ขอลาออกตั้งแต่วินาทีนี้เลย เงินเดือนของเดือนนี้พี่ไม่รับก็ได้ค่ะ ขอกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย!"เสียงสะอื้นของ พี่แวว พี่เลี้ยงเด็กระดับวีไอพีที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ดังลั่นตรงทางเดิน น้ำอิงในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรง สภาพพี่เลี้ยงตรงหน้าคือผมเผ้ายุ่งเหยิง บนแก้มซ้ายมีรอยสีเมจิกสีดำขีดเป็นเส้นยาว ส่วนที่กระโปรงก็มีคราบเหนียวหนึบของดินน้ำมันแปะอยู่"ใจเย็นๆ ก่อนนะคะพี่แวว เดี๋ยวอิงเพิ่มเงินเดือนให้อีกหมื่นนึงเลย เอามั้ยคะ ทนอีกนิดนึงนะ" น้ำอิงพยายามหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน"แสนนึงพี่ก็ไม่ไหวค่ะคุณน้ำอิง เมื่อกี้แฝดสี่เอาของเล่นปาใส่หัวพี่ พอพี่จะดุ แฝดพี่ก็วิ่งเอาสีมาป้ายหน้าหนู แถมยังขู่ว่าถ้าฟ้องคุณพ่อจะจับพี่ไปโยนลงสระน้ำ... พี่ขอตัวนะคะ"พี่แววโค้งตัวลวกๆ แล้วลากกระเป๋าเดินทางวิ่งหน้าตั้งออกประตูบ้านไปทันทีเหมือนคนกับหนีตาย น้ำอิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเล็กหน้าประตู"ไปซะละ... คนที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยอิง"พีรวิศที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองในสภาพสวมเสื้อยืดสีขาวย้วยๆ กางเกงขาสั้น เหงื่อแตกทั้งตัว เอ่
เสียงกริ๊กจากกลอนประตูดิจิทัลที่ถูกล็อกอัตโนมัติทำเอาน้ำอิงสะดุ้งสุดตัว เธอเพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานผู้บริหารได้ไม่กี่ก้าว แผ่นหลังก็ถูกฝ่ามือหนาของพีรวิศดันให้ถอยร่นไปจนชิดขอบโต๊ะทำงาน หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อตระหนักว่ากำลังถูกต้อนให้จนมุมในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "พี่วิศ ล็อกประตูทำไมคะ พี่นพรอแฟ้
ครืด ครืด เสียงครางลอดริมฝีปากที่แห้งผาก เสียงสั่นครืดคราดจากโทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่ไม่ไกลดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พีรวิศพยายามขยับนิ้วมือที่ชาหนึบเพื่อเอื้อมไปแตะหน้าจอ แต่แค่เกร็งกล้ามเนื้อนิดเดียว ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วจากปลายเท้าขวาขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง"อึก... ซี้ด..." เขาห่อปากสูดลมหายใจเข้าลึ
แฟ้มเอกสารงบประมาณบนโต๊ะทำงานประธานบริษัทถูกเปิดทิ้งไว้แบบนั้นมาเป็นชั่วโมง พีรวิศเอนหลังพิงเก้าอี้หนังในห้องทำงาน เขาถอนหายใจออกมาจนรู้สึกปวดหนึบไปทั้งอก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดที่เขาควรจะอยู่บ้านกับภรรยา แต่เขากลับเลือกที่จะขลุกอยู่ที่บริษัทเพื่อหนีบรรยากาศอึดอัด ทว่าภาพข้อความบนหน้าจอไอแพดเ
เตียงฝั่งขวายุบตัวลงตามน้ำหนักของคนที่เพิ่งขยับตัวตื่น พีรวิศสอดแขนเข้าใต้ผ้าห่ม ดึงร่างของชาร์มเข้ามาแนบอก ปลายจมูกกดลงบนลาดไหล่เนียนเบาๆ หวังให้เธอตื่นมารับสัมผัสยามเช้า"อื้อ..." ชาร์มเกร็งตัวขืน ดันหน้าอกเขาออกทันทีพร้อมขมวดคิ้ว "วิศ ทำไมมาเซ้าซี้คนจะนอน น่ารำคาญจัง มากอดทำไม ปล่อยนะ""นี่เพิ่ง
Ulasan-ulasan